เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 196: Magician of the Moon (4)

Chapter 196: Magician of the Moon (4)

Chapter 196: Magician of the Moon (4)


Chapter 196: Magician of the Moon (4)

ผมกำลังรอ.สัญญาณที่ไปถึงยอดภูเขา. การรับรู้ของผมค่อนข้างไกลและผมจะสังเกตเห็นได้ทันทีที่มีคนเข้ามาในพื้นที่.

แม็กได้บอกกับผมว่าเขาไม่อาจจะรู้สึกถึงตัวตนของนักเวทย์ดวงจันทร์จนกระทั่งเขาเข้ามาใกล้แล้ว.พูดอีกอย่างคือผมต้องการทดสอบ.สงสัยว่าผมจำอะไรได้เกี่ยวกับ ‘กลางคืน’ ที่นักเวทย์ดวงจันทร์ใช้.

ผมนั่งอยู่ด้านบนและปิดตาของผมในการทำสมาธิ.ผ่านไปไม่กี่วันผมก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม.

‘ฉันกำลังคิดว่าร่างกายของฉันกำลังเคลือนไหวในการฝึกฝนอยู่.’

ผมคิดว่าการเคลือนไหวร่างกายเป็นกุญแจสำคัญต่อความแข็งแกร่ง.ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นผมจะไม่แข็งแกร่ง ความจริงแล้วมันเป็นประสบการณ์บางอย่าง.

อย่างไรก็ตามผมได้รับการรู้แจ้งโดยต้นไม้ดั้งเดิม.ตอนนี้ผมแค่นั่งสมาธิและคิดว่ามันมีประสิทธิภาพ.ผมสามารถสำรวจตัวเองและเพ่งเล็งไปยังบางจุดที่สำคัญ.

มันเหลือเชื่อจริงๆ ผมได้คิดไว้แล้วว่าผมจะไม่สามารถแข็งแกร่งได้โดยการไม่ได้เพิ่มสถานะ แต่ผมก็ไปไกลกว่าเดิมแม้ว่าจะได้สถานะหนึ่งแต้มก็ตาม.

ไม่...นั่นไม่ใช่แบบนี้.

ผมรู้สึกถึงมัน แต่ผมลืมไปแล้ว

มันอยู่ในช่วงชีวิตของผมก่อนหน้า มันเกิดก่อนที่ผมจะมายังโลก?

ผมรู้ดีว่าคนที่อ่อนแอกว่าก็สามารถเอาชนะคนที่แข็งแกร่งกว่าในสนามรบ.

แต่หลังจากเดินทางมายังโลกแล้วผมก็จดจ่ออยู่กับหน้าต่างสถานะและสกิลมากเกินไป ทั้งสองมันเป็นตัวบ่งชี้ให้ผมเห็นได้ดังนั้นผมจึงไม่สงสัย.

อย่างไรก็ตามเงา(โคลน)ตามตัวของผมก็มีสถานะเหมือนกัน ผมรู้สึกถึงความแตกต่างทั้งๆที่สถานะเท่ากัน.

ผมได้กลายเป็นทาสหน้าต่างสถานะ.

ดังนั้นมันเลยทำให้ผมละเลยอีกครึ่งนึงของศักยภาพของผม.มันเป็นความรับผิดชอบของผม ดังนั้นผมเลยต้องแก้ไข.

‘ความรู้สึกนี้คือ...’

ในขณะเดียวกันดวงตาของผมก็หรี่ลง.

ความรู้สึกที่แปลกประหลาดลามเลียผิวหนังของผมและมันน่าขนลุก...

ผมอยากจะหัวเราะแต่ก็ทำไม่ได้.ร่างกายของผมตอบสนองต่อมันเป็นอย่างแรก.ก่อนที่ผมจะทันได้คิดอย่างรอบคอบ!

ในกรณีนี้หมายถึงสิ่งเดียวเท่านั้น

พบกับศัตรูที่เข้มแข็ง!

ผมได้เจอกับแกร์นดยุคและเคยรู้แล้วว่าเขาแข็งแกร่งขนาดไหน.ร่างกายของพวกเขาไม่ค่อยดีเท่าไร.ผมรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้เจอราชาสปิริตไฟ แต่มันก็ยังคงอยู่ในขอบเขตอยู่เหมือนกัน.

อย่างไรก็ตาม....การปรากฏตัวของเขานั้นแตกต่าง.

ไม่ว่ากรณีไหนมันก็เป็นเวลาที่ยาวนาน.มันไม่ใช่ความรู้สึกที่ครอบงำ.มันต่างออกไป.ต่างออกไปจากทั้งหมด.ผมไม่สามารถเข้าใจได้ดังนั้นผมจึงขมวดคิ้ว.

แล้วผมก็ลืมตาขึ้น.

ผมมองไปทางที่ทำให้ผมรู้สึกประหลาด.

‘เขามาถึงแล้ว.’

กลางคืนที่มองเห็นได้จากที่ไกลๆ.

ผมยืนยันมันด้วยตาของผม

'เข้าใจแล้ว.'

แม๊กไม่สามารถรู้สึกถึงเขาได้ แต่ผมรู้สึกได้.

แต่นั่นคือมัน ผมไม่สามารถบอกได้ว่าเขาเป็นไคร.

ความสามารถในการมองการณ์ไกล(ก็ไอ้ที่รวมแล้วได้มัทอายนั่นแหละ/ไรต์)ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียวในตอนนี้.

ดังนั้น...ผมจึงเรียกเปลวไฟของไพน์มาเพื่อยืนยัน.

‘คุณเป็นใคร?’

นักเวทย์ดวงจันทร์ที่สร้างกลางคืนได้. อาวุธลับของยูป้าซ่อนอยู่เบื้องหน้าของผม.

เขาไล่ตามมังกรมาอย่างดุเดือด.

ขณะที่เขาเข้ามาใกล้สภาพแวดล้อมของผมได้เปลี่ยนเป็นกลางคืน.

อย่างไรก็ตามสายตาของผมก็จ้องมองเขาอย่างซับซ้อน.

ผมไม่สามารถวัดผลได้.

แข็งแกร่ง, อ่อนแอ, ประเภทของเวทย์มนตร์...

เขาเหมือนจะสมบูรณ์แบบตั้งแต่มีความไม่แน่นอน.

การไหลเวียนพลังของเขาเหมือนกับเป็นจุดกำเนิดของโลก.ผมไม่เคยเห็นพลังเวทย์แบบนี้มาก่อนดังนั้นผมเลยรู้ว่าจะตัดสินอย่างไร.

‘ฉันต้องเผชิญหน้ากับมัน’

ศัตรูที่ไม่รู้จัก.

ถ้าทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยเสื้อผ้าผมก็ต้องถอดมันออก.ถ้าผมถอดมันออกได้เล็กน้อยผมอาจจะเห็นร่างกายของมัน.

ผมหยิบดาบจักพรรดิและวาธออกมา.

‘ดาบทมิฬ.’

ดาบทั้งสองกลายเป็นสีดำ.

ผมส่งพลังเวทย์ของผมลงไปบนตัวดาบแล้วชีไปที่นักเวทย์นั่น.

ซูมมมมมมมมม!

มีการระเบิดขนาดใหญ่และกินพื้นที่หลายร้อยเมตรรอบๆตัว.การระเบิดที่บีบอัดทุกอย่างเข้าด้วยกัน.

อย่างไรก็ตามมันไม่มีผลต่อนักเวทย์ เส้นผมของเขาอ่อนตัวลง

มันไม่สมเหตุผล แม้แต่ผมก็ยังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย.

ดวงตาของผมเคลือนที่ไปจดจ้องสิ่งที่อยู่ข้างหลังเขา

พระจันทร์.พระจันทร์ขนาดใหญ่ที่กำลังส่องแสงอย่างสว่างไสว.เขาลากดวงจันทร์มาพร้อมกับเขา.

'ดวงประทีป?’

บางครั้งมันสามารถช่วยชีวิตลิซได้.ลิซทั้งหลายไม่สามารถต้านทานต่อการล่อลวงไปสู่ความเป็นอมตะและดวงประทีปก็ช่วยเขาได้.ดวงจันทร์นั้นคล้ายกับดวงประทีป.

แต่...ดวงประทีปนี้ต่างออกไปต่างหากมันป้องกันเวทย์มนต์ได้ ไม่สามารถใช้พลังเวทย์ที่แข็งแแกร่งได้ ถ้าหากร่างกายได้รับบาดเจ็บมันจะต้องใช้เวลานานมากกว่าที่จะฟื้นฟู.

‘มันถูกทำลายและฟื้นฟูในทันที’

ผมคิดว่าดวงประทีปนี้เป็นเหตุผล

ก่อนโจมตีผมได้ยืนยันว่าร่างกายของเขาเสียหายหรือไม่ มันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่การระเบิดก็เพียงพอที่จะเป่าเนื้อของนักเวทย์นั่นให้หลุดออกไป โดยสิ่งที่คิดไม่ถึงมันสามารถงอกออกมาใหม่ได้.

อย่างไรก็ตามร่างกายของเขาแตกสลายและได้ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ แต่มันเป็นการฟื้นตัวที่เกินระดับปกติ มันน่าตกใจมาก.

‘ทำอะไรตอนนี้ได้บ้าง?’

ผมไม่รู้ คนนั้นแปลกมากจริงๆ ดาบทมิฬจะทำให้ไม่สามารถฟื้นตัวได้นอกจากสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในเขตแดนที่เหนือกว่า พูดอีกอย่างก็คือบุคคลนั้นได้เข้าสู่แขตแดนที่เหลือกว่า.

นักเวทย์ดวงจันทร์เหลือบมองมาที่ผม ผมเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีของเขา แน่นอนว่าเขารู้ว่าผมอยู่ที่นั่นหลังจากที่โดนพลังของผมไป.

อย่างไรก็ตามเขาผ่านตัวผมไป เขาไล่ล่ามังกรกระดูกเท่านั้น.

การโจมตีของผมไม่ได้อยู่ในระดับที่เขาจะคันได้?

‘ฮ่า.’

มันเป็นเรื่องที่อุกอาจจริงๆ ผมไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้ชีวิตก่อนหน้า ถ้าผมโจมตีแล้วฝ่ายตรงข้ามต้องตอบสนอง.

ผมบดฟันและจ้องมองดวงจันทร์ ถ้านั่นเป็นดวงประทีปจริงๆแล้วผมไม่อาจละเลยได้

ปีกจากเปลวไฟของไพน์ก็ยิ่งรุนแรงขึ้น กำแพงปิดกั้นทุกด้าน...แต่มันเหมือนดวงจันทร์จริงๆผมไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้ ผมคิดว่ามันเป็นดวงจันทร์ปลอมในการใช้กลางคืน.

'ในสถานการณ์นี้...’

ผมมีข้อจำกัดในสามัญสำนึกของผม นักเวทย์ดวงจันทร์อยู่เหนือขอบเขตนั้นไปอีกจากข้อจำกัดเหล่านี้.

ผมไม่รู้และตรวจสอบหน้าต่างสถานะ.

‘นี่คือเอฟเฟคของสร้อยคอเฮเลนมูน.’

เมื่อดวงจันทร์เกิดขึ้นก็จะมีผลทำให้พลังเวทย์เพิ่มขึ้นถึง3เท่าตัว.

นี่คือดวงจันทร์จริงๆ?

ผมโจมตีไปยังดวงจันทร์ แต่ไม่สามารถเข้าไปถึงดวงจันทร์ได้

“จิ๊.”

มันไม่ใช่สิ่งที่จะกำจัดง่ายๆ.

ผมตกต่ำ

ในเวลานี้หนึ่ง1ใน4ปีกของมังกรกระดูกได้หายไป

มังกรกระดูกจะถูกทำลายทันทีที่ถ้าเขายังทำต่อไป

‘ฉันต้องโจมตีเขา.’

ไม่มีทางเลือก ถ้าผมทำลายร่างกายของเขาหลายๆครั้งมันอาจจะมีขีดจำกัดของเขา แล้วผมจะดูว่าเขาจะเมิณผมได้ไหม

"พารานอมอล"

สถานะทั้งหมดเพิ่มขึ้น 2 แต้ม 1ชั่วโมง.

-พรจากพารานอมอลถูกใช้งาน.

‘สายฟ้าพระเจ้า ไปและกินมัน.’

ผมเพิ่มความแข็งแกร่งของผมยิ่งขึ้นไปอีก ผมใช้ดาบทมิฬอีกครั้งร่วมกับวาธและดาบจักพรรดิ ผมจดจ่ออยู่ที่พลังของสายฟ้าพระเจ้า.

ผมไม่เคยทำแบบนี้มาก่อน ตอนนี้ผมใช้พลังของผมทุกอย่างเข้าไปในดาบทั้งสองของผม

ผมมุ่งเป้าไปที่นักเวทย์ด้วยการระเบิดพลังของผม

เขาไม่แม้แต่จะรำคาญหรือหลีกเลี่ยงมัน แน่นอนการระเบิดครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นเมื่อโดนมัน

ตูมมมมมมมม!

มันเป็นภาพที่เหมือนกับถูกแบ่งแยกระหว่างสวรรค์และโลก

มันรุนแรงกว่าการโจมตีครั้งก่อน.

‘ฉันใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้ง.’

ผมได้บังคับใช้พลังเวทย์มหาศาลกับมัน มันยังมีเหลืออยู่บ้าง แต่ผมไม่สามารถทำแบบนี้ซ้ำๆได้.

ดังนั้นเวลานี้ที่จะต้องทำ?

การระเบิดเกิดขึ้นจากแรงบีบอัดซ้ำๆ ผมไม่สามารถยืนยันสถานการณ์ภายในได้.

ไม่ช้าผลจากการระเบิดก็หายไปและผมก็เห็นเป้าหมาย

แขนของเขาหายไป มันเป็นบริเวณที่น่าจะเป็นแขนและขาของเขา

ดูเหมือนว่าการฟื้นฟูร่างกายครั้งก่อนมันจะไม่เป็นผลมากนัก.

‘มันได้ผล’

ผมไม่สามาถปล่อยโอกาศนี้ไปได้

นักเวทย์ดวงจันทร์หันหัวมามองที่ผม

ประมาณสามวินาที.

จากนั้นเขาก็กลับไปจดจ่ออยู่กับมังกรกระดูกอีกครั้ง

“......”

ผมรู้สึกถึงคำอธิบายไม่ออกเมื่อมองเข้าไปในดวงตาของเขา

จบบทที่ Chapter 196: Magician of the Moon (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว