เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 นินจาอัจฉริยะ

ตอนที่ 10 นินจาอัจฉริยะ

ตอนที่ 10 นินจาอัจฉริยะ 


ตอนที่ 10 นินจาอัจฉริยะ

“เซนจู ฮาราชิมะ?” ฉินยี่ถึงกับเสียศูนย์

ชื่อนี้เขารู้จักเป็นอย่างดี แต่มันก็ทำให้เข้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

ไม่ว่าจะยังไง เขาก็ไม่อยากจะเชื่อว่า เขามาอยู่ในยุคในตำนานของเซนจู ฮาราชิมะ

“ถ้ามี เซนจู ฮาราชิมะ ก็ต้องมี อุจิวะ มาดาระอยู่ด้วยสิ”

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี้จะเป็นก่อนมหาสงครามนินจาครั้งแรก ความขัดแย้งระหว่างหมู่บ้านโคโนฮะกับหมู่บ้านซึนะงากุเระเป็นเพียงสะเก็ดไฟก่อนที่จะเกิดเป็นสงคราม

ฉินยี่สามารถปรับตัวเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว

ฉินยี่รู้สึกดีใจและผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับมหาสงครามครั้งใหญ่แล้ว ตอนนี้ถือเป็นยุคที่ค่อนข้างสงบสุขเป็นอย่างมาก

ในยุคของการก่อตั้งโคโนฮะนั้น เป็นต้นกำเนิดของตระกูลอุจิวะ อุจิวะ มาดาระ และสถานการณ์ของหมู่บ้านต่างๆยังไม่ตึงเครียดเท่าไหร่นัก แต่ก็เป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามขึ้นมาระหว่างนินจาด้วยกัน

หลังจากที่พูดคุยกับนายพลฟางหลั่น ฉินยี่ก็เข้าใจสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

พวกเขาถูกส่งมายังป่าในตอนที่สงครามระหว่างโคโนฮะและซึนะงากุเระได้เริ่มขึ้น บรรพบุรุษของเขาโง่เขลามากและกระโจนเข้าสู่สนามรบในทันที นี้ไม่ต่างอะไรกับการโยนก้อนหินใส่เท้าของตนเองเลย

การต่อสู้ของสองหมู่บ้านทำให้เขาเข้าใจพลังมากยิ่งขึ้น

เป็นไปได้ว่า โคโนฮะและซึนะงากุเระไม่ได้เห็นกองกำลังของเขาอยู่ในสายตา

“เยี่ยม เท่านี้ความเสี่ยงก็ลดลงแล้ว”

ฉินยี่รู้สึกผ่อนคลาย แต่เขาก็รู้สึกเคร่งเครียดเช่นกัน

“ฝ่าบาท ตอนนี้ความสำคัญของเราตอนนี้คือการตามหาองค์หญิงขอรับ”

ฟางหลั่นพูด

“ชี่เหยามีกำลังคนมากเท่าไหร่?”

ฉินยี่ถามออกมา

“หลังจากที่พี่น้องของเรากระจัดกระจาย ข้าคาดว่าน่าจะมี 5 ถึง 6 พันคนที่อยู่กับองค์หญิงขอรับ” ฟางหลั่นกล่าวตอบ

ฉินยี่พยักหน้า 5-6 พันคนก็ไม่ได้ใหญ่ ไม่ได้เล็กเท่าไหร่นัก

ในอาณาจักรของเขามีกำลังทหารถึง 10,000 คน

หลังจากที่ปรึกษากันมาสักระยะแล้ว

“โอ้!?”

ครึ่งชั่วโมงถัดมา แกนดัล์ฟได้กลับมาพร้อมกับนกยักษ์ของเขา

“มีอะไรหรือ แกนดัล์ฟ?”

ฉินยี่ถามอย่างรวดเร็ว

“ยังมีกองกำลังของเราที่กระจัดกระจายห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร”

หลังจากที่ฉินยี่พบตัวของฟางหลั่นแล้ว เขาก็รีบร่อนตัวลงมาก่อนในคราแรก หลังจากที่ไม่พบปัญหาใดๆ เขาก็ไหว้วานให้แกนดัล์ฟไปหากองกำลังที่กระจัดกระจายของเขา

“ฟางหลั่น ส่งทหารไปนำพี่น้องของพวกเรากลับมา” ฉินยี่สั่ง

คำสั่งได้ถูกถ่ายทอดออกไปอย่างรวดเร็ว

“ท่านรู้สึกเช่นไรหลังจากที่ต่อสู้กับคนในโลกนี้?” แกนดัล์ฟถามในขณะที่พวกเขาเดินไปด้วยกัน

“นินจาที่มีชื่อว่ามิเระแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ช่องหว่างระหว่างข้ากับเธอนั้นใหญ่โตมาก หากข้าไม่ได้พลังแห่งราชาแล้ว เกรงว่าจะทำให้เธอล่าถอยไปไม่ได้”

“ถึงจะเพียงครู่เดียว แต่มันก็เผาผลาญจักระไปจำนวนมาก” ฉินยี่กล่าว

อย่างที่เขาพูด ในขณะที่เขาขี่นกยักษ์เขาก็มีความคิดนึงแว่บเข้ามาในหัว

พลังของราชานั้นสามารถผสานกับพลังทุกชนิดได้อย่างลงตัว หากเขานำคาถาไฟและคาถาลมเข้ามาผนวกด้วยกันแล้ว นี้จะไม่ต่างอะไรกับการสร้างพลังของขีเจำกัดทางสายเลือดขึ้นมาใหม่เลยหรือ?

ในการปะทะกับมิเระเมื่อครู่ เขาพยายามเป็นอย่างมากและนึกไม่ถึงว่าเขาจะประสบความสำเร็จ การรวมคาถาเข้าด้วยกันไม่เพียงแต่จะลำบาก แถมยังบริโภคจักรไปเป็นจำนวนมาก

ข้อเสียของมันใหญ่มาก

แต่นี้ยังทำให้เขาเห็นถึงพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของราชามากยิ่งขึ้น แถมเขายังมีความคิดอันหลากหลายอีกด้วย

ในฐานะคนนอกนั้น เขานั้นคุ้นเคยกับโลกนารูโตะและรู้จักมากกว่าใครๆเสียอีก

“อืม..เช่นนั้นพลังในโลกแห่งนี้ก็คุ้มค่าที่จะฝึกฝน”

แกนดัล์ฟพยักหน้า

“แกนดัล์ฟ ข้าจะมอบวิธีฝึกวิชาพวกนี้ให้แก่ท่าน ท่านจงนำมันไปสอนแก่นทหารของอาณาจักรให้เร็วที่สุด” ฉินยี่กล่าวออกมา

เพียงแค่ดาบเหล็ก ไม่สามารถเอาตัวรอดภายในโลกอันโหดร้ายนี้หรอก

“ทราบแล้วฝ่าบาท ข้าเองก็สนใจพลังนี้อยู่เช่นกัน” แกนดัล์ฟพยักหน้า

หลังจากนั้นฉินยี่ได้ส่งต่อวิชาการฝึกนินจาให้แก่แกนดัลฟ์ รวมไปถึงด้านภาษาให้แก่ทุกคนในอาณาจักร แน่นอนเขาใช้รวมกับพลังแห่งราชาด้วย

ในฐานะราชานั้น สามารถส่งต่อความสามารถพื้นฐานให้แก่ผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของเขาได้ นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของพลังแห่งราชา

แต่เขาก็ยังเสียใจที่อาณาจักรนั้นยังอ่อนแอ เขาจึงไม่สามารถใช้พลังแห่งราชาได้เต็มที่ แต่ว่าพลังแค่นี้ก็สามารถใช้พลังแห่งราชาส่งต่อความรู้ความสามารถให้แก่ผู้ที่อยู่ใต้อำนาจของเขาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ในขณะเดียวกัน มิเระได้มาถึงหมู่บ้านโคโนฮะ

“พวกเราได้ทำการติดต่อกับกองกำลังแปลกประหลาดนั้นแล้ว” เธอรายงาน

“รอบนี้เราสามารถทำการติดต่อได้ลุล่วง”

“จริงรึ แล้วพวกเขาว่ายังไงละ?”

โทบิรามะถามออกมา

“พวกเขาควรจะเป็นกองกำลังของแคว้นที่อยู่ใกล้เคียงเรา แต่ด้วยกำแพงของภาษา ทำให้เราไม่สามารถเข้าใจพวกเขาได้”

มิเระรายงานต่อ

“ข้าเข้าใจแล้ว” โทบิรามะพยักหน้า

“อีกอย่าง ยังมีนินจาอยู่ในหมู่พวกเขาด้วย” มิเระเหมือนจะลังเลที่จะรายงานเรื่องนี้

“กี่คน?” โทบิรามะสงสัย

“ชายคนนึงที่สามารถพัฒนาคาถาไฟและลมเข้ามารวมด้วยกันก่อให้เกิดคาถาใหม่ขึ้นมา คาดว่าจะเป็นขีดจำกัดทางสายเลือด” มิเระรีบรายงาน

ด้วยความสามารถนี้ ทำให้มิเระตัดสินใจล่าถอยออกมา เธอไม่แน่ใจว่าจะมีนินจาที่ซ่อนตัวอีกกี่คน มันเป็นเรื่องที่ดีกว่าที่จะสร้างมิตรดีกว่าสร้างศัตรู ตอนนี้พวกเขาอยู่ในสงคราม จะเป็นการดีที่มิเระจะไม่หาเรื่องใส่ตัว เพราะมันจะเป็นการสร้างปัญหาให้แก่โคโนฮะเช่นกัน

“หืม รวมคาถาเข้าด้วยกัน พลังของสายเลือด  อัจฉริยะจริงๆ” หลังจากที่ใช้ความคิด โทบิรามะได้กล่าวออกมา

“หากเป็นไปได้ให้เชิญชายคนนี้เพื่อมาพูดคุยปรับความเข้าใจ แล้วก็บอกให้คนของเราอย่าไปปะทะกับคนกลุ่มนี้หากเป็นไปได้”

“หากว่าไม่ใช่ศัตรู การฆ่าก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเลย”

“หากน้องชายชั้นรู้มันจะไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ” โทบิรามะส่ายหัว เขาปวดหัวทุกครั้งเมื่อนึกถึงน้องชาย

“ค่ะ รุ่นพี่!”

มิเระตอบอย่างรวดเร็วก่อนที่ร่างของเธอจะวับหายไป

“แคว้นที่ไม่รู้จักและมีสามารถคิดค้นคาถาใหม่ได้ นี้มันน่าสนใจแฮะ” โทบิรามะพึมพัม เขารู้สึกสนใจในชายผู้นั้นมาก

เขาคิดไตรตรองอยู่ครู่นึงก่อนที่จะเตรียมตัวกลับโคโนฮะ

จบบทที่ ตอนที่ 10 นินจาอัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว