เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 จูบใต้ต้นมิสเซิลโท

บทที่ 26 จูบใต้ต้นมิสเซิลโท

บทที่ 26 จูบใต้ต้นมิสเซิลโท


บทที่ 26 จูบใต้ต้นมิสเซิลโท

"เฉิงเย่ ฉันจะพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดีของคุณให้ได้ เพราะงั้น คุณช่วยพยายามเข้าใกล้ตัวคุณในวัย 31 ปีให้มากกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ?"

แล้วเฉิงเย่วัย 31 ปี กับเฉียวหร่านวัย 33 ปี เขาทำอะไรกันบ้างล่ะ?

คำตอบมันชัดเจนในตัวเองอยู่แล้ว

พวกเขาเป็นสามีภรรยากันทั้งในนามและพฤตินัย รู้ดีว่าลูกเกิดมาได้ยังไง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงของเล่นพวกนั้นที่เห็นคาตากันทั้งคู่

สีหน้าของเฉียวหร่านยังคงราบเรียบ แต่แววตาเข้มลึกขึ้น เธอปรายตามองมาทางเขา สายตานั้นเหมือนทั้งให้กำลังใจและยั่วยวนไปพร้อมๆ กัน เฉิงเย่เหมือนจะไม่เข้าใจ แต่ก็เหมือนจะเข้าใจ

เรื่องของผู้ใหญ่ บางทีไม่ต้องพูดออกมาตรงๆ แค่สบตาหรือขยับตัวนิดเดียวก็มองทะลุปรุโปร่งไปถึงข้างใน เฉิงเย่กลืนน้ำลายลงคอ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงสองครั้ง ภายใต้สายตาของเฉียวหร่าน เขาพยักหน้า

"ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด"

เฉียวหร่านรุกต่อ "ทำอะไรให้ดีคะ?"

เฉิงเย่ตอบอย่างจริงจัง "ทำหน้าที่สามีของคุณครับ"

"แล้วสามีที่ดีควรทำยังไงบ้างคะ?" เฉียวหร่านเงยหน้าสบตาเขา "มาตรฐานของสามีที่ดี คือต้องมีฉันคนเดียวในใจ เชื่อฟังฉันทุกอย่างที่ฉันสั่ง ใช่ไหม?"

เฉิงเย่พยักหน้า ข้อดีที่สุดของเขาคือการเป็นผู้ฟังที่ดี ตอนเด็กเชื่อฟังย่า ที่โรงเรียนเชื่อฟังครู ที่ทำงานเชื่อฟังบอส แต่งงานแล้วก็ต้องเชื่อฟังเมียเป็นธรรมดา

เฉียวหร่านเป็นทั้งบอสและเมีย ไม่ว่าเธอจะสั่งอะไร เขาก็พร้อมตอบรับ "รับทราบครับ!"

"ในเมื่อคุณไม่มีข้อโต้แย้ง งั้นเรามาลงนามประทับตรายืนยันข้อตกลงกันหน่อยดีไหมคะ?"

สมกับเป็นบอสใหญ่ คิดรอบคอบถี่ถ้วนถึงขนาดต้องมีข้อตกลง เฉิงเย่ตอบ "ผมไม่มีปัญหาครับ"

เฉียวหร่านวางแก้วไวน์แล้วลุกขึ้น "รอตรงนี้แป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวฉันมา"

เฉิงเย่มองตามหลังเฉียวหร่านไป พลางสงสัยว่าเธอจะไปทำอะไร คงไม่ได้ไปหยิบกระดาษกับปากกามาจริงๆ หรอกนะ?

เฉียวหร่านคงไม่สบายใจ จะร่างสัญญามาเซ็นกันก็พอเข้าใจได้ แต่ไอ้ประทับตรานี่สิ จะใช้ตราอะไร?

เฉิงเย่คออ่อน ดื่มไวน์ไปแค่สองแก้วก็เริ่มมึนๆ แล้ว

เขานั่งเท้าคางมองไปทางที่เฉียวหร่านเดินหายไป

ไม่ถึงนาที เฉียวหร่านก็เดินกลับมา ในมือถืออะไรบางอย่าง... พอเข้ามาใกล้ ถึงเห็นว่าเป็นช่อมิสเซิลโท

เฉียวหร่านยื่นดอกไม้ให้เขา "ให้คุณค่ะ"

เฉิงเย่วางแก้วไวน์ รับดอกไม้มา "ให้ผมเหรอครับ?" ให้ทำไมเนี่ย?

"ใช่ค่ะ" เฉียวหร่านม้วนปลายผมเล่น ถามอย่างไม่ใส่ใจ "คุณรู้ความหมายของมิสเซิลโทไหมคะ?"

เฉิงเย่ส่ายหน้า ขนาดชื่อต้นไม้เขายังเพิ่งรู้จัก แล้วจะไปรู้ความหมายได้ยังไง

"ขยับมาใกล้ๆ สิคะ เดี๋ยวฉันบอกให้"

นั่งห่างกันแค่เมตรเดียว ยังต้องใกล้กว่านี้อีกเหรอ? ถึงจะคิดแบบนั้น แต่เฉิงเย่ก็ยอมลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย

แต่จังหวะที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืนนั่นเอง เฉียวหร่านก็โน้มตัวลงมาจูบเขา

ทันทีที่ริมฝีปากสัมผัสกัน สมองที่มึนงงของเฉิงเย่ก็ขาวโพลนไปหมด เขาเผยอปากรับโดยสัญชาตญาณ สูดดมกลิ่นกายของเธออย่างตะกละตะกลาม

หอมหวาน... กลิ่นไวน์ผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเฉียวหร่าน

ร่างกายเขาเหมือนสัตว์ป่าที่ถูกขังมานาน พอหลุดจากกรง สัญชาตญาณดิบก็พุ่งพล่านจนคุมไม่อยู่ ร่างกายเขาโหยหาเฉียวหร่าน อยากจะตักตวงให้มากกว่านี้

เขานั่งอยู่ ส่วนเฉียวหร่านยืน เธอเป็นฝ่ายคุมเกม

เฉียวหร่านเหมือนรู้ทันความคิดเขา มือเธอแตะที่ลำคอเขา สัมผัสถึงผิวที่ร้อนผ่าวและชีพจรที่เต้นรัว เธอลูบไล้เบาๆ เหมือนจะปลอบประโลม แต่กลับยิ่งทำให้เขาร้อนรุ่มขึ้นไปอีก

เมื่อการมองเห็นถูกปิดกั้น ประสาทสัมผัสอื่นก็ตื่นตัวขึ้นมหาศาล... อุณหภูมิของริมฝีปาก ความชื้นแฉะภายใน และกลิ่นกายของกันและกัน

ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เฉียวหร่านถึงถอนริมฝีปากออก ปลายนิ้วเธอกดคลึงที่ริมฝีปากของเฉิงเย่เบาๆ

แรงเสียดสีทำให้รู้สึกคันยุบยิบ เฉิงเย่หายใจหอบถี่ อยากจะกัดนิ้วซุกซนนั่นให้หายหมั่นเขี้ยว

"มิสเซิลโททำให้แม้แต่คนเย็นชาที่สุดยังต้องก้มหัวให้จูบ ตำนานบอกว่าการจูบใต้ต้นมิสเซิลโทจะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและนำมาซึ่งพรแห่งความรักนิรันดร์" พูดจบ เฉียวหร่านก็จูบเขาอีกครั้ง "นี่คือตราประทับที่ฉันให้คุณค่ะ"

ใช้มิสเซิลโทเป็นข้ออ้างเพื่อเข้าใกล้คุณ จูบคุณ ใช้ชีวิตร่วมกับคุณ และหลงระเริงไปพร้อมกับคุณ

เฉียวหร่านพินิจใบหน้าเขา ปลายนิ้วลากไล้จากมุมปาก ผ่านลำคอ ลงมาที่หน้าอก แล้วลากนิ้วเขียนชื่อตัวเอง "เฉียวหร่าน" ลงไปตรงตำแหน่งหัวใจ

"ลงนามเสร็จเรียบร้อย ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นเฉิงเย่วัย 26 หรือ 31 ปี คุณก็เป็นของฉันแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์เลือกค่ะ" เฉียวหร่านพูดด้วยน้ำเสียงของผู้ชนะ

ถ้าจะแข่ง เธอต้องเป็นที่หนึ่ง ถ้าจะทำอะไร เธอต้องทำให้ดีที่สุด เธอเรียกร้องจากคนอื่น ตัวเธอเองก็ต้องทำให้ได้มาตรฐานนั้นด้วย

อย่างเช่นในบทบาทภรรยาของเฉิงเย่ เธอจะเรียนรู้ที่จะรักเขา

และความ "รัก" ไม่ควรเป็นสิ่งที่สูงส่งจนเอื้อมไม่ถึง ไม่ควรแขวนอยู่บนหน้าผา และไม่ควรเป็นสิ่งที่สัมผัสไม่ได้หรือทำให้รู้สึกเหมือนเดินบนน้ำแข็งบางๆ

ดังนั้น เธอจึงเต็มใจที่จะเป็นฝ่ายก้มหัวลงจูบเขา เพื่อให้เขาสัมผัสถึงความรักและความจริงใจของเธอ

ถ้าระยะห่างระหว่างใจยังไม่ลดลง ก็ลดระยะห่างทางกายก่อน ร่างกายคนเรายากจะต่อต้านปฏิกิริยาตอบสนองทางธรรมชาติ ถ้าร่างกายสบาย เดี๋ยวใจก็ตามมาเอง

แม้จะเป็นจูบที่เงียบงัน แต่เฉียวหร่านรู้สึกได้ว่าเฉิงเย่ชอบมัน

เฉิงเย่เหมือนปลาที่เธอจับได้ ต่อให้ดิ้นแค่ไหนก็หนีไม่พ้นฝ่ามือเธอ เฉียวหร่านกำลังคิดว่าจะ "กิน" ปลาตัวนี้ยังไงดีนะ... จะต้ม นึ่ง หรือทอดดี?

ลูกกระเดือกของเฉิงเย่ขยับขึ้นลง เขามองช่อมิสเซิลโทในมืออย่างมึนงง: หรือว่าเฉียวหร่านวางแผนจะจูบเขาตั้งแต่ตอนเลือกดอกไม้แล้ว? ทำไมเธอถึงจูบเขา? เธอชอบเขาเหรอ? ชอบตั้งแต่เมื่อไหร่?

ชั่วขณะหนึ่ง ในหัวเฉิงเย่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

เฉียวหร่านเห็นเขายืนนิ่งไม่ขยับ ถ้าไม่ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามใต้ฝ่ามือ เธอคงนึกว่าเขาเป็นอะไรไปแล้ว เธอตบไหล่เขาเบาๆ "เป็นอะไรไปคะ? ขอฟีดแบ็กหน่อยสิ"

ฟีดแบ็กเหรอ?

เหมือนสวิตช์ถูกสับ เฉิงเย่ดึงเธอลงมานั่งบนตัก ท่ามกลางแสงสลัว เขาเงยหน้าขึ้นประกบจูบเธอทันที

ลมหายใจของเฉียวหร่านแผ่วเบาเหมือนขนนกปัดผ่านหน้า ทำให้หัวใจเขาคันยุบยิบ

ปฏิกิริยาของเฉียวหร่านเหมือนยาโด๊ปชั้นดีสำหรับเขา พลิกบทบาทจากฝ่ายรับเป็นรุก เฉิงเย่กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญโดยสัญชาตญาณ ริมฝีปากและลิ้นพัวพันแนบแน่น เขากอดเธอไว้แน่น จูบเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า พอเฉียวหร่านเริ่มหายใจไม่ทัน เขาก็ผละออก พอเธอหายใจได้คล่อง เขาก็ประกบจูบลงไปใหม่

เฉียวหร่านหายใจไม่เป็นจังหวะ ร่างกายอ่อนระทวย เธอเกาะไหล่เขาไว้แน่นเพื่อพยุงตัว หอบหายใจถี่ เธอเข้าใจซึ้งถึงศักยภาพของร่างกายนี้แล้ว

ร่างกายวัย 33 ปีของเธอตอบสนองไวมากจนควบคุมตัวเองลำบาก เฉิงเย่ประคองใบหน้าเธอ จูบไล่จากริมฝีปากไปถึงติ่งหู เสียงเขาทุ้มต่ำแหบพร่า "ภรรยาครับ ฟีดแบ็กนี้... ผ่านไหมครับ?"

ดวงตาเฉียวหร่านพร่ามัว เธอส่งเสียง "อืม" ในลำคอเบาๆ ไม่รู้ว่าเป็นคำตอบหรือเสียงคราง...

ทั้งสองพัวพันกันนัวเนียใต้แสงจันทร์ เคล้าเสียงกบเขียดร้องระงมและสายลมเย็นที่พัดผ่านแก้มแดงก่ำ จังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

เฉียวหร่านยอมแพ้ในที่สุด เธอผลักเขาออกเบาๆ "โทรศัพท์คุณดังแน่ะ"

เฉิงเย่ลืมตาขึ้นมาอย่างเสียดาย พอสบตากัน ทั้งคู่ก็หันหน้าหนีโดยสัญชาตญาณ เพื่อปรับลมหายใจให้เป็นปกติ

จบบท

จบบทที่ บทที่ 26 จูบใต้ต้นมิสเซิลโท

คัดลอกลิงก์แล้ว