- หน้าแรก
- ระบบพุทธขจัดมารปราบผี? ขอหนีไปสึกดีกว่า!
- บทที่ 7 เสี่ยงเซียมซี เอ๊ย! สุ่มรางวัล
บทที่ 7 เสี่ยงเซียมซี เอ๊ย! สุ่มรางวัล
บทที่ 7 เสี่ยงเซียมซี เอ๊ย! สุ่มรางวัล
บทที่ 7 เสี่ยงเซียมซี เอ๊ย! สุ่มรางวัล
แน่นอนว่าวาจาที่ไร้ซึ่งความสำรวมดั่งเช่นปุถุชนนั้น ย่อมไม่มีทางหลุดออกมาจากปากของหลินอิงเซียง
เขากระแอมไอเบาๆ แล้วเอ่ยกับหัวหน้าหมู่บ้าน “รบกวนท่านหัวหน้าหมู่บ้านช่วยหาชายฉกรรจ์สักสองสามคน นำป้ายชื่อวัดแผ่นนี้ขึ้นไปแขวนที่ประตูทางเข้าวัดด้วยเถิด”
เวลานี้ ทั้งหัวหน้าหมู่บ้านและชาวบ้านทุกคน ต่างยังคงตกตะลึงพรึงเพริดกับปาฏิหาริย์ที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ จนสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
ลำแสงสีทองพุ่งลงมาจากฟ้า แล้วพระพุทธรูปองค์มหึมาที่ต้องใช้ช่างฝีมือเป็นสิบคนแกะสลักแรมเดือน ก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า นี่ถ้าไม่เรียกว่า ‘ปาฏิหาริย์’ แล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
หรือว่าในโลกนี้จะมีเทพยดาอยู่จริงๆ? และไต้ซือหลิงอินผู้นี้ ก็คือตัวแทนของเทพยดาที่ลงมาจุติยังโลกมนุษย์?
ในชั่วพริบตานั้น ภาพลักษณ์ของหลินอิงเซียงในสายตาชาวบ้าน ก็พลันดูสูงส่งเทียมฟ้า น่าเกรงขามยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
มีตัวแทนแห่งเทพยดามาโปรดถึงที่ หมู่บ้านต้าซานของพวกเขาจะต้องไปเกรงกลัวปีศาจหน้าไหนอีก?
“เร็วเข้า! พวกเอ็งรีบมาช่วยกันเอาป้ายขึ้นไปแขวนให้ไต้ซือเร็วเข้า!”
หัวหน้าหมู่บ้านรีบตะโกนสั่งการด้วยความกระตือรือร้น เขารู้สึกเหมือนหมู่บ้านต้าซานถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเข้าให้แล้ว
ฝ่ายชาวบ้านที่มุงดูอยู่ ต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความทึ่งไม่หยุดปาก
“โอ้โห! ข้าตัดไม้มาทั้งชีวิต ยังไม่เคยเห็นไม้ที่เอามาทำป้ายนี้มาก่อนเลย! เนื้อไม้แบบนี้ อย่างน้อยต้องมาจากต้นไม้พันปีแน่ๆ!”
“ข้าว่านะ ไต้ซือหลิงอินต้องเป็นเทพเซียนแปลงกายลงมาแน่ๆ ไม่งั้นเทพยดาบนฟ้าจะส่งของดีขนาดนี้ลงมาให้หรือ? พวกเจ้าก็เห็นกับตาเมื่อกี้นี้ นี่มันไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ชัดๆ!”
“เทพเซียนอะไรกัน? ไต้ซือบอกตั้งกี่รอบแล้วว่าเป็น ‘พระพุทธองค์’! ฮึ! ต่อไปข้าจะพายายแก่ที่บ้านมากราบไหว้ทุกวันเลย บ้านข้ามีแต่ลูกสาวตั้งห้าคน ไม่แน่ว่าความหวังที่จะได้ลูกชายอาจจะอยู่ที่ไต้ซือท่านนี้แหละ!”
......
หลังจากส่งแขกเหรื่อและชาวบ้านขี้สงสัยกลับไปจนหมด หลินอิงเซียงก็เดินกลับเข้ามายังเรือนพักด้านหลังวัด
วัดเหลยอินในฐานะวัดพุทธ ย่อมต้องเปิดรับการกราบไหว้บูชาจากสาธุชน
ดังนั้นตอนที่ออกแบบวัด หลินอิงเซียงจึงเจาะจงให้แยกเขตพุทธาวาส (เขตวัดส่วนหน้า) และเขตสังฆาวาส (เขตที่พักสงฆ์ส่วนหลัง) ออกจากกันอย่างชัดเจน
เขตพุทธาวาสที่มีวิหารต้าสยงเป็นศูนย์กลาง มีไว้สำหรับปฏิบัติศาสนกิจและต้อนรับญาติโยม
ส่วนเรือนด้านหลัง คือพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเขาใช้พักผ่อนหลับนอน
แน่นอนว่าวัดเหลยอินเพิ่งก่อตั้ง ขนาดจึงยังเล็กกะทัดรัด เขตหน้าและเขตหลังรวมกันแล้วมีเพียงไม่กี่ห้อง
แต่อนาคตข้างหน้า มันจะต้องถูกขยายให้ยิ่งใหญ่อลังการกว่านี้อย่างแน่นอน
เมื่อกลับมาถึงห้องพักส่วนตัว หลินอิงเซียงก็เตรียมตัวสำหรับการ ‘สุ่มรางวัล’ ทันที
ภารกิจสร้างวัดครั้งแรก มอบรางวัลให้เขาเป็นสิทธิ์สุ่มรางวัลระดับต้นหนึ่งครั้ง, แต้มอัปเกรดหนึ่งแต้ม, ป้ายชื่อวัด และพระพุทธรูปบูชา
พระพุทธรูปกับป้ายชื่อวัด ได้ช่วยสร้างบารมีให้เขาในหมู่ชาวบ้านไปเรียบร้อยแล้ว
ส่วนแต้มอัปเกรด เขาตัดสินใจใช้มันอัปเกรดวิชา ‘ระฆังทองคุ้มกาย’ ทันที
‘ยืนระยะให้ได้คือยอดคน’ หลินอิงเซียงไม่อยากถูกปีศาจโหดๆ ฉีกร่างเป็นชิ้นๆ ในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายใบนี้
ทันทีที่ใช้แต้มอัปเกรด กระแสความอบอุ่นก็ไหลพุ่งขึ้นมาจากท้องน้อย พร้อมกับข้อมูลสถานะของเขาที่เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง
นาม: หลิงอิน (หลินอิงเซียง)
ฉายา: ผู้เผยแผ่พุทธศาสนา (ยังไม่มีผลของฉายา)
ระดับพลัง: ปราณหลังกำเนิด ขั้นหก
อุปกรณ์สวมใส่: เซตเครื่องทรงพุทธลักษณ์วิจิตร (ผลของเซต: พุทธลักษณ์วิจิตร, เพิ่มผลสัมฤทธิ์ในการรับศิษย์และสาวก, มีโอกาสโปรดสัตว์ช่วยเหลือภูตผีปีศาจให้หลุดพ้น)
พรสวรรค์อิทธิฤทธิ์: เนตรสวรรค์ — ในทางพุทธมีดวงตาอยู่สามประเภท ได้แก่ เนตรสวรรค์, เนตรธรรม และเนตรพุทธ, สามารถหยั่งรู้ความอนิจจังของโลก มองทะลุร่างจริงของปีศาจ และล่วงรู้อดีตจวบจนอนาคต
ผลพิเศษ: เนตรสวรรค์ส่องมาร, สามารถมองเห็นภูตผีปีศาจที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ, มีโอกาสมองเห็นจุดอ่อนของศัตรู (1/3, สามารถอัปเกรดได้)
วรยุทธ์: ระฆังทองคุ้มกาย — วรยุทธ์สายกายาของพุทธศาสนา, เพิ่มพลังป้องกันทางกายภาพ, ระฆังทองสามด่าน, แสงทองคุ้มครองกาย, ฟันแทงไม่เข้า, น้ำไฟไม่ระคาย (2/3, สามารถอัปเกรดได้)
แต้มอัปเกรด: 0
แต้มบุญกุศล: 1
......
ไม่เพียงแต่วิชาระฆังทองคุ้มกายจะเลื่อนขั้นสู่ด่านที่สอง ‘หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า’ เท่านั้น แต่ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของเขา ยังก้าวกระโดดจาก ‘ปราณหลังกำเนิด ขั้นเก้า’ ขึ้นมาเป็น ‘ปราณหลังกำเนิด ขั้นหก’ อีกด้วย
‘ปราณหลังกำเนิดฝึกกายา ปราณก่อนกำเนิดฝึกปราณ’ การเพิ่มระดับของผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตหลังกำเนิด จะวัดกันที่พละกำลังทางกายภาพเป็นหลัก
โดยมีเกณฑ์เริ่มต้นที่พละกำลังแขนสองข้างรวมกันสองร้อยชั่ง (ประมาณ 100 กิโลกรัม) ถือว่าก้าวเข้าสู่ขั้นเก้า
และทุกครั้งที่เลื่อนระดับ พละกำลังจะเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งร้อยชั่ง
ตอนนี้หลินอิงเซียงอยู่ในขั้นหก นั่นหมายความว่าพละกำลังแขนของเขา ปาเข้าไปกว่าห้าร้อยชั่งแล้ว
สำหรับคนธรรมดา นี่มันคือสัตว์ประหลาดจอมพลังชัดๆ!
จากนั้น หลินอิงเซียงก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการสุ่มรางวัลครั้งแรก
“อมิตพุทธ หลวงพ่อคูณ หลวงปู่เค็ม ช่วยลูกช้างด้วย! ขอรางวัลใหญ่ๆ สักทีเถอะเพี้ยง!”
สิ้นเสียงอธิษฐานในใจ วงล้อเสี่ยงโชคก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
วงล้อระดับต้นแบ่งออกเป็นเก้าช่องใหญ่ สามหมวดหมู่
ได้แก่ หมวดเคล็ดวิชาวรยุทธ์, หมวดโอสถทิพย์ และ หมวดศาสตราวุธ
และยังมีช่องเล็กๆ อีกหนึ่งช่อง เขียนกำกับไว้ว่า ‘การ์ดสวมบทบาทตัวละคร’
รวมทั้งหมดเป็นสิบช่องพอดี
ในส่วนของเคล็ดวิชา มี ‘ฝ่ามือวชิระ’, ‘ดาบปราบมาร’ และ ‘คัมภีร์โพธิญาณ’
ส่วนหมวดโอสถทิพย์ ประกอบด้วย ‘ยาเพิ่มพละกำลัง’ (เพิ่มแรงกาย), ‘ยาเหินเวหา’ (เลื่อนระดับย่อยหนึ่งขั้นทันที) และ ‘ยาประสานจิต’ (เพิ่มพลังจิต)
สุดท้ายหมวดศาสตราวุธ มี ‘สนับมืออรหันต์’, ‘พลองทองแดง’ และ ‘มีดตัดลม’
ส่วนช่องเล็กจิ๋วช่องสุดท้ายที่เป็นการ์ดตัวละครนั้น มีเพียงเครื่องหมายปรศนา (?) ตัวเบ้อเริ่มแปะอยู่ คาดว่าน่าจะเป็นการสุ่มตัวละครลับ
เมื่อวงล้อเริ่มหมุน สายตาของหลินอิงเซียงก็จับจ้องไปที่หมวดเคล็ดวิชาตาไม่กะพริบ “ฝ่ามือวชิระ! ฝ่ามือวชิระ! ออกทีเถอะพ่อคุณ!”
ตอนนี้เขามีแต่วิชาสายป้องกันอย่าง ‘ระฆังทองคุ้มกาย’ เพียงอย่างเดียว
แม้มันจะดูเท่ระเบิดระเบ้อเวลาใช้งาน มีแสงสีทองออร่ากระจาย ยิ่งใส่ชุดพุทธลักษณ์วิจิตรเข้าไปยิ่งดูขลังจนคนกราบไหว้
แต่... เป็นถึงว่าที่ศาสดาเอกของโลก จะให้ไปปราบปีศาจด้วยการยืนกางแขนแล้วบอกว่า “เชิญโยมซัดอาตมาให้เต็มเหนี่ยวเลยจ้ะ” แบบนี้ตลอดไป มันก็คงดูไม่งามกระมัง?
ดังนั้น หลินอิงเซียงจึงต้องการวิชาสายโจมตีอย่างเร่งด่วนที่สุด
และเจ้า ‘ฝ่ามือวชิระ’ ที่เน้นความหนักหน่วงรุนแรง ตบทีเดียวหินแตกละเอียดนี่แหละ คือสิ่งที่คนบ้าพลังอย่างเขาต้องการที่สุดในตอนนี้
แต่อนิจจา สวรรค์มักชอบกลั่นแกล้งคนหน้าตาดี
เข็มบนวงล้อหมุนติ้วๆ ผ่านช่องเคล็ดวิชาทั้งสามไปอย่างน่าเสียดาย ก่อนจะค่อยๆ ชะลอความเร็วลง และหยุดกึกอยู่ที่ช่องเล็กที่สุดช่องนั้นพอดี
ช่องปริศนา... ‘การ์ดสวมบทบาทตัวละคร’
[ยินดีด้วย! โฮสต์ได้รับการ์ดสวมบทบาทตัวละคร 1 ใบ!]
วงล้อเสี่ยงโชคสลายหายไป กลายเป็นลำแสงสีทองพุ่งมารวมตัวกัน ก่อนจะปรากฏเป็นการ์ดใบหนึ่งลอยเด่นอยู่ตรงหน้าหลินอิงเซียง
บนหน้าการ์ดปรากฏภาพวาดเสมือนจริงของชายผู้หนึ่ง... หัวโล้นเลี่ยนเหมือนเขาเปี๊ยบ สวมจีวรสีแดงเพลิง ยืนตระหง่านอยู่กลางมหาสมุทรอันบ้าคลั่ง มือซ้ายแบกภูเขาทั้งลูกเอาไว้อย่างง่ายดาย ดวงตาเบิกโพลงดุดัน แผ่กลิ่นอายอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
แม้จะเป็นเพียงรูปภาพบนการ์ด แต่หลินอิงเซียงกลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่พุ่งปะทะใบหน้า
หลินอิงเซียงจ้องมองชายหัวโล้นบนการ์ดที่หน้าตาเหมือนตัวเอง แล้วส่ายหัวยิ้มแห้งๆ
“ที่แท้ก็เป็นท่านนี่เอง!”