- หน้าแรก
- ใช้มิติปลูกป่าจนได้ทำสัญญากับเซนติเนลสุดแกร่งทั้งเก้า
- บทที่ 10 เข้าร่วมกับ ‘เถาวัลย์เขียว’
บทที่ 10 เข้าร่วมกับ ‘เถาวัลย์เขียว’
บทที่ 10 เข้าร่วมกับ ‘เถาวัลย์เขียว’
ชูเหอส่งเส้นใยแห่งจิตสัมผัสผ่านร่างภูติเถาวัลย์เข้าไปยังโลกแห่งจิตของเขาได้อย่างง่ายดาย
เสียง "กริ๊ก" ดังขึ้น
ปลอกคอไฟฟ้าของหลี่โม่ไป๋ปลดล็อกออกโดยอัตโนมัติ
เส้นใยเถาวัลย์โอบล้อมรอบร่างภูติหมีแพนด้า ไอสีดำแห่งการปนเปื้อนค่อยๆ ลอยออกมาจากตัวมัน
ขนบริเวณหัว หน้าท้อง และแผ่นหลัง ค่อยๆ กลับคืนสู่สีขาวสะอาด นัยน์ตาของมันเริ่มกลับมามีประกายสดใส และยื่นอุ้งเท้าออกมาเขี่ยเล่นกับเส้นใยเถาวัลย์อย่างซุกซน
เมื่อเห็นว่าเธอยังไม่มีทีท่าจะตัดการเชื่อมต่อ แววตาที่เคยมัวหมองของหลี่โม่ไป๋ก็ปรากฏความอ่อนโยนกระจ่างใสขึ้นวูบหนึ่ง เขาแนบใบหน้าถูไถกับแก้มของเธอเบาๆ
เส้นใยเถาวัลย์ทำหน้าที่ชำระล้างอย่างขะมักเขม้น มลภาวะค่อยๆ สลายหายไป
โลกแห่งจิตของเขาเผยให้เห็นทิวทัศน์ที่แท้จริง มันคือหุบเขาที่เต็มไปด้วยป่าไผ่เขียวชอุ่ม
น่าพอใจจริงๆ!
แต่แล้วโรคย้ำคิดย้ำทำของชูเหอก็กำเริบอีกจนได้ : ขอสะอาดกว่านี้อีกนิด ขออีกนิดน่า
เมื่อเธอตัดการเชื่อมต่อในที่สุด การควบคุมพลังจิตของเธอก็มาถึงขีดจำกัด ร่างกายอ่อนล้าจนแทบหมดแรง
เธอยังไม่ทันตั้งตัว ร่างกายก็สั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม
หลี่โม่ไป๋ส่งเสียงครางในลำคอแผ่วเบา รวบตัวเธอกอดไว้แน่นราวกับต้องการจะหลอมรวมเธอเข้าไปในร่างกายที่แข็งแกร่งและร้อนรุ่มของเขา
ชูเหอปล่อยให้เขากอดเธอที่ไร้เรี่ยวแรงอยู่อย่างนั้น
ทันใดนั้น หลี่โม่ไป๋ก็เงยหน้าขึ้น
ก่อนที่ชูเหอจะทันได้ตอบสนอง เขาก็ประคองท้ายทอยเธอแล้วประกบจูบลงมา
ไร้ซึ่งทักษะใดๆ มีเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ขบกัดอย่างหิวกระหาย
แรงกระตุ้นทางกายของเขาส่งผ่านเสื้อผ้ามาอย่างชัดเจน
ชูเหอตกใจจนรีบกัดตอบกลับไป
หลี่โม่ไป๋กระตุกเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ สงบลง
เขาไม่สนใจร่างกายที่อ่อนปวกเปียกของเธอ ชูเหอพยายามจะลุกออกจากอ้อมแขน แต่เขากลับรวบกอดเธอไว้อีกครั้ง ฝังใบหน้าลงกับซอกคอ สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างอดกลั้นและเงียบงัน
ช่างติดคนเสียจริง
จนกระทั่งทั้งสองผละออกจากกัน ชูเหอสังเกตเห็นว่าอุณหภูมิร่างกายของเขายังคงสูงมาก จึงเอ่ยถามอย่างไม่มั่นใจ "คงไม่ได้กระตุ้นอาการฮีทหรอกใช่ไหม?"
ตามหลักเหตุผลแล้ว ด้วยระดับของเธอ พลังจิตที่มีไม่น่าจะเพียงพอที่จะกระตุ้นอาการฮีทของเซนติเนลระดับสูงได้
"ไม่" แววตาปรารถนาของหลี่โม่ไป๋เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา เขาประคองเธอไว้ "ผมจะพาคุณไปอาบน้ำ"
"ฉันไปเองได้!"
ทันทีที่ชูเหอลุกขึ้น ขาของเธอก็อ่อนแรงจนเกือบทรุดลงกับพื้น
หลี่โม่ไป๋ยื่นมือมารับร่างเธอไว้ด้วยความรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
"...ฝากเจ้าแพนด้าของคุณไว้กับฉันได้ไหม?"
เธอยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่นี้
เธอให้สัญญา "ฉันจะไม่กวนมัน แค่ให้มันนอนข้างๆ ก็พอ"
"อืม"
เมื่อชูเหออาบน้ำเสร็จและเดินออกมา ก็เห็นหลี่โม่ไป๋กำลังเป่าขนให้เจ้าแพนด้าที่กำลังดิ้นรนขัดขืนและพยายามหนีทุกวิถีทาง
"สะอาดแล้ว"
จากนั้นเขาก็ช่วยเป่าผมให้เธอ
ชูเหอก้มมองสบตากับเจ้าแพนด้าในอ้อมแขน อืม... ช่างเถอะ
ก่อนจะผล็อยหลับไป เธอตรวจสอบมิติของตัวเอง พบว่าหนึ่งในสิบของลำต้นไม้เทพกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเถาวัลย์เขียวก็เริ่มผลิดอกตูมออกมาแล้ว
ปัญหาที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ก็เกือบจะสะสางเสร็จสิ้น
ชูเหอหลับตาลงอย่างสงบ
ต่อไปก็เหลือแค่เรื่องถอนหมั้น!
...เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น และในที่สุดก็ได้สำรวจบ้านหลังนี้อย่างจริงจังเสียที
มันเป็นบ้านเดี่ยวสามชั้นพร้อมระเบียง มีสวนเล็กๆ ที่หน้าบ้าน ด้านหนึ่งมีเพื่อนบ้าน ส่วนอีกด้านนอกกำแพงเป็นต้นไม้สูงใหญ่ร่มรื่น
"ชอบไหม?"
หลี่โม่ไป๋เดินออกมา เขายังคงดูเชื่องช้าเมื่อมองมาที่เธอ แต่ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับดูมีชีวิตชีวาสดใสขึ้นกว่าเดิม
"ชอบสิ" ชูเหอเห็นรอยแผลที่ริมฝีปากของเขาจึงรีบหลบสายตา แล้วลูบหัวเจ้าแพนด้าแก้เก้อพลางถาม "บ้านหลังนี้เป็นหอพักที่หอคอยขาวจัดสรรให้จริงๆ เหรอ?"
"ใช่ ผมจะพาคุณไปซื้อของมาตกแต่งเพิ่มนะ"
รอยยิ้มของชูเหอจางลงทันที
ตอนนี้เธอถังแตกอยู่นี่นา
"ฉันอยากขายบ้านหลังข้างนอกนั่น จะทำยังไงได้บ้าง?"
บ้านของเจ้าของร่างเดิมทั้งใหญ่โตและหรูหรา น่าจะขายได้เงินสตาร์คอยน์จำนวนมาก
เธอจะได้เอามาใช้หนี้สามหนุ่มก่อนบางส่วน
"พี่ไป๋ฉีเป็นคนหาบ้านหลังนั้นมา เดี๋ยวผมจะถามพี่เขาให้"
ขณะที่คุยกันอยู่ หลี่เซียวก็ปรากฏตัวที่หน้าประตูรั้ว
เขาดูเหมือนเพิ่งฝึกซ้อมเสร็จมาหมาดๆ กล้ามเนื้อที่ดูแข็งแกร่งเปี่ยมพลังแทบจะระเบิดออกมาจากเสื้อกล้ามรัดรูป กางเกงคอมแบทถูกยัดชายไว้ในรองเท้าบูททหาร และมือข้างที่ผลักประตูก็สวมถุงมือยุทธวิธีแบบเปิดนิ้ว
"นาย" เขาเห็นรอยกัดที่ริมฝีปากล่างของหลี่โม่ไป๋ นัยน์ตาคมกริบพลันฉายแววขุ่นมัว "ไปที่แผนกตรวจสอบเพื่อลบประวัติแจ้งเตือนระดับมลภาวะซะ"
"ส่วนเธอ มากับฉัน ไปทำเรื่องรายงานตัวเข้าทำงาน"
เขาหันมามองและเห็นรอยแดงจางๆ บนลำคอขาวผ่องของชูเหอ ความหงุดหงิดก็พุ่งพล่านขึ้นในดวงตา "รีบไปเปลี่ยนชุด ฉันไม่มีเวลามานั่งรอเธอหรอกนะ"
เธอไม่เคยเห็นใครอารมณ์ร้ายขนาดนี้มาก่อน ชูเหออยากจะถอนหายใจออกมาอีกรอบ
"ฉันมีเรื่องจะพูด เข้าไปข้างในก่อนเถอะ"
หลี่เซียวไม่ขยับ เธอจึงเสริมว่า "แค่สองประโยคเท่านั้นแหละ"
ชูเหอเดินนำเข้าไปในบ้าน หลี่โม่ไป๋มองหลี่เซียวด้วยท่าทีเนิบนาบ "นายสัญญากับพี่ไป๋ฉีแล้วว่าจะพยายามเข้ากันให้ได้ อย่าใจร้ายกับเธอนักสิ"
สายตาของหลี่เซียวยิ่งดูหงุดหงิดมากขึ้นขณะก้าวตามเข้าไปในบ้าน
"เช็ดตัวซะหน่อยสิ" ชูเหอยื่นผ้าขนหนูให้เขา
ผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้าของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อ
ขณะที่ชูเหอคิดว่าเขาคงไม่รับและกำลังจะยัดใส่มือเขา เขาก็คว้ามันไปเช็ดอย่างแรง
"มีอะไรก็รีบพูดมา!"
"เรื่องถอนหมั้นค่ะ" ชูเหอเอ่ยขึ้น
มือที่กำลังเช็ดเหงื่อของหลี่เซียวชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบเย็นเยียบลง
หลี่โม่ไป๋ทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป
ชูเหอรู้สึกประหม่า "ฉันเคยสัญญากับพวกคุณว่าจะถอนหมั้นหลังจากเรื่องลูกชายท่านประธานจบลง"
"แต่เมื่อคืนฉันส่งข้อความหาเจ้าหน้าที่บริหารไป๋ เขาบอกว่าช่วงนี้ยุ่งมาก อีกหนึ่งเดือนถึงจะมาคุยกับพวกเราด้วยตัวเอง"
"พวกคุณมีใครขัดข้องไหมคะ?"
หลี่โม่ไป๋ส่ายหน้า
"ก็แล้วแต่เธอ" หลี่เซียวโยนผ้าขนหนูทิ้งแล้วหันไปมองหลี่โม่ไป๋ "นายพาเธอไปแผนกบริหารก็แล้วกัน"
ชูเหอรู้สึกจนใจแต่ก็โล่งอก
ไป๋ฉีคือยาวิเศษช่วยชีวิตเธอ มันคงไม่เหมาะที่จะถอนหมั้นกับเขาในตอนนี้
และเห็นได้ชัดว่าพวกเขาสามคนสนิทกันมาก เธอจะปฏิเสธการถอนหมั้นกับไป๋ฉีเพียงเพราะเขามีประโยชน์ แต่เลือกถอนหมั้นกับอีกสองคนเพราะไม่มีประโยชน์ไม่ได้ นั่นจะยิ่งทำให้พวกเขาเกลียดเธอมากขึ้นไปอีก
เธอจะใช้เวลาหนึ่งเดือนนี้เพื่อสร้างความมั่นคงในหน้าที่การงานและปรับปรุงความสัมพันธ์กับพวกเขา เผื่อว่าตอนเจรจาถอนหมั้น เธอจะได้หาทางออกที่ดีในการรักษาอาการซินโดรมการปนเปื้อนของเธอ...
ณ ชั้นที่ 105 ในห้องทำงานของผู้ว่าการ
ชูเหอวางมือบนเข่า นั่งมองชายหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะอย่างสงบเสงี่ยม
"ผมชื่อ เมิ่งจี้ ต่อไปนี้จะเป็นเจ้านายของคุณ"
เขาเป็นชายวัยสามสิบเศษ สวมเครื่องแบบทหารอย่างไม่เรียบร้อยโดยปลดกระดุมเสื้อคลุมออกเกือบหมด ท่าทางของเขาแฝงความเกียจคร้านราวกับเสือดาว แต่ซ่อนความแหลมคมไว้ภายใน
"สวัสดีค่ะผู้การ ฉันชื่อชูเหอค่ะ"
ชูเหอกวาดตามองซองบุหรี่ที่กระจัดกระจาย ไฟแช็ก ยาแก้ปวดท้อง กาแฟ และกองเอกสารบนโต๊ะ ประเมินคร่าวๆ ว่าเขาคงเป็นหัวหน้าประเภทไม่ถือตัว
"ผมรู้"
เมิ่งจี้เลิกคิ้วและยิ้ม นัยน์ตาสีทองอร่ามกวาดมองหน้าจอตรงหน้า
บนหน้าจอกำลังฉายภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่ชูเหอข้ามมิติมาที่นี่แบบเงียบๆ
เมื่อเห็นรอยยิ้มล้อเลียนของเขา ชูเหอก็รู้สึกร้อนตัวขึ้นมาทันที คิดว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องราวของเจ้าของร่างเดิมกับคู่หมั้นทั้งสาม เธอจึงหลุบตาลงด้วยความอึดอัดใจ
สายตาของเมิ่งจี้จับจ้องไปที่ใบหน้างดงามของเธอ เห็นขนตายาวหนาทาบทับเป็นเงาโค้งสวยใต้ดวงตาที่สั่นระริกยามกระพริบตา
เขาเดาะลิ้น หยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง ทำท่าจะจุดสูบ แต่เมื่อชำเลืองมองเธอ เขาก็โยนมันกลับลงบนโต๊ะ แล้วล้วงอมยิ้มสองอันออกมาจากลิ้นชักแทน
เขายื่นรสสตรอว์เบอร์รีให้ชูเหอ "ดูเหมือนคุณจะชอบรสนี้นะ"
"ขอบคุณค่ะ" ชูเหอรับมาถือไว้เงียบๆ "ขอถามหน่อยได้ไหมคะว่าฉันต้องเตรียมอะไรบ้างสำหรับการเริ่มงาน?"
"คุณต้องเข้มแข็งกว่านี้หน่อย"
เมิ่งจี้แกะเปลือกอมยิ้มแล้วเคี้ยวมันจนแตกละเอียด
ชูเหอเงยหน้ามองด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจ
นิสัยของเจ้าของร่างเดิมนั้นเข้มแข็งมาก แต่ทว่า... เธอไม่อยากใช้ชีวิตแบบนั้นอีกแล้ว