- หน้าแรก
- ภูเขาเทพเจ้ากำราบมาร
- ตอนที่ 21 ปัญหามาเยือน การบังคับเก็บภาษี!
ตอนที่ 21 ปัญหามาเยือน การบังคับเก็บภาษี!
ตอนที่ 21 ปัญหามาเยือน การบังคับเก็บภาษี!
ตอนที่ 21 ปัญหามาเยือน การบังคับเก็บภาษี!
ไป๋เลี่ยงยอมให้เสี่ยวหู่กระจายข่าวเฉพาะในรัศมีสิบลี้รอบภูเขาเทพเท่านั้น
ความคืบหน้าจึงเป็นไปอย่างล่าช้า ทำได้เพียงรอให้มีคนเดินทางผ่านมาในเขตภูเขาเทพ ถึงจะเข้าไปเกลี้ยกล่อมได้
จากนั้นก็มอบเงินจำนวนหนึ่งให้ เพื่อให้คนผ่านทางเหล่านั้นนำข่าวออกไปกระจายต่อด้านนอก
เดิมทีเงินของหมู่บ้านเกือบจะหมดแล้ว แต่ไป๋เลี่ยงและพรรคพวกพกติดตัวมาเยอะ ประหยัดหน่อยก็ใช้ได้อีกนานโข
สำหรับข่าวลือเรื่องหมู่บ้านเชียนซาน หลายคนฟังแล้วก็ส่ายหน้าไม่เชื่อ
คนที่ร่อนเร่อยู่แถวนี้เกือบทั้งหมดเป็นคนท้องถิ่น แทบไม่มีคนต่างถิ่นเลย
ข่าวลือเรื่องภูเขาเทพใช่ว่าไม่เคยได้ยิน แต่นั่นมันเรื่องเก่าแก่แค่ไหนแล้ว แถมเมื่อก่อนไม่เห็นจะศักดิ์สิทธิ์ ทำไมจู่ๆ ถึงเพิ่งมาศักดิ์สิทธิ์เอาตอนนี้?
มีเรื่องปีศาจถ้ำหลิงกูล่อลวงผู้คนเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จึงแทบไม่มีใครเชื่อว่าหมู่บ้านเชียนซานปลอดภัยจริงๆ
พวกเขากลัวว่าหมู่บ้านเชียนซานจะเป็นถ้ำหลิงกูแห่งต่อไป!
เสี่ยวหู่พาเด็กๆ ตระเวนเกลี้ยกล่อมอย่างยากลำบากอยู่สองวัน แต่กลับดึงดูดคนมาไม่ได้เลยสักคนเดียว!
หนำซ้ำพอข่าวแพร่ออกไป ผู้ลี้ภัยที่ผ่านทางภูเขาเทพกลับน้อยลงเสียอีก ดูเหมือนพวกเขากำลังหวาดกลัวหมู่บ้านเชียนซาน
ไป๋เลี่ยงทราบเรื่องก็ได้แต่ถอนหายใจ
วิธีนี้ดูจะใจร้อนเกินไปจริงๆ เรื่องถ้ำหลิงกูเพิ่งเกิดได้ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มรับคนทันที
แบบนี้ย่อมไม่มีใครเชื่อ ตรงกันข้ามกลับยิ่งต่อต้านที่จะมายังหมู่บ้านเชียนซาน
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเสี่ยวหู่ฉายแววรู้สึกผิด เขาคิดว่าเป็นเพราะตนเองทำได้ไม่ดีพอ ถึงไม่มีใครยอมมาที่หมู่บ้าน
ไป๋เลี่ยงลูบศีรษะเสี่ยวหู่แล้วยิ้มกล่าวว่า "ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก เจ้าทำดีที่สุดแล้ว ที่ไม่มีใครยอมมาหมู่บ้านเรา เป็นเพราะจังหวะเวลายังไม่ดีพอต่างหาก"
หลังจากปลอบโยนเสี่ยวหู่อยู่ครู่หนึ่ง ไป๋เลี่ยงก็ไปหารือกับอูเจ๋อเพื่อแก้ปัญหานี้
อูเจ๋อฟังจบ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า "เรื่องนี้แก้ยาก คงต้องรอให้ความหวาดกลัวต่อถ้ำหลิงกูในใจทุกคนจางหายไปก่อน ถึงจะค่อยไปเกลี้ยกล่อมพวกเขาได้"
ไป๋เลี่ยงฟังแล้วก็จนปัญญา
ผลกระทบจากถ้ำหลิงกู ทำให้ตอนนี้ไม่มีใครกล้ามาหมู่บ้านเชียนซานเลย
กระทั่งคนของหมู่บ้านเชียนซานออกไปด้านนอก ก็ยังถูกมองว่าเป็นตัวซวย ผู้คนต่างหลีกหนี
เมื่อก่อนยังพอเอาสัตว์ที่ล่าได้ไปแลกเปลี่ยนเสบียงกับคนอื่นได้ แต่ตอนนี้ทำไม่ได้แล้ว
"คงต้องรอให้คลื่นลมสงบลงก่อน" ไป๋เลี่ยงพึมพำกับตัวเอง
ปัญหาที่หมู่บ้านเชียนซานพบเจอ หลี่เยว่ย่อมมองเห็นอย่างชัดเจน
แต่เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ จะให้เขาแสดงอิทธิฤทธิ์ขยายร่างยักษ์ ให้คนที่ไม่เชื่อเหล่านั้นเห็นความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อภูเขาหรือ?
เขาเคยคิดจะทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาก็ช่างเถอะ
ถ้าทุกเรื่องต้องให้เขาที่เป็นเจ้าพ่อภูเขาลงมือจัดการ แล้วจะมีสาวกไว้ทำไม?
อีกอย่างเขาก็ไม่ได้รีบร้อน ให้คนในหมู่บ้านเชียนซานค่อยๆ แก้ปัญหาไป การผ่านพ้นความยากลำบากจะทำให้คนเติบโตขึ้น
สำหรับคนเหล่านี้ นี่ถือเป็นบททดสอบเช่นกัน
เขามองดูหน้าต่างสถานะ ตั้งแต่เลื่อนระดับเป็นภูเขาวิญญาณระดับสอง พลังของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นมหาศาล ส่งผลให้ตัวภูเขาเทพเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในสู่ภายนอก
หลี่เยว่สัมผัสได้ว่าชั้นหินภายในภูเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ จากหินธรรมดากลายเป็นผลึกหินที่ใสกระจ่าง
"การเลื่อนระดับส่งผลให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงด้วยหรือ?"
เขารู้สึกแปลกใจมาก
หากระดับยังคงทะลุทะลวงต่อไป ร่างกายของเขาจะเปลี่ยนจากภูเขาธรรมดาไปเป็นภูเขาเทพที่แท้จริงหรือไม่!?
แต่การจะเลื่อนระดับไม่ใช่เรื่องง่าย ตอนนี้แต้มบุญที่ต้องใช้ในการเลื่อนสู่ระดับสามยังมีไม่ถึงหนึ่งในสิบ
【ระดับ: ภูเขาวิญญาณ ระดับ 2】
【แต้มบุญ: 1563/100000】
【อิทธิฤทธิ์: เทพภูเขาประทานพร,ร่างจำแลงฟ้าดิน】
【คาถา: ร่างจำแลง】
【อาวุธวิเศษ: ตราประทับขุนเขา】
ช่วงนี้หมู่บ้านเชียนซานไม่มีการทำพิธีบูชา แต้มบุญจึงเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ
แม้จะเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงทุกวัน แต่จำนวนคนในหมู่บ้านน้อยเกินไป จึงได้แต้มไม่มาก
ตอนนี้เขาได้แต้มบุญวันละประมาณ 150 แต้ม หากต้องการให้ครบหนึ่งแสนแต้ม ต้องใช้เวลาถึงสองปีครึ่ง!
หากคนในหมู่บ้านเชียนซานเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มีสักห้าร้อยคน วันหนึ่งก็จะได้ 1500 แต้ม เวลาในการเลื่อนสู่ภูเขาวิญญาณระดับสามก็จะลดลงอย่างมาก!
และถ้ามีถึงห้าพันคน ก็ใช้เวลาเพียงเจ็ดวันเท่านั้น
นี่ในกรณีที่ยังไม่นับรวมของเซ่นไหว้จากการทำพิธี
หากมีของเซ่นไหว้ที่มีค่ามากๆ ความเร็วในการเพิ่มแต้มบุญก็จะยิ่งเร็วขึ้นไปอีก!
"หือ? มีแขกไม่ได้รับเชิญ?"
จิตสัมผัสรับรู้ได้ว่ามีกลุ่มเจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบทางการของราชสำนักเข้ามาในเขตภูเขาเทพ แต่ละคนสีหน้าไม่เป็นมิตร พกพาอาวุธครบมือ
หลี่เยว่รู้ว่านายอำเภอหวังอยากเชิญอูเจ๋อไปเป็นองครักษ์ที่อำเภอเถาฮวา แต่อูเจ๋อปฏิเสธ จึงทำให้นายอำเภอหวังขุ่นเคือง
ดูท่าว่าตอนนี้ ปัญหาจะมาเยือนถึงที่แล้ว
"แต่ในกลุ่มคนพวกนี้มีผู้ฝึกตนแค่คนเดียว แถมยังเป็นแค่ระดับหนึ่ง อูเจ๋อน่าจะรับมือไหว"
ภายใต้การตรวจสอบด้วยจิตสัมผัสของเขา ทุกอย่างของคนพวกนี้ไม่อาจหลบซ่อนได้
ในเมื่อไม่มีภัยคุกคามอะไรต่อหมู่บ้านเชียนซาน หลี่เยว่ก็ขี้เกียจจะยุ่ง นั่งดูละครฉากนี้ก็พอ
ครึ่งชั่วยามต่อมา เจ้าหน้าที่ที่นายอำเภอหวังส่งมาก็มาถึงหน้าหมู่บ้านเชียนซาน แต่ละคนเหนื่อยหอบแฮกๆ
เจ้าหน้าที่พวกนี้ นอกจากหัวหน้าที่เป็นผู้ฝึกตนแล้ว คนอื่นๆ ล้วนอ้วนท้วนสมบูรณ์ ดูเป็นพวกกินบ้านกินเมืองอย่างเห็นได้ชัด
เสี่ยวหู่ที่วิ่งออกมาฉี่เห็นภาพนี้เข้า ก็ตกใจจนเบรกไม่อยู่ รีบดึงกางเกงวิ่งกลับเข้าหมู่บ้านทันที
ครู่ต่อมา เสี่ยวหู่ก็ปรากฏตัวอีกครั้ง ด้านหลังมีอูเจ๋อและไป๋เลี่ยงตามมา
แค่มองเครื่องแต่งกายของคนพวกนี้ ก็รู้แล้วว่าเรื่องยุ่งยากมาถึงตัว
หัวหน้ากลุ่มเจ้าหน้าที่คือลูกศิษย์ของมือปราบหวัง นามว่า เชียนเคอ!
เชียนเคอเชิดหน้าด้วยความหยิ่งยโส กล่าวเสียงเย็นว่า "รับคำสั่งท่านนายอำเภอหวัง ให้มาเก็บภาษีรายหัวที่หมู่บ้านเชียนซาน ภาษีที่ดิน ภาษีโรงเรือน ภาษีน้ำ ภาษีตัดไม้ ภาษีล่าสัตว์ ภาษีก่อไฟ..."
เขาร่ายรายชื่อภาษีนับสิบอย่างในรวดเดียว สุดท้ายจึงกล่าวว่า "ภาษีทั้งหมดรวมกัน เป็นเงินเก้าร้อยหกสิบเจ็ดตำลึงแปดเฉียน!"
พูดจบ ก็มองอูเจ๋อด้วยสายตาเย็นชา
"หัวหน้าหมู่บ้านอู เชิญจ่ายภาษีมาซะดีๆ! หากจ่ายไม่ได้ ก็คงต้องเชิญพวกเจ้าไปนั่งเล่นในคุกหลวงที่อำเภอแล้วล่ะ"
ขณะนี้สีหน้าของอูเจ๋อและพรรคพวกมืดมนลงอย่างสิ้นเชิง
ภาษีเกือบหนึ่งพันตำลึง!
นี่มันหมายความว่ายังไง?
ในยุคสมัยนี้ เงินหนึ่งตำลึงเพียงพอให้คนหนึ่งคนกินอยู่ได้ถึงครึ่งปี!
ไป๋เลี่ยงจ้องมองเชียนเคอ กล่าวเสียงขรึมว่า "กฎหมายราชสำนักระบุไว้ชัดเจน ผู้ลี้ภัยที่บุกเบิกที่ทำกินใหม่ ได้รับการยกเว้นภาษีสามปี!"
"อ้อ? งั้นก็ตัดภาษีที่ดินออกไป ลดไปแปดเฉียน พวกเจ้ายังต้องจ่ายอีกเก้าร้อยหกสิบเจ็ดตำลึง!" เชียนเคอกล่าวอย่างไม่ยี่หระ
"หมู่บ้านเชียนซานไม่ได้ขึ้นตรงต่ออำเภอเถาฮวา แต่อยู่ในเขตอำเภอเฟิง นายอำเภอหวังเอาอำนาจที่ไหนมาเก็บภาษีเรา!" ไป๋เลี่ยงโต้กลับ
"ใครบอกเจ้าว่าไม่ขึ้นกับอำเภอเถาฮวา? อำเภอเฟิงล่มสลายไปแล้ว เขตปกครองเดิมของอำเภอเฟิงย่อมต้องตกเป็นของอำเภอเถาฮวาโดยธรรมดา" เชียนเคอหัวเราะเยาะ
จะมาแข่งฝีปากกับพวกเจ้าหน้าที่ราชการ มั่นใจหรือว่าจะชนะ?
ไป๋เลี่ยงพูดไม่ออกทันที รู้สึกเหมือนบัณฑิตเจอทหาร มีเหตุผลก็พูดไม่รู้เรื่อง
คนตรงหน้าชัดเจนว่ากำลังใช้อำนาจบาตรใหญ่มาข่มขู่ แถมยังทำอะไรไม่ได้
ตอนนั้นเอง อูเจ๋อก็เอ่ยปากขึ้น
"ถ้าพวกเราไม่จ่าย เจ้าจะทำไม!?"