- หน้าแรก
- วิหารเทพกระดูก
- บทที่ 91 - อัญเชิญ! ผีขี้แยจอมป่วน
บทที่ 91 - อัญเชิญ! ผีขี้แยจอมป่วน
บทที่ 91 - อัญเชิญ! ผีขี้แยจอมป่วน
บทที่ 91 - อัญเชิญ! ผีขี้แยจอมป่วน
☆☆☆☆☆
เมื่อเห็นภาพฉายที่เรียงรายกันเป็นตับถึงสามแถวเก้าช่อง
หลิวหงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ก็เด้งตัวขึ้นมาทันที
หลังจากนั้นทั้งกงเล่อโหยว ลู่เจี๋ย ซูเฉิง และเฮ่อหลินเฟิง ต่างก็พากันอ้าปากค้างจนลิ้นจุกปาก ตกตะลึงจนพูดยังไม่ออกไปตามๆ กัน
"นั่นมันแสงแห่งการเลื่อนระดับนี่?"
"พี่หนิงจะอัปเกรดขึ้นไปทัดเทียมกับพวกกึ่งสายพันธุ์ฟ้าแล้วเหรอเนี่ย!"
บนชั้นสามสิบของตึกยุทธนาการ
อู๋ซิ่ว ร่วนฉ่ายเฟิง และหัวคงคง ต่างตกอยู่ในอาการเหม่อลอยชั่วขณะ
ไม่เว้นแม้แต่เฉียวเหอจิ่งที่จ้องมองร่างสีทองตรงหน้าอย่างใกล้ชิด เขาสะบัดหางจระเข้กระแทกพื้นพลางสูดหายใจเข้าลึกอย่างระงับอารมณ์
เลื่อนระดับกลางการต่อสู้เนี่ยนะ
แถมยังใช้แรงกดดันที่เขาส่งไปเป็นโอกาสในการอัปเกรดตัวเองอีกต่างหาก
เฉียวเหอจิ่งอ้าปากจระเข้กว้าง
คราวนี้เขาไม่ได้เล็งไปที่ตัวหนิงจู๋โดยตรง แต่เล็งไปที่ศพสาวแทน
[ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง]
"มู่!"
ศพสาวที่เคยโดนอัดจนหน้าอกเป็นรูไปแล้วรอบหนึ่งเริ่มรู้จักจำ พอเห็นไอ้จระเข้ยักษ์อ้าปากเธอก็ชิงใส่เกียร์หมาโกยอ้าวหนีก่อนใครเพื่อน
หลังจากหลบได้สำเร็จ กระแสน้ำแรงดันสูงก็พุ่งเข้าใส่พื้นจนเกิดเป็นหลุมน้ำลึกถึงห้าหกเมตร
แต่ทว่า
เฉียวเหอจิ่งยังมีท่า 'คลื่นยักษ์ซัดฝั่ง' อีกท่า!
มวลน้ำมหาศาลถาโถมลงมาเหมือนกำแพงยักษ์ที่พังทลาย ศพสาวไม่มีทางฝ่าออกไปได้เลย ทำได้เพียงถอยหลังร่นไปเรื่อยๆ เพื่อลดแรงปะทะให้ได้มากที่สุด
"ม่า!"
ศพหนุ่มก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนขวางหน้าหนิงจู๋ไว้อีกครั้ง
เมื่อคลื่นยักษ์ซัดลงมา เท้าทั้งสองของมันจมลึกลงไปในพื้นดิน รอบข้างเต็มไปด้วยรอยแตกแยกเป็นทางยาว
แต่หนิงจู๋กลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
การเลื่อนระดับของสัตว์อสูรหรือร่างอสูรนั้นมีเวลาช้าเร็วไม่เท่ากัน
เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน
ถ้าเกิดเหมือนครั้งของศพสาวที่ต้องรอเป็นวันหรือเป็นอาทิตย์ การต่อสู้ครั้งนี้ก็คงไม่ต้องไปต่อ เตรียมตัวโดนคัดออกได้เลย
โชคดีที่ดวงของหนิงจู๋ยังไม่กุดขนาดนั้น
ในช่วงจังหวะที่ตั้งรับการโจมตีไปสองระลอก แสงสีทองก็เริ่มจางหายไป
ภายใต้สายตาของผู้ชมจำนวนมาก ร่างโครงกระดูกสีเทาที่เคยเสียหายจากเลเซอร์ปลายนิ้วก็กลับคืนสู่สภาพปกติ แถมความสูงยังเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งเมตรหกสิบเซนติเมตรอีกด้วย
เปลวไฟวิญญาณสีเขียวเข้มเริ่มมีสีดำขลับราวกับน้ำหมึกแทรกซึมเข้ามา มองดูแล้วเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีแสงสีเขียวดั่งดวงดาวประดับอยู่ เป็นสีสันที่สวยงามจนยากจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
ศิษย์ซากศพ เลื่อนระดับสู่สายพันธุ์ด้อยช่วงปลาย!
หนิงจู๋ประสานสายตากับแววตาอันดุร้ายของจระเข้น้ำคลั่งจากระยะไกล
จากนั้นเขาก็ปลดปล่อยสัญชาตญาณออกมาทันทีเพื่อใช้งานทักษะที่เพิ่งตื่นขึ้นจากการเลื่อนระดับ
"ฟุ่บบบ!!"
วงเวทสีขาวนวลสิบวงลอยเด่นอยู่กลางอากาศ วนเวียนอยู่รอบตัวเขา
ในพริบตานั้นเงาสีขาวสิบสายก็มุดออกมา มันคือ 'ถุงขยะสีขาว' โปร่งแสงสิบตัวที่ส่งเสียงร้องไห้กระซิกๆ พลางบินว่อนไปทั่ว
ผีเหรอ?
หนิงจู๋กวาดสายตามอง เจ้าพวก 'ถุงขยะสีขาว' เหล่านี้ไม่มีมือมีเท้า แต่มีดวงตาสีดำเล็กๆ คู่หนึ่งที่ดูขี้ขลาดและไม่กล้าสบตาเขาเลย พอพวกมันบินผ่านสิ่งมีชีวิตตัวไหน ไม่ว่าจะเป็นจระเข้น้ำคลั่ง ศพหนุ่ม หรือศพสาว พวกมันจะแสดงท่าทางหวาดกลัวสุดขีดแล้วส่งเสียงร้อง "แง้ๆ" ออกมาอย่างตื่นตระหนกก่อนจะเผ่นแน่บหนีไปไกลๆ
ผีขี้แย
หนิงจู๋จำแนกรูปลักษณ์และตรวจสอบหน้าต่างสถานะได้ทันที
[พรสวรรค์]: วิญญาณโปร่งใส / ประกอบร่าง / เย็นยะเยือก
[ทักษะ 1 ดาว]: (ไม่มี)
คุณสมบัติแทบจะไม่ต่างจากเจ้ากระดูกจิ๋วเลย 'ผีขี้แย' ถือเป็นกลุ่มที่อยู่รั้งท้ายในบรรดาภูตผีวิญญาณและแทบจะเรียนรู้ทักษะอะไรไม่ได้เลย
ศิษย์ซากศพอุตส่าห์เลื่อนระดับเป็นช่วงปลายทั้งที แต่อัญเชิญได้แค่ขยะพวกนี้เนี่ยนะ?
หนิงจู๋ลองส่งกระแสจิตดู ทันใดนั้นผีขี้แยทั้งสิบตัวก็พุ่งมารวมกันที่จุดเดียวแล้วหลอมรวมเข้าด้วยกัน
ผีตัวที่ใหญ่ขึ้นจึงถือกำเนิด
ขนาดของมันใหญ่เท่าครึ่งตัวคน ร่างกายท่อนบนเริ่มมีกรงเล็บผีที่ดูอ่อนปวกเปียกงอกออกมา ดวงตาขยายใหญ่และกลมโตขึ้น แววตาสะท้อนแสงโค้งประหลาดที่ดูน่าขนลุก
ท่าทางที่เคยดูอ่อนแอและน่าสงสารเหมือนจะปลิวตามลมไปได้ทุกเมื่อหายไปเป็นปลิดทิ้ง
[พรสวรรค์]: วิญญาณโปร่งใส / ประกอบร่าง / เย็นยะเยือก
[ทักษะ 1 ดาว]: แวบปรากฏ (ขั้นสำเร็จ)
หนิงจู๋ชำเลืองมองไปทางศพสาวที่กำลังคลั่ง เธอพยายามหาทางพุ่งเข้าใส่หัวของจระเข้น้ำคลั่งอย่างสุดชีวิต แต่ไม่โดนปืนฉีดน้ำดันออกมาก็โดนคลื่นยักษ์ซัดจนกระเด็น หรือไม่ก็ติดเกราะธาตุน้ำที่หนาปึกจนเข้าไม่ถึงตัวซักที
ส่วนศพหนุ่มแน่นอนว่ายืนนิ่งเป็นหิน
ไม่ว่าศัตรูจะแกร่งแค่ไหน มันก็ยังคงมั่นคงดั่งขุนเขา
ด้วยความสามารถในการต้านทานสถานะที่ผิดปกติและพลังธาตุแสงที่สะสมไว้ การจะทำให้มันล้มลงในเวลาอันสั้นนั้นถือเป็นเรื่องเพ้อฝัน
หนิงจู๋เริ่มอัญเชิญต่อ
วงเวทอีกสิบวงปรากฏขึ้นพร้อมกับผีขี้แยอีกสิบตัว
หลังจากนั้นก็เป็นการร่ายครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ และครั้งที่ห้า พลังวิญญาณถูกรีดออกมาใช้อย่างรวดเร็ว
ผีขี้แยที่ร้องห่มร้องไห้ส่งเสียงดังระงมเริ่มบินจนเต็มท้องฟ้าในเวลาอันสั้น
จนกระทั่งการร่ายครั้งที่สิบสิ้นสุดลง
หนิงจู๋สั่งให้ผีขี้แยรวมตัวกันจนกลายเป็น 'ผีตุ้งแช่' เก้าตัวลอยอยู่ด้านหลังเขา
"ฟิ้ววว!!"
ลมพัดผ่านวูบใหญ่ เมื่อรวมกับตัวแรกด้วย
ผีตุ้งแช่ทั้งสิบตัวก็หลอมรวมกันอีกครั้งจนกลายเป็นหัวหน้าผีตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม
ความสูงและความกว้างของมันปาไปถึงสามเมตร รูปร่างดูเหมือนเศษผ้าที่ขาดรุ่งริ่งไม่เป็นทรง
ร่างกายบางเฉียบจนเหมือนจะจางหายไปในความว่างเปล่าได้ทุกเมื่อ
มันมีกรงเล็บผีที่ดูสมบูรณ์กว่าเดิมแขวนอยู่สองข้าง ดูดุร้ายและทรงพลัง
ดวงตามันใหญ่มากจนกินพื้นที่ไปเกือบหนึ่งในสามของใบหน้า ดูคล้ายกับดวงตาประกอบที่มีดวงตาเล็กๆ นับหมื่นรวมกัน ดูสยองขวัญสั่นประสาทจนไม่อาจจ้องมองตรงๆ ได้
ปากของมันไม่ได้เป็นแค่เส้นตรงเรียบๆ อีกต่อไป แต่เป็นหยักฟันเลื่อยที่สลับซับซ้อน เวลาแสยะยิ้มก็น่าขนลุก พออยู่เฉยๆ ก็ดูเหี้ยมเกรียม มองมุมไหนก็ชวนขวัญผวาไปหมด
[พรสวรรค์]: วิญญาณโปร่งใส / ประกอบร่าง / เย็นยะเยือกถึงกระดูก
[ทักษะ 1 ดาว]: แวบปรากฏ (ขั้นสำเร็จ) / หน้าผีเขย่าขวัญ (ขั้นสำเร็จ)
"ว้าก ฮ่าๆ!"
จอมผีสยองขวัญหายตัวไปและโผล่มาอีกทีที่เหนือหัวของจระเข้น้ำคลั่ง
มันใช้กรงเล็บผีดึงมุมปากตัวเองจนฉีกถึงใบหู ถลนตาปลิ้นออกมาพร้อมแลบลิ้นยาวเหยียด ทำหน้าทะเล้นแบบไม่เกรงใจใคร
แต่ทว่าไอ้หน้าตาที่ดูตลกไร้สาระนี้ เมื่อตกลงไปในสายตาของเฉียวเหอจิ่ง กลับทำให้รูม่านตาของเขาขยายออกชั่วขณะ พลังใจที่เคยแข็งแกร่งกลับเริ่มสั่นคลอนและจวนจะพังทลาย
"ศพสาว!" หนิงจู๋คำรามเบาๆ
"มู่!!" ศพสาวพุ่งออกไปทันทีด้วยความกระหายเลือด
เมื่อไม่มีปืนฉีดน้ำหรือคลื่นยักษ์มาคอยขัดขวาง เธอต้องทำลายเกราะน้ำนั่นให้ได้แน่นอน!
กรงเล็บศพเน่า! กรงเล็บศพเน่า! ตะปบ! ตะปบ! ตะปบ!
"ตูม!"
เฉียวเหอจิ่งได้สติกลับมาอย่างรวดเร็ว
เขาพ่นปืนฉีดน้ำออกมาอีกครั้งพลางเคลื่อนที่ไปบนยอดคลื่น ฝ่ามือจระเข้ที่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างมหาศาลตบเข้าใส่ร่างโครงกระดูกของหนิงจู๋
หนิงจู๋กระโดดถอยหลัง
เพียงแค่กระโดดเบาๆ ครั้งเดียวเขาก็พุ่งไปไกลถึงห้าเมตร
พอเริ่มออกตัววิ่งอย่างเต็มกำลัง โครงกระดูกสีเทาก็กลายเป็นเงาที่วูบวาบไปมา
สำหรับคนที่สายตาไม่ดีพอ แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าเขาอยู่ที่จุดไหนภายในอาณาจักรกลืนแสง
"สมุนทั้งหลาย ออกมา!"
หนิงจู๋ยังคงอัญเชิญผีขี้แยออกมาไม่หยุดเพื่อหลอมรวมเป็นผีตุ้งแช่ให้มากขึ้น
หลังจากที่ผีตุ้งแช่อีกสิบตัวรวมร่างกันเป็นจอมผีสยองขวัญตัวที่สอง เขาก็หยุดการอัญเชิญแล้วเริ่มวิ่งวนป่วนเฉียวเหอจิ่งไปรอบๆ
"ฟิ้ว!"
จอมผีตัวที่หนึ่งใช้ทักษะ 'แวบปรากฏ' อีกครั้งเพื่อไปโผล่เหนือหัวจระเข้แล้วซ้ำด้วย 'หน้าผีเขย่าขวัญ'
ส่วนจอมผีตัวที่สองก็ดูเหมือนจะมีความคิดเป็นของตัวเอง มันไม่ได้เลียนแบบตัวแรกทื่อๆ แต่กลับย่องไปข้างหลังจระเข้น้ำคลั่งอย่างเงียบเชียบ เตรียมจะมอบเซอร์ไพรส์ในแบบของมันเองให้เขาได้รู้ซึ้ง
[จบแล้ว]