เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ผลของยาเพิ่มความทรงจำ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้คะแนนสูงแบบนี้!

บทที่ 37 ผลของยาเพิ่มความทรงจำ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้คะแนนสูงแบบนี้!

บทที่ 37 ผลของยาเพิ่มความทรงจำ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้คะแนนสูงแบบนี้!


บทที่ 37 ผลของยาเพิ่มความทรงจำ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้คะแนนสูงแบบนี้!

"จุ๊ๆๆ นายก็รู้ดีอยู่แล้วว่าการสอบกำลังจะเริ่มต้นขึ้น แต่นายก็ยังคงลาอย่างไม่มีเหตุผล ฉันกลัวจังเลยว่านายจะต้องหน้าแตก"

“ฉันสงสัยจังเลยว่าเขาจะมีสีหน้าแบบไหนกันนะเมื่อได้เห็นจดหมายฉบับนั้น ฮิฮิฮิ…”

ใครบางคนในห้องเรียนชี้ไปที่จ้าวซือ

จ้าวซือนั่งลงและเหยียดมือออก เขาพบกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่ในลิ้นชัก มันถูกเขียนว่า:

"ไอ้ขยะจ้าวซือ แกไม่มีวันตามหลิวฉินหยางได้ทัน!"

“ยอมแพ้ซะเถอะ! เหนื่อยเปล่า แกไม่คู่ควรที่จะได้ศาสตราจารย์หูเป็นที่ปรึกษาหรอก!”

ยังมีการเขียนคำที่คล้ายกันนี้ และเห็นได้ชัดว่ามีลายมือของคนมากกว่าหนึ่งคน

จ้าวซือขยำกระดาษให้เป็นลูกบอลเล็กๆ แล้วโยนมันลงในถังขยะ

ก็แค่มดบางตัวที่คอยตามรังควานเขา เขาไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย

“พี่จ้าวซือ พี่กลับมาแล้ว อ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว? ถ้าพี่ไม่เข้าใจตรงไหนถามฉันได้เลยนะ” หลี่ซินยังคงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และเพียงแค่เข้ามาทักทายจ้าวซือ

จ้าวซือกล่าวขอบคุณเธอและฟุบลงบนโต๊ะ เขาไม่ได้นอนติดต่อกันเกิน 24 ชั่วโมงแล้ว เมื่อฤทธิ์ของยาเพิ่มความทรงจำหมดไปตอนนี้เขาก็เริ่มง่วง ถึงแม้ว่าสุขภาพของเขาจะดีแค่ไหนแต่เขาก็ยังต้องการการพักผ่อน

เมื่อหลี่ซินเห็นดังนั้นเธอจึงถอยห่างออกไปเงียบๆ

“ให้ตายสิ ทำไมหลี่ซินถึงได้ดีกับจ้าวซือขนาดนั้นนะ!”

“ใช่ เขาก็ไม่เห็นจะหล่อ แถมเกรดก็ไม่ดีด้วย เสื้อผ้าที่เขาใส่ก็ดูเห่ย… ที่สำคัญไปกว่านั้น เขาก็ไม่ได้สนใจหลี่ซิน!”

ไม่ใช่แค่เฉียนเฟิงที่คอยตามจีบหลี่ซินมานานแล้ว แต่ยังรวมถึงเพื่อนร่วมชั้นชายบางคน เป็นเพราะหลี่ซินพวกเขาจึงรู้สึกไม่พอใจจ้าวซือมากขึ้นเรื่อยๆ

นั่นก็เพราะว่าหลี่ซินเรียนหนังสือเก่ง หน้าตาดีและอารมณ์ของเธอก็ยอดเยี่ยม หลายคนมองว่าเธอเป็นคนที่พวกเขาแอบชอบ ในทางกลับกันจ้าวซือนั้นเป็นเพียงนักศึกษาที่ยากจน แต่พวกเขาไม่กล้าที่จะแสดงออกต่อหน้าจ้าวซือมากนัก พวกเขาทำได้แค่แอบดูถูกเขาเพื่อระบายความโกรธเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าจ้าวซือไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ต่อกระดาษที่พวกเขาจงใจยั่วยุ หลิวฉินหยางก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของเขา เขาเดินมาตรงหน้าของจ้าวซือและพูดด้วยรอยยิ้มอันจอมปลอมว่า "จ้าวซือ ทำไมนายถึงยังกลับมาอีกล่ะลาหยุดไปตั้งครึ่งวันแล้ว? นี่นายคำนวนเวลาผิดไปหรือเปล่า? นายน่าจะกลับมาหลังจากที่หมดเวลาสอบไปแล้วนะ”

ทำไมจ้าวซือจะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด? หลิวฉินหยางต้องการที่จะใช้โอกาสนี้ทำให้เขาอับอายต่อหน้าทุกคน เขาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งและเหยียดมือขวาออก

หลิวฉินหยางกลัวมากจนต้องก้าวถอยหลังเพราะคิดว่าจ้าวซือกำลังจะตบเขา แต่จ้าวซือเพียงแค่เกาหลังและหาวเท่านั้น “อะไรนะ? อันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยงั้นเหรอ? ถ้านายมีเวลามาเอาใจใส่ฉันขนาดนั้น นายน่าจะเอาเวลาไปอ่านหนังสือเพื่อไม่ให้คนอื่นแซงนายได้จะดีกว่านะ”

หลิวฉินหยางพูดอย่างโกรธเคือง “เสียใจไหมล่ะ? นายกังวลไปก็ไร้ประโยชน์เปล่าๆ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่อ่านหนังสือแต่ฉันก็ทำข้อสอบได้ดีกว่านายแน่ๆ!”

“เอาไว้ค่อยคุยหลังสอบเสร็จเถอะ” จ้าวซือโบกมืออย่างหมดความอดทนและไม่สนใจหลิวฉินหยางอีกต่อไป เขาล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

หลิวฉินหยางเห็นว่าจ้าวซือทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ดังนั้นเขาจึงหันหลังกลับอย่างโกรธเคือง "คอยดูละกัน!"

เขาแอบคิดในใจ คราวนี้เขาต้องการที่จะเพิ่มช่องว่างระหว่างเขากับลำดับที่สองของมหาวิทยาลัย เขาเพียงต้องการที่จะกระทืบจ้าวซือที่เขาเกลียดให้จมดิน

เมื่อนักศึกษาคนอื่นๆ ได้เห็นการสนทนาสั้นๆ ระหว่างจ้าวซือและหลิวฉินหยาง พวกเขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว

จ้าวซือคนนี้ช่างมั่นใจเหลือเกิน

คนที่เก่งอย่างหลิวฉินหยางมีสิทธิ์ที่จะหยิ่งผยอง แต่จ้าวซือเป็นใครกัน? เกรดเฉลี่ยของเขาในระดับมหาวิทยาลัยจะมาเทียบกับเกรดเฉลี่ยของหลิวฉินหยางได้อย่างไรกัน?

ภายในชั่วพริบตา การสอบวัดผลครั้งที่สองซึ่งเป็นจุดสนใจก็มาถึง

เมื่อเห็นคำถามที่อยู่บนกระดาษ จ้าวซือก็ยิ้มบางๆ คำถามที่ทำให้เขาคิดหนักตอนนี้กลับดูง่ายเหมือน 1 + 1

หลังจากอ่านบทความจบทั้งหมดแล้ว ก็มีเพียงสองคำถามที่ทำให้เขาต้องคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง

หลังจากที่ทำข้อสอบเสร็จแล้ว จ้าวซือก็ทบทวนคำตอบของเขาอีกครั้งหนึ่งและส่งข้อสอบ จากนั้นเขาก็นอนหมอบลงบนโต๊ะและผล็อยหลับไป

นักศึกษาในชั้นเรียนต่างก็พากันมองมาที่เขา และหลายคนอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว จ้าวซือคนนี้คงจะยอมแพ้แล้วอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเห็นว่าจ้าวซือส่งกระดาษคำตอบแล้ว หลิวฉินหยางก็ขยับแว่นตาและยิ้มเหยียดก่อนที่จะทำข้อสอบต่อไป ในเวลานี้เขารู้สึกดีมาก เขามั่นใจว่าเขาจะกระทืบจ้าวซือไว้ใต้ฝ่าเท้าได้อย่างแน่นอน

การสอบสิ้นสุดลง

ฮันไป่เสวี่ยในฐานะผู้คุมสอบ เข้าไปในห้องสอบ

“นักศึกษาเนื่องจากสถานการณ์พิเศษในครั้งนี้ เพื่อให้ทุกคนทราบผลได้ทันที อธิการบดีจึงได้ตัดสินใจที่จะถ่ายทอดสดการตรวจคะแนนการทดสอบ เพราะฉะนั้นกระดาษทดสอบจะถูกบันทึกวิดีโอเอาไว้ เนื่องจากว่ามีคณาจารย์และนักศึกษาในมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่ให้ความสนใจกับผลการทดสอบในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด”

ทันทีที่การสอบวัดผลสิ้นสุดลง ฮันไป่เสวี่ยก็ได้แจ้งข่าวที่ทำให้ทั้งชั้นเรียนต้องสั่นสะเทือน

เธอมองไปที่จ้าวซือด้วยความกังวล ถึงแม้ว่านักศึกษาคนนี้ของเธอจะเก่งเรื่องการต่อสู้ แต่การต่อสู้ก็เรื่องหนึ่ง แต่การต่อสู้ไม่เกี่ยวข้องกับวิชาการแต่อย่างใด! เมื่อเธอคิดว่าจ้าวซือคงจะไม่มีวาสนาได้เป็นนักศึกษาในที่ปรึกษาของศาสตราจารย์หู ฮันไป่เสวี่ยก็รู้สึกว่ามันช่างน่าเสียดาย

แต่งานวิชาการก็ยังต้องเดินหน้าต่อไป ฮันไป่เสวี่ยเปิดโปรเจคเตอร์และเริ่มฉายผลการตรวจข้อสอบ

แม้ว่าจะเรียกได้ว่าถ่ายทอดสด แต่จริงๆ แล้วมันเป็นพื้นหลังที่ว่างเปล่า ชื่อของผู้เข้าสอบปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ตามด้วยผลคะแนนสอบที่สอดคล้องกัน

"ฮ่าฮ่า ในครั้งนี้ผลสอบของฉันดีมากเลย"

"นี่ฉันทำพลาดอะไรไปหรือเปล่า? ทำไมคะแนนฉันถึงได้ต่ำนัก..."

เมื่อประกาศผล บางคนก็มีความสุข ในขณะที่บางคนก็เป็นกังวล

“ว้าว คนนั้นคือหลูเหว่ยฮวงที่อยู่ห้องถัดไป ครั้งที่แล้วเขาได้อันดับที่ 2 ของมหาวิทยาลัย คราวนี้คะแนนของเขาสูงมากจริงๆ!” ทั้งชั้นเรียนเริ่มกระสับกระส่าย

เมื่อเห็นดังนั้นหลิวฉินหยางก็รู้สึกประหม่าเล็กน้อยเพราะผลสอบของเขายังไม่ออกมา แต่อันดับสองของมหาวิทยาลัยได้ผลคะแนนสอบดีมาก ถ้าเขาทำผลงานได้ไม่ดี คราวนี้เขาอาจจะต้องเสียที่หนึ่งไปก็เป็นได้…

"หลิวฉินหยางได้ 587 คะแนน! สูงกว่าอันดับสองมากกว่า 30 คะแนน!"

"เชี่ยยย นั่นเกือบจะได้คะแนนเต็มแล้วไม่ใช่เหรอนั่น?"

เมื่อชื่อและผลคะแนนของหลิวฉินหยางปรากฎขึ้นมา ทั้งชั้นเรียนก็แทบระเบิด

เมื่อเห็นคะแนนสอบของตัวเองแล้ว หลิวฉินหยางก็ดีใจมาก ทันใดนั้นเขาก็มองไปที่จ้าวซืออย่างเหยียดหยันและพึงพอใจ “จ้าวซือ ฉันแน่ใจว่าคราวนี้ฉันจะได้ที่หนึ่ง มาดูกันว่านายจะเข้าสิบอันดับแรกได้หรือเปล่า?”

เกี่ยวกับเรื่องนี้จ้าวซือยังคงนิ่งเงียบ

"จุ๊ๆๆ ความเก่งกาจของหลิวฉินหยางนี้ช่างเกินคำบรรยายจริงๆ เขาคว้าอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยได้ถึงสองปีซ้อน ชื่อเสียงของเขาในฐานะอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัยนี่มันของแท้จริงๆ"

“ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะหยิ่งยะโส เพราะที่เขาหยิ่งก็เป็นเพราะเขาเป็นคนมีความสามารถ ไม่เหมือนกับบางคน… แต่ก็เอาเถอะตอนนี้เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรแล้ว”

เกือบทุกคนกำลังพูดถึงหลิวฉินหยาง ในขณะเดียวกันพวกเขาต่างก็แอบเหยียดจ้าวซือทั้งต่อหน้าและลับหลัง

เฉียนเฟิง หูเจียหาวและคนอื่นๆ อยากเห็นสีหน้าที่ไม่สบายใจของจ้าวซือ แต่พวกเขากลับพบว่าจ้าวซือยังคงสงบนิ่ง ราวกับว่าทุกอย่างไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา

ในตอนนี้ มีใครบางคนกระซิบ "ดูสิ คะแนนสอบของจ้าวซือกำลังมาแล้ว!"

เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่จอโปรเจคเตอร์ บางคนก็ถึงกับหมดความอดทนกับการรอคอยแล้ว ทันทีที่ผลคะแนนของจ้าวซือประกาศออกมา พวกเขาก็จะมีหลักฐานและเยาะเย้ยจ้าวซือได้!

สิ่งแรกที่ปรากฏบนหน้าจอคือชื่อของจ้าวซือตามด้วยเลขห้า

“ฮ่าฮ่า ไม่น่าจะเกิน 50 คะแนน…” มีคนต้องการที่จะเยาะเย้ยเขา แต่สีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปในทันใด

แม้ว่าผลของจ้าวซือจะเทียบไม่ได้กับของหลิวฉินหยางแต่ก็เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดที่เขาจะได้ตัวเลขเพียงสองหลัก เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นไปได้?

ในเวลานี้ หัวใจของทุกคนเริ่มเต้นแรง

ตัวเลขที่ปรากฎหลังเลข 5 คือ 9 และตัวเลขที่ตามหลังเลข 9 ก็ได้ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ ทั้งห้องเรียนเงียบกริบ

หลังจากที่เงียบงันไปครู่หนึ่ง ทุกคนก็ระเบิดเสียงออกมาอย่างกับนัดกันไว้

"597 คะแนน!"

"เป็นไปไม่ได้!"

"เชี่ยยย!"

ในตอนนี้ไม่เพียงแต่ในชั้นเรียนของจ้าวซือเท่านั้น แต่คณาจารย์และนักศึกษาทุกคนที่รับชมการถ่ายทอดสดต่างก็มีคำถามมากมายอยู่ในใจ

นี่ระบบมีปัญหาหรืออาจารย์ที่ให้คะแนนมีปัญหากันแน่ หรือ... ว่าจะเป็นปัญหาที่ตาของพวกเขาเอง!

จบบทที่ บทที่ 37 ผลของยาเพิ่มความทรงจำ มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้คะแนนสูงแบบนี้!

คัดลอกลิงก์แล้ว