- หน้าแรก
- ใช้มิติปลูกป่าจนได้ทำสัญญากับเซนติเนลสุดแกร่งทั้งเก้า
- บทที่ 21 คำเชิญสู่หอคอยขาวกลาง
บทที่ 21 คำเชิญสู่หอคอยขาวกลาง
บทที่ 21 คำเชิญสู่หอคอยขาวกลาง
แหล่งกำเนิดมลภาวะตั้งอยู่ทางทิศเหนือสุดของเขตตะวันออก ยานอวกาศจำเป็นต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มๆ กว่าจะไปถึง
เมื่อฉู่เหอและหลี่โม่ไป๋มาถึง ที่นั่งแถวหลังก็อัดแน่นไปด้วยเหล่าเซนติเนลและไกด์จนเต็มเอี๊ยด
"ไปนั่งที่ห้องโดยสารด้านหน้าเถอะครับ"
เวนย์เดินมาช่วยถือสัมภาระของเธอพร้อมเอ่ยชวน "ระดับหัวหน้าทีมขึ้นไปจะอยู่ที่โซนด้านหน้ากันหมด"
ฉู่เหอรีบปฏิเสธทันควัน "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันจะนั่งตรงนี้กับโม่ไป๋"
จังหวะนั้นเอง หลี่เซียวก็เดินตามขึ้นมา เขปรายตามองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
สายตาคู่นั้น... อย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ!
"เดี๋ยวผมให้พี่หลี่เซียวพาคุณไป..."
ฉู่เหอรีบคว้ามือหลี่โม่ไป๋ไว้แน่น "ไม่เอา ฉันจะนั่งตรงนี้"
เวนย์กล่าวเสริม "คุณเองก็ไปนั่งข้างหน้าด้วยกันสิครับ"
"...พวกเราไม่ใช่ภรรยาของผู้บัญชาการหลี่ แล้วก็ยังไม่ได้ทำพิธีจับคู่กันด้วย คุณไม่กลัวว่าถ้าพาฉันไปด้วยจะทำให้ผู้บัญชาการหลี่เสียหน้าเหรอคะ?"
เวนย์เหลือบมองแหวนบนนิ้วของฉู่เหอ ก่อนจะยิ้มแหยๆ ออกมา "งั้นคุณก็พิจารณาผมสิครับ จะหมั้นหรือจับคู่เลยก็ได้ ผมไม่ติดขัดอะไรทั้งนั้น"
ฉู่เหอ: "เอ่อ..."
พวกเราใจร้อนกันเกินไปแล้ว พอเริ่มคนหนึ่ง อีกคนก็เริ่มตามทันที
ทำไมเมื่อคืนเธอถึงไปตกลงกับหลี่โม่ไป๋นะ...?
"พี่สาวเสียใจที่จับคู่กับผมเหรอครับ?"
หลี่โม่ไป๋ห่มผ้าคลุมลงบนตักของเธอพร้อมเอ่ยถาม
"...เปล่าจ้ะ"
ฉู่เหอเบือนหน้าหนี
คู่ครองเก้าคนมันเยอะเกินไปจริงๆ แค่รับมือกับคนตรงหน้าไม่กี่คนนี้ เธอก็แทบจะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว!
ไกด์ที่มีคู่ครองเป็นสิบคนพวกนั้นช่างกล้าหาญชาญชัยเหลือเกิน พวกเขาจัดสรรเวลาบริหารรถไฟชนกันหลายขบวนขนาดนั้นได้ยังไงนะ?
"ฉันได้ยินมาว่าสปีชีส์ต่างถิ่นในเขตมลภาวะสามารถฝังตัวเป็นปรสิตได้เหรอ?"
ฉู่เหอเปลี่ยนเรื่องแบบเอาดื้อๆ ทำตัวเหมือนนกกระจอกเทศมุดดินหนีปัญหา
คราวนี้หลี่โม่ไป๋ขมวดคิ้ว ซึ่งเป็นภาพที่เห็นได้ยาก "พวกปรสิตจัดการยากครับ ถ้ากำจัดไม่ทันเวลา คนคนนั้นก็จะกลายพันธุ์ไปด้วย"
"แล้วปกติใช้วิธีไหนกำจัดพวกมันล่ะ?"
ฉู่เหอไม่เคยเจอข้อมูลนี้ในคู่มือการไกด์ดิ้ง จึงเดาว่าน่าจะเป็นวิธีการรักษาทางกายภาพ
"ใช้กลิ่นโปรดของพวกมันล่อให้ออกมาครับ แต่ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่าพวกมันชอบอะไร"
หลี่โม่ไป๋อธิบายอย่างละเอียด "ถ้าหาสิ่งล่อใจไม่ได้ ก็ต้องผ่าเปิดผิวหนัง ถ้าอาการหนักหน่อยก็ต้องเฉือนเนื้อส่วนนั้นทิ้งไปเลย"
ฉู่เหอฟังแล้วขนลุกซู่
"ไม่มีชุดป้องกันเหรอ?"
หลี่โม่ไป๋ยัดตุ๊กตาแพนด้าใส่อ้อมกอดเธอ "ชุดป้องกันทำให้ประสิทธิภาพการต่อสู้ของร่างจิตลดลงครับ คนส่วนใหญ่เลยไม่นิยมใส่กัน"
เมื่อเทียบกับการเสียชีวิต การเฉือนเนื้อทิ้งสักชิ้นคงเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก
ระหว่างที่คุยกัน ยานอวกาศก็เริ่มทะยานขึ้นฟ้า
ไม่กี่นาทีต่อมา ฉู่เหอก็ค้นพบความจริงอันน่าเศร้า
เมื่อก่อนเธอแค่เมารถ แต่ตอนนี้เธอดัน 'เมายานอวกาศ' เสียแล้ว
"พี่สาว?" หลี่โม่ไป๋ดึงเธอเข้ามาซบไหล่
เดินทางตั้งหนึ่งวันหนึ่งคืน จะรอดไปได้ยังไงเนี่ย?
ฉู่เหอคร่ำครวญในใจ
ร่างกายนี้ช่างไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ!
เธอถามหลี่โม่ไป๋เสียงอ่อย "มียานอนหลับ หรือยาอะไรก็ได้ที่ทำให้สลบไหม? พี่อยากหลับยาวๆ ไปจนถึงที่หมายเลย"
"เดี๋ยวผมไปขอคุณลุงให้นะครับ"
ห้าหกนาทีผ่านไป หลี่โม่ไป๋ก็กลับมาพร้อมขวดยาขนาดเล็ก
"คุณลุงบอกว่ายานอนหลับที่ท่านพกมาเอาไว้ใช้สำหรับจัดการกับพวกสปีชีส์ต่างถิ่น ฤทธิ์มันแรงเกินไปและเป็นอันตรายต่อร่างกาย ท่านเลยไปขอยานอนหลับจาก 'สารวัตรซ่ง' มาให้แทนครับ"
ฉู่เหอตื่นเต้นขึ้นมาทันทีที่รู้ว่ามีพวกเดียวกัน "สารวัตรซ่งก็เมายานเหมือนกันเหรอ?"
หลี่โม่ไป๋พยักหน้า
"ชั่ววูบหนึ่ง พี่รู้สึกว่าการเมายานไม่ได้แปลว่าเราไร้น้ำยานะ"
หลี่โม่ไป๋เอียงคออย่างงุนงง "หือ?"
"อุ๊บ!"
ฉู่เหอรีบตะครุบปากตัวเองด้วยความพะอืดพะอม ก่อนจะกลั้นใจกลืนยาลงไป
เมื่อเห็นว่าเธอหลับไม่สบาย หลี่โม่ไป๋จึงส่งข้อความหาหลี่เซียว
ครู่ต่อมา หลี่เซียวตอบกลับมาสั้นๆ สองคำ: "พามา"
หลี่โม่ไป๋อุ้มฉู่เหอเข้าไปในห้องพักผ่อนระดับผู้บัญชาการที่อยู่โซนหน้าสุด
ที่นั่งของพวกเขานอกจากจะกว้างขวางแล้ว ยังสามารถปรับเอนนอนได้อีกด้วย
สายตาของหลี่เซียวหยุดอยู่ที่นิ้วของฉู่เหอครู่หนึ่ง... นั่นคือแหวนประจำตระกูลที่เป็นของตกทอดจากพ่อของหลี่โม่ไป๋
เมื่อหลี่โม่ไป๋ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของเธอออก รอยแดงจางๆ บนลำคอระหงก็ทำให้ปลายนิ้วของหลี่เซียวกระตุกวูบ
"ภารกิจนี้อันตราย ร่างกายต้องมีความพร้อมสูงสุด ยัยนี่ไม่รู้กาลเทศะหรือไง? ทำไมถึงปล่อยให้ตัวเองมีสภาพแบบนี้?"
"เปล่าครับ" หลี่โม่ไป๋ก้มหน้าลง ไม่สนใจสายตาของคนอื่นๆ ในห้องโดยสารที่มองมาอย่างมีความนัย "พี่สาวแค่ช่วยไกด์ดิ้งให้ผมเท่านั้น"
หลี่เซียวถอนหายใจอย่างโล่งอก
หลี่โม่ไป๋ทิ้งตุ๊กตาแพนด้าไว้ให้เธอ
เธอจะหลับสนิทก็ต่อเมื่อมีอะไรให้กอดเท่านั้น
หลี่เซียว: "..."
ยานอวกาศเคลื่อนที่ไปอย่างราบรื่น จู่ๆ หลี่เซียวก็ลืมตาขึ้นจากการงีบหลับและเดินไปรื้อค้นกระเป๋าสัมภาระ
เขาหยิบหลอดยาออกมาหลอดหนึ่ง รูดม่านปิดกั้นความเป็นส่วนตัว แล้วเริ่มปลดเสื้อผ้าของฉู่เหอ
แผ่นหลังของเธอยังพอทน แต่ยิ่งทายาที่ด้านหน้า สีหน้าของเขาก็ยิ่งย่ำแย่ลง และมือก็เผลอลงน้ำหนักแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"อือ~" เสียงครางประท้วงดังลอดออกมาจากลำคอหญิงสาวใต้ฝ่ามือ
ฟังดูเหมือนเสียงลูกแมวร้อง
หลี่เซียวรีบตะปบมือปิดปากเธอไว้
เธอขมวดคิ้วมุ่น งับนิ้วของเขาโดยไม่รู้ตัว พร้อมส่งเสียง "อือ" อย่างขัดใจ
หลี่เซียวเหลือบมองออกไปนอกม่าน ก่อนจะดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง น้ำเสียงห้วนกระด้าง "เออๆ ไม่ทาแล้วก็ได้"
หลังจากจัดเสื้อผ้าให้เธอเรียบร้อย หลี่เซียวก็รูดม่านเปิดออกแล้วเดินออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา
"ผู้บัญชาการหลี่ คุณนี่มัน 'เหลือร้าย' จริงๆ"
หลี่โหย่วเอินเลิกผ้าปิดตาขึ้นข้างหนึ่งแล้วเอ่ยแซว
"ฉันแค่ทายาให้เธอ"
เส้นเลือดที่ขมับของหลี่เซียวเต้นตุบๆ เขารีบดึงม่านปิดให้เธออีกครั้ง
"ช่างเปราะบางเสียจริง"
...
ฉู่เหอหลับสบายเต็มอิ่ม
เมื่อตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองเกาะติดหนึบอยู่กับตัวหลี่เซียวราวกับปลาหมึก โดยมีตุ๊กตาแพนด้าวางแหมะอยู่บนอกเขา
หลี่เซียวเอามือหนุนศีรษะ เหม่อมองเพดานห้องโดยสาร ดูเหมือนจะเลิกขัดขืนไปนานแล้ว
ดูเหมือนชีวิตเขาจะรันทดน่าดู
ฉู่เหอตัดสินใจแกล้งหลับต่อทันที
"จะกอดฉันไปถึงเมื่อไหร่?"
ประกายตาอำมหิตวาบผ่านดวงตาของเขา
ฉู่เหอรีบปล่อยมือ ลุกขึ้นยืนเงียบๆ แล้วตีหน้าตายเดินจ้ำอ้าวไปล้างหน้าในห้องน้ำ
เมื่อเธอกลับออกมา หลี่เซียวก็เอนตัวนอนอย่างสบายอารมณ์ มือลูบหัวเจ้าแพนด้าเล่นเป็นจังหวะ
"...ค่ามลภาวะทางจิตของคุณเป็นยังไงบ้าง?"
หลี่เซียวปรายตามองเธอแวบหนึ่ง แล้วก้มหน้าลงตามเดิม "เรื่องของฉัน อย่ามายุ่ง!"
คุยดีๆ กับคนคนนี้ไม่ได้จริงๆ ด้วย
ฉู่เหอกระทืบเท้าเดินหนี
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็หันกลับมาแย่งตุ๊กตาแพนด้าคืนจากมือเขา
เมื่อสบตาดุๆ ของเขา เธอก็สวนกลับ "อย่ามาทำดุใส่ฉันตลอดเวลานะ"
ทันใดนั้น รังสีความเย็นยะเยือกก็พุ่งเข้าใส่เธอจากเก้าอี้เอนนอนตัวข้างๆ
ฉู่เหอสะดุ้งโหยง หันขวับไปมองตัวแข็งทื่อ
ดวงตาสองสีของสารวัตรซ่งฉายแววเย็นชาและหงุดหงิดจากการเพิ่งตื่นนอน สายตาคู่นั้นเย็นเยียบราวกับกำลังมองคนตาย
ตื่นแล้วเหรอ?
คนที่นี่น่ากลัวชะมัด!
ฉู่เหอกอดแพนด้าแน่น แสร้งทำใจดีสู้เสือเตรียมจะชิ่งหนี
แต่แล้วเสียงของหลี่โหย่วเอินก็ดังขึ้น "ไกด์ฉู่เหอ"
ว้าย!!!
เมื่อสารวัตรซ่งเห็นเส้นผมเถาวัลย์ของเธอกำลังโบกสะบัดไปมาอย่างบ้าคลั่ง ประกายแห่งชีวิตก็ค่อยๆ กลับคืนสู่ดวงตาของเขา
หลี่โหย่วเอินมองไปที่อ้อมแขนของเธอ "...คลายมือหน่อย แพนด้าจะขาดใจตายแล้ว"
"อ๊ะ!"
ฉู่เหอรีบคลายอ้อมกอด เจ้าก้อนกลมแพนด้าส่งเสียงร้องเบาๆ หัวห้อยตกลงไปพาดกับหลังมือเธอ ราวกับกำลังหอบหายใจและแลบลิ้นออกมา
น่ารักจัง!
เธอเกาคางและลูบคอสั้นๆ ของมันเพื่อปลอบขวัญ
"ได้ยินว่าเธอพกเสบียงมาจากมิตินั้นด้วยเหรอ?"
หลี่โหย่วเอินพับเก็บเก้าอี้เอนนอนและดึงโต๊ะกินข้าวออกมา ความหมายชัดเจนแจ่มแจ้ง
ฉู่เหอเหลือบมองหลี่เซียวโดยสัญชาตญาณ
หลังจากปรายตามองเธอ หลี่เซียวก็เบนสายตาไปทางผู้บัญชาการสูงสุดที่กำลังเดินเข้ามา... กู้หลิน
ฉู่เหอหยิบกล่องอาหารออกมาสองสามกล่องด้วยความประหม่า
ดวงตาของหลี่โหย่วเอินเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ
"พลังพิเศษด้านมิติมีอยู่จริงแฮะ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น!"
"ก็ไม่เลว"
กู้หลินก้มลงมองเธอ
ฉู่เหอเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาสีเงินแตกลายงาที่แฝงความเย็นชาของเขา
เขาสูงสง่าและน่าเกรงขาม ผ้าคลุมไหล่ของเครื่องแบบทหารทิ้งตัวลงที่แผ่นหลัง ใบหน้าหล่อเหลาและเที่ยงธรรม แผ่กลิ่นอายสงบนิ่งแต่กดดันยามมองผู้คน
นี่มันราชาหมาป่าตัวจริงชัดๆ!
ฉู่เหออยากจะก้าวถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณอีกแล้ว
แต่กู้หลินกลับเป็นฝ่ายถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้านหลัง
แรงกดดันมหาศาลที่กดทับฉู่เหออยู่พลันสลายไป
ถึงอย่างนั้น ตอนนี้ระดับสายตาของเขาก็ยังสูงพอๆ กับเธอที่ยืนอยู่
"เรื่องนี้อย่าเพิ่งให้คนอื่นรู้"
ฉู่เหอพยักหน้า "รับทราบค่ะ"
กู้หลินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นว่า "คุณสนใจจะไปที่ 'หอคอยขาวกลาง' ไหม?"