- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 27 หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 27 หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 27 หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
บทที่ 27 หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว
ตระกูลซู ขนานนามว่า ‘ซูครึ่งเมือง’ เป็นดั่งพยัคฆ์เจ้าถิ่นแห่งอำเภอไป๋เหอ
แม้แต่นายอำเภอเย่เซียนเอง เมื่ออยู่ต่อหน้าตระกูลซู ยังต้องไว้หน้าถึงสามส่วน
แต่สิ่งที่ทำให้นายท่านซูกลัดกลุ้มใจที่สุด คือการที่อายุล่วงเลยเข้าสู่วัยห้าสิบ แต่กลับไร้ซึ่งบุตรชายไว้สืบสกุล
ฮูหยินใหญ่เปรียบเสมือนแม่ไก่ที่ไม่ยอมออกไข่ ส่วนอนุภรรยาที่รับเข้ามาหลายคน ก็ล้วนแต่ให้กำเนิดบุตรสาวกันถ้วนหน้า สร้างความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในขณะเดียวกัน ทางทิศใต้ของเมือง มีหญิงสาวแสนสวยนามว่า ‘เสี่ยวเสวี่ย’ สะใภ้ของตระกูลหวัง
ตระกูลหวังทุ่มเททรัพย์สินทั้งหมดที่มีเพื่อสู่ขอเสี่ยวเสวี่ยมาเป็นสะใภ้ แต่ทว่า... แต่งงานกันได้ไม่ถึงสามวัน สามีของนางก็ด่วนจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหัน โดยยังไม่ทันได้ร่วมหอลงโรงกันอย่างสมบูรณ์
ชาวบ้านต่างนินทากันให้แซ่ดว่านางคือจิ้งจอกจำแลง ผู้เกิดมาพร้อมดวงกินผัว
บรรดาป้าข้างบ้านต่างพากันชี้หน้าด่าทอ ถ่มน้ำลายรดหน้าบ้านนาง เพื่อประกาศตนว่าเป็นศัตรูกับหญิงแพศยาผู้นี้
ส่วนบรรดาผู้ชาย... แม้ปากจะด่า แต่สายตากลับอดไม่ได้ที่จะลอบชำเลืองมองเข้าไปในบ้านโทรมๆ หลังนั้น
หญิงม่ายสาวสวย ในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์... ช่างเป็นภาพที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อน และกระตุ้นความน่าสงสารไปพร้อมๆ กัน
จนกระทั่งวันหนึ่ง... หญิงม่ายตระกูลหวังได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ราวกับระเหยหายไปในอากาศ
ชาวบ้านต่างเล่าลือกันไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่านางหนีตามชู้ไป บ้างก็ว่านางถูกผีสางลักพาตัว
ไม่มีใครล่วงรู้ความจริงอันดำมืด... ว่านางถูกหลอกล่อแกมบังคับข่มขู่ ให้ย้ายเข้าไปอยู่ในกรงทองของคฤหาสน์ตระกูลซู!
นายท่านซูไปหลงเชื่อคำทำนายของหมอดูพเนจรที่บอกว่า ‘หญิงม่ายตระกูลหวังมีดวงลูกดก หากได้นางมาครอง จักได้บุตรชายสืบสกุลแน่นอน’
จึงใช้สารพัดวิธี ทั้งเงินทองและอิทธิพลมืด เพื่อนำตัวนางเข้ามาในจวน
แต่ทว่า... ฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลซู กลับคัดค้านหัวชนฝา ไม่ยอมให้ ‘หญิงกินผัว’ เหยียบย่างเข้ามาเป็นสะใภ้
นายท่านซูจึงจำใจต้องใช้วิธี ‘ซุกเมียเก็บ’ ให้อยู่ในเรือนหลังเล็กท้ายสวนอย่างเงียบๆ
และคำทำนายของหมอดูก็แม่นยำดุจตาเห็น ไม่นานนัก เสี่ยวเสวี่ยก็ตั้งครรภ์
หมอตำแยหลายคนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า... ท้องนี้ได้ลูกชายแน่นอน!
นายท่านซูดีใจจนเนื้อเต้น เตรียมจัดงานฉลองล่วงหน้า
แต่ฮูหยินใหญ่กลับนอนไม่หลับด้วยความริษยาและหวาดระแวง
“นังแพศยานั่นมันสวยหยาดเยิ้มปานนางจิ้งจอก ถ้ามันคลอดลูกชายออกมาจริงๆ ตำแหน่งของข้าคงสั่นคลอน อนาคตของข้าคงจบสิ้น!”
“ผ่าท้องเอาเด็ก! เก็บลูกไว้... แต่แม่ต้องตาย!”
ในคืนเดือนมืดที่พายุฝนโหมกระหน่ำ แผนการอันวิปริตผิดมนุษย์ได้เริ่มต้นขึ้น ณ มุมมืดของคฤหาสน์ตระกูลซู
มีดคมกริบกรีดลงบนหน้าท้องของหญิงสาวที่ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เด็กที่ถูกดึงออกมาจากครรภ์... เป็นเด็กผู้ชายจริงๆ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้น กลับเหนือความคาดหมายของทุกคน
ทารกน้อยที่ถูกผ่าออกมา... สิ้นใจตายตั้งแต่อยู่ในครรภ์
แต่ด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่... นางไม่ยอมให้ลูกน้อยต้องตายจากไป
แรงอาฆาตพยาบาทอันรุนแรงมหาศาล ได้ถูกใช้เพื่อยื้อ ‘เสี้ยวชีวิตสุดท้าย’ ของทารกเอาไว้!
และด้วยความผูกพันอันลึกซึ้งของลูกน้อย ที่ไม่อาจพรากจากอกแม่... จิตวิญญาณของเด็กน้อยจึงรั้งวิญญาณของผู้เป็นแม่เอาไว้ ไม่ให้แตกสลายไปตามกฎธรรมชาติ!
ไอปราณหยินเป็นผืนดิน... แรงพยาบาทเป็นปุ๋ย...
ลูกคือกายหยาบ... แม่คือดวงจิต...
ปีศาจแม่ลูกผูกพันกันเป็นหนึ่งเดียว... กำเนิดใหม่ในนาม ‘ปีศาจแม่ลูก’!
และผลลัพธ์ของโศกนาฏกรรมนี้ คือชีวิตของคนในตระกูลซูกว่าหนึ่งร้อยชีวิต... ถูกสังหารสิ้นซาก!
......
“อมิตพุทธ... บาปกรรม! บาปกรรมหนักหนาเหลือเกิน!”
หลินอิงเซียงมองดูภาพอดีตที่ฉายชัดในห้วงคำนึง แล้วถอนหายใจยาวด้วยความสะเทือนใจ
เขาค่อยๆ ยื่นมือฝ่าม่านหมอกโลหิตออกไป แสงสีทองจากฝ่ามือฉีกกระชากภาพมายาทั้งหมดจนแตกสลาย
พร้อมกันนั้น ฝ่ามือเหล็กไหลของเขาก็คว้าร่างทารกน้อยที่ลอยอยู่กลางอากาศเอาไว้ได้อย่างมั่นคง
เดิมทีหลินอิงเซียงตั้งใจแค่จะทำภารกิจให้จบๆ ไป เพื่อรีบสะสมแต้มบุญกุศลให้ครบแล้วสึกไปใช้ชีวิตทางโลก
แต่เมื่อได้รับรู้เรื่องราวอันน่าเศร้าสลดนี้... หัวใจที่เคยด้านชาของเขาก็เริ่มหนักอึ้ง
ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้เขามายืนอยู่ตรงนี้... เขาจะนิ่งดูดายได้อย่างไร?
ต่อให้ต้องเป็นพระแค่วันเดียว เขาก็จะเป็นพระที่ทุ่มเททั้งกายใจเพื่อผดุงความยุติธรรม!
“ตระกูลซู... สมควรตาย!”
เนิ่นนานกว่าหลินอิงเซียงจะเค้นคำพูดลอดไรฟันออกมาได้สี่คำ
ทารกน้อยในกำมือของหลินอิงเซียงหยุดดิ้นรน ใบหน้าทั้งสองที่ซ้อนทับกันอยู่ปรากฏแววแห่งความหวังขึ้นมา
เสียงแหบพร่าของหญิงสาวดังขึ้น “ท่าน... ท่านก็คิดว่าคนตระกูลซูสมควรตายงั้นหรือ?
พวกเราแม่ลูกเพียงแค่ต้องการทวงความยุติธรรม... ท่านโปรดเมตตาปล่อยพวกเราไปได้หรือไม่?”
หลินอิงเซียงมีสีหน้าเรียบเฉย ส่ายหน้าช้าๆ “อาตมาเคยบอกแล้ว... ปีศาจฆ่าคน ต่อให้คนผู้นั้นสมควรตายเพียงใด ก็ยังถือว่าเป็นบาป
อีกอย่าง... เจ้าไม่ได้ฆ่าแค่ศัตรูคู่แค้น แต่เจ้าฆ่าล้างตระกูลซูไปถึงร้อยสามสิบหกศพ! บ่าวไพร่ คนสวน สาวใช้ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่... ชีวิตของพวกเขา เจ้าจะชดใช้อย่างไร?”
ปีศาจที่ถูกครอบงำด้วยแรงอาฆาต มักควบคุมตัวเองไม่ได้ การฆ่าคนบริสุทธิ์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยาก
หากปล่อยปีศาจตนนี้ไป... ผู้คนบริสุทธิ์อีกมากมายอาจต้องสังเวยชีวิต
“ปีศาจอาละวาด ภัยพิบัติแห่งปวงชน ปราบมารพิทักษ์ราษฎร์ คือหน้าที่มิอาจละทิ้ง!”
นี่คือปณิธานของกรมปราบมาร และตอนนี้... มันได้กลายเป็นปณิธานของหลินอิงเซียงเช่นกัน
ความหวังที่เพิ่งจุดประกายบนใบหน้าปีศาจ มอดดับลงในพริบตา
เมื่อการเจรจาล้มเหลว สัญชาตญาณสัตว์ร้ายก็เข้าครอบงำอีกครั้ง
ใบหน้าของแม่ลูกบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เตรียมระเบิดพลังเฮือกสุดท้ายเพื่อแลกชีวิต
ทว่า... ในวินาทีที่หลินอิงเซียงเงื้อฝ่ามือเตรียมปิดฉาก...
ใบหน้าของปีศาจกลับแสดงอาการขัดขืน!
ความรักอันยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่ ได้ฮึดสู้กับสัญชาตญาณดิบของปีศาจ!
ความรักชนะความแค้น!
ใบหน้าที่บิดเบี้ยวของปีศาจ ค่อยๆ คลายออก กลับกลายเป็นใบหน้าเศร้าสร้อยของ ‘เสี่ยวเสวี่ย’ หญิงงามผู้โชคร้าย
น้ำตาอาบสองแก้ม นางมองหลินอิงเซียงด้วยสายตาวิงวอน
“ไต้ซือ... ข้าขอเรียกท่านเช่นนี้ได้หรือไม่?”
หลินอิงเซียงลดมือลงเล็กน้อย พยักหน้าเบาๆ
หญิงสาวสะอื้นไห้ “ไต้ซือเจ้าคะ... ลูกของข้าไร้เดียงสา เขาเป็นเพียงผ้าขาวที่แปดเปื้อนเพราะความแค้นของข้า... แรงอาฆาตทั้งหมดนี้ เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!
ท่านบอกว่าต้องมีคนชดใช้ร้อยกว่าชีวิตนั้น... ข้าขอรับผิดชอบทั้งหมด! ข้าขอยอมรับโทษทัณฑ์แต่เพียงผู้เดียว!
ได้โปรด... ละเว้นชีวิตลูกของข้าด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”
ได้ยินคำขอร้องจากหัวใจคนเป็นแม่ สีหน้าของหลินอิงเซียงก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาถอนหายใจยาว แววตาเปี่ยมด้วยความเมตตา
“หนทางรอดเพียงหนึ่งเดียว นี้... คือสิ่งที่เจ้าไขว่คว้ามาให้ลูกชายด้วยตัวเอง
หากเมื่อครู่เจ้าเลือกที่จะสู้ตาย อาตมาคงจำต้องส่งพวกเจ้าไปทั้งแม่และลูก...
แต่ในเมื่อจิตใจฝ่ายดีของเจ้าสามารถเอาชนะสัญชาตญาณปีศาจได้... อาตมาก็จะให้โอกาสนั้น!
เจ้าสองแม่ลูกช่างน่าเวทนานัก... อาตมามิใช่คนไร้หัวใจ
หากเจ้ายอมรับกรรม แบกรับบาปทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว... ลูกชายของเจ้า อาตมาสัญญาว่าจะดูแลเขาให้เอง!”