เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 เพชรนิลจินดาของฉันมีมูลค่าหลายล้านเหรียญ

บทที่ 8 เพชรนิลจินดาของฉันมีมูลค่าหลายล้านเหรียญ

บทที่ 8 เพชรนิลจินดาของฉันมีมูลค่าหลายล้านเหรียญ


บทที่ 8 เพชรนิลจินดาของฉันมีมูลค่าหลายล้านเหรียญ

“บี๊บ! ตามความประสงค์ของโฮสต์ ฟังก์ชั่นกล่องจักรวาลแบบพกพาได้ถูกเปิดแล้ว โฮสต์สามารถที่จะติดต่อกับกล่องจักรวาลได้ตลอดเวลา เพื่อรับและฝากสิ่งของที่เกี่ยวข้องกับระบบได้อย่างอิสระ!”

ขณะที่จ้าวซือกำลังคิดหาวิธีที่จะเอารางวัลที่ได้จากระบบออกจากมา ข้อความที่แจ้งนี้ก็ดูเหมือนจะมาได้ถูกเวลา

ตามที่ระบบได้แจ้งไว้ จ้าวซือจึงกลับไปที่บ้าน จากนั้นเขาก็หยิบเอาของรางวัลที่วางอยู่ในช่องลับของกล่องจักรวาลออกมา

"นี่มันเหมือนกับการรวมกันของกระเป๋าและประตูวิเศษของโดเรม่อนเลยนะเนี่ย!"

เมื่อมองไปที่กล่องขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยทองคำ เงิน และอัญมณี ชุดเกราะนักรบสีทองอร่าม และดาบตรามังกรทองคำที่งดงามหาที่เปรียบมิได้ที่อยู่ตรงหน้าเขา จ้าวซือก็รู้สึกงุนงงเล็กน้อย

หีบไม้จันทน์ที่แม้แต่ผู้ใหญ่ก็ไม่อาจที่จะยกได้นั้นเต็มไปด้วยเครื่องประดับล้ำค่านานาชนิด

สำหรับชุดเกราะนักรบสีทองและดาบตรามังกรทองคำ ทุกรายละเอียดถูกแกะสลักอย่างพิถีพิถัน ด้วยวัสดุที่มีคุณภาพสูงและสามารถเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบ มูลค่าของมันจึงประเมินค่าไม่ได้

จ้าวซือลองสวมชุดเกราะนักรบสีทองและพบว่ามันสามารถสวมใส่ได้จริงๆ ร่างกายท่อนบนของเขารู้สึกเบาตัวมาก และไม่ได้เทอะทะอย่างที่คิด

จากนั้นเขาก็เอื้อมมือไปคว้าดาบตรามังกรทองคำและพบว่ามีน้ำหนักเบามาก เพียงแค่โบกเบาๆ ก็ทำให้เกิดเสียงคำรามของมังกรดังขึ้น!

"ทรงพลังมาก น่าเสียดายที่ฉันใช้ดาบไม่เป็น"

จ้าวซือรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

ซึ่งถ้าเขาใช้ดาบเป็นก็คงจะดูเท่มาก แต่มันคงไม่ใช่อย่างนั้นตราบใดที่เขายังมีระบบ เขาก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลว่าเขาจะไม่ได้รับเคล็ดวิชาที่เกี่ยวข้องกับการใช้ดาบนี้ไม่ใช่หรือ?

นอกเหนือจากรางวัลที่ได้จากการชำระเงินแล้ว องค์ชายรองหยวนเจี๋ยก็ยังให้คะแนนระดับห้าดาวแก่เขาอีกด้วย ซึ่งเป็นผลให้เขามี 300 คะแนนอนันตภพเพิ่มมาในบัญชีของเขา

ในตอนนี้จ้าวซือมีคะแนนรวมทั้งหมด 600 คะแนนอนันตภพ ถ้าครั้งต่อไปเขามีโอกาสได้เจอกับร้านลึกลับในอนันตภพ เขาก็จะสามารถแลกเปลี่ยนข้าวของดีๆ บางอย่างได้

แต่ทว่าจ้าวซือก็ไม่ได้รีบร้อน สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้ก็คือการหาเงิน!

ไม่ว่าทองคำ เงิน และเครื่องประดับเหล่านี้จะมีจำนวนมากเพียงใด แต่สิ่งเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะรับประทานแทนอาหารได้

จ้าวซือจึงเลือกสร้อยคอทองคำและหยกชิ้นที่ค่อนข้างเล็ก และค่อนข้างที่จะดูธรรมดาอย่างระมัดระวัง

ไม่นานนักหลังจากนั้น จ้าวซือก็ตรงไปที่ร้านขายเครื่องประดับที่ใหญ่ที่สุดในอาคารพาณิชย์ที่อยู่ใกล้เคียง

ร้านจิวเวลรี่ว่านฝู เป็นร้านที่มีเครือข่ายระดับโลก ไม่เพียงแต่ร้านจะตกแต่งอย่างสวยงามเท่านั้น แม้แต่พนักงานต้อนรับสาวสวยก็แต่งกายอย่างสวยงามด้วย

เมื่อก่อนนี้จ้าวซือทำได้เพียงแค่มองจากระยะไกลเท่านั้น แต่ในตอนนี้เขามีระบบจัดส่งขั้นเทพแห่งอนันตภพ และเขามีเครื่องประดับจำนวนมาก แน่นอนว่าตอนนี้สิ่งต่างๆ ได้เปลี่ยนไปแล้ว

อย่างไรก็ตามก่อนที่จ้าวซือจะเข้าไปใกล้ร้าน พนักงานต้อนรับสาวคนหนึ่งก็ขมวดคิ้วและโบกมือไล่เขาเหมือนแมลงวัน

"พนักงานส่งเดลิเวอรี่ พวกเราไม่ได้สั่งเดลิเวอรี่นะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณควรจะเข้ามา รีบออกไปซะ!"

จ้าวซือตกตะลึง ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าชุดพนักงานส่งของของเขาทำให้เกิดความเข้าใจผิด เขายิ้มอย่างเขินอายและพูดว่า:

“ผมไม่ได้มาส่งอาหารนะครับ”

พนักงานต้อนรับสาวเบะริมฝีปากอย่างดูถูกราวกับว่าเธอได้ยินเรื่องตลกร้าย

เมื่อเห็นดังนั้นจ้าวซือก็เข้าใจสถานการณ์ แต่ไม่ว่าสาวที่เย่อหยิ่งจะดูถูกเขาหรือไม่ เขาก็ไม่ได้สนใจ

“คุณรับซื้อสร้อยคอเส้นนี้ไหม?”

จ้าวซือก้าวเข้ามาแล้ววางสร้อยคอทองคำและหยกลงบนโต๊ะ

ดวงตาของพนักงานต้อนรับเป็นประกาย “ถ้าคุณต้องการที่จะขายสร้อยคอนี้ ทำได้แน่นอนค่ะ แต่ขอให้เราประเมินราคาก่อนนะคะ”

จ้าวซือพยักหน้า เขามั่นใจในสร้อยคอของเขามาก

พนักงานต้อนรับมองไปที่สร้อยคอครู่หนึ่งแล้วมองดูจ้าวซือตั้งแต่หัวจรดเท้า เธอยิ้มและส่ายหัว “คุณคะ ต้องขอประทานโทษด้วย นี่เป็นของปลอมค่ะ”

ใบหน้าของจ้าวซือสลดลง "เป็นไปไม่ได้"

นี่เป็นรางวัลจากระบบ มันจะเป็นของปลอมไปได้อย่างไร?

“คุณคะ ไม่ต้องเป็นกังวลไปนะคะ ถึงแม้จะเป็นของปลอมแต่ฝีมือก็ไม่เลวเลย ทางเรายินดีที่จะให้ราคาสร้อยนี้ในราคาสองพัน เห็นไหมคะถ้าเป็นของจริงจะต้องไม่มีรอยแบบนี้...” พนักงานต้อนรับชี้ไปที่สร้อยคอในมือของเธออย่างจริงจัง

ขณะเดียวกันนั้น ก็มีเสียงแหลมดังขึ้น

“โย่ คนตาบอดที่ไหนถึงกล้าเอาของปลอมมาขายที่ร้านจิวเวลรี่ว่านฝู?”

จ้าวซือหันไปมองเล็กน้อย เขาเห็นผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดกำลังคล้องแขนชายวัยกลางคนที่ดูราวกับเศรษฐีใหม่ พร้อมกับเดินบิดก้นขณะที่เธอเดินเข้าไปภายในร้าน

“ท่านประธานหวัง คุณซุน พบกันอีกแล้วนะคะ! ทำไมพวกท่านไม่โทรหาดิฉันก่อนคะ ดิฉันจะได้ไปคอยต้อนรับพวกท่าน?”

พนักงานต้อนรับสาวกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก เธอดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

“พอได้แล้ว หยุดทำตัวสุภาพได้แล้ว พวกคุณเป็นอะไรกันไปหมด?  ทำไมถึงได้ปล่อยให้คนแบบนี้เข้ามา? ฉันจะเอาหน้าวีไอพีของฉันไปไว้ที่ไหน? รีบพาเขาออกไปจากที่นี่ได้แล้ว เร็วเข้า! ช่างน่าอายเสียจริงๆ!”

ชายที่ชื่อท่านประธานหวังมีสีหน้าไม่พอใจและน้ำเสียงของเขาก็ฟังดูยิ่งใหญ่

ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขามองดูจ้าวซือด้วยความรังเกียจ

“คุณแน่ใจเหรอว่าสร้อยคอของผมเป็นของปลอม?” จ้าวซือไม่ได้โกรธ แต่เขากลับยิ้มและมองดูคนพวกนั้นอย่างเย็นชา

“ไอ้คนไร้ยางอาย ไร้ยางอายจริงๆ กล้าดียังไงมาเสนอหน้าถาม? เธอน่ะเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ในเมื่อเธอบอกว่าสร้อยคอของคุณเป็นของปลอม ก็ต้องปลอมสิ! ถ้าไม่ยอมรับก็หาหลักฐานมาแสดงให้ฉันเห็นสิ!”

ท่านประธานหวังชี้นิ้วไปที่จ้าวซือและตะคอกใส่เขา

พนักงานต้อนรับสาวตอบว่า “ท่านประธานหวังพูดถูก ฉันก็อุตส่าห์บอกคุณแล้วไงว่าไม่มีร้านไหนรับของปลอมของคุณหรอก ถ้ามีหน้าไหนกล้ารับซื้อก็คงจะต้องเป็นศัตรูกับร้านจิวเวลรี่ว่านฝูแล้วล่ะ!”

"ท่านประธานหวังช่างแสนดีอะไรอย่างนี้ ร้านจิวเวลรี่ว่านฝูช่างแสนดีอะไรอย่างนี้... "เด็กสาวที่แต่งตัวเหมือนเด็กนักเรียนก้าวไปข้างหน้า" พี่ชาย ขอดูสร้อยคอของคุณให้หน่อยได้ไหม?"

"ได้สิ" จ้าวซือกล่าวอย่างไม่ลังเลใจ

หญิงสาวหยิบสร้อยคอขึ้นมาดูด้วยความระมัดระวัง

“เชอะ แสดงเก่งจังเลยนะ มาดูกันว่าแกจะจัดการเรื่องนี้ยังไง” ผู้หญิงของท่านประธานหวังกล่าวดูถูก

หลังจากที่มองดูเธออยู่ครู่หนึ่ง เด็กสาวก็คลี่ยิ้มออกมา รอยยิ้มนี้ทำให้ผู้ชายทุกคนประหลาดใจเล็กน้อย

จากนั้นเธอก็ชูสร้อยคอขึ้นสูง และเปล่งเสียงที่ดังและทรงพลัง ซึ่งยิ่งทำให้ทุกคนตกใจมากขึ้นไปอีก

“สร้อยหยกทองคำเส้นนี้ฝีมือปราณีตมาก คุณภาพของหยกเป็นเลิศ ประเมินราคาอย่างน้อยๆ มันต้องมีมูลค่ามากกว่าหนึ่งล้านหยวน! ของปลอมงั้นเหรอ? ฉันไม่คิดว่าคุณจะพูดแบบนั้นนะ!”

มูลค่าเป็นล้าน!

เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของท่านประธานหวังก็ดูน่าเกลียดราวกับมีใครตบหน้าเขา

สีหน้าของพนักงานต้อนรับสาวคนนั้นก็ซีดเผือดลงเล็กน้อย เธอรู้เพียงว่าสร้อยคอเส้นนี้มีมูลค่าไม่ใช่น้อย แต่เธอไม่เคยคิดว่ามันจะมีมูลค่ามากขนาดนี้ แต่ทว่าเธอก็โต้กลับเร็วมาก:

“เชอะ... เธอมันก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ มีความสามารถอะไรที่จะพิสูจน์มันได้ ใครๆ ก็พูดได้ มูลค่าเป็นล้านเลยเหรอ? งั้นเธอก็เอาไปสิ!”

ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดเห็นด้วย: "อ้อ ฉันรุ้แล้ว พวกเขาเป็นแก๊งค์กัน พวกเขาคิดที่จะมาหลอกเอาเงิน อย่าบอกนะว่าพวกแกคิดว่าทุกคนจะโง่!"

“พูดพอหรือยัง?”

เด็กสาวหยิบนามบัตรออกมาจนเกือบจะแทกหน้าพนักงานต้อนรับสาวคนนั้น

“หัวหน้าดีไซเนอร์เครื่องประดับของ ฮวาหลงอินเตอร์เนชั่นแนล! เธอคือ เยว่ หยูเฉิงงั้นเหรอ!”

พนักงานต้อนรับสาวร้องเสียงหลง และเสียงของเธอก็สั่นเครือ

“ฮวาหลงอินเตอร์เนชั่นแนลอะไรกัน? ฉันไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน ต้องตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?” ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่

ท่านประธานหวังกระตุกเธออย่างแรงและพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า "นังบ้า นี่เธออยากตายหรือยังไง? ฮวาหลงอินเตอร์เนชั่นแนล เป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องประดับชั้นนำระดับโลก ราคาเริ่มต้นที่ถูกที่สุดก็คือ 600,000 หยวน ยิ่งไปกว่านั้นบางชิ้นก็ยังไม่สามารถที่จะซื้อได้ด้วยเงิน! นังผู้หญิงโง่ เธอคงไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ล่ะสิ! แล้วที่สำคัญ เธอคนนี้ก็เป็นลูกสาวคนเดียวของประธานบริหารบริษัทฮวาหลงด้วย!"

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกใจ และพูดอะไรไม่ออกสักคำ

เธอกำลังรนหาที่ตายจริงๆ! ด้วยสถานะและตัวตนเช่นนี้ เด็กนั่นอาจจะฆ่าเธอได้เพียงแค่สะบัดนิ้ว!

เมื่อคิดถึงตรงนี้เธอมองดูจ้าวซืออย่างสยดสยอง บางทีคนๆ นี้อาจจะวางแผนการอะไรบางอย่างและแสล้งทำเป็นหมูเพื่อจะกินเสือก็เป็นได้?!

“คุณคะ ดิฉันผิดไปแล้ว... ดิฉันขอโทษคุณเยว่และคุณคนนี้นะคะ!” พนักงานต้อนรับสาวเหงื่อไหลจนชุ่มโชก

ท่าทางของท่านประธานหวังก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นกัน “คุณเยว่และพี่ชายท่านนี้ ผมตาบอดเองที่จำภูเขาไท่ไม่ได้ ผมขอโทษ ผมขอโทษจริงๆ เพราะผมตาไม่ถึงแล้วยังไม่มีสมอง...”

ทุกคนในร้านถึงกับตกตะลึง ท่านประธานหวังที่เคยหยิ่งผยองมาโดยตลอด จริงๆ แล้วช่างอ่อนน้อมถ่อมตนนัก!

หัวหน้าดีไซเนอร์และลูกสาวของประธานบริหารบริษัทฮวาหลงอินเตอร์เนชั่นแนลได้มาปรากฏตัวในร้านเล็กๆ แห่งนี้จริงๆ!

อีกทั้งพนักงานส่งอาหารที่ไม่ยโสโอหังแถมยังอ่อนน้อมถ่อมตนในตอนแรก มีคนหนุนหลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?!

ภายใต้การจ้องมองที่ประหลาดใจของทุกคน จ้าวซือเหลือบมองเยว่หยูเฉิงที่อยู่ข้างๆ เขา เขาต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ห้ามปากตัวเองไว้

ส่วนอีกคนหนึ่งนั้นยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย “หาที่นั่งกันก่อนไหม?”

“ได้สิ  ผมขอเลี้ยงกาแฟเจ้านายใหญ่เอง” จ้าวซือตัดสินใจที่จะฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้

จบบทที่ บทที่ 8 เพชรนิลจินดาของฉันมีมูลค่าหลายล้านเหรียญ

คัดลอกลิงก์แล้ว