- หน้าแรก
- รางวัลสิบเท่า ระบบเช็กอินเปลี่ยนข้าเป็นผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 46 ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
บทที่ 46 ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
บทที่ 46 ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
บทที่ 46 ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ
เอกอนเคยอ่านนิยายแนวสร้างอาณาจักรมาไม่น้อย พวกเขามักจะบรรยายถึงการสร้างสิ่งต่าง ๆ โดยอิงจากประวัติศาสตร์หรือนวัตกรรมสมัยใหม่ แต่ส่วนใหญ่มักไม่ค่อยลงรายละเอียดลึก ๆ นัก
มันพอเข้าใจได้ เพราะการอธิบายที่มากเกินไปอาจทำให้เรื่องน่าเบื่อ แต่ถึงอย่างนั้น หนังสือเหล่านั้นก็ยังมอบไอเดียให้เขานำมาปรับใช้ได้มากมาย
วิธีที่สองที่เขาคิดจะใช้คือสิ่งที่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่งจากห้องสมุดของคุณปู่ มันเป็นสิ่งที่เกษตรกรใช้กันมานานแสนนาน ดังนั้นเขาจึงคิดว่ามันน่าจะใช้งานได้จริงสำหรับผู้คนที่นี่เช่นกัน
และที่สำคัญ... การสร้างมันนั้นง่ายมาก
ในเวลาไม่นาน ระบบเฟืองที่ทำจากไม้ก็ถูกติดตั้งไว้ที่ส่วนกลางของเนินเขาซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของขั้นบันได ความจริงมันจะดีกว่าถ้าติดตั้งไว้ด้านล่างสุด แต่การต้องคอยย้ายมันไปมาทุกครั้งที่ระดับน้ำเปลี่ยนคงจะเป็นปัญหาพอดู
ระบบเฟืองเชื่อมต่อแขนหมุนเข้ากับล้อตักน้ำ ดังนั้นเมื่อแขนไม้ถูกหมุนในแนวราบโดยวัวหรือสัตว์อื่น ๆ มันจะไปขับเคลื่อนเฟืองแนวตั้งของล้อตักน้ำให้หมุน และส่งกระบอกไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยน้ำขึ้นไปด้านบน
'ข้าค่อนข้างมั่นใจว่าสิ่งนี้เคยมีอยู่บนโลก แต่ข้าจำชื่อเรียกมันไม่ได้แฮะ ช่างมันเถอะ ขอแค่ใช้งานได้ก็พอแล้ว'
เอกอนจ้องมองแขนหมุนแล้วยิ้มออกมา เมื่อติดตั้งเสร็จก็ถึงเวลาทดสอบ แม้พวกเขาจะไม่มีสัตว์เลี้ยงมาด้วยในตอนนี้ แต่เขาก็มีตัวเลือกที่ดีกว่านั้น
"มิเกล" เอกอนเรียก ร่างเงาที่สูงใหญ่ และไหววับราวกับเปลวเพลิงเลื่อนเข้ามาหา เขาชี้ไปที่แขนไม้แล้วสั่งว่า "หมุนมันซะ!"
เงายักษ์พยักหน้าเข้าใจ และก้าวเข้าไปหาแขนหมุน
มิเกลจ้องมองแขนไม้ครู่หนึ่งก่อนจะใช้มือตบมันเบา ๆ (ในความคิดของเขา) แรงปะทะทำให้แขนหมุนเหวี่ยงวนอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว ก่อนที่มันจะ... เปรี้ยง! หักครึ่งคามือ แรงเหวี่ยงส่งชิ้นส่วนไม้กระเด็นหวือไปในอากาศ
เศษไม้ที่หักกระเด็นลงไปในแม่น้ำ และลอยหายไปตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
เอกอนถึงกับพูดไม่ออก... ทุกคนเองก็พูดไม่ออกเช่นกัน
เขาหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสะกดอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมา แล้วถามด้วยน้ำเสียงสงบที่สุด "พวกเจ้าแพ้ทางการควบคุมแรงกันหรือไง? ทำไมตอนตีเหล็กถึงคุมแรงได้ดี แต่ตอนทำอย่างอื่นถึงคุมไม่ได้เลยล่ะ?"
เหล่าเงาที่อยู่ใกล้ ๆ ต่างพากันถอยกรูด เพราะกลัวว่าโทสะของบอสจะมาลงที่ตน มีเพียงเฮกเตเท่านั้นที่ยังคงยืนสงบอยู่ข้างกายเขา
"เอ่อ บอสครับ... มันนิ่มเกินไปหรือเปล่า?" มิเกลถามอย่างไม่มั่นใจ
"ก็เจ้านั่นแหละที่เป็นคนทำมันขึ้นมาเอง!" เอกอนกลอกตาด้วยความระอา "ทำใหม่ซะ แล้วคราวนี้ หมุนมันเฉย ๆ พอ"
"อ่า... รับทราบครับ" มิเกลพึมพำ ก่อนที่เงารอบตัวเขาจะกลืนกินแขนหมุนที่หักไป วินาทีต่อมาเมื่อเงาถอยกลับไป แขนหมุนอันใหม่ที่เหมือนเดิมเป๊ะก็ปรากฏขึ้น
แต่น่าเศร้าที่ล้อหมุนก็พังไปด้วย เขาเลยต้องซ่อมมันใหม่ทั้งหมด
คราวนี้มิเกลระมัดระวังมากขึ้น เขาค่อย ๆ หมุนแขนไม้อย่างช้า ๆ ทำให้ล้อหมุนเริ่มทำงาน กระบอกไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยน้ำถูกดันขึ้นไป และเริ่มเทน้ำลงสู่อ่างหิน
"เยี่ยม!!!" เอกอนอุทานออกมาพร้อมชูกำปั้น และยิ้มกว้างอย่างตื่นเต้น "สำเร็จไปสอง เหลือแค่อย่างที่สามเท่านั้น"
"มันวิเศษมากเลยค่ะบอส" เฮกเตกล่าวด้วยเสียงที่ดูเหม่อลอยเล็กน้อย แสดงถึงความชื่นชมต่อผู้นำหนุ่มของนางอย่างสุดซึ้ง
"อื้อ!" เอกอนพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น "แค่สองอย่างนี้ก็น่าจะพอสำหรับหลาย ๆ คนแล้ว แต่เรามาทำอย่างที่สามให้เสร็จกันเถอะ"
"ก่อนจะทำอย่างนั้น ข้ามีคำถามค่ะบอส" เฮกเตถาม "แล้วเรื่องผืนดินล่ะคะ? ข้าไม่เห็นความต่างของดินที่นี่เท่าไหร่ แต่มันจะได้รับผลกระทบจากสิ่งที่กำลังทำลายไร่นาอื่น ๆ ไหม?"
"ข้าไม่คิดอย่างนั้นนะ" เอกอนส่ายหน้า "อย่าถามว่าทำไม ข้าแค่รู้สึกสังหรณ์ใจแบบนั้นน่ะ"
เขามีประสาทสัมผัสที่หกที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นเขาจึงเชื่อมั่นในมันมาก เขาจำความรู้สึกผิดปกติตอนไปที่ฟาร์มได้ แต่เนินลาดแห่งนี้ไม่มีกลิ่นอายแบบนั้นเลย
"พวกมันน่าจะมุ่งเป้าไปที่พื้นที่กสิกรรมหลัก ๆ หรือทำเลที่เห็นชัด ๆ ว่าใช้ทำนาได้เท่านั้น" เอกอนยิ้ม "พวกมันคงไม่คิดหรอกว่าเราจะมาสร้างฟาร์มบนหน้าผาแบบนี้ เอาล่ะ ไปทำอย่างที่สามกัน มิเกล! หน้าที่เจ้าแล้ว!"
มิเกลอาจจะช้าในด้านอื่น แต่ฝีมือการตีเหล็ก และประดิษฐ์ของเขานั้นยอดเยี่ยม แม้จะมีข้อผิดพลาดบ้างเป็นบางครั้ง แต่เมื่อเอกอนอธิบายความต้องการอย่างชัดเจน ไม่นานเงายักษ์ก็ส่งมอบชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์ให้
เอกอนมองไปทางทิศตะวันออก และสัมผัสได้ว่าดวงอาทิตย์อยู่ไม่ไกลจากขอบฟ้าแล้ว ในอีกไม่กี่นาที โลกจะถูกอาบด้วยแสงอุ่น
'คงเป็นเพราะกายาของข้าล่ะมั้งที่ทำให้ข้าไวต่อแสงแดดขนาดนี้'
เขาส่ายหัว และปีนลงไปยังริมน้ำที่เย็นฉ่ำ จากนั้นเขาก็ติดตั้งสิ่งประดิษฐ์ชิ้นที่สามลงในน้ำตื้น
มันคือ "กังหันน้ำยักษ์" ที่มีความสูงเป็นสองเท่าของเขา ภายในมีปีกกังหันรูปร่างคล้ายพัดจำนวนมากที่บิดเอียงเล็กน้อย เมื่อกระแสน้ำไหลเข้าปะทะกับปีกกังหัน มันจะผลักให้กังหันวงในเริ่มหมุนอย่างรวดเร็ว
เอกอนเชื่อมต่อเฟืองสองตัว ตัวหนึ่งอยู่ที่กังหันยักษ์ และอีกตัวอยู่ที่ล้อตักน้ำด้วยเชือกที่ดึงจนตึง เมื่อกังหันยักษ์หมุนด้วยแรงน้ำ มันจะบังคับให้เฟืองหมุนตาม ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนล้อตักน้ำให้ทำงานโดยอัตโนมัติ
ขณะที่เขามองดูผลงานของตัวเอง เอกอนก็ยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นกระบอกไม้ไผ่ที่เต็มไปด้วยน้ำถูกยกขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยแรงหมุนของกระแสน้ำ
"นี่มันอัจฉริยะชัด ๆ!" เฮกเตพึมพำด้วยความตกใจ "ทำไมไม่มีใครเคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย?"
"ง่ายมาก! เพราะนี่เป็นโลกแห่งเวทมนตร์ ผู้คนจึงจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นมากกว่า" เอกอนยักไหล่ตอบ "พวกอัจฉริยะต่างไปไขความลับของเวทมนตร์ ส่วนคนธรรมดาก็ไม่เคยต้องการสิ่งนี้เพราะมีลำคลอง และร่องน้ำจัดการให้อยู่แล้ว"
รอยยิ้มปรากฏบนริมฝั่งน้ำขณะที่เขาพูดต่อ "นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีดวงจิตที่อยากรู้อยากเห็น... หรือไม่ก็เกิดจากความสิ้นหวัง และความจำเป็นเท่านั้นแหละ"
เฮกเตหันมามองเขาพลางสงสัยว่าเด็กอายุสิบห้าปีพูดจาแบบนี้ได้อย่างไร
เมื่อนางไตร่ตรองคำพูดของเขา นางก็ตระหนักว่าเขาพูดถูกที่สุด ไม่ใช่ว่าไม่มีใครคิดเรื่องนี้ได้ แต่มันแค่ไม่มีใคร ใส่ใจจะวิจัยในด้านนี้เลยต่างหาก
เอกอนเองก็เข้าใจดี ในโลกที่มีเวทมนตร์ ไฟฟ้าจึงไม่ใช่สิ่งจำเป็น และแทบทุกอย่างสามารถบรรลุผลได้ด้วยวิถีแห่งเวท แล้วใครจะมาเสียเวลาประดิษฐ์เครื่องจักรกลพลังน้ำพวกนี้กันล่ะ?
'ทั้งที่น้ำเป็นแหล่งพลังงานที่มีประโยชน์ขนาดนี้ ข้าอาจจะเข้าใจมันได้ดีกว่านี้ถ้าข้ายังศึกษาเวทมนตร์ต่อไป'
"เอาล่ะ มาปิดงานกันเถอะ ทุกอย่างพร้อมที่จะโชว์ให้ทุ—"
จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ
ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox
https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr