- หน้าแรก
- ร้านสัตว์เลี้ยงของเซียนฝึกอสูร
- ตอนที่ 5 : วิหคชิงหลวนกำลังป่วย
ตอนที่ 5 : วิหคชิงหลวนกำลังป่วย
ตอนที่ 5 : วิหคชิงหลวนกำลังป่วย
ตอนที่ 5 : วิหคชิงหลวนกำลังป่วย
"เข้ามาเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ"
จี้หรานผลักประตูกระจกเปิดออก และเดินนำเข้าไปด้านใน
ทันทีที่ประตูเปิดดังเอี๊ยด กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ ชวนให้นึกถึงป่าหลังฝนตก ผสานกับกลิ่นชาอ่อนๆ ก็ลอยเข้ามาปะทะจมูก
กลิ่นหอมนี้ไม่ได้รุนแรง แต่มันเหมือนมือที่มองไม่เห็น ช่วยคลายรอยย่นระหว่างคิ้วของสวีหลินได้ในทันที
เธอสูดหายใจลึก ลมหายใจที่เคยติดขัดเพราะความวิตกกังวลกลับราบรื่นขึ้นอย่างน่าประหลาด
"เถ้าแก่จี้ ร้านของคุณ... กลิ่นหอมจังเลยค่ะ" สวีหลินถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัว มือที่กำกรงนกแน่นคลายลงเล็กน้อย
"เหรอครับ? อาจจะเป็นเพราะผมชอบดื่มชาในร้าน แล้วก็เพิ่งทำความสะอาดเสร็จด้วยมั้งครับ"
จี้หรานวางถุงในมือลงที่มุมห้อง หันกลับมาผายมือให้สวีหลินวางกรงนกบนเคาน์เตอร์
เจ้าถ่านหินที่เดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับกรงที่คลุมด้วยผ้าสีดำ ทันทีที่มันยื่นหน้าเข้าไปดม ก็ถูกเท้าของจี้หรานกันไว้อย่างนุ่มนวล
"ไปๆ ไปเล่นที่อื่น อย่าไปทำให้แขกตกใจ"
ถ่านหินร้องงิ้ดๆ ด้วยความน้อยใจ แต่มันก็เชื่อฟังมาก มันกระดิกหางวิ่งไปฟ้อง "พั่งหู่" เจ้าแมวส้มยักษ์ที่ยังคง "นั่งสมาธิ" อยู่บนเคาน์เตอร์
เมื่อเห็นฉากนี้ แววตาของสวีหลินฉายแววอิจฉาแวบหนึ่ง สัตว์ในร้านนี้ดูสงบนิ่งและมีความสุขจัง
"มาครับ ขอผมดูเจ้าตัวเล็กหน่อย"
จี้หรานล้างมือและส่งสัญญาณให้สวีหลินเปิดผ้าคลุมสีดำออก
สวีหลินเม้มปาก ดูลังเลเล็กน้อยราวกับกลัวว่าภาพในกรงจะทำให้จี้หรานตกใจ แต่ในที่สุดเธอก็ค่อยๆ ดึงผ้าคลุมสีดำออก
พรึ่บ—
ทันทีที่แสงส่องเข้าไป
"กริ๊ซซซ!!!"
เสียงร้องแหลมสูงเสียดแทงทำลายความสงบของร้านในทันที
ภายในกรง นกค็อกคาเทียลตัวหนึ่งกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง ขนปลิวว่อนไปทั่ว ในที่สุดมันก็หดตัวเข้าไปในมุมที่มืดที่สุดของกรง ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง ดวงตาเล็กๆ เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและระแวดระวังถึงขีดสุด
แม้จี้หรานจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่คิ้วของเขาก็อดขมวดไม่ได้เมื่อเห็นสภาพของมัน
น่าสงสารเกินไปแล้ว
เจ้าตัวเล็กที่ควรจะมีหงอนสีเหลืองสวยงามและแก้มสีแดงสดใส ตอนนี้ขนที่หน้าอกของมันถูกดึงออกจนเกือบหมด เผยให้เห็นเนื้อสีชมพู บางจุดยังมีเลือดซึมและตกสะเก็ดสีแดงเข้ม บนหนังสือพิมพ์ที่รองกรงเต็มไปด้วยขนที่ถูกกัดขาด
【คำเตือน! ตรวจพบความผิดปกติของดวงจิตเทวะในสัตว์วิญญาณ!】
【เป้าหมาย : ทายาทวิหคชิงหลวน】
【สถานะ : จิตเต๋าแตกสลาย, ธาตุไฟเข้าแทรก】
【สาเหตุ : สัมผัสกับปราณชั่วร้ายเป็นเวลานาน, ปีศาจในใจหยั่งรากลึก, ดวงจิตเทวะจวนเจียนจะพังทลาย】
หน้าต่างสีแดงของระบบเด้งขึ้นมาได้จังหวะพอดี แม้จะยังคงความเบียวเต็มพิกัด แต่ทุกคำก็บ่งบอกถึงความรุนแรงของสถานการณ์
จี้หรานเมินเฉยต่อคำบรรยายสุดเว่อร์วังพวกนั้น เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย ใช้สายตาที่ได้รับการอัปเกรดกวาดมองผิวหนังที่เปิดโล่งของนกแก้วผ่านกรงอย่างรวดเร็ว
ไม่มีรอยแดงบวม ไม่มีรังแค ไม่มีร่องรอยของปรสิตไต่ยั้วเยี้ย
"ตัดเรื่องโรคผิวหนังและปรสิตออกไปได้" จี้หรานคิดอย่างค่อนข้างมั่นใจ จากนั้นชำเลืองมองมูลนกที่ก้นกรง "ระบบย่อยอาหารก็ปกติ"
งั้นก็เป็นแบบที่ยุ่งยากที่สุด
"โรคถอนขนตัวเอง"
จี้หรานยืดตัวตรงและมองสวีหลิน น้ำเสียงมั่นใจ "และสาเหตุมาจากทางจิตใจครับ"
หน้าของสวีหลินซีดลงขณะพยักหน้า "ใช่ค่ะ หมอก็บอกแบบนั้น หมอบอกว่าเป็นโรคซึมเศร้า ให้ยามา แล้วฉันก็ซื้อคอลล่าร์มาใส่ให้ แต่พอลองถอดออก มันก็เริ่มถอนขนตัวเองอย่างบ้าคลั่ง... บางทีถอนจนปากเปื้อนเลือดไปหมด"
ถึงตรงนี้ เสียงของสวีหลินเริ่มสั่นเครือ และมือของเธอก็เริ่มแกะขอบเล็บตัวเองโดยไม่รู้ตัว จนข้อนิ้วซีดขาวจากการออกแรง "เมื่อก่อนมันนิสัยดีมาก ผิวปากได้ เรียกชื่อฉันได้... เดี๋ยวนี้มันไม่เรียกหาฉันเลย เอาแต่กรีดร้องอย่างเดียว"
เมื่ออารมณ์ของสวีหลินแปรปรวน นกแก้วในกรงดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึง "คลื่นแม่เหล็ก" แห่งความวิตกกังวลนั้น มันยิ่งสั่นหนักขึ้น ก้มหัวลงเตรียมจะใช้ปากแหลมๆ จิกแผลที่หน้าอกตัวเองอีกครั้ง
"อ๊ะ! อย่าจิกนะ!" สวีหลินร้องลั่น ยื่นมือออกไปจะเคาะกรงเพื่อหยุดมันตามสัญชาตญาณ
"ชู่วว—"
จี้หรานยกนิ้วชี้แตะริมฝีปากทันที ส่งเสียงห้ามปรามเบาๆ
"อย่าขยับครับ"
เสียงของเขาไม่ดัง ไม่รีบร้อน หรือหงุดหงิด แต่กลับแฝงไปด้วยความสงบประหลาดที่ทำให้สวีหลินชะงักการเคลื่อนไหวไปโดยอัตโนมัติ
"ยิ่งคุณร้อนรนและขยับตัวแรงเท่าไหร่ มันยิ่งรู้สึกว่ามีอันตรายอยู่รอบตัวครับ" จี้หรานอธิบายเบาๆ จากนั้นหยิบผ้าสีดำจากใต้เคาน์เตอร์มาคลุมกรงนกไว้สามด้าน เหลือเพียงช่องมองเล็กๆ ที่หันมาทางตัวเขาเอง
นี่เรียกว่า "การจำกัดการมองเห็น" ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับนกที่กำลังตื่นกลัวได้
เมื่อทำเช่นนี้แล้ว จี้หรานไม่ได้รีบร้อนจะใช้มือจับ แต่ลากเก้าอี้มานั่งลงหน้ากรง
เขาปรับระดับความสูงเล็กน้อยให้สายตาของเขาอยู่ต่ำกว่าระดับสายตาของนกแก้ว เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากการ "ถูกจ้องมองจากผู้ล่า"
สวีหลินยืนอยู่ข้างๆ ไม่กล้าส่งเสียง จ้องมองจี้หรานอย่างใจจดใจจ่อ
เธอเห็นว่าเถ้าแก่หนุ่มคนนี้ไม่ได้จับนกเพื่อป้อนยาอย่างรุนแรงเหมือนสัตวแพทย์คนก่อนๆ แต่เขานั่งนิ่งๆ แววตาใสกระจ่างและสงบสุข จากนั้นเขาค่อยๆ ยื่นนิ้วออกไปแตะเบาๆ ที่ตะแกรงลวดของกรง
เสียงผิวปากที่เบาหวิวและเชื่องช้าดังออกมาจากปากของเขา
"วิ๊วว— วิ๊วว—"
นี่คือการเลียนแบบเสียงความถี่ต่ำที่นกทำเวลาพักผ่อนอยู่ในรัง หรือที่เรียกว่า "เสียงผิวปากกล่อม"
จี้หรานเรียนรู้เทคนิคนี้มาจากปู่ ว่ากันว่ามันจำลองความรู้สึกปลอดภัยที่แม่นกมอบให้ แต่ต้องอาศัยการควบคุมลมหายใจขั้นสูง
ถ้าเป็นจี้หรานผู้อ่อนแอคนเดิม อย่าว่าแต่กล่อมเลย เป่าแค่สองทีก็คงหมดลมแล้ว เขาคงไม่มีทางควบคุมโทนเสียงได้เหมือนปู่
แต่ตอนนี้ หลังจากได้รับการชำระล้างด้วยชาจิตวิญญาณ ลมหายใจของจี้หรานยาวและมั่นคง เสียงผิวปากราวกับลำธารที่ไหลเอื่อยๆ ต่อเนื่องและนุ่มนวลอย่างที่สุด
【เจ้าสำนักกำลังใช้วิชาคลื่นเสียง "มนตราหัวใจบริสุทธิ์สันติสุขสากล" พยายามซ่อมแซมจิตเต๋าที่แตกสลายของสัตว์วิญญาณ】
จี้หรานเมินเฉยต่อความเล่นใหญ่ของระบบและจดจ่ออยู่กับนกแก้ว
หนึ่งนาที... สองนาที... ฉากมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้น
ภายในกรง นกแก้วที่เคยเครียดจัดและพร้อมจะทำร้ายตัวเอง ค่อยๆ หยุดการเคลื่อนไหว
มันเอียงหัวล้านเลี่ยนเล็กน้อย ดวงตาเล็กๆ ที่เคยหวาดกลัวจ้องมองนิ้วของจี้หรานที่ดูไร้พิษภัย เมื่อได้ฟังเสียงผิวปากนุ่มนวลนั้น อาการสั่นของร่างกายมันก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
มันลังเลอยู่นาน ก่อนจะก้าวเท้าเล็กๆ ออกมาอย่างกล้าๆ กลัวๆ มันไม่ได้จิกแผลตัวเอง แต่กลับพิงกรงอย่างอ่อนล้า อยู่ข้างๆ นิ้วของจี้หราน
"จิ๊บ..."
เสียงร้องที่เบาหวิวและอ่อนแรงดังขึ้น ไม่ใช่เสียงกรีดร้องอีกต่อไป แต่เป็นเสียงพึมพำแผ่วเบาเหมือนกำลังอ้อน
เฮ้อ...
เมื่อเห็นภาพนี้ ไหล่ของสวีหลินที่เกร็งเครียดมาตลอดก็ลู่ลงเล็กน้อยในที่สุด
จี้หรานไม่ได้หันกลับไปมองเธอ แต่ถอนหายใจในใจ
"นกตัวนี้ขวัญกระเจิงไปหมดแล้ว แต่คนเลี้ยงดูเหนื่อยล้ายิ่งกว่านกซะอีก... ดูเหมือนจะมีอาการประสาทกินหน่อยๆ ด้วยซ้ำ"
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้พูดออกมา เขาแค่ลุกขึ้นและหยิบใบฝากเลี้ยงมายื่นให้สวีหลิน
"สำหรับโรคถอนขนเพราะปัญหาจิตใจแบบนี้ ยาเป็นแค่ตัวช่วยครับ กุญแจสำคัญคือสภาพแวดล้อม" จี้หรานพูดอย่างสบายๆ "ตอนนี้มันรับสิ่งเร้าอะไรไม่ได้เลย ถ้าคุณไว้ใจผม ฝากมันไว้ที่นี่สักสองสามวัน ที่นี่อาจจะเล็กแต่เงียบสงบ ไม่มีเสียงรบกวน เหมาะแก่การพักฟื้นครับ"
สวีหลินรับใบฝากเลี้ยงมา มองดู "พีพี" ที่สงบลงในกรง ขอบตาของเธอแดงระเรื่อ "ฉันเชื่อค่ะ แน่นอนว่าฉันเชื่อ... งั้นต้องรบกวนเถ้าแก่จี้ด้วยนะคะ"
"ยินดีครับ ผมทำธุรกิจนี่นา"
จี้หรานรับกรงนกไปแขวนไว้ในจุดที่อากาศถ่ายเทดีและมีแสงแดดส่องถึงพอประมาณ ไกลจากพั่งหู่ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ก่อนที่เธอจะกลับ จี้หรานมองรอยคล้ำใต้ตาของสวีหลิน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเบนบทสนทนาไปที่ "สัตว์เลี้ยง":
"จริงสิครับ คุณสวี ช่วงสองสามวันนี้พยายามทำจิตใจให้สบายนะครับ สัตว์เลี้ยงเซนซิทีฟมาก บางทีพอเจ้าของเหนื่อยหรือเครียดเกินไป พวกเขาก็สัมผัสได้ ต้องรอให้คุณพักผ่อนให้เพียงพอแล้วมารับเขาด้วยความสดชื่น อาการป่วยของเขาถึงจะหายขาดครับ"
สวีหลินชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอเม้มริมฝีปากที่แห้งผาก ดูเหมือนจะซาบซึ้งกับความเป็นห่วงทางอ้อมนี้ และฝืนยิ้มออกมา "ค่ะ... ขอบคุณที่เตือนนะคะ เถ้าแก่จี้"
หลังจากส่งทั้งสองกลับไป
จี้หรานมองดูนกแก้วหัวล้านที่เริ่มสัปหงกบนคอน แล้วมองแผ่นหลังของสวีหลินที่เดินจากไปอย่างเร่งรีบนอกประตู ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบ
"สมัยนี้ ไม่ว่าจะคนหรือนก ก็หาเวลานอนหลับดีๆ ยากเต็มที"
【ติ๊ง! ภารกิจย่อยถูกกระตุ้น : ก่อตั้งสถานพักฟื้นสัตว์วิญญาณประจำสำนัก (0/1)】
【เป้าหมายภารกิจ : เยียวยา "จิตเต๋าที่แตกสลาย" ของทายาทวิหคชิงหลวนให้สำเร็จ】
【คำอธิบาย : ช่วยชีวิตนกหนึ่งตัว ได้บุญยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น】
จี้หรานเหลือบมองแผงระบบแล้วยิ้ม
"เอาล่ะเจ้าตัวเล็ก อยู่กับท่านอาจารย์เซียนคนนี้ อย่างอื่นไม่รับปาก แต่รับรองว่าได้นอนเต็มอิ่มแน่นอน"