เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ปิดฉาก

บทที่ 29 ปิดฉาก

บทที่ 29 ปิดฉาก


บทที่ 29 ปิดฉาก

“บัดซบ! ใครมันกล้าทำลาย ‘ปีศาจแม่ลูก’ ของข้า!”

ณ กระท่อมร้างกลางป่าลึก ชายร่างใหญ่ผมแดงเพลิง หนวดเคราดกหนา หน้าตาดุร้ายปานยักษ์มาร ตวาดลั่นด้วยความโกรธแค้น

เขาเตะหม้อปรุงยาใบมหึมาตรงหน้าจนพลิกคว่ำกลิ้งโค่โล่ สิ่งที่หกกระจายออกมาจากหม้อ ไม่ใช่สมุนไพรหรือโอสถวิเศษ

แต่เป็น ‘หัวคนสดๆ’ หลายหัวที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด!

“ไอ้สวะหน้าไหนมันบังอาจ!”

หนวดเคราสีแดงเพลิงของนักพรตมารผู้นี้ลุกชันราวกับเปลวไฟ “ข้าอุตส่าห์ลงแรงไปตั้งเท่าไหร่ วางแผนให้เจ้าโง่ตระกูลซูช่วยบ่มเพาะปีศาจแม่ลูกจนเกือบจะสำเร็จอยู่แล้ว อีกแค่เดือนเดียวมันก็จะกลายเป็นสุดยอดอาวุธสังหารที่สมบูรณ์แบบ!

ใคร... ใครมันมาทำลายแผนการของข้า? ข้าจะตามล่ามัน! จะถลกหนังมันทั้งเป็น แล้วเอาเนื้อมาเคี่ยวทำยาบำรุง!”

นักพรตผมแดงคำรามอย่างบ้าคลั่ง เตรียมจะพุ่งตัวออกไปตามล่าศัตรู

แต่ทว่า... ป้ายไม้สีดำที่ห้อยอยู่ที่เอว กลับส่องแสงสีแดงกระพริบถี่ๆ ส่งสัญญาณเตือนภัยเร่งด่วน

“บ้าเอ๊ย! ทำไมต้องมาเรียกตัวเอาป่านนี้ด้วยวะ?”

นักพรตมารหยิบป้ายขึ้นมาแนบหู ฟังข้อความลับที่ส่งมาอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม

“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ตัวดี! รอข้าจัดการธุระเสร็จเมื่อไหร่... ข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้าอย่างสาสม!”

......

[นาม: หลิงอิน (หลินอิงเซียง)]

[ฉายา: ผู้เผยแผ่พุทธศาสนา]

[ระดับพลัง: ขอบเขตก่อนกำเนิด ขั้นหนึ่ง (เซียนเทียน ระดับ 1)]

[อุปกรณ์สวมใส่: เซตเครื่องทรงพุทธลักษณ์วิจิตร]

[พรสวรรค์อิทธิฤทธิ์: เนตรธรรม ]

[ผลพิเศษ 1: เนตรธรรมส่องมาร]

[ผลพิเศษ 2: เนตรธรรมหยั่งรู้ฟ้าดิน]

[วรยุทธ์: ปราณเกราะเทวะ (ขอบเขตก่อนกำเนิด)] — อัปเกรดมาจาก ‘ระฆังทองคุ้มกาย’ เป็นสุดยอดวิชาป้องกันระดับกลาง สร้างเกราะปราณห่อหุ้มร่างกาย กันศาสตราวุธ ป้องกันพิษร้าย และสยบสิ่งชั่วร้าย (ขั้น 1/1 สามารถเลื่อนขั้นได้)

[วรยุทธ์: หมัดอรหันต์ (ขั้น 1/3)] — วิชาหมัดมวยพื้นฐานแต่ทรงพลัง เน้นความหนักหน่วง

[วรยุทธ์: ฝ่ามือวชิระ (ขั้น 2/3)] — ปลดล็อกท่าโจมตีระยะไกล

[สุดยอดวิชา (เซต): คาถาหกพยางค์ศักดิ์สิทธิ์] — รวบรวมพลังปราณทั้งหมดไว้ที่จุดเดียว แล้วเปล่งเสียงศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างศัตรู (เรียนรู้อักขระ ‘โอม’ แล้ว, สามารถอัปเกรดได้เมื่อรวบรวมครบ 6 คำ)

[แต้มอัปเกรด: 0]

[แต้มบุญกุศล: 108]

......

ภารกิจครั้งนี้ หลินอิงเซียงกอบโกยกำไรมหาศาลจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียม

ไม่เพียงระดับพลังจะก้าวกระโดดข้ามขอบเขตใหญ่ขึ้นมาเป็น ‘ผู้เยี่ยมยุทธ์ขอบเขตก่อนกำเนิด’

เขายังได้อัปเกรดวิชาป้องกันตัวจนกลายเป็น ‘ปราณเกราะเทวะ’ ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม

และที่เด็ดสุดคือ การได้เรียนรู้ ‘คำรามศักดิ์สิทธิ์: โอม’ จากชุดวิชาคาถาหกพยางค์ ซึ่งถือเป็นไพ่ตายใบใหม่ที่ทรงพลังที่สุดในตอนนี้

ขณะที่หลินอิงเซียงกำลังชื่นชมความสำเร็จของตัวเอง เสียงเอะอะโวยวายก็ดังแว่วเข้ามาจากหน้าประตูคฤหาสน์

“พอได้แล้ว! พวกเจ้าเฝ้าอยู่ข้างนอกนี่แหละ ข้าจะเข้าไปคนเดียว!”

“แต่นายท่านขอรับ... ข้างในมันรังปีศาจนะขอรับ ให้พวกข้าน้อยเข้าไปเคลียร์พื้นที่ก่อนดีกว่าไหม?”

“กลัวบ้าอะไรวะ! ตาบอดรึไง? ไม่เห็นเหรอว่าเมฆดำมันหายไปหมดแล้ว? แสดงว่าไต้ซือจัดการเรียบร้อยแล้วโว้ย! ข้าจะเข้าไปดูไต้ซือ พวกเจ้าเฝ้าอยู่ตรงนี้ ห้ามใครตามมาเด็ดขาด!”

......

ด้วยประสาทสัมผัสระดับขอบเขตก่อนกำเนิด หลินอิงเซียงได้ยินบทสนทนาทุกคำอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง แม้จะอยู่ห่างออกไปเป็นร้อยก้าว

เขาปรับสีหน้าและท่าทางกลับมาอยู่ในโหมด ‘ไต้ซือผู้ทรงศีล’ ทันที

ไม่นานนัก ประตูห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออก นายอำเภอเย่เซียนเดินอาดๆ เข้ามาเพียงลำพัง

เมื่อเห็นหลินอิงเซียงยืนสงบนิ่งอยู่กลางห้องโถงโดยไร้รอยขีดข่วน เย่เซียนก็ฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ

“ฮ่าๆๆ! ข้ากะแล้วเชียวว่าไต้ซือต้องทำได้! สมกับเป็นยอดคนจริงๆ!”

เย่เซียนรีบหยอดคำหวานเอาใจ ก่อนจะกวาดสายตามองสภาพความเสียหายรอบๆ แล้วชะงักกึกเมื่อเห็นร่างของคนสองคนนอนสลบเหมือดอยู่

“เอ่อ... แล้วลูกชายข้า...”

นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุดที่เขาห่วง

“คุณชายเย่ปลอดภัยดี”

หลินอิงเซียงชี้มือไปที่ร่างของเย่เหวินที่นอนกรนเบาๆ อยู่มุมห้อง “แค่โดนมนตร์สะกดของปีศาจทำให้สลบไปเท่านั้น ตื่นมาก็หายเป็นปกติ”

ได้ยินดังนั้น ภูเขาที่ทับอกเย่เซียนก็ถูกยกออกไปจนหมดสิ้น

เมื่อลูกปลอดภัย เขาก็กลับมาสวมวิญญาณขุนนางผู้ห่วงใยราชการทันที “แล้วท่านผู้ปราบมารล่ะขอรับ? เขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร?”

“อาการหนักกว่าคุณชายเย่เล็กน้อย แต่ไม่ถึงแก่ชีวิต พักฟื้นสักระยะก็น่าจะหายดี”

รอดทั้งลูก รอดทั้งเจ้าหน้าที่ทางการ... เย่เซียนลอบเป่าปากด้วยความโล่งอก

คราวนี้เขาก็เหลือแค่ภารกิจสุดท้าย... การตรวจสอบความเสียหายของตระกูลซู

เขามองกองซากศพที่เกลื่อนกลาดอยู่ตามทางเดินด้วยความหดหู่ “ตระกูลซู... ไม่เหลือใครรอดเลยสินะขอรับ?”

ตระกูลซูเป็นตระกูลใหญ่ที่มีอิทธิพลไปทั่วทั้งแคว้นชีสุ่ย การล่มสลายของตระกูลนี้ย่อมส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง และแน่นอนว่าเขาในฐานะนายอำเภอต้องเขียนรายงานชี้แจงยาวเป็นหางว่าวแน่

“คนในตระกูลซู... ตายเรียบ...”

หลินอิงเซียงกำลังจะพูดต่อ แต่จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ เขาทุบมือเบาๆ “อ้อ! เดี๋ยวก่อน! เหมือนจะยังมี ‘คนเป็น’ เหลืออยู่อีกสามคน! ท่านนายอำเภอตามอาตมามาทางนี้”

หลินอิงเซียงพาเย่เซียนเดินลึกเข้าไปในเรือนหลัง

และเมื่อเย่เซียนได้เห็นภาพตรงหน้า เขาก็ต้องผงะถอยหลังด้วยความสะอิดสะเอียน รีบเอามือปิดจมูกแทบไม่ทัน

“อุ๊บ! นี่มัน... ตัวอะไรกันวะเนี่ย?”

เบื้องหน้าของพวกเขา คือไหดินเผาขนาดใหญ่สามใบตั้งเรียงรายกันอยู่

และภายในไห... มีร่างของมนุษย์สามคนถูกยัดลงไป!

จมูกถูกเฉือน หูถูกตัด ลิ้นถูกดึง ตาถูกควัก...

และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ แขนและขาของพวกเขาทั้งสามคน ถูกตัดทิ้งจนกุดด้วน กลายเป็นท่อนเนื้อที่ยังมีชีวิต ดิ้นขลุกขลักอยู่ในไหที่เต็มไปด้วยของเสีย!

นี่คือการทรมานที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์! ‘มนุษย์หมู’ ในตำนาน!

เย่เซียนหน้าเขียวคล้ำ แทบจะสำรอกอาหารเช้าออกมา เห็นได้ชัดว่าปีศาจตนนี้มีความแค้นกับสามคนนี้ชนิดเข้ากระดูกดำ ถึงได้ไม่ยอมให้ตายดีๆ แต่เลี้ยงไว้เพื่อทรมานให้ตายทั้งเป็น

หลินอิงเซียงมองภาพสยดสยองนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความเห็นใจ

เพราะเขารู้ดีว่า คนเหล่านี้ทำกรรมอะไรไว้ ถึงต้องมารับผลกรรมเช่นนี้

เขาชี้มือไปที่ไหทั้งสามใบ แล้วเอ่ยเสียงเรียบ

“ขอแนะนำให้รู้จัก... นายท่านซู, ฮูหยินใหญ่ตระกูลซู และ... ฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลซู

สามคนนี้ยังมีลมหายใจอยู่ หากท่านรีบตามหมอมารักษา ก็น่าจะยื้อชีวิตไว้ได้... เอาไว้ใช้เป็นหลักฐานปิดคดี ส่งงานต่อราชสำนักได้พอดิบพอดีเลยล่ะ”

จบบทที่ บทที่ 29 ปิดฉาก

คัดลอกลิงก์แล้ว