เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 วิจารณญาณของอินเหมย กับแสงตะวันที่หายไปจริงๆ

บทที่ 12 วิจารณญาณของอินเหมย กับแสงตะวันที่หายไปจริงๆ

บทที่ 12 วิจารณญาณของอินเหมย กับแสงตะวันที่หายไปจริงๆ


อินเหมยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกระทู้ในเว็บบอร์ดแล้วยื่นให้สามีดู

ต้วนเฮ่าชวนกวาดตามองอย่างงุนงง ก่อนจะเห็นหัวข้อกระทู้เรื่องดวงอาทิตย์จะหายไปและอุณหภูมิจะลดฮวบ!

"คุณคงไม่ได้เชื่อเรื่องพวกนี้จริงๆ หรอกนะ? เจ้าของกระทู้เป็นใครก็ไม่รู้ อย่าไปใส่ใจกับเรื่องไร้สาระพรรค์นี้เลย!" ต้วนเฮ่าชวนพูดอย่างเหลืออด ปนกับความสับสน

ภรรยาผู้มีเหตุผลของเขาไปหลงเชื่อข้อความวันสิ้นโลกบ้าบอในอินเทอร์เน็ตตั้งแต่เมื่อไหร่?

"ฉันรู้จักคนโพสต์ แล้วคุณก็รู้จักด้วย!" อินเหมยตอบเสียงเรียบ

"หือ?" ต้วนเฮ่าชวนยิ่งงงหนัก "ใครกัน?"

"หนานหนาน ลูกชายเราเอง!"

"อะไรนะ?!" ต้วนเฮ่าชวนร้องเสียงหลง "ผมบอกมันตั้งกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปอ่านนิยายมั่วซั่ว หรือดูหนังดูละครพวกนั้นมากเกินไป นี่มันบ้าจี้ตามไปแล้วรึไง!"

พูดจบ เขาก็ทำท่าจะลุกขึ้นเตรียมไปสั่งสอนลูกชายตัวดี

แต่อินเหมยดึงแขนเขาไว้แล้วถามว่า "คุณจะทำอะไร?"

"ก็ไปสั่งสอนไอ้ลูกตัวดีน่ะสิ! ปล่อยข่าวลือสร้างความตื่นตระหนกแบบนี้ไม่กลัวโดนตำรวจไซเบอร์จับหรือไง ในเน็ตมันก็มีกฎหมายนะ!" ต้วนเฮ่าชวนเริ่มมีน้ำโห

"แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าสิ่งที่หนานหนานพูดเป็นเรื่องโกหก" อินเหมยย้อนถาม

ต้วนเฮ่าชวนชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วแน่น "ลูกเราไม่ใช่เทวดาหยั่งรู้ดินฟ้า มันจะไปรู้อนาคตได้ยังไง"

"หวังอวี่ เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยเป็นคนบอกลูก!" อินเหมยอธิบายต่อ

"หวังอวี่? เป็นไปได้ยังไง" ต้วนเฮ่าชวนอึ้งไป

เขารู้จักหวังอวี่และเคยเจอหน้ากันครั้งหนึ่ง เท่าที่รู้ ผลการเรียนของเด็กคนนี้ยอดเยี่ยมมาก สอบได้ที่หนึ่งทุกเทอมตลอดสี่ปีในมหาวิทยาลัย!

เขาเองยังสนับสนุนให้ลูกชายคบหากับเพื่อนคนนี้ด้วยซ้ำ!

แต่ไม่คิดเลยว่าหวังอวี่จะเป็นคนบอกว่าวันนี้ดวงอาทิตย์จะหายไป?

"ฉันซักถามหนานหนานอย่างละเอียดแล้ว ได้ความว่าเมื่อสองวันก่อนหวังอวี่ถูกแฟนสาวหลอกไปขายให้โรงงานนรกในพม่าเพื่อจะเอาไต แต่เขาหนีรอดออกมาได้!" อินเหมยเล่าต่อ "โดยปกติแล้ว คุณคิดว่าเด็กจบใหม่คนหนึ่งจะหนีออกจากโรงงานนรกพวกนั้นได้ง่ายๆ เหรอ ต่อให้มีคนไปช่วยก็ยังยากเลย!"

"คุณหมายความว่า หวังอวี่อาจจะไปเจอ 'ปาฏิหาริย์' อะไรเข้า?" ต้วนเฮ่าชวนถามพลางขมวดคิ้ว

อินเหมยพยักหน้า "ใช่ ในเมื่อเขาเอาเรื่องนี้มาบอกหนานหนาน แสดงว่าเขาต้องรู้อะไรล่วงหน้าแน่ๆ ฉันถึงยอมให้ลูกซื้อของมาตุนไว้เยอะขนาดนั้นไงล่ะ!"

"คุณหมายความว่าของที่กองเต็มบ้านนั่น คือเสบียงสำหรับรับมือภัยหนาวงั้นเหรอ?" ต้วนเฮ่าชวนเบิกตากว้าง

"ใช่ค่ะ ต่อให้ฉันตัดสินใจพลาด อย่างมากก็แค่เอาของพวกนี้ไปขายเลราคาทิ้ง ขาดทุนไม่เท่าไหร่หรอก! แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง ของพวกนี้คือสิ่งที่จะช่วยชีวิตพวกเรา!"

ต้วนเฮ่าชวนพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะบ่นอุบอิบ "มีเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมสองแม่ลูกไม่บอกผมตรงๆ ตั้งแต่แรก"

"ก็คุณดุจะตายไป ขืนหนานหนานบอกตรงๆ ก็คงโดนคุณด่าเปิงน่ะสิ" อินเหมยตอบยิ้มๆ

ต้วนเฮ่าชวนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "แล้วหวังอวี่บอกไหมว่าอุณหภูมิจะเริ่มลดตอนกี่โมง"

"หกโมงเช้านี้ อีกครึ่งชั่วโมง!" อินเหมยดูเวลาแล้วตอบ

"งั้นผมจะรออีกครึ่งชั่วโมง"

พูดจบ เขาก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลุกขึ้นยืน

"จะไปไหนคะ ไหนบอกว่าจะรอ?" อินเหมยถามอย่างสงสัย

"จะไปเคลียร์พื้นที่ห้องใต้ดิน ถ้ามันจะหนาวจนอยู่ไม่ได้จริงๆ เราคงต้องย้ายลงไปอยู่ข้างล่าง!" ต้วนเฮ่าชวนตอบพลางเดินลงไปชั้นล่าง

อินเหมยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลุกตาม "ฉันไปช่วยค่ะ!"

"ไม่ต้องหรอก คุณพักผ่อนต่อเถอะ!" เสียงสามีตะโกนตอบมาจากนอกห้อง

แต่อินเหมยก็ยังเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินตามลงไปอยู่ดี

"พ่อ ตื่นเช้าจังเลยครับ" ต้วนหนานที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขกรีบทักทายเมื่อเห็นพ่อเดินลงมา "กินข้าวเช้าก่อนไหมครับพ่อ"

ต้วนเฮ่าชวนจ้องมองลูกชายเขม็ง

ต้วนหนานเริ่มรู้สึกประหม่ากับสายตาของพ่อ จึงกลั้นใจพูดออกไป "พ่อครับ จริงๆ แล้วผมมีเรื่องจะบอก..."

"พ่อรู้แล้ว แม่แกเล่าให้ฟังหมดแล้ว" ต้วนเฮ่าชวนละสายตา เดินไปที่โต๊ะกินข้าว หยิบขนมปังปิ้งไหม้เกรียมฝีมือลูกชายขึ้นมา "โตแล้วนะเรา มีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ"

ต้วนหนานอึ้งไป ก่อนจะยิ้มกว้าง "ครับพ่อ!"

"แต่คราวหน้าคราวหลัง มีเรื่องอะไรแบบนี้มาปรึกษาพ่อก่อน มีคนช่วยคิดอีกหัวมันรอบคอบกว่า!" ต้วนเฮ่าชวนเคี้ยวขนมปังตุ้ยๆ แล้วสั่งสอน

"ได้ครับ... แต่พ่อคิดว่าเรื่องที่หวังอวี่พูดจะเป็นจริงไหมครับ" ต้วนหนานถามด้วยความอยากรู้

"ตามหลักเหตุผล พ่อไม่เชื่อหรอก แต่พ่อเชื่อสายตาแกในการเลือกคบเพื่อน และเชื่อการตัดสินใจของแม่แก!" ต้วนเฮ่าชวนตอบ "มาช่วยพ่อเคลียร์ห้องใต้ดินหน่อย ถ้ามันหนาวจริง ข้างล่างน่าจะอยู่สบายกว่า"

"ครับผม!" ต้วนหนานรีบวิ่งตามพ่อไปอย่างกระตือรือร้น

อินเหมยที่เดินตามลงมาทีหลัง ยิ้มออกมาเมื่อเห็นภาพสองพ่อลูกปรองดองกัน

ในขณะเดียวกัน หวังอวี่ตื่นขึ้นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก

รถบ้านคันนี้เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม แถมยังบุฉนวนกันความร้อนหนาเตอะ ทำให้แทบไม่มีเสียงเล็ดลอดออกไปข้างนอก

พี่เต้าและลูกน้องที่เฝ้าอยู่ห่างๆ ย่อมไม่ได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกแน่นอน

เมื่อคืนเขาเปิดแอร์เพียงครู่เดียว แต่ด้วยฉนวนกันความร้อน อุณหภูมิภายในรถจึงเย็นสบายตลอดคืน

หวังอวี่พอใจกับประสิทธิภาพการเก็บความเย็นของรถบ้านมาก

"ควรจะออกไปสัมผัสความอบอุ่นสุดท้ายสักครึ่งชั่วโมงดีไหมนะ?" ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว แต่เขาก็ปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากอุณหภูมิลดฮวบ ความโกลาหลต้องตามมาแน่นอน เขาไม่ควรเอาตัวเข้าไปเสี่ยง รอให้เหตุการณ์สงบลงก่อนค่อยว่ากัน!

หวังอวี่หยิบขนมกินรองท้องเป็นมื้อเช้า เปิดแล็ปท็อปเพื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดรอบรถบ้านแบบเรียลไทม์ เผื่อมีใครมาทุบทำลายรถช่วงชุลมุน เขาจะได้รับมือทัน

พร้อมกันนั้น เขาก็เปิดโทรศัพท์เช็กข่าวสารในโลกออนไลน์ไปด้วย

เวลาค่อยๆ เดินผ่านไป ใกล้จะหกโมงเช้าแล้ว!

ต้วนเฮ่าชวนขึ้นไปยืนบนดาดฟ้าชั้นบนสุดของวิลล่า มองไปทางทิศตะวันออกที่แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า

"ฉันกำลังหวังอะไรอยู่เนี่ย ดวงอาทิตย์จะหายไปได้ยังไง!" ต้วนเฮ่าชวนส่ายหน้าขำตัวเอง "สงสัยจะเป็นแค่เรื่องล้อเล่นของหวังอวี่จริงๆ"

ต้วนหนานยืนหน้าเจื่อนอยู่ข้างๆ ไม่รู้จะพูดอะไรดี

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!

เสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาหกโมงเช้าดังขึ้น!

ฉับพลันนั้น แสงยามเช้าที่เคยสาดส่องก็ดับวูบลง ท้องฟ้าทั้งผืนมืดมิดสนิทราวกับถูกใครปิดสวิตช์ไฟ!

ต้วนเฮ่าชวนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "นี่มัน... เป็นไปได้ยังไง!"

ต้วนหนานเองก็ช็อกไม่แพ้กัน พึมพำกับตัวเองซ้ำๆ "ลูกพี่ไม่ได้โกหก ทุกอย่างที่เขาพูดเป็นความจริง!"

"ดูเหมือนเราตัดสินใจถูกแล้ว หวังอวี่ช่วยชีวิตครอบครัวเราไว้แท้ๆ!" อินเหมยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งไม่อยากจะเชื่อและซาบซึ้งใจในคราวเดียวกัน

ต้วนเฮ่าชวนตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาลากแขนลูกชายลงไปข้างล่าง "ตอนที่แกขนของลงเมื่อวาน มีใครเห็นบ้างไหม"

"ของเยอะขนาดนั้น ต้องมีคนเห็นอยู่แล้วครับ!" ต้วนหนานตอบเสียงอ่อย

"ไปเสริมความแข็งแรงประตูหลัง เอาของหนักๆ ไปดันไว้ พ่อจะไปจัดการประตูหน้าเอง!" ต้วนเฮ่าชวนสั่งเสียงเข้ม

ต้วนหนานเข้าใจสถานการณ์ทันที เขาพยักหน้าและรีบวิ่งไปที่ประตูหลัง

ในเวลานี้ ผู้คนที่ตื่นเช้าและคนที่เพิ่งเลิกกะดึกต่างก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติภายนอก และเริ่มโพสต์ถามไถ่กันในโลกออนไลน์จนโซเชียลแทบแตก!

จบบทที่ บทที่ 12 วิจารณญาณของอินเหมย กับแสงตะวันที่หายไปจริงๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว