- หน้าแรก
- ฆ่าผู้ข้ามมิติทั้งที ขอขโมยระบบมาเป็นราชันย์องครักษ์เสื้อแพร
- บทที่ 50 - เมฆโลหิตลอยล่องจากทักษิณ
บทที่ 50 - เมฆโลหิตลอยล่องจากทักษิณ
บทที่ 50 - เมฆโลหิตลอยล่องจากทักษิณ
บทที่ 50 - เมฆโลหิตลอยล่องจากทักษิณ
ซีอิงเยี่ยนแทบจะหัวเราะออกมาด้วยความโกรธ ปลายนิ้วที่ชี้หน้าฉิวเกาหานสั่นระริก
"ฟังเจ้าพูดมาแบบนี้ นอกจากเจ้าจะไม่มีความผิดแล้ว ยังมีความชอบอีกด้วยกระนั้นรึ?"
ฉิวเกาหานรีบหมอบกราบลงกับพื้น ตัวสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
"ข้าน้อยมิบังอาจ! ข้าน้อยไม่ได้หมายความเช่นนั้น!
ใต้เท้าเสี้ยวเว่ย ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเตรียมการป้องกันด่านนะขอรับ!"
ได้ยินดังนั้น ซีอิงเยี่ยนยิ่งเดือดดาลจนแทบจะตบกะโหลกอีกฝ่ายให้แตก
"เตรียมการป้องกัน? ป้องกันบรรพบุรุษเจ้าสิ! เจ้าไล่ทหารประจำจวิ้นออกไปอยู่นอกด่านหมดแล้ว ตอนนี้จะเอาอะไรมาป้องกัน?!"
"ใต้เท้าเสี้ยวเว่ย ข้าน้อยไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ขอรับ!
ใต้เท้า จริงๆ แล้วเรายังมีคนที่พอใช้การได้นะขอรับ ท่านดูสิ นั่นไงยังมีทหารรับจ้างอีกเจ็ดแปดร้อยคน?
ป้อมปราการชั้นในมีทหารรักษาการณ์ของเราสี่ร้อยนายเฝ้าอยู่ ไม่น่าจะมีปัญหา
ขอแค่เราจัดให้พวกทหารรับจ้างเหล่านั้นมาประจำการที่กำแพงและป้อมปราการชั้นนอก ก็ช่วยได้มากโขแล้วขอรับ"
ซีอิงเยี่ยนใจกระตุกวูบ ก้มลงมองกลุ่มทหารรับจ้างนับสิบกลุ่มที่กระจายตัวอยู่ในลานฝึกแคบยาว ก็เริ่มลังเล
ทหารรับจ้างเหล่านี้คือนักผจญภัยที่หากินในทะเลทรายสัตว์อสูรพเนจร อย่างน้อยหนึ่งในห้าก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตทะเลปราณ
แถมยังมีขอบเขตของเหลวลึกลับอีกหลายคน พูดไปแล้วก็นับเป็นกำลังรบที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ไตร่ตรองดูแล้วเห็นว่าจำเป็น ซีอิงเยี่ยนจึงตะคอกสั่งเสียงเข้ม
"งั้นก็ยังไม่รีบไปจัดการอีก?!"
"ขอรับ ขอรับ ใต้เท้า ข้าน้อยจะไปเดี๋ยวนี้!"
ฉิวเกาหานยิ้มร่า แววตาฉายแววผ่อนคลายอย่างประหลาดวูบหนึ่ง
เมื่อฉิวเกาหานลงจากป้อมปราการมุ่งหน้าไปยังลานฝึก ซีอิงเยี่ยนก็หันกลับไปมองสมรภูมินอกด่านอีกครั้ง
เวลานี้ สงครามได้เริ่มปะทุขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ทหารประจำจวิ้นตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด
แต่โชคดีที่ทหารเหล่านั้นขวัญกำลังใจยังดีเยี่ยม อีกทั้งหลายคนสู้ตายถวายชีวิต จึงยังพอประคองสถานการณ์ไว้ได้ ไม่ถึงกับแตกพ่าย
แต่ซีอิงเยี่ยนรู้ดีว่า นี่เป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ทหารประจำจวิ้นยื้อได้ไม่นานหรอก!
แม้เขาจะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเร่งด่วนไปยังค่ายใหญ่กองพลพิทักษ์วายุอุดรแล้ว แต่ค่ายใหญ่อยู่ห่างออกไปเกือบพันลี้ จะมาทันได้อย่างไร?
ต่อให้ขอความช่วยเหลือไปทางกองทัพชายแดนที่ด่านซากวน ก็ไร้ประโยชน์
เขาไม่รู้ว่าจะรักษาด่านไว้ได้หรือไม่ แต่ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากสู้จนตัวตาย!
"เดี๋ยว! ไม่ถูกสิ!"
ซีอิงเยี่ยนกวาดตามองศัตรูที่ไม่ทราบฝ่ายอย่างละเอียดอีกครั้ง มองหาหลายรอบแต่ก็ไม่พบสิ่งที่ต้องการ
เป็นไปได้อย่างไร? หากพวกมันต้องการตีคอกสะกดอสูร ทำไมถึงไม่มีเครื่องมือตีเมือง?
หรือว่าคิดจะใช้สัตว์อสูรพเนจรเปิดประตูเมือง?
"ไม่! ไม่ใช่! ด้านนอกด่านแม้จะมีค่ายกลน้อย แต่กำแพงและป้อมปราการในระยะห้าสิบวาล้วนถูกอัดแน่นด้วยวัสดุป้องกันการมุดดิน สัตว์อสูรพเนจรไม่มีทางมุดดินเข้ามาได้!"
ความคิดในหัวของซีอิงเยี่ยนหมุนติ้ว ปากก็พึมพำกับตัวเองไม่หยุด ในใจเต็มไปด้วยความกังวลกับสิ่งที่ไม่รู้
เพราะเหตุใด? หรือพวกมันคิดว่าจะตีคอกสะกดอสูรแตกได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือตีเมือง?
ซีอิงเยี่ยนตกใจกับความคิดของตัวเอง แต่เมื่อได้สติก็ยิ้มเยาะตัวเอง
เป็นไปได้อย่างไร? คิดว่าประตูคอกสะกดอสูรของข้าจะเปิดเองได้หรือไง?
ตูม!
ซีอิงเยี่ยนรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางสมอง จนแทบจะทรงตัวไม่อยู่
ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ซีอิงเยี่ยนรีบหันขวับไปมองลานฝึกภายในด่าน
เห็นเพียงฉิวเกาหานกำลังแจกจ่ายงานให้กลุ่มทหารรับจ้างนับสิบกลุ่ม
ดูจากทิศทางที่ชี้ไป มีสองกลุ่มถูกส่งไปที่ใต้ประตูเมือง ดูเหมือนจะให้ไปช่วยดูแลกลไกเชือกชักรอกสำหรับเปิดปิดประตูและกรงเหล็ก รวมทั้งแกนกลางค่ายกล
และเมื่อดูสายตาที่ฉิวเกาหานสื่อสารกับหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างสองกลุ่มนั้น ดูเหมือนจะรู้กันเป็นอย่างดี
ดวงตาของซีอิงเยี่ยนฉายแววอำมหิต ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าปัญหาอยู่ที่ตรงไหน!
เดิมทีเขายังไม่ได้คิดมากเรื่องที่ฉิวเกาหานปิดประตูเมืองไม่ยอมให้ทหารประจำจวิ้นเข้าด่าน แต่ตอนนี้เมื่อเชื่อมโยงข้อสงสัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน มันชี้ชัดไปที่ความจริงอันโหดร้ายประการหนึ่ง!
ฉิวเกาหานถ้าไม่ทรยศราชวงศ์ ก็เป็นไส้ศึกที่ศัตรูส่งมาแฝงตัว!
และทหารรับจ้างสองกลุ่มนั้นเขาก็ไม่คุ้นหน้าเลย ต่างจากกลุ่มอื่นๆ ที่เคยเห็นหน้าค่าตากันบ้าง คนพวกนี้เขาจำไม่ได้เลยสักนิด!
คนเหล่านี้ต้องเป็นศัตรูปลอมตัวเข้ามาแน่นอน จุดประสงค์คือร่วมมือกับฉิวเกาหาน เปิดประตูเมืองในจังหวะสำคัญ เพื่อปล่อยให้ข้าศึกบุกเข้ามาในด่าน!
มิน่าล่ะ มิน่าถึงไม่เห็นเครื่องมือตีเมืองของข้าศึกเลย!
เพราะพวกมันไม่จำเป็นต้องใช้มันเลยสักนิด!
เมื่อคิดได้ดังนั้น จิตสังหารในใจของซีอิงเยี่ยนก็พุ่งพล่าน
...
สงครามดำเนินไปอย่างดุเดือดและน่าเวทนา เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วยามแล้วนับตั้งแต่เริ่มปะทะ
ทหารราบในสังกัดของเหลยซู่เหลือไม่ถึงแปดร้อยนาย และเกือบทุกคนมีบาดแผล
ส่วนทหารม้าห้าร้อยนายที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ถูกกวาดล้างไปตั้งแต่การปะทะระลอกแรก
สถานการณ์ของเฝิงอู่ก็ไม่ต่างกัน ทหารราบพันกว่านายตั้งวงกลม ต้านทานการโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าของฝูงสัตว์อสูรพเนจรด้วยความสิ้นหวังและด้านชา
ลูกผู้ชายเจ็ดพันกว่านายต้องมาจบชีวิตลงที่นี่ แลกชีวิตศัตรูได้เพียงทหารม้าแปดร้อยนายและสัตว์อสูรพเนจรสองพันตัว
ตอนนี้ศัตรูยังเหลือทหารม้าอีกพันสองร้อยนาย และสัตว์อสูรพเนจรอีกเกือบสามพันตัว
แต่ทหารประจำจวิ้นเป็นเหมือนธนูที่น้าวสุดล้าแล้ว หากศัตรูบุกหนักอีกสักรอบ ทุกคนคงต้องตายกันหมด!
เหลยซู่กัดฟันใช้ดาบฟันก้านธนูดอกที่สามที่ปักอยู่บนร่างทิ้ง มองดูทหารม้าข้าศึกเจ็ดร้อยนายที่ตั้งขบวนเตรียมชาร์จอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความขมขื่น
"ไอ้บ้าเฝิงอู่ ครั้งนี้ข้าซวยเพราะเจ้าจริงๆ!"
อีกด้านหนึ่ง เฝิงอู่ใช้ผ้าแถบพันมือซ้ายที่นิ้วขาดไปสามนิ้วด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ในใจสับสนวุ่นวาย
หากเลือกได้ ใครเล่าจะอยากมาเสี่ยงตาย?
เขาเป็นคนรักตัวกลัวตายมากนะ!
น่าเสียดายที่ไม่มีคำว่า "ถ้า"! โลกนี้มีหลายเรื่องที่ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ!
"ซ่างกวนอู๋ตี้..."
ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เฝิงอู่รู้สึกโกรธแต่ก็จนปัญญา
หากไม่มีคนผู้นี้ เขาคงไม่ต้องมาตายที่นี่
แต่ถ้าเขาไม่มาตายที่นี่ คนในตระกูลเกือบร้อยชีวิตก็ต้องตายหมด!
หนี้แค้นนี้ ช่างคิดบัญชีไม่ถูกจริงๆ
...
"พวกทหารประจำจวิ้นที่วันๆ เอาแต่กินข้าวเปลืองภาษี ทำไมถึงได้รับมือยากขนาดนี้? นานขนาดนี้แล้วยังตีไม่แตกอีก!
ข้าเซี่ยงซือ-ตงไม่เชื่อหรอกว่าพวกมันจะทำด้วยเหล็ก?!"
เซี่ยงซือ-ตงขว้างกาเหล้าในมือทิ้งอย่างแรง ดวงตาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
เดิมทีเขาคิดว่าใช้เวลาไม่กี่เค่อ (15 นาที) ก็จบศึกได้แล้ว ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายจะดื้อด้านขนาดนี้? แถมยังทำให้ฝ่ายเขาเสียหายไม่น้อย!
นี่มันตบหน้าเขาชัดๆ? ต้องรู้ไว้ว่าก่อนหน้านี้เขาดูถูกพวกมันไว้มาก
"แม่ทัพอู๋ ท่านนำกองกำลังหลีเว่ยที่เหลือบุกเข้าไป จัดการพวกมันเดี๋ยวนี้!"
แม่ทัพตาเดียวแซ่อู๋กำลังจะรับคำสั่ง แต่ม้าเหมิงใต้ร่างกลับยกขาหน้าขึ้นสูงกะทันหัน จนเกือบทำเขาตกม้า!
ในขณะเดียวกัน ม้าเหมิงรอบๆ ทั้งหมดต่างส่งเสียงร้องด้วยความหวาดระแวง ตะกุยขาหน้าส่ายหัวไปมา ราวกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างสุดขีด
"กะ... เกิดอะไรขึ้น?!"
เซี่ยงซือ-ตงดึงบังเหียนคุมม้าเหมิงไว้อย่างยากลำบาก สีหน้าย่ำแย่
"ท่านซื่อจื่อ เกรงว่าเราจะเจอเรื่องใหญ่แล้ว..."
ชายชราตาขุ่นมองไปข้างหลัง เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าปรากฏแววตื่นตระหนก
เซี่ยงซือ-ตงและแม่ทัพอู๋รีบหันไปมอง ก็เห็น "เมฆโลหิต" ผืนหนึ่งกำลังลอยเลี่ยพื้นพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง!
ดูจากความเร็วแล้ว น่าจะมาถึงในอีกสิบกว่าลมหายใจ!
"สะ... เสือโลหิต! ปะ... เป็นไปไม่ได้! เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีคนสยบเสือโลหิตได้?!"
เมื่อเห็นโฉมหน้าแท้จริงของ "เมฆโลหิต" เซี่ยงซือ-ตงหน้าซีดเผือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เสือโลหิตเป็นสัตว์วิญญาณที่มีชื่อเสียง นอกจากจะแข็งแกร่งแล้ว ยังเจ้าคิดเจ้าแค้นเป็นที่สุด ใครไปแหย่ตัวหนึ่ง ก็จะพากันมาทั้งฝูงเพื่อแก้แค้น!
ดังนั้นน้อยคนนักที่จะกล้าตอแยเสือโลหิต ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจับมาเป็นพาหนะ!
นอกจากนี้ เสือโลหิตยังมีสัญชาตญาณในการข่มสัตว์อสูรและผีดิบ สามารถล่าสัตว์อสูรผีดิบกินได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ
ด้วยเหตุนี้ แม้แต่พวกเศษเดนอดีตราชวงศ์ที่ลักลอบนำสัตว์อสูรพเนจรเข้ามาในเขตลั่วเยี่ยน ก็ยังไม่กล้าเฉียดใกล้เนินเขาลั่วเยี่ยน เพราะได้ยินว่าที่นั่นมีเสือโลหิตอาศัยอยู่จำนวนมาก
"เสือโลหิตลงสนามรบ กองกำลังหลีเว่ยและทหารม้าอื่นๆ ของเราจะเสียกำลังรบไปครึ่งหนึ่ง! สัตว์อสูรพเนจรก็จะกลายเป็นอาหารอันโอชะของพวกมัน!
แผนการครั้งนี้ล้มเหลวแล้ว!
ลุงถาน ท่านรีบพาซื่อจื่อหนีไป! ข้าจะนำกองกำลังหลีเว่ยสกัดไว้!"
แม่ทัพอู๋แม้จะหวาดกลัว แต่ก็ไม่ลืมหน้าที่
"กองกำลังหลีเว่ยทั้งหมดฟังคำสั่ง! ลงจากม้าทันที ตั้งแนวรับสกัดศัตรู!"
"รับทราบ!"
ทหารหลีเว่ยห้าร้อยนายกระโดดลงจากหลังม้าเหมิงที่ขาอ่อนแรงและร้องระงม แล้วจัดขบวนทัพง่ายๆ อย่างรวดเร็ว
แถวหน้าใช้โล่แขนป้องหัวใจ แถวกลางชักดาบนั่งยองอยู่ด้านหลัง แถวหลังเตรียมหน้าไม้พลังปราณขึ้นสายด่วน
เมื่อสบเข้ากับสายตาที่ทั้งตื่นตระหนกและคาดหวังของเซี่ยงซือ-ตง ถานเหอกลับยิ้มอย่างขมขื่น
"ไม่มีประโยชน์ ฝ่ายตรงข้ามมีเสือโลหิตระดับสี่ ข้าพาซื่อจื่อหนีไปได้ไม่ไกลหรอก!
ตอนนี้ มีทางเดียวคือสู้!
ต่อให้สู้ไม่ได้ แต่ถ้าเราบอกฐานะของซื่อจื่อไป อีกฝ่ายคงไม่กล้าทำอันตรายซื่อจื่อแน่!
อย่างมากก็รอให้ท่านอ๋องมาไถ่ตัว!"
ได้ยินดังนั้น เซี่ยงซือ-ตงก็ผิดหวัง แต่ในดวงตากลับฉายแววโล่งอก
จริงด้วย เขาเป็นโอรสสุดที่รักของลีเซี่ยงอ๋อง หากอีกฝ่ายรู้ฐานะ มีหรือจะกล้าฆ่าเขา?
แม่ทัพอู๋จนปัญญา แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่เตรียมตัวสู้ตาย!
"รีบส่งคำสั่งเรียกทหารม้าและผู้คุมสัตว์อสูรทั้งหมด กลับมาช่วยด่วน!"
"รับทราบ!"
"วู๊~~~~~~"
เสียงแตรเขาสัตว์อันวังเวงดังขึ้นหนึ่งยาวหกสั้น ทหารม้าเจ็ดร้อยนายที่อยู่ไกลออกไปและกำลังเตรียมชาร์จใส่ทหารเดนตายของเหลยซู่ ชะงักกึกทันที
หลังจากสับสนวุ่นวายอยู่ครู่สั้นๆ ก็รวมพลกลับหลังหัน ควบม้ามุ่งหน้ากลับไปยังจุดที่ธงแม่ทัพปักอยู่อย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ผู้คุมสัตว์อสูรพเนจรกว่าสิบคนก็ได้ยินเสียงแตร แต่กลับลังเลใจ
เพราะพวกเขาไม่ใช่คนของราชวงศ์เถี่ยเซี่ยง และศัตรูตรงหน้าก็เหมือนเทียนในสายลม อีกแค่อึดใจเดียวก็จะทำลายได้แล้ว ให้ถอยตอนนี้ จะทำใจได้อย่างไร?
[จบแล้ว]