เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 44 หมัดอรหันต์

บทที่ 44 หมัดอรหันต์

บทที่ 44 หมัดอรหันต์


บทที่ 44 หมัดอรหันต์

หลิวรองยิ่งสู้ก็ยิ่งตระหนก ประกอบกับเห็นลูกน้องถูกชาวบ้านเล่นงานจนหมอบกระแตไปทีละคน สมาธิและกระบวนท่าของเขาก็เริ่มแตกซ่าน

ดูท่าอีกไม่นาน เขาคงต้องพ่ายแพ้แก่เฉินหนิวเอ๋อร์เป็นแน่แท้

ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังกังวานขึ้นมาจากเส้นทางบนภูเขา "โยมเฉิน โปรดยั้งมือด้วย!"

เมื่อได้ยินเสียงนี้ เฉินหนิวเอ๋อร์ก็ชักดาบกลับแล้วกระโดดถอยหลังทันที ราวกับหุ่นยนต์ที่ได้รับคำสั่งหยุดการทำงาน

ชาวบ้านต้าซานทุกคนต่างพร้อมใจกันแหวกทางออกเป็นช่อง พร้อมกับทำความเคารพผู้ที่กำลังเดินลงมาด้วยความนอบน้อม "กราบนมัสการท่านปรมาจารย์หลิงอิน!"

ผู้มาเยือนสวมจีวรลายวิจิตร มือหนึ่งถือไม้เท้าวชิระทองคำ อีกมือหนึ่งประคองบาตรม่วงทอง

รูปลักษณ์สง่างามน่าเกรงขามเช่นนี้ จะเป็นใครไปได้นอกจากปรมาจารย์หลิงอิน แห่งวัดเหลยอิน?

หลินอิงเซียงกวาดตามองปราดเดียว ก็เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าได้ทันที

พวกอันธพาลกระจอกกลุ่มนี้ ถึงกับกล้ามารังแกคนที่เขาคุ้มครองอยู่ ช่างรนหาที่ตายเสียจริง!

แต่สิ่งที่ทำให้หลินอิงเซียงประหลาดใจยิ่งกว่า คือพลังการต่อสู้ของชาวบ้านต้าซาน

แม้อีกฝ่ายจะเป็นแค่นักเลงหัวไม้ ไม่ได้มีวิทยายุทธ์สูงส่งอะไร แต่อย่างไรเสียก็เป็นชายฉกรรจ์ที่ชอบใช้กำลัง รบราฆ่าฟันมามากกว่าคนทั่วไปโข

ทว่าชาวบ้านธรรมดาๆ กลับสามารถจัดการพวกมันได้อย่างง่ายดาย

ดูเหมือนน้ำพุวิญญาณที่เจือจางไปหลายเท่า จะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายได้มากกว่าที่คิดแฮะ!

ในขณะเดียวกัน หลินอิงเซียงก็ตระหนักได้ว่า การจะปกป้องหมู่บ้านต้าซานให้สงบสุขนั้น ไม่อาจพึ่งพาแค่ฝ่าหุนและวัดเหลยอินเพียงอย่างเดียว

ฝ่าหุนนั้นใช้จัดการพวกปีศาจได้ดีเยี่ยม แต่หากคู่ต่อสู้เป็นมนุษย์ การให้วิญญาณภูตออกโรงคงจะไม่เหมาะสมนัก

อย่างเช่นสถานการณ์ตอนนี้ ความจริงแล้วฝ่าหุนก็คอยเฝ้าดูอยู่ตลอด เพียงแต่ไม่ได้ปรากฏกายให้เห็นเท่านั้น

หากชาวบ้านต้าซานตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตจริงๆ เขาก็คงยื่นมือเข้าช่วย

ทว่าถึงแม้ฝ่าหุนจะเป็นผู้พิทักษ์ธรรมของหลินอิงเซียง แต่ในสายตาของราชวงศ์เซียนต้าโจว เขาก็ยังถือเป็น 'ภูตผีปีศาจ'

กฎสวรรค์มีไว้ชัดเจนว่า ภูตผีปีศาจห้ามทำร้ายมนุษย์ หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดมหันต์

ต่อให้อีกฝ่ายจะเป็นอันธพาลชั่วช้าที่รังแกชาวบ้านก็ตาม

หากเรื่องราวบานปลาย ไม่เพียงแต่ฝ่าหุนจะเดือดร้อน ชาวบ้านต้าซานเองก็จะพลอยถูกกล่าวหาว่าคบค้าสมาคมกับปีศาจ

และวัดเหลยอินของเขา ก็จะถูกตีตราว่าเป็นลัทธินอกรีต

ดังนั้น การทำให้ชาวบ้านมีเขี้ยวเล็บไว้ป้องกันตัวเองได้ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

อย่างเช่นเหตุการณ์ในวันนี้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถรับมือได้ด้วยตัวเอง

"โยมเฉิน เข้ามานี่สิ"

หลินอิงเซียงกวักมือเรียกเฉินหนิวเอ๋อร์ ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปหาแล้วทำความเคารพอย่างนอบน้อม "เฉินหนิวเอ๋อร์กราบนมัสการท่านปรมาจารย์หลิงอิน!"

"คนกันเองทั้งนั้น ไม่ต้องมากพิธีหรอก เมื่อก่อนถ้าไม่ได้แม่เฒ่าเฉินเมตตาถวายภัตตาหาร อาตมาคงหิวเป็นลมตายคาภูเขาไปนานแล้ว"

หลินอิงเซียงหัวเราะอย่างเป็นกันเอง เรียกเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขจากชาวบ้านรอบข้าง

สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านรักใคร่หลินอิงเซียงมากที่สุด ก็คือความไม่ถือตัว เขาไม่ใช่ยอดคนที่ทำตัวสูงส่งจนแตะต้องไม่ได้

ชาวบ้านยังจำภาพท่านปรมาจารย์หลิงอินเดินบิณฑบาตตามบ้านเรือนในสมัยแรกๆ ได้ติดตา

จนถึงทุกวันนี้ ชาวบ้านหลายคนที่เคยถวายอาหารให้หลินอิงเซียง ต่างก็มักจะเอาเรื่องนี้ไปคุยโวโอ้อวดด้วยความภูมิใจเสมอ

หลินอิงเซียงหันมากล่าวกับเฉินหนิวเอ๋อร์ต่อ "โยมเฉิน อาตมาดูจากเพลงดาบของโยมแล้ว เป็นเพลงดาบที่ใช้ในกองทัพ ท่วงท่าดุดัน มุ่งโจมตีจุดตาย"

เฉินหนิวเอ๋อร์พยักหน้ารัวๆ "ท่านปรมาจารย์ตาคมยิ่งนัก เพลงดาบชุดนี้คือเพลงดาบมาตรฐานของกองทัพ ว่ากันว่าดัดแปลงมาจาก 'เพลงดาบทรายเหลือง' ของกองทัพต้าโจว เน้นอานุภาพทำลายล้าง มุ่งสังหารข้าศึกในสนามรบเป็นหลักขอรับ"

"เพลงดาบแม้จะดี แต่น่าเสียดายที่กลิ่นอายสังหารรุนแรงเกินไป ดาบและกระบี่คือศาสตราวุธแห่งความตาย หากพลั้งมือฆ่าคนไป คงต้องเสียใจภายหลัง!"

หลินอิงเซียงกล่าวช้าๆ "โยมเฉิน โยมมีพื้นฐานที่ดี ทั้งยังเคยผ่านสมรภูมิมาแล้ว วันนี้อาตมาจึงอยากถ่ายทอดวิชาหมัดมวยให้สักชุด เพื่อให้โยมนำไปฝึกสอนชาวบ้าน ต่อไปภายหน้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ชาวบ้านจะได้มีวิชาไว้ป้องกันตัว โยมคิดเห็นเช่นไร?"

เฉินหนิวเอ๋อร์เคยเห็นกับตามาแล้วว่าหลินอิงเซียงตบภูเขาหายไปครึ่งลูกด้วยมือเปล่า

บุคคลระดับเทพเจ้าเช่นนี้เมตตาถ่ายทอดวิชาให้ มีหรือที่เขาจะปฏิเสธ?

"ศิษย์ขอกราบท่านอาจารย์!"

เฉินหนิวเอ๋อร์แม้จะดูซื่อๆ แต่หัวไวใช่ย่อย เขารีบคุกเข่าเตรียมจะกราบไหว้เป็นอาจารย์ทันที

แต่หลินอิงเซียงรีบประคองเขาไว้ "ช้าก่อนๆ การจะกราบอาจารย์ออกบวชนั้นต้องถือศีลเคร่งครัด ตระกูลเฉินมีโยมเป็นทายาทเพียงคนเดียว หากต้องมาตัดช่องน้อยแต่พอตัวเช่นนี้ แม่เฒ่าเฉินคงได้ตามมาทุบหัวโล้นๆ ของอาตมาเป็นแน่

เรื่องกราบอาจารย์เอาไว้ก่อนเถิด อาตมาเพียงแค่ถ่ายทอดวิชาเล็กๆ น้อยๆ ให้เท่านั้น หากโยมระลึกถึงบุญคุณ ก็จงรับหน้าที่เป็นศิษย์ฆราวาสของวัดเหลยอินเถิด!"

และนี่คือจุดเริ่มต้นของตำนาน 'ศิษย์ฆราวาสแห่งวัดเหลยอิน' ที่จะเลื่องลือไปทั่วร้อยแคว้นพันเมืองของต้าโจวในอนาคต

จากนั้น หลินอิงเซียงก็วางไม้เท้าวชิระและบาตรลงด้านข้าง แยกเท้าออกกว้างในท่าเตรียมพร้อม "โยมเฉินดูให้ดี วิชาหมัดที่อาตมาจะถ่ายทอดให้นี้ มีชื่อว่า 'หมัดอรหันต์'!"

หมัดอรหันต์ คือวิชาหมัดพื้นฐานของพุทธศาสนา เป็นวิชาที่หลินอิงเซียงได้รับมาจากการสุ่มรางวัลระดับต้นในคราวก่อน

สำหรับหลินอิงเซียงที่มีวิชาสุดยอดอย่างฝ่ามือวชิระอยู่แล้ว หมัดอรหันต์ระดับพื้นฐานนี้แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์

แต่มันกลับเหมาะเจาะอย่างยิ่งที่จะนำมาถ่ายทอดให้เฉินหนิวเอ๋อร์เพื่อนำไปสอนชาวบ้านต่อ

"ท่าที่หนึ่ง พยัคฆ์ทมิฬล้วงใจ!"

หลินอิงเซียงเปลี่ยนฝ่ามือเป็นกรงเล็บ พุ่งทะลวงเข้าใส่ตำแหน่งหัวใจของเฉินหนิวเอ๋อร์ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า

"พยัคฆ์ทมิฬล้วงใจ มุ่งโจมตีจุดตาย แต่ยามลงมือต้องยั้งแรงไว้สามส่วน เพื่อหลีกเลี่ยงการก่อกรรมทำเข็ญ!"

จากนั้น หลินอิงเซียงกระโดดถอยหลังสองก้าว แล้วหมุนตัวกลับมาปล่อยหมัดสวนกลับในพริบตา "ท่านี้เรียกว่า กลับใจในทะเลทุกข์! ใช้ยามเผชิญศัตรูแกร่ง ล่อหลอกให้ตายใจ แล้วสวนกลับด้วยหมัดเดียวเพื่อพลิกสถานการณ์!"

"ท่าสุดท้าย แบกขุนเขาข้ามสมุทร! ผนึกพลังแห่งอรหันต์ดุจสายฟ้าฟาด รวบรวมกำลังทั่วร่างไว้ที่สองหมัด ทุบลงมาจากเหนือศีรษะศัตรู ท่านี้ห้ามใช้พร่ำเพรื่อ เว้นแต่จะเจอกับคนชั่วช้าสามานย์เท่านั้น!"

ตูม!

สิ้นเสียงคำราม หมัดของหลินอิงเซียงก็กระแทกลงบนก้อนหินริมทาง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ก้อนหินก้อนโตแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

หมัดอรหันต์แม้จะเป็นเพียงวิชาพื้นฐานที่มีกระบวนท่าเพียงสามท่า

แต่ทุกท่วงท่านั้นแฝงไว้ด้วยแก่นแท้แห่งพุทธะ เน้นความหนักแน่นทรงพลังดุจพญาอรหันต์ หากฝึกฝนจนชำนาญ ก็สามารถสำแดงอานุภาพที่น่าทึ่งได้

เพียงแค่สามท่านี้ ก็เล่นเอาเฉินหนิวเอ๋อร์ยืนตะลึงตาค้าง

สมแล้วที่เป็นท่านปรมาจารย์ เพียงแค่ออกกระบวนท่าหมัดมวยธรรมดา ก็ยังมีอานุภาพรุนแรงปานนี้!

"หมัดอรหันต์แม้ท่าร่างจะเรียบง่าย แต่หากจะฝึกให้เชี่ยวชาญ จำต้องอาศัยความเพียรพยายามอย่างยิ่งยวด"

หลินอิงเซียงหันมามองเฉินหนิวเอ๋อร์ "จำได้หมดหรือไม่?"

เฉินหนิวเอ๋อร์พยักหน้ารัวเร็ว "แม้ศิษย์จะไม่อาจแสดงอานุภาพได้เท่าท่านอาจารย์ แต่ข้าจำกระบวนท่าได้หมดสิ้นแล้วขอรับ"

หลินอิงเซียงพยักหน้าด้วยความพอใจ ก่อนจะเบนสายตาไปหาหลิวรองที่กำลังยืนตัวสั่นงันงกอยู่ข้างๆ

เขากวักมือเรียกอันธพาลหนุ่มด้วยรอยยิ้มละไม "โยมมานี่หน่อยสิ มาช่วยเป็นคู่ซ้อมให้โยมเฉินเขาสักหน่อย!"

"ขะ... ข้าเนี่ยนะ?"

หลิวรองหน้าซีดเผือด เข่าอ่อนจนแทบทรุด หากโดนหมัดสุดท้ายที่ทุบหินแตกนั่นเข้าที่หัว สมองของเขาคงไหลออกมากองรวมกับขี้เลื่อยเป็นแน่แท้!

จบบทที่ บทที่ 44 หมัดอรหันต์

คัดลอกลิงก์แล้ว