- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 43 ข้าเป็นแค่ชาวนา
บทที่ 43 ข้าเป็นแค่ชาวนา
บทที่ 43 ข้าเป็นแค่ชาวนา
บทที่ 43 ข้าเป็นแค่ชาวนา
"มอ! มอ!"
เจ้ากระทิงเปลี่ยวร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พยายามตะเกียกตะกายไปข้างหน้า จนขาหน้าทั้งสองข้างลอยพ้นพื้น
ทว่ามันกลับไม่อาจขยับเขยื้อนไปข้างหน้าได้แม้เพียงก้าวเดียว เพราะถูกคนด้านหลังกระชากหางไว้อย่างแน่นหนา จนต้องยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
ทันใดนั้น เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีก็ดังกระหึ่มขึ้นจากกลุ่มชาวบ้านต้าซาน
"พี่หนิวเอ๋อร์สุดยอด!"
"น้องเฉินเก่งจริงๆ ดึงกระทิงคลั่งไว้ได้ด้วยมือเปล่า!"
"น้ำพุวิญญาณของท่านเจ้าอาวาสช่างศักดิ์สิทธิ์นัก เสียดายที่ข้าแก่เกินแกง คงไม่มีวาสนาเก่งกาจได้เท่าเจ้าหนูสกุลเฉินแล้ว"
......
ชายหนุ่มผู้พุ่งตัวออกมาจากฝูงชนแล้วคว้าหางหยุดกระทิงไว้ในนาทีวิกฤต จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก 'เฉินหนิวเอ๋อร์'
เวลานี้ใบหน้าของเฉินหนิวเอ๋อร์แดงก่ำ กล้ามเนื้อแขนปูดโป่งดั่งก้อนหิน เส้นเลือดปูนโปนคดเคี้ยวราวกับงูเลื้อยปรากฏชัดบนท่อนแขน
"ไปซะ!"
เฉินหนิวเอ๋อร์ตะคอกสุดเสียง พร้อมระเบิดพลังเฮือกใหญ่ กระชากร่างมหึมาของกระทิงเปลี่ยวให้ถอยหลังกรูด
จากนั้นเขาก็สะบัดแขนวูบเดียว พลิกร่างกระทิงยักษ์ให้ล้มคว่ำลงกับพื้นอย่างง่ายดาย!
โครม!
เสียงกระแทกหนักหน่วงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างอันใหญ่โตของกระทิงเปลี่ยวลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น
'หลิวเหล่าเอ้อ' ที่ขี่อยู่บนหลังร่วงลงมาคลุกฝุ่นจนหน้าตาดูไม่ได้ ส่วนเหล่าลูกสมุนพรรคกระทิงเถื่อนต่างพากันอ้าปากค้าง ตะลึงจนแทบทำกรามค้าง
สวรรค์ช่วย! นี่มันพละกำลังระดับไหนกัน? ถึงขนาดจับกระทิงบ้าคลั่งทุ่มลงพื้นได้ด้วยมือเปล่า!
"ไอ้สารเลว! กล้าดียังไงมาแตะต้องพาหนะของข้า!"
หลิวเหล่าเอ้อตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยสภาพมอมแมม ใบหน้าเดี๋ยวแดงเดี๋ยวเขียวด้วยความอับอายและโกรธแค้น
การถูกทำให้ขายหน้าต่อหน้าลูกน้องเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง
เขาชี้หน้าด่ากราดเฉินหนิวเอ๋อร์ทันที "ไอ้ชาติชั่ว! อยากตายนักใช่ไหม? กล้าดียังไงมาทำร้ายพาหนะของข้า!"
ในใจลึกๆ เขาก็รู้สึกตกใจไม่น้อย
ด้วยฝีมือระดับเขา ย่อมไม่มีปัญญาไปสยบปีศาจมาเป็นพาหนะได้จริงๆ
แต่เจ้ากระทิงตัวนี้ เขาก็คัดสรรมาอย่างดี เป็นกระทิงที่มีพละกำลังมหาศาลกว่ากระทิงทั่วไป
แม้แต่ตัวเขาเอง ยังไม่กล้ารับประกันว่าจะล้มมันได้ในคราเดียว
ไอ้พวกบ้านนอกคอกนาหมู่บ้านต้าซานไปเอาเรี่ยวแรงมหาศาลขนาดนี้มาจากไหนกัน?
เฉินหนิวเอ๋อร์จ้องกลับด้วยสายตาเย็นชา "เจ้าต่างหากที่บังคับสัตว์ให้ทำร้ายคน ถ้าข้าไม่เข้ามาขวาง ป่านนี้คงมีคนตายไปแล้ว!
หลิวเหล่าเอ้อ ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงเจ้า อันธพาลขาใหญ่ประจำหมู่บ้านต้าหนิว แต่ที่นี่คือหมู่บ้านต้าซาน ไม่ใช่ที่ให้เจ้ามาทำกร่าง!"
เฉินหนิวเอ๋อร์เคยผ่านสมรภูมิรบ เคยเห็นความตายมานับไม่ถ้วน
ปกติเขาจะเป็นคนใจเย็นและเป็นมิตร แต่ยามโกรธ กลิ่นอายความดุดันของทหารผ่านศึกก็แผ่ซ่านออกมา จนแม้แต่หลิวเหล่าเอ้อยังรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ทั่วท้อง
"กล้าสั่งสอนข้ารึ? สงสัยแกจะกินดีหมีหัวใจเสือมา!"
หลิวเหล่าเอ้อแสยะยิ้มเหี้ยม ชักดาบยาวที่เอวออกมา "ดูท่าหมู่บ้านต้าซานจะซ่อนพยัคฆ์ซ่อนมังกรไว้จริงๆ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้หนูอย่างแกจะมีน้ำยาแค่ไหน ถึงกล้ามาปากดีต่อหน้าข้า!
เด็กๆ! รุมมันเลย! สั่งสอนไอ้พวกชาวนาสวะพวกนี้ให้รู้สำนึก!"
แรงเยอะแล้วไง? ลากกระทิงได้แล้วไง?
ขอแค่ตรึงไอ้เด็กนี่ไว้ ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ รอให้เชือดเล่นเท่านั้น!
ดูจากท่าทีตื่นกลัวของชาวบ้านเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าพวกมันก็แค่ชาวไร่ชาวนาขี้ขลาดตาขาว
ขอแค่จัดการไอ้จอมพลังนี่ได้ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรน่ากลัว
ถ้าให้ลูกน้องไปสู้กับเฉินหนิวเอ๋อร์ พวกมันคงไม่กล้า
แต่ถ้าให้ไปรังแกชาวบ้านตาดำๆ พวกมันถนัดนักแล
หลิวเหล่าเอ้อเป็นอันธพาลโดยสันดาน ลูกน้องที่เขารวบรวมมาก็เป็นพวกนักเลงหัวไม้จากละแวกใกล้เคียง
รังแกคนไม่มีทางสู้ ข่มเหงผู้หญิง คือกมลสันดานของคนพวกนี้อยู่แล้ว
"พี่น้อง! ลุย!"
สิ้นเสียงคำสั่ง เหล่าอันธพาลพรรคกระทิงเถื่อนก็ชักดาบวิ่งเข้าหาชาวบ้านทันที
มีเจ้าตัวแสบคนหนึ่ง ไม่กล้าไปยุ่งกับผู้ชายตัวโตๆ กลัวจะเจอของแข็งแบบเฉินหนิวเอ๋อร์เข้าอีก
มันจึงเลือกเป้าหมายเป็นหญิงชาวบ้านที่อุ้มลูกน้อยอยู่
แน่นอนว่ามันไม่กล้าถึงขั้นฆ่าแกงกัน แต่แค่ฟันขู่ให้เลือดตกยางออกสักแผลสองแผล เพื่อข่มขวัญชาวบ้าน มันทำได้สบายมาก
เพียะ!
โครม!
แต่ภาพที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา กลับทำให้ทุกคนต้องตะลึงงัน
หญิงชาวบ้านผู้นั้นด้วยความตกใจ หลับตาปี๋แล้วสะบัดมือออกไปมั่วซั่ว
ฝ่ามือของนางปัดป่ายไปโดนดาบเหล็กกล้าในมืออันธพาลจนกระเด็นหลุดมือ แต่แรงส่งยังไม่หมด ฝ่ามือนั้นจึงพุ่งต่อไปประทับเข้าที่ใบหน้าของมันเต็มรัก
ทันใดนั้น ใบหน้าซีกหนึ่งของเจ้าอันธพาลก็บิดเบี้ยวผิดรูป ร่างทั้งร่างลอยลิ่วปลิวละล่องดุจว่าวสายป่านขาด กระแทกพื้นดังโครมใหญ่
แรงกระแทกทำเอาเจ้าอันธพาลมึนตึ้บ พอเอามือลูบหน้าก็พบว่าฟันร่วงไปหลายซี่ แก้มบวมเป่งเป็นลูกมะนาว
มันทั้งเจ็บทั้งแค้น และไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าถูกผู้หญิงชาวบ้านตบจนปลิว
มันชี้นิ้วสั่นระริกไปที่หญิงชาวบ้าน เอ่ยถามเสียงอู้อี้ "นะ... นี่แก... เป็นใครกันแน่?"
หญิงชาวบ้านเองก็งุนงงไม่แพ้กัน นางรู้ตัวว่าช่วงนี้เรี่ยวแรงเยอะขึ้นจากการทำไร่ทำสวน แต่ไม่นึกว่าจะเยอะมหาศาลขนาดนี้
ถึงขั้นตบผู้ชายถือดาบจนปลิวได้เชียวหรือ?
"ข้า... ข้าก็เป็นแค่ชาวนา!"
หญิงชาวบ้านเกาหัวแก้เขิน ส่งยิ้มซื่อๆ ให้
ไม่ใช่แค่เจ้าอันธพาลรายนี้ เหล่าลูกสมุนพรรคกระทิงเถื่อนคนอื่นๆ ก็มีจุดจบไม่ต่างกัน
ระดับความแข็งแกร่งของชาวบ้านต้าซาน เหนือความคาดหมายของพวกมันไปไกลโข
แม้จะไม่มีใครเก่งเวอร์วังเท่าเฉินหนิวเอ๋อร์ แต่ทุกคนก็มีพละกำลังมากกว่าคนปกติทั่วไปหลายเท่า
แม้แต่คนแก่เจ็ดแปดสิบ หรือเด็กสิบขวบ ก็ยังมีแรงสูสีกับผู้ใหญ่
ส่วนชายฉกรรจ์วัยหนุ่ม ไม่ต้องพูดถึง หนึ่งคนรับมือได้ถึงสามคนสบายๆ!
หลิวเหล่าเอ้อแม้จะได้คัมภีร์ยุทธ์มาฝึกฝน แต่คนอย่างเขาย่อมไม่มีทางถ่ายทอดวิชาลับก้นหีบให้ลูกน้อง
สิ่งที่เขาสอนก็แค่ท่าร่างพื้นๆ แบบแมวสามขา
เวลาสู้กันจริงๆ ก็อาศัยแค่ความบ้าบิ่นเข้าว่า แต่ตอนนี้ความบ้าบิ่นนั้นถูกชาวบ้านบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
ส่วนตัวหลิวเหล่าเอ้อเองที่กำลังฟาดฟันกับเฉินหนิวเอ๋อร์ ก็ยิ่งสู้ยิ่งตระหนก
เฉินหนิวเอ๋อร์ไม่มีอาวุธติดกาย มีเพียงมีดพร้าผ่าฟืนเล่มเก่าๆ ที่คว้ามาใช้รับมือดาบยาวของหลิวเหล่าเอ้อ
วิชาที่เขาใช้ ไม่ใช่วรยุทธ์เลิศหรูอะไร เป็นเพียงวิชาดาบทหารราบที่ฝึกฝนกันในกองทัพ
เน้นท่าที่เรียบง่ายแต่รุนแรง ทุกการฟาดฟันหนักหน่วงแม่นยำ
บวกกับร่างกายที่กำยำและพละกำลังที่เหนือกว่า หลิวเหล่าเอ้อจึงไม่อาจชิงความได้เปรียบจากเฉินหนิวเอ๋อร์ได้เลยแม้แต่น้อย!
"บ้าเอ๊ย! พวกชาวบ้านต้าซานมันไปกินอะไรมาวะ? ทำไมถึงเก่งกันขนาดนี้? วันนี้ข้าเจอผีเข้าแล้วหรือไง!"
เมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถเอาชนะได้ แถมลูกน้องก็กำลังถูกชาวบ้านไล่ทุบจนแตกพ่าย ร้องโอดโอยกันระงม หัวใจของหลิวเหล่าเอ้อก็ดำดิ่งลงสู่ตาตุ่มทันที