- หน้าแรก
- วิหารเทพกระดูก
- บทที่ 46 - อัญเชิญ 'ซากศพเน่าโชยกลิ่น'
บทที่ 46 - อัญเชิญ 'ซากศพเน่าโชยกลิ่น'
บทที่ 46 - อัญเชิญ 'ซากศพเน่าโชยกลิ่น'
บทที่ 46 - อัญเชิญ 'ซากศพเน่าโชยกลิ่น'
☆☆☆☆☆
ภายในห้องทำสมาธิ เวลาราวกับถูกหยุดนิ่งเอาไว้
หนิงจู๋ก้มมองไอ้ใหญ่ที่กำลังหมอบกราบแทบเท้า กรามล่างขยับเปิดออกเล็กน้อย จิตใจยังคงอยู่ในอาการเหม่อลอย
นี่เราเลื่อนระดับแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?
มันกะทันหันเกินไปไหม!
ก่อนหน้านี้ไม่มีวี่แววอะไรบอกล่วงหน้าเลยสักนิด ระหว่างกระบวนการก็ไม่ต้องมานั่งลองผิดลองถูกให้เหนื่อย ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแบบม้วนเดียวจบ...
"อับบะ?" (;゚o゚)!
ไอ้ใหญ่เงยหน้าขึ้นมา พอเห็นว่าราชาของมันกลับมามีสติแล้ว ไฟวิญญาณในหัวกะโหลกของมันก็พุ่งพล่านไปมาด้วยความตื่นเต้นจัด
"ฉันไม่เป็นไร"
หนิงจู๋บอกปลอบใจมันไปคำหนึ่ง
จากนั้นเขาก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปให้หมด
การเลื่อนระดับที่เหนือความคาดหมายแบบนี้มันคือเรื่องที่น่าฉลองสุดๆ จะมานั่งกังวลให้ปวดหัวทำไมกันเล่า
ตามสูตรเดิมเป๊ะ ขอดูหน้าต่างสถานะหน่อยสิ!
——
[พรสวรรค์]: ไฟวิญญาณ / ผ้าคลุมรัตติกาล / ไร้ความเจ็บปวด / เชื่อมต่อกระดูก
[ทักษะหนึ่งดาว]: อัญเชิญ 'ทหารโครงกระดูก' (ขั้นเชี่ยวชาญ) / ปีกกระดูก (ขั้นสำเร็จ) / อัญเชิญ 'ซากศพเน่าโชยกลิ่น' (ขั้นเริ่มต้น)
"เอ๊ะ?"
"สำเร็จทักษะใหม่จริงๆ ด้วย..."
หนิงจู๋จ้องมองตัวอักษร "อัญเชิญซากศพเน่าโชยกลิ่น" ด้วยหัวใจที่พองโต
เป็นที่รู้กันดีว่า——ความเก่งกาจของกายมารนั้น พื้นฐานสำคัญถูกกำหนดโดยระดับวิวัฒนาการ
รองลงมาคือ 'พรสวรรค์' ยิ่งมีจำนวนมากและมีผลพิเศษเท่าไหร่ ก็ยิ่งหมายความว่าสายเลือดนั้นมีคุณภาพสูงและมีลูกเล่นแพรวพราวมากขึ้น
และอย่างสุดท้ายก็คือ ทักษะ
ทักษะคือช่องทางในการระเบิดพลังเหนือธรรมชาติออกมา ต่อให้จะแข็งแกร่งปานยกภูเขาได้หรือมีพละกำลังมหาศาลขนาดไหน ถ้าไม่มีทักษะมาช่วยเสริมพลัง พลังที่แท้จริงก็ไม่อาจแสดงออกมาได้เต็มที่
อัญเชิญ 'ซากศพเน่าโชยกลิ่น'...
กลายเป็นทักษะสายอัญเชิญอีกแล้วเหรอเนี่ย!
นี่ศิษย์ฝึกหัดวิญญาณกะจะเดินบนเส้นทางสาย "อัญเชิญ" ไปให้สุดซอยเลยใช่ไหม?
หนิงจู๋สะกดความดีใจเอาไว้ก่อนจะเริ่มลองใช้ทักษะใหม่ทันทีโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
"วูบบบบ~~~"
วงเวทย์สีดำรูปสี่เหลี่ยมปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาในระยะห่างประมาณห้าเมตร
พริบตานั้น เงาดำเริ่มบิดเบี้ยว มีเสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์ร้ายดังลอดออกมาจากวงเวทย์
ไฟวิญญาณของหนิงจู๋วูบไหวทันที
หือ... เหม็นชะมัด!
ไอ้ใหญ่กับพวกทหารโครงกระดูกตัวอื่นๆ จะไม่ได้กลิ่นนี้
แต่ศิษย์ฝึกหัดวิญญาณนั้นไม่เหมือนกัน มันสามารถจำลองประสาทสัมผัสต่างๆ ผ่านไฟวิญญาณได้ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน หรือการดมกลิ่น ซึ่งจะมีความอ่อนไหวมากกว่าร่างกายมนุษย์ทั่วไปเยอะมาก
ณ วินาทีนี้ ภายในห้องทำสมาธิที่เคยกว้างขวางกลับเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่าหึ่ง
ราวกับว่าสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะปรากฏตัวออกมานั้น อาศัยอยู่ในกองขยะที่น้ำเน่าเจิ่งนองและมีแมลงวันรุมตอมมาตั้งแต่เด็ก จนกลิ่นเน่านั้นฝังลึกเข้าไปในทุกอณู ต่อให้จะล้างยังไงก็ไม่มีวันหายเหม็น
"มออออ..."
มันค่อยๆ ขยับตัวและคลานออกมา
สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์เริ่มคลานออกมาจากวงเวทย์
มันมีความสูงมากกว่าสองเมตร บนผิวหนังสีเทาเขียวที่เต็มไปด้วยรอยเชื้อรา บางจุดมีแผ่นแข็งหนาคล้ายเปลือกไม้ที่เกิดจากเชื้อราปรสิต ส่วนที่เหลือก็เต็มไปด้วยตุ่มหนองพุพองขนาดต่างๆ กัน มองเห็นเลือดเน่าๆ ไหลซึมอยู่ข้างในรำไร
รอบหัวของมันมีฝูงแมลงวันรุมตอมส่งเสียงหึ่งๆ ตลอดเวลา
เส้นผมของมันแห้งกรังไร้ความเงางาม ดวงตาทั้งสองข้างขุ่นมัวและยุบเข้าไปข้างใน กล้ามเนื้อบนใบหน้าหลุดลอกจนเห็นโหนกแก้มที่มีเส้นเลือดสีแดงเน่าๆ ยึดติดอยู่
พอไล่สายตามองลงไปข้างล่าง
มันสวมเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงินสภาพเก่ากึ๊กและขาดวิ่น
ที่ข้อมือ ข้อศอก และหัวเข่า มีกระดูกสีขาวโผล่ออกมาให้เห็น เวลาขยับตัวก็จะมีเสียงกระดูกเสียดสีกันดังกร๊อบแกร๊บดูพิกล
ทว่าหน้าท้องของมันกลับฉีกขาด มีลำไส้ไหลออกมาย้อยอยู่ครึ่งเส้น ของเหลวเน่าเสียจากศพไหลหยดติ๋งๆ ดูเหมือนมันจะขาดใจตายได้ทุกเมื่อ
นอกจากนี้ สัดส่วนร่างกายท่อนล่างของมันยังใหญ่กว่าท่อนบนมาก ขาศพสีเทาเขียวคู่นั้นดูยาวเป็นพิเศษ แต่เท้าขวากลับเป๋ ร่างกายทั้งหมดเลยบิดเบี้ยวเสียทรง มือทั้งสองข้างเกร็งกระตุกสั่นไปมาเหมือนคนเป็นสันนิบาต...
หนิงจู๋อ้าปากค้างพลางเผยรอยยิ้มกว้างออกมา
มันคือ 'ซากศพเน่าโชยกลิ่น' ของจริงไม่ผิดตัวแน่
โครงสร้างร่างกายและลักษณะเด่นต่างๆ ตรงตามที่ตำราเขียนไว้เป๊ะทุกอย่าง
เผ่าพันธุ์นี้สังกัดอยู่ในตระกูลซากศพ
มันไม่เหมือนกับทหารโครงกระดูกในตระกูลกระดูก เพราะมันไม่ได้เป็นสายเลือดระดับต่ำเตี้ยเรี่ยดินที่สุดในบรรดาพวกวิญญาณ และรูปแบบการต่อสู้ของมันก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"มออออ..."
เสียงร้องของซากศพเน่าโชยกลิ่นฟังดูเหมือนลูกหมาหลงทางที่หาของกินไม่เจอในยามค่ำคืน ฟังดูอ้างว้างและไม่มีที่พึ่งพา
แต่เมื่อหนิงจู๋เดินอ้อมไปข้างหน้ามัน แล้วได้เห็นแสงสีส้มสว่างวาบของความดุร้ายในดวงตาที่ยุบโหลนั่น เขาก็รู้ได้ทันทีว่าภาพที่เห็นเมื่อกี้มันคือเรื่องหลอกลวง
เจ้านี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารหรือน่าเห็นใจเลยสักนิด แต่มันคือผีดิบที่โหดเหี้ยมและบ้าคลั่ง ถ้าใครเผลอไปใจอ่อนกับมันล่ะก็ มีหวังได้จอดป้ายสังเวยชีวิตให้มันแน่!
"วิเคราะห์มอนสเตอร์"
[พรสวรรค์]: ไร้ความเจ็บปวด / เน่าเฟะเกื้อกูล / ต้านทานพิษร้าย
[ทักษะหนึ่งดาว]: ก้าวยาวว่องไว (ขั้นเริ่มต้น) / หมอกพิษกลิ่นศพ (ขั้นเริ่มต้น)
ตรวจสอบหน้าต่างสถานะแล้ว ไฟวิญญาณของหนิงจู๋ก็ยังคงฉายแววแห่งความดีใจไม่จางหาย
เขาถอยหลังไปที่มุมห้อง แล้วลองส่งคำสั่งแรกออกไป สั่งให้ซากศพเน่าโชยกลิ่นเดินมาหาเขา
ทันใดนั้นเสียงร้องโหยหวนก็เปลี่ยนเป็นเสียงคำรามลั่น
มันเริ่มก้าวขาซ้ายที่ยังแข็งแรงออกไปก่อน
จากนั้นก็ลากขาขวาที่เป๋ตามมา
หนึ่งก้าว... สองก้าว... สามก้าว... ยิ่งเดินก็ยิ่งเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ฟึ่บ!
ซากศพเน่าโชยกลิ่นมายืนหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าหนิงจู๋ กลิ่นคาวเน่าหึ่งรุนแรงปะทะเข้าเต็มๆ!
หนิงจู๋รีบลดระดับการจำลองประสาทรับกลิ่นลงทันทีเพื่อลดความทรมาน
ในใจของเขานั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่และความภูมิใจสุดขีด
ซากศพเน่าโชยกลิ่นตัวนี้ ถึงแม้มันจะไม่ได้หมอบราบคาบแก้วแทบเท้าเหมือนอย่างไอ้ใหญ่
แต่ความรู้สึกผูกพันที่เหมือนเลือดข้นกว่าน้ำมันคอยบอกหนิงจู๋ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เจ้านี่ผูกพันกับไฟวิญญาณของเขาอย่างสมบูรณ์ ต่อให้มันจะไม่มีสติปัญญาแบบมนุษย์และมีเพียงสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่มันก็เป็นคู่หูที่ซื่อสัตย์และพร้อมจะทำตามคำสั่งทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข
"ตามฉันมา"
หนิงจู๋กวักมือเรียก ไอ้ใหญ่รีบลุกขึ้นเดินตามหลังเขามาเป็นคนแรก
ซากศพเน่าโชยกลิ่นหมุนตัวแล้วรีบเดินตามมาทันควัน
ระหว่างทาง ไอ้ใหญ่มองดูซากศพเน่าโชยกลิ่นที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ไฟวิญญาณของมันวูบไหวไปมา ดูท่าทางมันจะเริ่มเกร็งๆ และระแวงเจ้าตัวใหม่นี้อยู่ไม่น้อย
ทว่าซากศพเน่าโชยกลิ่นกลับเมินไอ้ใหญ่ไปเลย
มันทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ความรู้สึก ทำตามแค่โปรแกรมคำสั่งของเจ้านายเท่านั้น ตอนนี้มันได้รับคำสั่งให้ "เดินตาม" มันก็แค่ทำหน้าที่นั้น ส่วนเรื่องอื่นมันไม่สน
"ครืด——"
หนิงจู๋ผลักประตูห้องฝึกซ้อมออก
พื้นที่ตรงนี้กว้างขวางกว่าเยอะ ถ้าคอยคุมให้ดีล่ะก็ ใช้เป็นที่ทดสอบทักษะได้สบายๆ
แต่เขายังไม่ได้รีบส่งคำสั่งใหม่ลงไป
เขาลองทำตามสัญชาตญาณดูลูกหนึ่ง ลองพยายามอัญเชิญซากศพเน่าโชยกลิ่นตัวที่สองออกมา
"วูบบบบ~~~"
วงเวทย์สีดำรูปสี่เหลี่ยมเพิ่งจะร่างเค้าโครงออกมาได้นิดเดียว ก็สลายตัวไปทันที
หนิงจู๋ครางออกมาเบาๆ รู้สึกเหมือนมีก้อนหินมาดีดใส่หน้าผากจนรู้สึกมึนๆ ไปนิดหน่อย
เขานิ่งนึกอยู่ครู่หนึ่ง
ทักษะ 'อัญเชิญทหารโครงกระดูก' ระดับเชี่ยวชาญ สามารถเรียกออกมาพร้อมกันได้สูงสุดสี่ตัว
แต่ทักษะ 'อัญเชิญซากศพเน่าโชยกลิ่น' ระดับเริ่มต้นเนี่ย เรียกออกมาได้พร้อมกันแค่ตัวเดียวงั้นเหรอ?
หนิงจู๋ลองอัญเชิญทหารโครงกระดูกตัวใหม่โดยไม่ได้ผ่านสภาวิญญาณโครงกระดูก
พอโชคช่วยกระตุ้นการอัญเชิญทวีคูณขึ้นมา ทหารโครงกระดูกธรรมดาๆ สองตัวก็โผล่ออกมา ซึ่งยังเป็นระดับสายพันธุ์ด้อยช่วงเริ่มต้นเหมือนเดิม
หนิงจู๋ใช้ความคิดเพียงวูบเดียว ยกเลิกการร่ายอาคมแล้วนึกถึงคำว่า "ส่งกลับ"
ทหารโครงกระดูกที่ถูกเรียกออกมา รวมถึงซากศพเน่าโชยกลิ่น ต่างก็หายวับไปจากห้องฝึกซ้อมและกลับเข้าไปอยู่ในสภาวิญญาณโครงกระดูกแทน
"สมุน ออกมา!"
หนิงจู๋ตั้งใจสัมผัสถึงความเร็วของการสูญเสียพลังไฟวิญญาณ ซากศพเน่าโชยกลิ่นตัวที่สองก็มายืนอยู่ตรงหน้าเขา
ตัวนี้สวมเสื้อคลุมขาดๆ ใบหน้ายังมีเค้าลางของคนแก่อยู่บ้าง หน้าตาดูแตกต่างจากตัวแรกนิดหน่อย
แต่ระดับวิวัฒนาการของมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
หรือว่าทักษะ 'อัญเชิญซากศพเน่าโชยกลิ่น' นี้ จะสามารถล็อกระดับของสมุนวิญญาณเอาไว้ที่สายพันธุ์ด้อยช่วงกลางได้เลยกันนะ?
[จบแล้ว]