เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16

ตอนที่ 16

ตอนที่ 16


มันจะจัดขึ้นในลานประลอง สนามรบที่ใหญ่ที่สุดในโรงเรียนเวทมนตร์อิกนิท

อาจารย์ไฮเดล อาจารย์เวทมนตร์ต่อสู้ของเราเองก็มากับเราด้วย และยังมีอัศวินจากดินแดนโพลเดรนซึ่งตั้งอยู่ในระแวกของโรงเรียน

มีสองเหตุผลหลักที่เรารับการสนับสนุนจากอัศวิน

เหตุผลแรกก็เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

เหตุผลที่สองก็คือการทดสอบความสามารถของนักเรียนในการต่อสู้พร้อมกับอัศวิน

ในตอนนี้

“บาห์ล คาลี! แบบนั่นตกนะ! โจมตีอะไรของเธอ!”

“อั่ก! ขะ…ขอโทษครับ!”

ตามปกติแล้วจอมเวทย์จะโจมตีศัตรูจากด้านข้าง

เพราะเรื่องนี้ พวกเขาจึงต้องการความแม่นยำที่มากกว่าปกติ

ถ้าไม่เป็นแบบนั้นแล้ว สถานการณ์อาจจะเกิดขึ้นเมื่ออัศวินและมอนสเตอร์ต่อสู้ตะลุมบอนกัน การร่ายเวทย์ใส่พวกเดียวกันอาจเกิดขึ้นได้

เป้าหมายของการทดสอบนี้ก็เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นและประเมินความสามารถของจอมเวทย์ในการรับมือกับเรื่องคับขันในสนามรบ

ด้วยความคิดนี้ การสอบนี้จึงนับว่าเป็นการสอบที่ซับซ้อนและสำคัญที่สุดในการสอบทั้งหมดที่จัดขึ้น

การสอบนี้กินเวลา 10 วัน

ในวันแรก ‘นักเรียนคะแนนต่ำ’ ทุกคนที่ได้คะแนนไม่ถึง 10 จากโอเกอร์บรรพกาลคิงแกรมจะถูกส่งออกไป

มอนสเตอขร์ที่ปรากฏก่อนในวันแรกก็ไม่ใช่อะไรนอกจาก…

“นั่นมันสไลม์!”

“อย่างน้อยก็ง่ายกว่าที่คิดล่ะนะ”

สไลม์

มักจะอยู่ในป่าลึก พวกมันอาศัยอยู่เป็นฝูง

ด้วยวิธีพิเศษในการขยายพันธุ์ พวกมันจึงมีเป็นจำนวนมาก

และด้วยปฏิบัติการจำกัดที่มากในอดีต พวกมันจึงมักจะไม่พบในเมืองใหญ่ แต่ก็ยังเจอในดินแดนรอบนอกและหมู่บ้านตามภูเขา

นี่จึงเป็นเหตุผลที่มันคือหนึ่งในมอนสเตอร์ที่ต้องรู้วิธีจัดการที่ถูกต้อง

พวกมันช้า และถ้าโจมตีใส่แกนกลางตรง ๆ มันจะตายทันที

แต่ถ้าหากฆ่ามันไม่ได้ในทีเดียว มันจะปล่อยพิษร้ายออกมา ถ้าไม่ป้องกันตัวจะเป็นอันตรายได้

บางทีพวกเขาอาจจะหละหลวมเกินไป

นักเรียนบางคนนั้นประมาทและไม่น่าดูสำหรับ ‘ชั้นที่กำลังจบการศึกษา’

“เจสัน! ทำบ้าอะไรน่ะ!”

“ขะ…โทษที อ๊าก! ไปให้พ้นนะ!”

“แคว๊กกก!”

ท่ามกลางคนเหล่านั้น เพื่อนร่วมหอพักเจสันของผมก็แสดงภาพน่าเกลียดโดยการถูกสไลม์ตามล่า

“เจสัน เดมอน นายตก”

“อ๊าก! ตกงั้นเหรอ?! ให้โอกาสผมอีกครั้งเถอะนะอาจารย์!”

“นายไม่มีสิทธิ์บ่นนะ”

“ม่ายยยยย!”

ส่งร้องออกมาเมื่อสอบตก

เฮ่อ

ผมเลยบอกเจสันให้ฝึกมาก่อนไง

สุดท้ายอาจารย์ไฮเดลก็ต้องไปจัดการสไลม์ทั้งหมดด้วยตัวเอง

เขาส่ายหัวขณะที่พูดกับพวกนักเรียน

“แค่สไลม์ตัวเล็ก ๆ ตัวเดียวยังจัดการไม่ได้…ชั้นไม่รู้ว่าพวกนายเรียนอะไรใน 6 ปีที่ผ่านมาเลย กลับไปเถอะ”

“ชั้นไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงพวกนาย”

‘ไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยง’

นี่คือวิธีสร้างแรงกดดันของอาจารย์ไฮเดล แต่เมื่อนักเรียนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับเขาแล้ว มันก็ไม่ได้ผล

“สไลม์ตัวนั้นใหญ่ผิดปกติไม่ใช่เหรอ?”

“ว้าว…ไม่ใช่แค่ชั้นสินะ การสอบนี้มันแค่ยากเกินไป”

“ดูตัวใหญ่นั่นสิ…เหมือนกับว่าพวกเขาเอาสไลม์จักรพรรดิหรืออะไรแบบนั้นมาเลย”

เหล่านักเรียนต่างหาทางปฏิเสธความจริง

ผมอยากจะกระชากคอเสื้อคนพวกนั้นมาตะโกนใส่จนกว่าน้ำลายจะเต็มหน้าให้สาแก่ใจ

เฮ้! ไม่ใช่โว้ย! พวกแกมันกระจอกเกินไป!

“...ไอ้เจ้าพวกนี้”

เมื่อการสอบเริ่มขึ้น ระดับความสามารถอันน่าเวทนาของนักเรียนก็เผยออกมา และสแตรงก็ไม่พอใจเมื่อเห็นภาพเหล่านี้

“คิคิคิคิ…ไอ้ของพวกนี้อยากจะเป็นจอมเวทย์เรอะ? เป็นแค่ผู้ช่วยจอมเวทย์ยังไม่ได้เลย ข้าไม่เข้าใจยุคสมัยนี้จริง ๆ ในยุคของข้าน่ะ…”

สแตรงเริ่มพูดถึงอดีตกับมังกรอีกแล้ว

มันเป็นเรื่องเลบ่าที่ว่าจอมเวทย์นั้นอ่อนแอในยุคนี้ และผมก็พยักหน้าเห็นด้วย

ชั้นก็คิดเหมือนกับแก สแตรง

“ต่อไปคือโคบอล์ดเหมืองเหรอ?”

“ใช่”

มอนเตอร์ที่ปรากฏหลังจากสไลม์ก็คือโคบอล์ดเหมือง หมาป่าขนเงิน ธาตุไฟชั้นต่ำ และปีศาจเฮลกินแรงค์ 9

มอนสเตอร์และสัตว์วิเศษที่ถูกแยกตามเกรดของนักเรียนถูกปล่อยออกมาสอบ

แต่ผลการสอบก็ไม่ต่างจากการสอบกับสไลม์ และนักเรียนส่วนมากก็สอบตกอย่างอัปยศ

และจากนั้น สุดท้าย…

วันสุดท้าย

วันสอบของผม

มีนักเรียนแค่ 13 คนในกลุ่มนักเรียน ‘คะแนนสูง’ ที่เข้ารับการสอบในวันสุดท้าย

และความคิดเดียวที่อยู่ในหัวของทุกคนก็คือ

“วันนี้มอนสเตอร์จะเป็นอะไร?”

ในวันนี้

พวกเขาจะต้องเจอมอนสเตอร์แบบไหน?

และมอนสเตอร์ที่ปรากฏในการสอบนั้นจะมีระดับสูงกว่าปกติทุกวันอยู่แล้ว พวกเราเลยคาดว่ามอนสเตอร์ในวันสุดท้ายจะต้องเป็นตัวที่ยาก

แน่นอนว่าในฐานะวันสุดท้ายของการสอบ ความยากที่เพิ่มขึ้นอย่างบ้าคลั่งนั้นก็ได้เพิ่มขึ้นมาในการสอบ

“อะ…ออคงั้นเหรอ?”

ออค

มอนสเตอร์คล้ายมนุษย์ที่มีถิ่นอาศัยหลายพื้นที่ในทวีปและอยู่เป็นกลุ่ม

ด้วยขนาดที่ใหญ่กว่ามนุษย์ 1.5 เท่า และยังมีสติปัญญาที่อยู่ในระดับเดียวกับมนุษย์

พวกมันมีโครงสร้างตระกูลแบบเผ่า และมักจะมองหาโอกาสที่จะปล้นเมืองมนุษย์

พวกมันเป็นเผ่าที่ไม่เป็นมิตร และมักจะก่อสงครามกับมนุษย์ในหลายพื้นที่

ออคเดินเข้ามาในพื้นที่สอบ มันถูกมัดด้วยโซ่ทั้งแขนและขา แต่ความดุร้ายของมันยังคงอยู่

เหล่านักเรียนเริ่มพูดคุยกันและถูกกดดันเมื่อได้เห็นมัน

“ถ้าเป็นออค…นี่ก็เป็นสงครามของจริง…”

“จะ…จริงด้วย”

“นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นออคเลยนะ”

“ชะ…ชั้นเคยเห็นมาก่อนตัวนึง ออคเคยบุกเข้ามาในดินแดนของชั้นหลายครั้ง”

เราถูกสอนตั้งแต่เด็กว่าออคนั้นคือศัตรูหลักของมนุษย์

เราเรียนรู้จากสงครามกับออค ชัยชนะต่อออค

และการที่เหล่ามนุษย์ยังคงตายเพราะพวกออคในโลกใบนี้

การที่มีอายุ 16 ถึง 19 ปี สำหรับนักเรียนที่นี่ ออคนั้นเป็นศัตรูที่พวกเขาจะต้องต่อสู้ในการต่อสู้จริงหลังเรียนจบจากโรงเรียน

บางทีนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่นักเรียน 13 คนที่กำลังรับการสอบเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่เติมขึ้นใหม่

ไม่สิ ความรู้สึกมันยิ่งกว่าความมุ่งมั่น

“ออคเป็นศัตรูที่ชั้นอยากจะฆ่าให้ได้…ไม่คิดเลยว่าจะเป็นวันนี้”

“ใช่ พอได้เห็นออค นี่ก็ไม่ใช่การสอบแล้ว นี่คือสงครามที่เราต้องชนะ”

“ชั้นถูกสอนมาว่าเราต้องฆ่าออคให้หมด มาฆ่ามันกันเถอะ!”

สถานที่สอบเริ่มเร่าร้อนขึ้นจากความมุ่งร้ายที่เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ และความตื่นเต้นที่ส่งมาถึงทุกคน

อาจารย์ไฮเดลนั้นมองทุกอย่างอยู่เงียบ ๆ เขาดีดนิ้วในทันทีและนำพันธนาการออกจากขาของออค

“ครึกกกก! ครี๊ดดด!”

“...เอ๋?”

เมื่อโซ่ตรวนหายไปจากออคที่กำลังโกรธเกรี้ยว มันก็รีบตั้งท่าวิ่งทันที

“อ๊ายยย!”

“อ๊ะ!”

นักเรียนที่เคยปล่อยความอาฆาตนั้นล้มลงไปข้างหลังจากความตกใจ

ในตอนนั้น อาจารย์ไฮเดลได้พูดขึ้นมา

“อยากจะฆ่าออคไม่ใช่เหรอ? สงครามเพื่อชนะงั้นเหรอ? อย่าพูดให้ขำหน่อยเลย เด็กอย่างพวกเธอรู้จักอะไรในสงครามบ้าง?”

ในตอนนั้นเอง

“ครูกกกกกก!”

ออคที่ไร้โซ่ตรวนเริ่มวิ่งใส่อาจารย์ไฮเดลด้วยความเร็วอันน่ากลัว

พละกำลัง ความเร็ว

สายพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อต่อสู้และไม่ได้ขาดสองด้านนี้ การโดนหมัดของออคนั้นไม่ได้จบแค่กระดูกหักไม่กี่ท่อน

แต่อาจารย์ไฮเดลก็ดีดนิ้วอย่างเดิมและร่ายต้นไม้เยือกแข็งจับออคเอาไว้

เขาพูดต่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“ใจสู้ที่ได้เห็นออคตอนที่โดนมัดหายไปไหนหมดแล้วล่ะ?”

“อย่าเข้าใจผิด พวกเธอมันก็แค่เด็กไม่เอาไหนที่ทำอะไรไม่ได้ถ้าต้องสู้ตัวต่อตัวกับออคเท่านั้น”

ในตอนที่ออคถูกล่ามโซ่ มันดูเหมือนกับมอนสเตอร์ที่เราฆ่าได้ทุกเมื่อ

แต่ทันทีที่โซ่หายไปแล้ว ออคก็ได้สร้างความกลัวให้เรายิ่งกว่ามอนสเตอร์ธรรมดา

นี่มันเป็นความกลัวในระดับที่ต่างกับสไลม์

มันคือความกลัวที่บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ที่จะตาย

“หยุดควมตื่นเต้นที่ไม่จำเป็นแล้วเอาความรู้สึกส่วนตัวออกไป พวกเธอเป็นจอมเวทย์ รักษาความใจเย็นเอาไว้”

เขาพูโถูก

นี่มันไม่ต่างจากการต่อสู้จริง

การต่อสู้ที่จะนำความผิดพลาดครั้งใหญ่หากพลาดเพียงเล็กน้อย

ด้วยท่าทางแข็งของอาจารย์ สแตรงก็หัวเราะคิกคักราวกับสนุกสนาน

“เจ้าอาจารย์นั่น ตรงเผงดีนะ”

“เขาคืออาจารย์ไฮเดล เขาเป็นคนดีนะ”

“อย่างนี้นี่เอง”

อาจารย์ไฮเดลพยักหน้าขณะที่มองหน้าเหล่านักเรียนที่ซีดด้วยความกลัว

เมื่อพอใจกับผลที่ได้ อาจารย์ไฮเดลก็พยักหน้าอีกครั้ง

“นั่นล่ะสีหน้าที่ดี หวังว่าพวกเธอจะระวังตัวให้ดี”

และการสอบที่สามก็ได้เริ่มขึ้น

อาจารย์เอลริค เกลฮิลจากแผนกปรุงยาที่สังเกตการสอบขมวดคิ้วกับการสอบครั้งที่สาม

‘ให้ตายสิ เจ้าหนูไมเคิล…ก่อเรื่องในการสอบอีกแล้ว…’

หลานของเขา ไมเคิล เกลฮิลนั้นจะต้องเป็น ‘ตัวอย่าง’ กลับแสดงด้านที่อ่อนแอเมื่อได้เห็นออค

ไมเคิลจะต้องเรียนจบในฐานะ ‘ตัวอย่างของรุ่น’

เพราะมันคือธรรมเนียมของตระกูลเกลฮิลที่เป็นที่รู้จักในฐานะตระกูลจอมเวทย์

และมันยังเป็นภารกิจของเอลริคในฐานะอาจารย์

แต่เมื่อได้เห็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น สถานการณ์อันตรายก็อาจเกิดขึ้นได้

เทียบกับไมเคิลแล้ว รูน อาเดลนับว่าได้รับคะแนนดีมาก

และมีทางออกเดียวสำหรับเวลานี้

‘ถ้าไมเคิลสอบเองไม่ได้เรื่อง…ชั้นก็ต้องทำให้รูนสอบตกไปด้วย…’

หลังจากเขารวบรวมความคิด อาจารย์เอลริคก็เดินไปหาผู้อำนวยการไทเรียนทันที

“ผู้อำนวยการ คิดจะทำการสอบแบบนี้งั้นรึ?”

“คิดจะพูดอะไร อาจารย์เอลริค?”

“เดี๋ยวก็ถึงรอบของรูนแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่”

“รูน อาเดลไม่ใช่นักเรียนหนึ่งในล้านที่ได้ 100 คะแนนจากโอเกอร์คิงแกรมไม่ใช่เหรอครับ? มันไม่ถูกเท่าไหร่ถ้าจะทดสอบนักเรียนที่ยอดเยี่ยมแบบนั้นภายใต้เงื่อนไขเดียวกับคนที่ได้คะแนนแค่ 20”

ไทเรียนหรี่ตาและคิด

เขารับรู้ถึงความคิดสกปรกของอาจารย์เอลริคจากคำพูดของเขาทันที

แต่คำพูดของอาจารย์เอลริคก็ไม่ได้ผิด

ตามธรรมเนียมของโรงเรียนเมื่อนานมาแล้ว การแบ่งแยกนักเรียนในการสอบครั้งที่ 3 และ 4 ด้วยความยากตามผลการสอบครั้งที่ 2 นั้นก็เพื่อบ่มเพาะความสามารถของจอมเวทย์ในการประเมินสถานการณ์

ส่วนสำหรับนักเรียนที่ได้ 100 คะแนนนั้น ก็จำเป็นต้องได้รับการสอบที่ยากยิ่งกว่าเดิม

“ที่พูดก็ไม่ได้ผิด…แต่เรามีมอนสเตอร์เตรียมไว้แล้วรึเปล่า?”

“มีสิ”

“งั้นเหรอ?”

“ไม่ใช่ว่าโอเกอร์ที่อัศวินพอลเดรนจับได้ในตอนที่จับออคยังไม่ตายเหรอครับ?”

เมื่อได้ยินคำว่า ‘โอเกอร์’ อาจารย์ไฮเดลที่นิ่งเงียบก็พูดทันที

“ทำแบบนั้นไม่ได้”

“ทำไม่ได้? ทำไมกัน?”

“พูดว่าโอเกอร์งั้นเหรอ คิดว่าเทียบโอเกอร์กับออคมาอยู่ในระดับเดียวกันมันถูกต้องแล้วรึไง?”

พลังทำลายของโอเกอร์นั้นไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนอายุ 16 คนเดียวจะมีหวังสู้ได้

“ยิ่งไปกว่านั้น รูนเองยังไม่มีประสบการณ์สู้จริงไม่เหมือนกับนักเรียนอื่น เขาเพิ่งจะก้าวข้ามภาวะปลุกมานาได้ในช่วงไม่นานมานี้ คิดจริง ๆ รึว่าเขาจะสู้กับโอเกอร์ได้?”

แต่อาจารย์เอลริคก็ยืนกรานโดยไม่มีทีท่าว่าจะรามือ

“อาจารย์ไฮเดล นี่เป็นธรรมเนียมของโรงเรียนที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนะ ดูเหมือนอาจารย์ไฮเดลจะเมินเรื่องนี้ไป”

“นั่นมันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ความปลอดภัยของนักเรียนต้องมาก่อน”

“ไม่ใช่ว่าเพราะความปลอดภัย อาจารย์เลยต้องเข้าไปในสถานที่สอบกับนักเรียนหรอกเหรอ? ถ้ามีเรื่องอันตรายเกิดขึ้นอาจารย์ไฮเดลจะได้เข้าไปปกป้องเขาไง ไม่ใช่แบบนี้เหรอ?”

อาจารย์ไฮเดลขมวดคิ้วกับสิ่งที่อาจารย์เอลริคพูด

เขาอยากจะโต้แย้งในทันทีแต่ก็หยุดตัวเองเอาไว้ ถ้าเขาท้าทายไปมากกว่านี้อาจจะมีคำหยาบที่หลุดออกมาได้

อีกปัญหาก็คือผู้อำนวยการนั้นดูจะสนใจกับเรื่องนี้

“ทั้งสองคนหยุดเถอะ ที่ทั้งคู่พูดก็มีส่วนที่จริงอยู่ แต่บอกตามตรง…ผมอยากรู้ว่ารูนจะแสดงอะไรออกมา”

“ผู้อำนวยการ!”

“เขาเป็นนักเรียนที่คิงแกรมเลือก เราต้องปฏิบัติกับเขาตามนั้น แน่นอนว่าเราจะส่งอาจารย์เพิ่มไปอีกหนึ่งคนเพื่อความปลอดภัยและจะขอให้หัวหน้าอัศวินจากพอลเดรนช่วยเราด้วย จากที่ได้ยินมา เขาน่าจะเป็นอัศวินขั้น 6 คนเดียวในเขตตะวันออก แบบนี้เป็นยังไงล่ะ?”

อาจารย์เอลริคยิ้มหลังจากได้ยินคำกล่าวของผู้อำนวยการไทเรียน

“ยอดเยี่ยมเลยครับ”

ไฮเดลไม่คิดจะพูดอะไรต่อและหันกลับ

ถ้าผู้อำนวยการไทเรียนพูดแบบนี้ มันก็เป็นที่แน่นอนแล้ว การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงไม่ได้อยู่แล้ว

สายตาของไฮเดลมองไปที่รูน

แต่ว่า

“...หึหึ”

รูนฉีกยิ้มอย่างไม่น่ามองราวกับตลกกับอะไรบางอย่าง

แม้ว่าเขาอยากจะเป็นห่วงรูน แต่เด็กคนนั้นก็มักจะทำสิ่งที่ทำลายความห่วงใยของเขาไป

จบบทที่ ตอนที่ 16

คัดลอกลิงก์แล้ว