- หน้าแรก
- เซียนพลังจิตในโลกไซเบอร์พังค์
- บทที่ 28 ลูกสาวของมาริโก
บทที่ 28 ลูกสาวของมาริโก
บทที่ 28 ลูกสาวของมาริโก
ออกจากคลินิกอวัยวะเทียมกากาดัน ก็ปาเข้าไปหกโมงเย็นแล้ว
เส้นขอบฟ้าทอดยาวด้วยแสงสนธยาสีแดงเข้ม แสงอาทิตย์บางเบาสาดส่องเข้าไป ทำให้เมฆดูราวกับผิวน้ำที่กระเพื่อมเป็นระลอกคลื่น ส่องประกายระยิบระยับ
ประโยคที่สองไม่ใช่การเปรียบเปรย
เมฆหนาทึบพวกนี้เรืองแสงได้จริงๆ บางจุดที่หนักหน่อย ถึงขั้นส่องแสงหลากสีเหมือนปีกผีเสื้อราตรี...
จากการผลิตของเขตอุตสาหกรรมใหม่หลายสิบปี ฝุ่นกัมมันตภาพรังสี สารเคมีระเหย เชื้อเพลิงชีวภาพ และสารพัดสิ่งแปลกปลอมถูกปล่อยออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แล้วลอยไปสะสมตามธรรมชาติในชั้นบรรยากาศ——ฝนกรดกัดกร่อนที่ตกไม่ขาดสาย, เมฆสีประหลาดในตอนนี้, และชั้นฝุ่นหนาเตอะที่ปกคลุมท้องฟ้า คือผลกรรมที่ตามมา
ก็เขตเซินไถไม่มี "ม่านฟ้าเทียม" เหมือนเขตไป๋เหมินและเขตเซนิธฮับ ที่คอยปรับสภาพอากาศและกรองสิ่งเจือปนให้นี่นา
ขนาดตอนนี้ ถือว่าผ่านการฟอกอากาศมาแล้วรอบหนึ่งนะ ถึงอาจจะมีเด็กเกิดมาพิการบ้าง เป็นโรคจากรังสีบ้าง หรือโดนฝนกรดกัดจนตัวเปื่อยบ้าง แต่โดยรวมก็ยังพออยู่ได้ อนาคตยังพอมีความหวัง
เทียบกับ "ดินแดนร้าง" นอกเมืองส่วนใหญ่ สถานการณ์ในเขตเซินไถยังถือว่าดีกว่าเยอะ บริษัทอุตส่าห์ช่วยฟอกอากาศให้กึ่งๆ การกุศล ไม่เก็บค่าบริการแพงเกินไป คนเราต้องรู้จักพอใจสิ
จ้องมองแสงสนธยาอยู่ครู่หนึ่ง ซ่งสือก็ส่ายหน้า แล้วละสายตากลับมา
จากนั้น เขาแวะไปที่ "ตู้ล็อกเกอร์" เพื่อรับของที่สั่งจากนครพันดาราเมื่อวาน แล้วกลับไปที่โรงแรมราคาถูก
"...อืม คุณภาพใช้ได้"
ซ่งสือปัดหน้าต่างแจ้งเตือน "คุณละเมิดเงื่อนไขสัญญา กรุณามารายงานตัวที่สถาบันวิจัยภายในสองวัน มิฉะนั้นเราจะลดระดับความน่าเชื่อถือของคุณ และขึ้นบัญชีดำผู้ผิดนัดชำระหนี้" ทิ้งไปอย่างไม่ใส่ใจ แล้วมองดูของตรงหน้า
บนเตียงในห้องพักโรงแรม เต็มไปด้วยข้าวของวางเรียงราย
ไป๋เจี่ยรุ่น III พาวเวอร์อาร์มการ์ด, เข็มขัดใส่หลอดทดลองแบบพกพา, ปืนพกพลังงานจลน์ "ดินปืนดำ", พลั่วสนามอเนกประสงค์รุ่น TTU, กล่องกระสุนขนาดเล็ก, วงแหวนอาร์ทัด...
นี่คือทรัพย์สมบัติทั้งหมดของซ่งสือในตอนนี้
เขาตรวจสอบคร่าวๆ แล้ว คุณภาพถือว่าผ่าน
พลั่วสนามอเนกประสงค์รุ่น TTU แม้จะเป็นมือสองและระบบไฮดรอลิกเพิ่มแรงดันพังไปแล้ว
แต่ด้วยวัสดุเหล็กกล้าแมงกานีสความแข็งแรงสูงที่ผ่านการชุบแข็ง บวกกับพละกำลังที่เสริมด้วยพาวเวอร์อาร์มการ์ด ซ่งสือมั่นใจว่าสามารถใช้มันสับคอคนให้ขาดได้ในทีเดียว——เว้นแต่อีกฝ่ายจะเปลี่ยนกระดูกสันหลังเป็นโลหะผสม ไม่งั้นเกราะป้องกันทั่วไปก็เหมือนกระดาษ
ต่อมาคือ ไป๋เจี่ยรุ่น III พาวเวอร์อาร์มการ์ด
ซ่งสือยื่นมือขวาออกไป ค่อยๆ ขยับนิ้ว สัมผัสถึงพาวเวอร์อาร์มการ์ดที่สวมใส่เรียบร้อย ห่อหุ้มท่อนแขนและมือจนมิดชิด
ความรู้สึกช่างน่าอัศจรรย์
ผ่าน "หน่วยเชื่อมต่อระบบประสาท" ที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังชั้นใน เมื่อสวมใส่การ์ดแขน นอกจากความเย็นวาบในตอนแรก ทั้งสองส่วนก็เชื่อมต่อระบบประสาทรับความรู้สึกและสร้างวงจรปรับตัวเสร็จสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว——จากนั้น ความไม่สบายตัวทั้งหมดก็หายไป
เพียงแค่คิด การ์ดแขนก็ขยับตามเจตจำนงของซ่งสือ การกำมือ การขยับข้อต่อ การเคลื่อนไหวซับซ้อน ทั้งหมดลื่นไหลเป็นธรรมชาติ ไร้ซึ่งความรู้สึกแปลกแยกที่คนทั่วไปมักเจอตอนใช้ครั้งแรก
"——สมกับเป็นฉันจริงๆ"
ซ่งสือยิ้มอย่างพอใจ
สาเหตุใหญ่ที่ซีรีส์ 【ไป๋เจี่ย】 กลายเป็นของเฉพาะกลุ่ม ก็เพราะความยากในการควบคุมนี่แหละ เมื่อเทียบกับแขนกลอุตสาหกรรมทั่วไป ความยากในการใช้งานต่างกันราวกับ "บวกลบ" กับ "คูณหาร"
——แต่เขาคือยอดฝีมือที่แก้โจทย์ "พีชคณิต" ได้สบายๆ!
แค่ 【ไป๋เจี่ยรุ่น III】 ถ้าใช้แล้วเหงื่อตก จะเอาความมั่นใจที่ไหนกลับไปจักรวรรดิแวมป์สตาเพื่อทำการใหญ่?
ลองใช้ดูสักพัก ซ่งสือก็ถอดพาวเวอร์อาร์มการ์ดออก เก็บลงกล่อง
สำหรับเขาในชาติก่อน ไป๋เจี่ยรุ่น III คือของเก่าเก็บเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ข้อมูลจำเพาะคงจำไม่ได้หมด แต่หลังจากลองใช้เพื่อรื้อฟื้นความรู้สึกไม่กี่นาที ซ่งสือก็พอรู้มือ
ความเข้ากันได้และการประสานงานของไป๋เจี่ยรุ่น III ถือว่าดีมาก แทบจะเหมือนแขนจริงๆ ไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม สามารถรองรับเทคนิคชั้นสูงบางอย่างของเขาได้
ข้อเสียคือขีดจำกัดกำลังส่งไม่สูงนัก มัดกล้ามเนื้อเทียมที่ใช้ในรุ่น III ค่อนข้างล้าหลัง ทำให้กำลังรวมลดลง——แต่ถ้าจะให้บิดเหล็กเส้น ก็ยังทำได้สบายๆ
ทั้งหมดนี้
บวกกับยาเสริมสมรรถภาพ, มีดผ่าตัดไทเทเนียมอัลลอยไฮคริสตัลสองเล่ม, ปืนพกดินปืนดำ และกระสุนที่เตรียมไว้...
"น่าจะเก่งกว่าฉันเมื่อวานสักสามเท่าได้มั้ง?"
ซ่งสือประเมินแล้วสรุป
ถ้าจะพูดให้เห็นภาพ...
ถ้าต้องเจอกับชายร่างยักษ์เมื่อวานอีกครั้ง ด้วยสภาพตอนนี้ ต่อให้ไม่ต้องลอบกัดหรือซุ่มโจมตี แต่บวกกันซึ่งๆ หน้า เขาก็สามารถบิดหัวมันหลุดได้ภายในสามกระบวนท่า!
จัดระเบียบอุปกรณ์เสร็จ ซ่งสือก็เก็บของทั้งหมด
ในสถานการณ์ปัจจุบัน "อุปกรณ์" คือวิธีเพิ่มพลังรบที่เร็วที่สุด
ส่วน "พลังจิต" ไม่ใช่สิ่งที่เร่งรัดได้ ยิ่งชาตินี้เขาตั้งเป้าว่าจะต้องไปเห็นทิวทัศน์ของ วงแหวนที่ห้า · 【เจินหลิง】 ให้ได้ ยิ่งไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวจะก้าวพลาดจนเสียกระบวน
จัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ ซ่งสือเอนหลังพิงหัวเตียง เปิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมา——รัฐบาลสหพันธ์ฝังชิปส่วนบุคคลและผ่าตัดดวงตาให้สามารถมองเห็นหน้าจอฉายภาพบนเรตินาได้ฟรีสำหรับเด็กแรกเกิดทุกคน
ตอนนี้
ยังมีอีกเรื่องต้องทำ
จ้องมองหน้าจอแสงตรงหน้า ซ่งสือค่อยๆ เปิดโฟลเดอร์ชื่อ "มาริโก" ขึ้นมา
ข้างในมีไฟล์อยู่ไฟล์หนึ่ง
นั่นคือสิ่งที่มาริโกส่งให้ซ่งสือผ่านการเชื่อมต่อทางกายภาพเมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลเกี่ยวกับตัวมาริโก
พูดให้ถูกคือ ข้อมูลเกี่ยวกับลูกสาวของเขาเป็นหลัก
——เมล่า เบนเน็ต
เธอเป็นลูกติดภรรยาเก่าของมาริโก ภรรยาเก่าคนนั้นโชคร้ายติด "น้ำตาล" งอมแงม แล้วเมายาวิ่งออกไปกลางถนนโดนรถชนตายเมื่อเจ็ดปีก่อน
ตอนนั้นเมล่าเพิ่งเก้าขวบ
จัดการงานศพภรรยาเก่าเสร็จ มาริโกไม่แต่งงานใหม่ แต่เลี้ยงดูเมล่ามาตามลำพัง ตอนนี้เธอเป็นนักเรียนชั้นปีสองของ "โรงเรียนมัธยมโฮด" อายุสิบหกปี
"โรงเรียนมัธยมโฮด" เป็นสถานศึกษาในเครือของบริษัทท้องถิ่น บริษัทโฮด ธุรกิจหลักของบริษัทนี้คือการขนส่งวัคซีนและชีวภัณฑ์ให้กับเฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายปลายน้ำของยักษ์ใหญ่เขียว
ดังนั้น อย่างน้อยในปาโลเซอร์ บริษัทโฮดก็มีหน้ามีตาพอสมควร
มาริโกทุ่มเงินก้อนโตส่งเมล่าเข้าเรียนที่นี่ ก็หวังให้ลูกสาวตั้งใจเรียน แล้วใช้โควตาภายในของโรงเรียนสอบเข้าศูนย์บ่มเพาะบุคลากรของเฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล จากนั้นก็ใช้โควตาภายในของศูนย์ฯ เข้าทำงานในเฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล——ต่อให้เป็นแค่บริษัทเอาท์ซอร์สก็ยังดี
กระโดดสามต่อ
เพราะถึงจะเป็นแบบนั้น แต่ขอแค่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ "เฟยชุ่ยฟาร์มาซูติคอล" ก็ถือว่าเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว
น่าเสียดายที่มรสุมชีวิตถาโถมเข้ามาทำลายความฝันของมาริโกจนย่อยยับ
หนี้บ้านใหม่ในเขตนิคมอุตสาหกรรม, ค่าเทอมแพงหูฉี่ของโรงเรียนโฮด, หนี้ผ่อนชำระอวัยวะเทียม, สัญญาห้ามทำงานแข่ง... ทั้งหมดนี้ทับถมกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมบดขยี้คนให้แหลกเหลว บีบให้มาริโกต้องไปเป็นอาสาสมัครทดลองยา
ตอนนั้น เหตุผลที่ซ่งสือใช้เกลี้ยกล่อมให้มาริโกร่วมมือคือ "สถานสงเคราะห์"
ส่วนของมาริโก คือ ลูกสาว
ซ่งสือไม่คิดจะผิดสัญญา
(จบบท)