- หน้าแรก
- รางวัลสิบเท่า ระบบเช็กอินเปลี่ยนข้าเป็นผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 35 วัยสิบห้าปี
บทที่ 35 วัยสิบห้าปี
บทที่ 35 วัยสิบห้าปี
บทที่ 35 วัยสิบห้าปี
"ไอ้เวรตะไลเอ๊ย!! วิ่งสิวะ!!!"
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะอยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายตะโกนสุดเสียง ดวงตาสีทองกลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เขาไม่เสียเวลารอเพื่อนแม้แต่วินาทีเดียวแล้วออกตัววิ่งพรวดพราดไปข้างหน้าด้วยแรงทั้งหมดที่มี
เพียงวินาทีต่อมา เขาพุ่งตัวออกจากอาคารทรงกรวยที่พวกเขาใช้ทำการทดลอง และโกยแน่บให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในฐานะผู้มีประสบการณ์โชกโชนกับการทดลองพรรค์นี้ เขารู้ดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเกินเยียวยาแล้ว
"บ้าเอ๊ย! ทำไมคนเรามันจะห่วยได้ขนาดนี้วะ?"
เขาสบถพลางเหลือบมองไปด้านข้าง ที่ซึ่งชายหนุ่มผมสีน้ำเงินกำลังวิ่งตามมาด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้ซีดเผือด และเต็มไปด้วยความสยดสยอง
เขาวิ่งราวกับว่าชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย... ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะวินาทีต่อมา บางอย่างภายในอาคารทรงกรวยนั้นก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง ส่งผลให้พื้นดินโดยรอบสั่นสะเทือนราวกับถูกแผ่นดินไหวขนาดใหญ่จู่โจม
ทั้งคู่หยุดวิ่งเมื่อเห็นว่าทิ้งระยะห่างออกมาได้มากพอแล้ว ก่อนจะหันกลับไปมอง อาคารทรงกรวยที่สร้างขึ้นจากอิฐแห้งเนื่องจากเป็นเพียงห้องแล็บชั่วคราว ตั้งอยู่บริเวณชายขอบของคฤหาสน์แห่งอาณาจักรจันทราฉาย
รอบด้านเป็นลานโล่งกว้าง ทำให้อาคารนี้ดูโดดเด่นสะดุดตา ทว่าตอนนี้มันกำลังสั่นคลอนต่อหน้าต่อตาพวกเขา ควันสีดำพวยพุ่งออกมาจากหลังคาที่เปิดโล่ง และก้อนอิฐก็เริ่มพังทลายลงมาตามแรงดึงดูด
เอกอน และเซเวียร์ยืดตัวตรง พลางทำความเคารพอาคารที่กำลังถล่มลงมา ดวงตาของพวกเขาทอประกายความโศกเศร้าลึกซึ้ง ราวกับกำลังยืนไว้อาลัยให้เพื่อนเก่าที่จากไป
"เจ้าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว มิตรภาพของเราสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ แต่ไม่ต้องห่วง... วีรกรรมของเจ้าจะถูกขับขานผ่านบทเพลงไปทั่วหล้า" เซเวียร์กล่าวอย่างดราม่า น้ำเสียงสั่นเครือราวกับหัวใจแตกสลายจริง ๆ
เอกอนไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ยืนทำความเคารพอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งอาคารพังราบเป็นหน้ากอง เขาเสียใจไหม? ก็อาจจะนะ แต่ที่มากกว่าความเสียใจคือความโกรธที่มีต่อ "ไอ้เพื่อนยาก" คนนี้
ก่อนที่เขาจะได้ทันต่อว่า ฝุ่นผงก็พุ่งขึ้นในระยะไกลจนเขาต้องสบถออกมา "บรรลัยแล้ว! น้าซิู่อยู่ในวังงั้นหรือ? ทำไมไม่มีใครบอกข้าเลยวะ!"
"นางอยู่หรือ?" เซเวียร์พึมพำก่อนจะหันขวับ ความหวาดกลัวฉายชัดในดวงตา "พี่ชายร่วมสาบาน... ได้โปรด จัดการท่านน้าของเจ้าด้วย ไม่อย่างนั้นเราทั้งคู่ได้ไปเฝ้ายมบาลแน่"
พูดจบเขาก็เตรียมจะชิ่งหนี แต่เอกอนคว้าคอเสื้อเขาไว้ได้ทันจนเซเวียร์ตาเบิกโพลง ชายหนุ่มอ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง "น้องชาย... ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่นะ!"
"หุบปาก! เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากอยู่รอดหรือไง?" เอกอนตวาดกลับ จากนั้นเขาก็ดึงนกหวีดที่คล้องคอไว้ออกมาเป่าสุดแรง เพียงอึดใจเดียวเงาของเขาก็ขยับไหว และก่อตัวเป็นร่างขึ้นเบื้องหน้า
"เฮกเตฝากจัดการน้าซิ่วให้ทีนะ นะครับ? แล้วข้าจะหาของตอบแทนให้อย่างงามเลย!" เอกอนอ้อนวอน สีหน้าดูรู้สึกผิดเต็มประดา
"รับทราบค่ะ เจ้านาย" เฮกเตถอนหายใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอ่อนใจดูเหมือนนางจะระอาเต็มทนกับวีรกรรมของเขา แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่เคยปฏิเสธคำสั่งเลยสักครั้ง
"ข้าจะชดเชยให้แน่นอน!" เอกอนย้ำอีกครั้งด้วยความรู้สึกผิด แต่ตอนนี้ชีวิตเขาสำคัญกว่า
จากนั้น ทั้งคู่ก็วิ่งหนีไปยังแม่น้ำจันทรา ด้วยความเร็วสูงสุด พวกเขาไม่พูดไม่จา และไม่หันกลับไปมองลานโล่งนั้นอีกเลย จนกระทั่งถึงเนินลาดที่นำไปสู่ริมฝั่งน้ำ
แม่น้ำจันทราตัดผ่านเมืองหลวงดุจดาบสีเงิน แต่ในบริเวณใกล้คฤหาสน์นั้นแทบไม่มีสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ล้อมรอบ เอกอน และเซเวียร์หยุดพักเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว ทั้งคู่ก้มตัวลงหอบหายใจอย่างหนักโดยใช้มือยันเข่าไว้ ก่อนจะมองย้อนกลับไปที่คฤหาสน์ไกลลิบ
"ฟู่! ข้านึกว่าจะต้องตายคืนนี้เสียแล้ว!" เซเวียร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"โอ้ เจ้าตายแน่!"
ยังไม่ทันที่เซเวียร์จะได้ประมวลผลคำพูด หมัดหนัก ๆ ก็ซัดเข้าที่หน้าเขาเต็มรักจนล้มกลิ้งไปข้างหลัง แต่เขาก็ไม่ยอมถูกกระทำฝ่ายเดียว และเริ่มสวนกลับทันที
การต่อสู้ที่ดุเดือดเริ่มขึ้น แม้ว่าส่วนใหญ่เซเวียร์จะเป็นฝ่ายโดนหมัดของเอกอนมากกว่าก็ตาม เพราะเซเวียร์คือจอมเวทเต็มตัว ต่างจากเอกอนที่มุ่งมั่นฝึกฝนในวิถีกายาอย่างหนัก
'พลังเพิ่มพูนจากกายาสุริยันโชติช่วงนี่มันขี้โกงจริง ๆ'
เขาเพิ่งอายุสิบห้าในปีนี้ แต่ร่างกายของเขากลับทัดเทียม หรืออาจจะเหนือกว่าเซเวียร์ที่อายุสิบแปดไปแล้วด้วยซ้ำ
การตะลุมบอนสิ้นสุดลงเมื่อเอกอนเริ่มพอใจ เขาผลักมกุฎราชกุมารผู้น่าสงสารแห่งอาณาจักรจันทราฉายลงบนผืนหญ้านุ่ม ๆ ทั้งคู่หงายหลังหอบหายใจอยู่ข้างกัน
"โอย! เจ้าควรจะเบามือหน่อยนะ" เซเวียร์บ่นพลางนวดใบหน้าที่บวมช้ำ แสงนวลจาง ๆ ห่อหุ้มมือของเขาขณะที่เขาใช้เวทมนตร์รักษาแผลเป็น "มันไม่ควรจะเจ็บขนาดนี้ไม่ใช่หรือไง?"
เอกอนเตะเขาอีกทีแล้วย้อนกลับ "เจ้าไปคลุกคลีกับคาลีมากไปหรือเปล่า? ทำไมถึงทำตัวดราม่านัก?"
"ข้ามันนักแสดงโดยกำเนิด" เซเวียร์ยิ้มกวนประสาท ซึ่งยิ่งทำให้เอกอนอยากจะอัดเขาอีกสักรอบ "เฮ้ย! อย่าเชียวนะ อย่าแม้แต่จะเงื้อมือ!"
"งั้นก็อย่าทำให้ข้าโมโห" เอกอนถอนหายใจ "ถามจริง คนอย่างเจ้ามันมีตัวตนอยู่บนโลกนี้ได้ยังไงวะ?"
"ข้ารู้ว่าข้าพิเศษ แต่เจ้าไม่ต้องชมข้าขนาดนั้นก็ได้"
"หน้าเจ้านี่มันวอนหาเรื่องจริง ๆ"
"ไปไกล ๆ เลยไอ้เวร!"
"ถามจริงเถอะ เรื่องพื้นฐานแค่นี้ทำไมเจ้าถึงไม่เข้าใจ?" เอกอนพูดผ่านไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอัดอั้น "ขนาดหมูป่ายังเรียนรู้เร็วกว่าเจ้าเลย แต่เจ้าน่ะรึ? ไม่เลย ไม่เข้าหัวสักนิด"
นับตั้งแต่เซเวียร์ค้นพบว่าเอกอนมีพรสวรรค์ในการทำสบู่ เขาก็ตามตื้อไม่หยุดเพื่อขอให้สอนวิธีทำสบู่ระเบิด สำหรับเอกอนมันค่อนข้างง่ายหลังจากฝึกฝนไม่กี่ครั้ง แต่สำหรับเซเวียร์? มันยากกว่าเป็นพันเท่า
เขาไม่เคยทำสำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทุกครั้งที่พยายาม มันจะระเบิดเละเทะ และเกือบทำพวกเขาทั้งคู่บาดเจ็บ นั่นเป็นเหตุผลที่น้าซิ่วมักจะดุด่า และทำโทษพวกเขาทุกครั้งที่หาเรื่องใส่ตัว
แต่น่าเสียดายที่เซเวียร์ไม่ยอมแพ้ เอกอนเลยเสนอไอเดียใหม่ แทนที่จะเป็นสบู่ระเบิดที่ดูจะเกินความสามารถ เขาก็ประดิษฐ์น้ำหมึกระเบิดขึ้นมาแทน แค่เขียนอะไรลงบนกระดาษด้วยน้ำหมึกนี้ มันก็จะกลายเป็นระเบิดกระดาษทันที
'และไอ้หมอนี่ก็ยังทำพังแม้แต่เรื่องง่าย ๆ แบบนี้!' เอกอนยังไม่อยากจะเชื่อ
"เจ้าไม่เข้าใจหรอก มันเป็นเพราะข้าพิเศษเกินไปสำหรับเรื่องธรรมดาสามัญพวกนี้ต่างหาก"
"ขยับมานี่หน่อยสิ"
"ทำไม?"
ถึงจะถาม แต่เขาก็ขยับเข้าไปใกล้เอกอนเพียงเพื่อจะโดนลูกเตะเข้าที่หน้าแข้งเต็มแรง
"พิเศษกับผีน่ะสิ! เจ้าน่ะมันแค่บื้อ! เจ้าแน่ใจนะว่าเป็นโอรสแท้ ๆ ของท่านป้าซันซ่า? ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้? ข้ารู้สึกเหมือนกำลังสอนหนูแฮมสเตอร์อยู่เลย... ไม่สิ พวกมันยังดูน่ารักนะ ไม่เหมือนหน้าปลวก ๆ ของเจ้า"
จบตอนแล้วนะครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะครับ หลังจากนี้จะพยายามอัพให้ได้ทุก ๆ วันนะครับ
ติดตามพวกเราเพิ่มเติมได้ที่ facebook : MysteryBox
https://www.facebook.com/share/17XxkhHdQg/?mibextid=wwXIfr