เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

7. ปมของปัญหา

7. ปมของปัญหา

7. ปมของปัญหา


เบอร์รี่รู้สึกถึงการเชื่อมโยงกับแสงสว่างที่อยู่ภายในคริสตัล

มันเป็นความเชื่อมโยงที่แข็งแกร่งและใกล้ชิดมากจนเมื่อมอบคริสตัลให้วิลเลียมแล้ว

มันเหมือนกับแยกเอาส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของเธอออกไป

เมื่อวิลเลียมรับคริสตัลไปจากเธอ แสงสว่างเหล่านั้นก็ไม่ได้จางหายไป

“เดินเข้ามาดูใกล้ๆสิ”

วิลเลียมชี้ไปที่คริสตัลและขยับตัวให้เธอเดินเข้ามาใกล้ๆ เธอทำตามโดยไม่รู้ตัว

"มองผ่านจุดขาวที่มีอยู่เต็มคริสตัลเข้าไปดีๆ เจ้าเห็นจุดแสงสีแดงและสีทองเหล่านี้ไหม"

เธอสังเกตเห็นพวกมันแล้ว จึงพยักหน้า

"จุดพวกนี้มีอะไรพิเศษหรือ?"

เธอถามอย่างความคาดหวังว่าจะได้ยินอะไรใหม่ๆ

แต่สิ่งที่วิลเลี่ยมกำลังจะพูดมันทำให้ชีวิตเธอพลิกผัน!

“เจ้ามีจิตวิญญาณคู่”

วิลเลียมบอกข่าวที่น่าตกใจที่เขาเพิ่งรู้หลังเห็นผลทดสอบให้เธอทราบ

“จิตวิญญาณคู่?”

เธออ้าปากค้างอยู่สักสองสามวินาทีอย่างประหลาดใจ ก่อนที่ถามอย่างสงสัย

“ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน”

“เป็นไปตามคาด ในท้ายที่สุดผู้ที่มีวิญญาณคู่จะต้องเผชิญกับความตายเมื่อถึงคอขวดที่เก้าสิบเก้า เหมือนที่เจ้าเป็นอยู่ตอนนี้”

“ต… ตายเลยหรือ… เจ้าพูดว่าตายหรือ!”

สีหน้าเธอซีดลงทันที เธอไม่รู้ว่าทำไมจึงไม่สงสัยในสิ่งที่วิลเลียมพูด

ราวกับว่าเธอกำลังฟังคำแนะนำของยอดปรมาจารย์

“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานั้น อย่างน้อยตราบเท่าที่เจ้าไม่ฝืนทะลวง”

เขาพูดในขณะที่คิดในใจว่าเหตุการณ์เก่ามันกลายเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมากขึ้น

ปรมาจารย์จิตวิญญาณที่จากตระกูลใหญ่ที่มีจิตวิญญาณคู่…

แต่การตายของเธอในชาติที่แล้วมันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?

'ข้าจะช่วยเจ้าเอง'

เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่ อาจารย์เขาสอนให้ต้องตอบแทนความมีน้ำใจอย่างไม่เห็นแก่ตัว

แถมเขาไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครอีกด้วย ทั้งในชีวิตที่แล้วและในชีวิตนี้

ไม่ใช่แค่วันนี้ที่เธอช่วยเขา แต่มีอีกหลายครั้งก่อนหน้านี้

ตอนนี้เขาถือว่าความช่วยเหลือของเขาเป็นการชดใช้หนี้ทั้งหมดที่มีต่อเธอ

"แล้ว... ตอนนี้ข้าควรจะทำยังไง?"

เธอถามอย่างโล่งใจที่ยังไม่ตกอยู่ในอันตราย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในเร็วๆ นี้

“และจิตวิญญาณคู่นี้มันคืออะไร?”

“เจ้าคงรู้ว่าคนเราเกิดมาพร้อมกับจิตวิญญาณที่ฝึกฝนได้ แต่ในกรณีของเจ้า เจ้ามีจิตวิญญาณที่แตกต่างกันสองดวงอยู่ในตัวเจ้า”

“พวกมันคือจุดสีแดงและสีทองใช่ไหม?”

เธอชี้ไปที่คริสตัลในมือเขาก่อนจะเอนตัวไปมองพวกมันใกล้ๆ

“สีแดงน่าจะเกี่ยวข้องกับวิญญาณมังกรไฟของข้า? แล้วแสงสีทองนี้ล่ะ? มันคือจิตวิญญาณอะไร?”

วิลเลียมพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะพูดว่า

"แสงสีแดงเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของตระกูลเจ้า แต่แสงสีทองนี้เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณอีกดวง มันจัดว่าเป็นศัตรูของมังกรทุกตัว... จิตวิญญาณฟีนิกซ์!"

"อะไรนะ?!!"

เธอเป็นเด็กฉลาด เป็นอัจฉริยะ จึงเป็นเรื่องง่ายที่เธอจะเข้าใจสิ่งที่วิลเลียมพูด

"ทำไมข้าถึงมีจิตวิญญาณที่เป็นปรปักษ์กับจิตวิญญาณมังกรในตัวข้า"

เธอมองดูร่างกายของเธอราวกับว่าสำรวจมันเป็นครั้งแรก วิลเลียมได้แต่ถอนหายใจ

ตามที่อาจารย์เขาเคยกล่าวไว้ว่า ภัยพิบัติต่างๆ แท้จริงแล้วมันคือพรที่ปลอมแปลงตัวมา

“ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือ สภาพของจิตวิญญาณของเจ้าและความเกี่ยวเนื่องของพวกมันกับการหยุดชะงักในการเลื่อนระดับของเจ้า”

เขาพูดก่อนรอให้เธอตั้งใจฟังมากขึ้น

“จิตวิญญาณทั้งสองในตัวเจ้ากำลังต่อสู้กันเพื่อแย่งกันครอบครองร่างของเจ้า ถ้าปล่อยให้พวกมันพัวพันกันและต่อสู้กันแบบนี้ต่อไป ไม่ว่าเจ้าจะพยายามแค่ไหน พลังวิญญาณของเจ้าจะไม่ขยับเพิ่มขึ้นเลยแม้แต่นิ้วเดียว!”

“ที่เจ้าพูดมามันฟังดูสมเหตุสมผลดีเหมือนกัน…”

เธอหยุดคิดในสิ่งที่เขาพูดอยู่นาน

เธอไม่มีความรู้และประสบการณ์เหมือนที่วิลเลียมมี แต่เธอเป็นเด็กฉลาด

ด้วยคำอธิบายง่ายๆ ของวิลเลี่ยม ทำให้เธอตระหนักถึงปัญหาที่มี

และรู้สาเหตุที่อยู่เบื้องหลังปัญหาของเธอ

"แล้วข้าควรจะทำอย่างไรต่อไป"

ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกายเมื่อนึกถึงสิ่งที่วิลเลียมพูด

"เจ้าบอกว่าเจ้าแก้ปัญหาได้ใช่ไหม"

เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวังอย่างมาก แม้เธอจะพยายามทำตัวให้แข็งแกร่ง

โดยไม่ใส่ใจกับสภาพปัจจุบันของเธอ แถมเธอยังมักพูดติดตลกเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทำเหมือนกับภัยพิบัตินี้เป็นเรื่องเบาๆที่ทำอะไรเธอไม่ได้

แม้เธอจะเห็นพ่อของเธอตื่นตระหนกกับอาการของเธอ แต่ก็พยายามมองว่ามันเป็นเรื่องขำๆ

แต่ลึกๆในใจเธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้รู้สึกแบบนั้น เธอไม่ได้เพิกเฉยต่อการติดอยู่ในคอขวดนี้เลย

ใครจะไปใจเย็นอยู่ได้ในสถานะเช่นนี้

เธอใช้เรื่องตลกเข้าช่วยเมื่อล้มเหลวที่จะจัดการกับปัญหาที่แท้จริง

ลึกๆแล้วเธออยากจะผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปให้ได้

เธอต้องการหาทางออก แต่ทุกสิ่งรอบตัวบอกว่าเธอไม่มีทางออก

เธอจึงตัดสินใจทำเหมือนไม่สนใจมัน

แทนที่จะมานั่งร้องไห้อย่างขมขื่นกับมันหรือกล่าวโทษโชคชะตาเพราะคำสาปนี้

แต่ยามค่ำคืนของวันนี้ ในบริเวณรอบนอกของป่าแห่งคำอธิษฐาน

ในที่สุดเธอก็พบแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิดแล้ว

มันมาจากคนที่เธอไม่เคยคิดว่าเขาจะเป็นผู้ช่วยชีวิตเธอ

จากคนที่ไม่เคยถูกมองว่าจะสามารถช่วยเธอได้!

เธอไม่หรอกรู้ว่าวิลเลียมจะช่วยเธอได้จริงหรือไม่ แต่เธอเลือกที่จะเชื่อเช่นนั้น

เธอตัดสินใจที่จะเชื่อในตัวเขา

ความรู้สึกนี้ถูกถ่ายทอดผ่านดวงตาที่เบิกกว้างและน้ำเสียงจริงใจที่มีต่อวิลเลียม

แล้วอย่างนี้เขาจะไม่ช่วยเธอได้อย่างไร?

"มันมีวิธีแก้ไข"

เขาพูดช้าๆ

"แต่มันต้องใช้เวลา ใช้ทรัพยากรมากมาย รวมทั้งความพยายามอย่างมากของเจ้า"

“ข้ายอมทำทุกอย่าง”

เธอพูดด้วยท่าทีที่แตกต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง

“ข้ายอมทำทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหานี้! ส่วนรางวัลของเจ้า…”

เธอหยุดลงชั่วคราว เธอไม่ได้หยุดเพราะตระหนี่ แต่เพราะอารมณ์ที่ท่วมท้น

เธอพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลออกจากดวงตาของเธอ

ถ้ามีใครรักษาอาการเธอได้ เธอก็เต็มใจที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป

นั่นคือคำสัญญาลับๆที่เธอให้ไว้กับตัวเองเมื่อนานมาแล้ว

ความมั่งคั่ง? ทรัพยากร? พลัง? ไม่ว่าวิลเลี่ยมอยากได้อะไร เธอก็จะมอบให้เขา

แม้ว่าเขาจะต้องการร่างกาย จิตวิญญาณ และหัวใจของเธอ เธอก็ยินยอมเช่นกัน

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรางวัล”

แต่วิลเลียมไม่ใช่คนชอบฉวยโอกาส เขาไม่ใช่คนแบบที่เธอคิดว่าผู้ช่วยชีวิตจะเป็น

“ข้าทำสิ่งนี้เพื่อช่วยเจ้าในฐานะเพื่อนของข้า”

จบบทที่ 7. ปมของปัญหา

คัดลอกลิงก์แล้ว