- หน้าแรก
- ป๊ะป๋าจำเป็นกับซูเปอร์มาร์เก็ตข้ามภพ
- บทที่ 62: องค์หญิงน้อยดื่มชานม!
บทที่ 62: องค์หญิงน้อยดื่มชานม!
บทที่ 62: องค์หญิงน้อยดื่มชานม!
“ไม่คิดว่าผลจะดีขนาดนี้!” เซียวหรานประหลาดใจในใจ เขายอมรับว่าตอนที่ให้ยาแก่จักรพรรดินีจ่างซุนนั้นมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย
ก่อนหน้านี้ตอนที่ค้นข้อมูล เขาก็รู้ว่าจักรพรรดินีจ่างซุนสิ้นพระชนม์ในปีเจินกวนที่สิบ เพียงแต่ไม่เคยถามว่าตอนนี้คือปีไหนของต้าถัง
จึงไม่รู้ว่าเหลือเวลาอีกนานเท่าไรกว่าจักรพรรดินีจ่างซุนจะสิ้นพระชนม์ และก็ไม่รู้ว่าอาการประชวรของพระนางอยู่ในขั้นไหนแล้ว
เซียวหรานเดินไปข้างโซฟา นั่งลงตะแคงข้าง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแล้วเอ่ยถามเสียงเบา “ซื่อจื่อ รู้ไหมว่าตอนนี้ต้าถังเป็นปีอะไรเหรอ?”
องค์หญิงน้อยหันมา ดวงตาใสซื่อดูน่ารักน่าเอ็นดู เอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงง้องแง้ง “เค้าม่ะรู้ง่า~”
องค์หญิงน้อยเฉิงหยางที่อยู่ข้างๆ รีบตอบ “คุณชายหนุ่ม ตอนนี้คือปีเจินกวนที่เจ็ดเพคะ หม่อมฉันเคยได้ยินเสด็จพ่อกับท่านแม่พูดถึง”
“อืม พี่ชายรู้แล้ว!” เซียวหรานยิ้มพลางพยักหน้า “ดูต่อเถอะ!”
เซียวรั่วอิ๋งผู้มัดผมหางม้าสูง สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีขาว เดินเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยฝีเท้าที่คล่องแคล่ว ในมือหิ้วชานมสองแก้วที่ยังเป็นอุณหภูมิห้อง
“เจ้ พี่ชายฉันอยู่ไหม?” เธอถามพลางใช้มือทัดปอยผมข้างหู
สวีเหวินหย่ายกมือขึ้นชี้ไปทางห้องพักด้านหลัง “รั่วอิ๋ง อยู่จ้ะ เถ้าแก่อยู่ทางนั้น”
“โอเค!” เซียวรั่วอิ๋งขานรับแล้วเดินตรงเข้าไปในห้องทันที
เธอผลักประตูเข้าไป ในห้องไม่เห็นเงาของเซียวหราน แต่กลับเห็นองค์หญิงน้อยสองคนนั่งอยู่บนโซฟาตั้งแต่แรกเห็น
“ว้าว!” เซียวรั่วอิ๋งเผลออุทานออกมา ดวงตาเป็นประกายในทันที “นี่มันน่ารักเกินไปแล้ว!”
องค์หญิงน้อยทั้งสองได้ยินเสียงก็หันไปมองพี่สาวแปลกหน้าที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
ขณะนั้น เซียวหรานที่จัดของเสร็จก็เดินออกมาจากห้องนอน พอดีกับที่เห็นน้องสาวของตัวเองจึงเอ่ยถาม “มาที่นี่ทำไม?”
เซียวรั่วอิ๋งไม่สนใจเซียวหรานเลยแม้แต่น้อย เธอซอยเท้าถี่ๆ วิ่งไปข้างโซฟาอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงตรงหน้าองค์หญิงน้อยทั้งสอง ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูพลางเอ่ยว่า “พี่ ไปลักพาตัวมาจากไหนเนี่ย? แบ่งให้ฉันสักคนได้ไหม?”
เซียวหรานถึงกับพูดไม่ออก ได้แต่กล่าวอย่างจนใจ “พูดอะไรของเธอน่ะ?”
“น้องสาวตัวน้อย น่ารักจังเลย!” เซียวรั่วอิ๋งมององค์หญิงน้อยด้วยแววตาอ่อนโยน อยากจะอุ้มกลับบ้านไปเสียเดี๋ยวนั้น
“พี่สาวคนสวยดีค่า~” องค์หญิงน้อยร้องทักด้วยน้ำเสียงง้องแง้ง
“ฮ่าๆๆ!” เซียวรั่วอิ๋งอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงแหลมออกมา “เสียงน่ารักมาก ปากหวานจริงๆ เลย!”
“สวัสดีค่ะพี่สาว!” องค์หญิงน้อยเฉิงหยางก็ทักทายอย่างว่าง่าย
“ดีจ้ะน้องสาวทั้งสอง นี่เป็นองค์หญิงน้อยที่ไหนกันเนี่ย?” เซียวรั่วอิ๋งจับมือน้อยๆ ขององค์หญิงน้อยเบาๆ นิ้วของเธอค่อยๆ ลูบไล้ฝ่ามืออันอ่อนนุ่มขององค์หญิงน้อย
“พี่สาวคนสวยรู้ได้ยางายว่าเค้าเปงองค์หญิงงับ~” องค์หญิงน้อยทำหน้าตาไร้เดียงสา เอียงคอ ดวงตาเบิกกว้าง
เซียวหรานยกมือนวดขมับอย่างจนใจ ซื่อจื่อยังเล็กนัก ปฏิกิริยาแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
“น่ารักขนาดนี้ ต้องเป็นองค์หญิงแน่นอนอยู่แล้ว!” เซียวรั่วอิ๋งกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ในแววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“คิๆ~” องค์หญิงน้อยยิ้มจนตาหยีเป็นเส้นเดียว ดีใจเป็นอย่างมาก
เซียวรั่วอิ๋งจึงค่อยๆ อุ้มองค์หญิงน้อยขึ้นมานั่งบนโซฟา หยิบทิชชูออกจากกระเป๋า เช็ดมือเล็กๆ ขององค์หญิงน้อยเบาๆ แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า:
“หอมจัง เสื้อผ้าก็สวยมาก กระโปรงแบบนี้ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ทรงผมก็พิเศษมาก เหมาะกับน้องสาวมากๆ เลย...”
เซียวหรานนั่งลงอีกฝั่งหนึ่งแล้วถามอีกครั้ง “มาหาพี่มีเรื่องอะไรรึเปล่า?”
แต่เซียวรั่วอิ๋งกลับจมดิ่งอยู่กับการเล่นกับองค์หญิงน้อยจนไม่ได้สนใจเลยว่าเซียวหรานพูดอะไร ความสนใจทั้งหมดของเธออยู่ที่องค์หญิงน้อยที่น่ารักทั้งสอง
สำหรับเด็กสาวในวัยของเซียวรั่วอิ๋งแล้ว องค์หญิงน้อยที่น่ารักนุ่มนิ่มขนาดนี้เป็นอะไรที่ต้านทานไม่ได้จริงๆ สวีเหวินหย่าและหลิวจื่อเยว่คือตัวอย่างที่ดีที่สุด
“น้องสาวอายุเท่าไหร่แล้วจ๊ะ?” เซียวรั่วอิ๋งถามเสียงเบา
องค์หญิงน้อยชูนิ้วอ้วนป้อมสองนิ้วขึ้นมา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงง้องแง้ง “เค้าจาฉองขวบแง้ว~”
“แล้วพี่สาวล่ะจ๊ะ? พี่สาวอายุเท่าไหร่แล้ว?” เซียวรั่วอิ๋งถามต่อ
“พี่สาวคะ หม่อมฉันสามขวบครึ่งแล้วเพคะ!” องค์หญิงน้อยเฉิงหยางตอบเสียงแจ้ว
องค์หญิงน้อยทั้งสองไม่กลัวคนแปลกหน้าเลยแม้แต่น้อย ในไม่ช้าก็พูดคุยกับเซียวรั่วอิ๋งอย่างสนิทสนม
พวกเธอร่าเริงน่ารัก ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็คุ้นเคยกับคนแปลกหน้าได้แล้ว
“ซื่อจื่อ? ชื่อนี้แปลกๆ นะ...” ปฏิกิริยาของเซียวรั่วอิ๋งก็คล้ายกับพวกเซียวหรานก่อนหน้านี้
“ซื่อจื่อ...” เซียวหรานเขียนอักษรสองตัวนี้ลงบนโต๊ะน้ำชาทีละขีด
“ชื่อนี้พิเศษจัง เพราะมากเลย”
เพราะเห็นแก่องค์หญิงน้อย เซียวรั่วอิ๋งจึงรู้สึกว่าแม้แต่อักษรคำว่า “ซื่อ” ก็ยังดูน่ารักน่าเอ็นดูไปด้วย
เซียวรั่วอิ๋งหยิบชานมขึ้นมา เสียบหลอดอย่างใส่ใจ แล้วถามอย่างอ่อนโยน “ซื่อจื่อ น้องรองอยากดื่มไหมจ๊ะ?”
องค์หญิงน้อยรีบพยักหน้าไม่หยุด ศีรษะเล็กๆ ผงกขึ้นลงราวกับลูกไก่จิกข้าว แล้วพูดอย่างตื่นเต้น “เอางับ~”
ถึงแม้จะไม่เคยดื่ม แต่ในใจขององค์หญิงน้อยก็เต็มไปด้วยความสงสัย อยากจะลองชิมเป็นพิเศษ
เซียวรั่วอิ๋งยื่นแก้วชานมไปที่ริมฝีปากขององค์หญิงน้อย ให้เธอดูดไปหนึ่งอึก ดวงตาของเด็กหญิงตัวน้อยเบิกกว้างกลมโตในทันใด ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เมื่อเห็นปฏิกิริยานี้ เซียวหรานก็รู้ได้ทันทีว่าองค์หญิงน้อยต้องชอบชานมเข้าให้แล้ว ของหวานขนาดนี้ เด็กคนไหนจะไม่ชอบบ้างล่ะ?
“ว้าว~” ท่าทางตื่นเต้นขององค์หญิงน้อยทำให้เซียวรั่วอิ๋งหัวเราะออกมาดังลั่น
“อาหย่อยจังเยย~”
องค์หญิงน้อยเฉิงหยางหลังจากได้ดื่มก็มีปฏิกิริยาคล้ายๆ กัน ก่อนหน้านี้ไม่เคยดื่มชานม พอได้ลองเป็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
ในไม่ช้า องค์หญิงน้อยทั้งสองก็กอดชานมคนละแก้ว แล้วดูดดัง “จ๊วบๆ”
พวกเธอดื่มไปสักพักก็ยังไม่ลืมเซียวหรานและเซียวรั่วอิ๋ง ต่างคนต่างยกแก้วชานมของตัวเองขึ้น แล้วบอกให้ทั้งสองคนดื่มด้วยน้ำเสียงง้องแง้ง
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้องค์หญิงน้อยทั้งสองเป็นที่รักใคร่ ในใจดวงน้อยๆ ของพวกเธอเต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่เคยทำให้คนรู้สึกว่าเห็นแก่ตัวเลย
“ตกลงมีเรื่องอะไรกันแน่?” เซียวหรานเอ่ยปากถามอีกครั้ง
“แหะๆ ก็แค่คิดถึงพี่เลยมาดูหน่อยน่ะสิ!” เซียวรั่วอิ๋งรู้สึกเขินอายนิดหน่อย
“เหรอ! จะเอาเท่าไหร่?” เซียวหรานรู้จักน้องสาวคนนี้ดีเกินไปแล้ว
“สองพัน! ไม่มีเงินกินข้าวแล้ว!” เซียวรั่วอิ๋งก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป
ค่าขนมแม่เป็นคนให้ แต่ละเดือนไม่เคยพอใช้เลย
พอไม่พอใช้ ก็ต้องมาหาเซียวหรานผู้เป็นพี่ชายเป็นธรรมดา
เซียวหรานหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโอนเงินไปให้สามพัน
“เธอไปซื้ออะไรมาอีกแล้วใช่ไหม?” เซียวหรานถามไปอย่างนั้น
“เปล่าซะหน่อย ก็แค่ออกไปเที่ยวมาสองสามวัน เงินค่าขนมเลยหมด” เซียวรั่วอิ๋งตอบ
“จริงสิ ก่อนหน้านี้แม่บอกว่าปีนี้ต้องกลับบ้านเกิดนะ พี่เตรียมใจไว้หน่อย” เซียวรั่วอิ๋งเตือน
เซียวหรานปวดหัวตุบๆ “พวกเธอไปเถอะ พี่ไม่ไป”
พอนึกถึงตอนกลับไปคราวก่อนที่โดนบรรดาญาติๆ รุมถามเรื่องหาคู่แต่งงานก็รู้สึกหวาดผวาขึ้นมาทันที
“พี่ ก่อนหน้านี้มันกดดันจริงๆ นั่นแหละ แต่ครั้งนี้พี่ไม่ต้องกังวล ไปได้เลย”
เซียวหรานไม่เข้าใจ “ว่ามาสิ?”
“ลูกพี่ลูกน้องฝั่งคุณอาสามน่ะสิ เขาหาแฟนเป็นผู้ชายได้คนหนึ่งแล้วจะพาตัวกลับไปด้วย เขาจะช่วยรับกระสุนให้เอง” เซียวรั่วอิ๋งยิ้มเจ้าเล่ห์
“ลูกพี่ลูกน้อง? แฟนผู้ชาย?” หัวสมองของเซียวหรานดังหึ่งๆ รู้สึกว่านี่เป็นคำศัพท์ที่เฉพาะกลุ่มมากๆ
ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีคนแบบนี้อยู่ใกล้ตัว
ขออภัยค่ะ ลงผิดตอน
(จบตอน)