เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 27 ถอดจิตท่องวิญญาณ, ขอบเขตจิตหยิน!

ตอนที่ 27 ถอดจิตท่องวิญญาณ, ขอบเขตจิตหยิน!

ตอนที่ 27 ถอดจิตท่องวิญญาณ, ขอบเขตจิตหยิน!


ตอนที่ 27 ถอดจิตท่องวิญญาณ, ขอบเขตจิตหยิน!

ณ หมู่บ้านเชียนซาน

เสี่ยวหู่ทำตัวลับๆ ล่อๆ เข้ามาในศาลเจ้า ในมือถือกล่องใบหนึ่ง

ศาลเจ้าในตอนนี้กว้างขวาง โถงกลางตั้งโต๊ะบูชาให้ชาวบ้านมากราบไหว้ทุกวัน

ด้านหลังแบ่งเป็นห้องหับหลายห้อง เรื่องราวต่างๆ ในหมู่บ้านมักจะมาปรึกษาหารือกันที่นี่

ขณะนี้ในห้องหนึ่งของศาลเจ้า ไป๋เลี่ยงกับอูเจ๋อนั่งหันหน้าเข้าหากัน กำลังถกเถียงเรื่องบางอย่าง

พอเสี่ยวหู่ผลักประตูเข้ามา ทั้งสองจึงหยุดคุย

"พี่อู พี่ไป๋ ของที่สั่งข้าเอามาแล้ว!"

เสี่ยวหู่วางกล่องในมือลงบนโต๊ะ

อูเจ๋อหยิบกล่องขึ้นมาเปิดดู เห็นของข้างในแล้วก็ใช้นิ้วแตะขึ้นมาดมเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า

"ของใช้ได้ เสี่ยวหู่ รอบนี้เจ้าทำได้ดีมาก!" อูเจ๋อเอ่ยชม

เสี่ยวหู่เกาหัวแก้เขิน แล้วพูดว่า "พี่อู ปฏิบัติการคืนนี้ให้ข้าเข้าร่วมด้วยได้ไหม?"

มองดูท่าทางอ้อนวอนตาแป๋วของเสี่ยวหู่ อูเจ๋อปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

"เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว ภารกิจหลักของเจ้าตอนนี้คือตั้งใจฝึกฝน พยายามเป็นผู้บ่มเพาะให้ได้ ถึงตอนนั้นค่อยมาช่วยงาน!"

เสี่ยวหู่หน้าตื่น ร้องอุทธรณ์ "เป็นผู้บ่มเพาะมันง่ายซะที่ไหน พี่อู ข้าจะสิบสองแล้วนะ ไม่เด็กแล้ว ช่วยงานได้แน่ ให้ข้าไปด้วยเถอะ"

พูดพลางหันไปส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากไป๋เลี่ยง

แต่ทั้งสองคนทำเมินเฉยใส่เขา

เสี่ยวหู่เป็นเด็กนิสัยอยู่ไม่สุข นั่งนิ่งไม่ได้

อูเจ๋อรู้นิสัยเสี่ยวหู่ดี ที่ไม่ให้เข้าร่วมไม่ใช่กลัวเสี่ยวหู่เจออันตราย แต่ต้องการดัดนิสัย

ไม่อย่างนั้นขืนโตไปทั้งที่ใจร้อนแบบนี้ จะไปทำการทำงานอะไรได้?

"เสี่ยวหู่ เจ้ากลับไปก่อนเถอะ พี่อูเจ๋อของเจ้าไม่มีทางให้เจ้าไปด้วยหรอก กลับไปตั้งใจฝึกวิชา รอให้เป็นผู้บ่มเพาะแล้ว เดี๋ยวเขาก็พาไปเอง"

ไป๋เลี่ยงเอ่ยปากช้าๆ เสี่ยวหู่ฟังจบก็เดินออกจากศาลเจ้าไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

พอเสี่ยวหู่ออกไป ทั้งสองจึงเริ่มคุยธุระสำคัญ

"ไส้ศึกสามคนนั้นจับตัวได้แล้ว พี่อูเจ๋อจะจัดการยังไง?" ไป๋เลี่ยงสีหน้าเคร่งเครียด

อูเจ๋อคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว "ช่างหัวพวกมันไปก่อน หาห้องขังไว้ อย่าให้ตายก็พอ"

สามคนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ทางการ ถ้าตายไปเรื่องจะยิ่งยุ่งยาก

ไป๋เลี่ยงเข้าใจเหตุผลนี้ จึงพยักหน้า

"พวกนี้เป็นแค่ตัวสอดแนม ปลาตัวใหญ่ข้างหลังต่างหากที่น่ารำคาญที่สุด!"

อูเจ๋อสีหน้าหนักใจ กล่าวต่อ "ข่าวที่ข้าทะลวงขอบเขตเชื่อมวิถีคงส่งไปถึงอำเภอเถาฮวาแล้ว ท่านนายอำเภอรู้เข้าต้องสงสัยแน่!"

"แค่ไม่รู้ว่าจะมีปฏิกิริยายังไง?"

ไป๋เลี่ยงขมวดคิ้ว รู้สึกว่าเรื่องนี้ยุ่งยากจริงๆ

เดิมทีก็ล่วงเกินหวังฮู่ไปแล้ว ตอนนี้ยังมาเปิดเผยความเร็วในการฝึกที่ไม่ปกติของอูเจ๋ออีก

คราวนี้ต่อให้หวังฮู่ไม่อยากสนใจหมู่บ้านเชียนซานก็คงยากแล้ว

"สรุปคือ เขาต้องส่งคนมาที่หมู่บ้านเราอีกแน่ หรืออาจจะมาด้วยตัวเอง" ไป๋เลี่ยงคาดการณ์

"ถ้ามันมา เราจะรับมือยังไง?"

อูเจ๋อมองไป๋เลี่ยงแล้วถาม

ไป๋เลี่ยงเองก็นึกวิธีไม่ออก พูดกันตามตรงคือรากฐานของหมู่บ้านเชียนซานยังไม่แน่นพอ

การเผชิญหน้ากับนายอำเภอเมืองหนึ่ง ยังไม่สามารถต่อต้านได้เต็มที่

แม้อูเจ๋อจะเป็นผู้บ่มเพาะระดับสอง แต่อำเภอเถาฮวาก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้บ่มเพาะระดับสอง มือปราบหวังนั่นก็คนหนึ่ง

"ไม่มีทางรับมือได้ ได้แต่ใช้แผนน้ำมาดินกลบ ทหารมาใช้ขุนพลต้าน แก้ปัญหาตามสถานการณ์" ไป๋เลี่ยงถอนหายใจ

แต่ยังดีที่ต่อให้เรื่องยุ่งยากแค่ไหน ท้ายที่สุดหมู่บ้านเชียนซานก็ตั้งอยู่ตีนเขาเทพ มีท่านเทพภูเขาคอยหนุนหลัง พวกเขาจึงไม่ร้อนรนจนเกินไป

"ของสิ่งนี้ฝากไว้ที่เจ้า ถึงเวลาอาจได้ใช้!" อูเจ๋อยื่นกล่องใบนั้นให้ไป๋เลี่ยง

ไป๋เลี่ยงทำท่ารังเกียจปิดจมูก รับมาอย่างไม่เต็มใจนัก

พลบค่ำ ในหมู่บ้านเชียนซานเริ่มจุดโคมไฟสว่างไสว ดูดีกว่าเมื่อก่อนที่มืดตึ๊ดตื๋อเยอะ

เมื่อก่อนพอตกดึกแทบไม่มีใครกล้าออกจากบ้าน

แต่ตอนนี้ทุกคนกล้าออกมาเดินเหิน ขอแค่อยู่ในเขตหมู่บ้านเชียนซาน ความปลอดภัยเต็มร้อย

เงาร่างลับๆ ล่อๆ หลายสาย ปรากฏขึ้นแถวหมู่บ้านเชียนซาน

คนนำหน้ามีหัวโล้นเลี่ยน สะท้อนแสงจันทร์วาววับ

"ไต้ซือซานกุย ที่นี่แหละหมู่บ้านเชียนซาน!" เชียนเคอที่ตามประกบข้างพูดอย่างระมัดระวัง

ส่วนไต้ซือซานกุยตั้งเต่ก้าวเข้าเขตภูเขาเทพ คิ้วก็ขมวดไม่คลาย ในใจสังหรณ์ใจไม่ดี

ความรู้สึกนี้ยิ่งเข้าใกล้หมู่บ้านเชียนซาน ก็ยิ่งเข้มข้น!

ราวกับมีดวงตาคู่หนึ่ง จับจ้องเขามาจากบนท้องฟ้าตลอดเวลา

ซานกุยเงยหน้ามองฟ้า แน่ใจว่าไม่มีอะไร จึงถอนหายใจโล่งอก

"คงเป็นอาตมาที่คิดมากไปเอง การจะถอดจิตท่องวิญญาณได้ อย่างน้อยต้องเป็นผู้บ่มเพาะ ขอบเขตจิตหยิน อารามเสวียนชิงไม่มีทางส่งยอดฝีมือขอบเขตนี้มาที่แคว้นชิงโจวแน่" ซานกุยคิดในใจ

ตอนที่รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองมาจากบนฟ้า ซานกุยเดาว่ามีผู้บ่มเพาะใช้วิชาถอดจิต ลอยอยู่บนฟ้าเพื่อจับตาดูพวกเขาหรือเปล่า?

แต่ขอบเขตจิตหยินคือผู้บ่มเพาะระดับห้า! ผู้ที่ถึงระดับนี้เรียกได้ว่าเป็นยอดคน จะมาทำบ้าอะไรที่ชายแดนชิงโจวอันห่างไกลนี้?

ดังนั้นนี่คงเป็นภาพลวงตาของเขาเอง

แต่ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตา แต่มีคนจ้องมองพวกเขาจากบนฟ้าจริงๆ

หลี่เยว่จับตาดูคนพวกนี้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเขตภูเขาเทพ

ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะไอ้หลวงจีนแก่นี่เด่นสะดุดตาเกินไป!

ผู้บ่มเพาะระดับสาม!

นี่คือผู้บ่มเพาะระดับสูงสุดที่เขาเคยเจอมา ระดับเดียวกับปีศาจยักษ์ที่อำเภอเฟิง!

ตอนเห็นหลวงจีนแก่ครั้งแรก หลี่เยว่แปลกใจมาก

เพราะเขาจำได้ว่าเชียนเคอเป็นเจ้าหน้าที่อำเภอเถาฮวา การที่เชียนเคอพาหลวงจีนลอบเข้าภูเขา แสดงว่าหลวงจีนนี่ก็น่าจะมาจากอำเภอเถาฮวา

และในเมื่ออำเภอเถาฮวามีผู้บ่มเพาะระดับสาม ทำไมตอนอำเภอเฟิงประสบภัยถึงไม่ไปช่วย?

กระทั่งผู้ลี้ภัยจากอำเภอเฟิงหนีไปขอความช่วยเหลือ ยังถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเมือง

ทั้งที่ผู้บ่มเพาะระดับสามปะทะกับปีศาจระดับสาม ถึงจะฆ่าไม่ได้ แต่ก็น่าจะไล่ไปได้ไม่ใช่หรือ?

แต่นายอำเภอเถาฮวากลับไม่ให้หลวงจีนนี่ลงมือ หรือแม้แต่จะเผยตัว

เรื่องนี้มีเงื่อนงำแน่ และเป็นเงื่อนงำใหญ่ด้วย!

"เจ้าหวังฮู่นี่ หรือว่าจะมีชนักติดหลัง?" หลี่เยว่รู้สึกว่า นี่น่าจะมีแผนสมคบคิดอะไรบางอย่าง

เผลอๆ ภัยปีศาจที่อำเภอเฟิง อาจไม่ใช่อุบัติเหตุ

และเรื่องถ้ำหลิงกู จำได้ว่าไป๋เลี่ยงเคยเล่าว่า มือปราบเฉินและคณะพยายามเข้าเมืองแต่ถูกปฏิเสธ มือปราบหวังของอำเภอเถาฮวาจึงแนะนำถ้ำหลิงกูให้

บอกว่าที่นั่นอยู่ในตำแหน่ง 'หลีฮั่วทิศซุน' ชัยภูมิดี มีผลขับไล่ปีศาจ

ฟังคำมือปราบหวัง มือปราบเฉินจึงพาผู้ลี้ภัยที่รอดชีวิตไปที่ถ้ำหลิงกู

จากนั้นถ้ำหลิงกูก็เกิดโศกนาฏกรรม ทุกคนกลายเป็นอาหารเสริมพลังให้ปีศาจแมงมุม ไม่มีใครรอด

เชื่อมโยงเรื่องราวเหล่านี้ หลี่เยว่แทบจะฟันธงได้เลยว่า นายอำเภอเถาฮวามีปัญหาใหญ่หลวง!

จบบทที่ ตอนที่ 27 ถอดจิตท่องวิญญาณ, ขอบเขตจิตหยิน!

คัดลอกลิงก์แล้ว