- หน้าแรก
- ภูเขาเทพเจ้ากำราบมาร
- ตอนที่ 8 เข้าสู่ขอบเขต หนึ่งดาบสังหารปีศาจเสือ!
ตอนที่ 8 เข้าสู่ขอบเขต หนึ่งดาบสังหารปีศาจเสือ!
ตอนที่ 8 เข้าสู่ขอบเขต หนึ่งดาบสังหารปีศาจเสือ!
ตอนที่ 8 เข้าสู่ขอบเขต หนึ่งดาบสังหารปีศาจเสือ!
เมื่อยันต์เทพแทรกซึมเข้าสู่ร่างกาย อูเจ๋อก็ชะงักกึก
เขารู้สึกเหมือนมีกระแสความอบอุ่นระเบิดขึ้นภายในกาย แล้วไหลเวียนไปตามแขนขาและจุดชีพจรทั่วร่าง หล่อเลี้ยงทุกอณู
“นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?”
แสงสีทองเมื่อครู่รวดเร็วเกินไป เขาดูไม่ทัน เห็นแค่ว่ามันตกลงมาจากยอดเขาเทพเจ้า
“หรือว่าท่านเทพภูเขาสำแดงเดช?”
อูเจ๋อคิดในใจ ทันใดนั้นพลังมหาศาลก็หลั่งไหลเข้ามา เพียงชั่วพริบตาเขาก็รู้สึกเหมือนร่างกายได้ยกระดับ
ผิวหนังเปล่งแสงสีทองจางๆ จนพวกเอ้อชิงที่อยู่ข้างๆ ตกใจ นึกว่าพี่ใหญ่อูจะบรรลุเซียนไปแล้ว
“เทพภูเขาประทานพร ยันต์ก้าวย่างเทพ!?”
หลังจากรับยันต์เสร็จสิ้น อูเจ๋อก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด ความตื่นเต้นพุ่งพล่าน ใบหน้าเต็มไปด้วยความปิติยินดี!
เขาหันกลับไปคุกเข่าโขกศีรษะให้ภูเขาเทพเจ้าทันที แววตาเปี่ยมด้วยศรัทธา
“อูเจ๋อกราบขอบพระคุณท่านเทพภูเขา ขอบพระคุณที่ประทานยันต์วิเศษ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!”
น้ำเสียงจริงใจ โขกศีรษะสามครั้งก่อนจะลุกขึ้นยืน
พวกเอ้อชิงแทบจะอกแตกตาย ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่อูมัวมาคุกเข่าอะไรตอนนี้ เสือร้ายจะถึงตัวอยู่แล้ว
“พี่ใหญ่อู พูดอะไรน่ะ อะไรคือประทานยันต์? แล้วเมื่อกี้ข้าเห็นตัวพี่ส่องแสง มันเกิดอะไรขึ้น?”
เอ้อชิงรีบถาม เขามองพี่ใหญ่อูที่ตอนนี้สีหน้าสงบนิ่ง ไม่มีความตึงเครียดหรือหวาดกลัวเสือร้ายหลงเหลืออยู่เลย
“ข้าได้รับพรจากท่านเทพภูเขา!”
คำตอบสั้นๆ ของอูเจ๋อ ทำเอาพวกเอ้อชิงงงเป็นไก่ตาแตก
พอตั้งสติได้ ก็เปลี่ยนเป็นความดีใจสุดขีด!
ถ้าเป็นแบบนี้ พวกเขาก็รอดแล้ว!
เห็นเอ้อชิงจะถามต่อ อูเจ๋อยกมือห้าม “มีอะไรไว้ค่อยคุย ข้าขอจัดการไอ้ปีศาจเสือนี่ก่อน”
พูดจบก็หันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับเสือร้ายที่เดินย่างสามขุมเข้ามา
เทียบกับครั้งก่อนๆ เจ้าปีศาจเสือตัวนี้ไม่เพียงสีผิวเปลี่ยนไป ขนาดตัวยังใหญ่ขึ้นอีกรอบ แรงกดดันมหาศาล
อูเจ๋อเดินเข้าหาเสือร้าย เผชิญหน้ากับมันตรงๆ สีหน้าเยือกเย็น มือกระชับดาบทหารแน่น
หลังได้รับยันต์ เขาตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย พละกำลังและความอึดเพิ่มขึ้นมหาศาล
แต่ที่เวอร์ที่สุดคือความเร็ว... เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด!
นึกย้อนไปสมัยอยู่ในกองทัพ ครูฝึกสอนวิถีแห่งการบ่มเพาะและวิชาดาบ
แต่พรสวรรค์เขามันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ฝึกมาห้าปีเต็มยังไม่เข้าขั้น สุดท้ายต้องอาศัยลูกขยันฝึกวิชาดาบจนได้เป็นหัวหน้าหมู่
ถ้าฝึกวิถีเซียนไม่สำเร็จ ในกองทัพก็เป็นได้แค่ทหารเลว เป็นได้แค่เบี้ยใช้แล้วทิ้ง
แม้แต่ตอนที่คนในครอบครัวถูกผู้บ่มเพาะรังแก เขาก็ไร้กำลังต่อต้าน ได้แต่มองดูภรรยาและลูกสาวตายไปต่อหน้าต่อตา
พอนึกถึงความทรงจำอันเจ็บปวด มือของอูเจ๋อก็สั่นระริก พยายามข่มความโกรธแค้นในใจ
โลกบ้าๆ ยุคปีศาจครองเมือง ราชสำนักก็เน่าเฟะ มีแต่พวกฉ้อฉล
หลังจากลูกเมียตาย เขาไปแจ้งความ กลับโดนซ้อมปางตาย ไม่มีใครเห็นหัวทหารเลวๆ อย่างเขา
ค่าของคนธรรมดากับผู้บ่มเพาะ ราชสำนักแยกแยะชัดเจน
ตั้งแต่นั้นมาใจเขาก็แตกสลาย กลับมาที่อำเภอเฟิง บ้านเกิดของภรรยา ใช้ชีวิตแบบซากศพเดินดิน
เขาเคยพยายามฝึกฝนอย่างบ้าคลั่ง แต่พรสวรรค์ไม่ให้ก็คือไม่ให้ ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ก้าวข้ามธรณีประตูแห่งการบ่มเพาะไม่ได้
แต่ตอนนี้ ความฝันที่เคยไกลเกินเอื้อม กลับกลายเป็นจริงอย่างง่ายดาย
ได้รับพรจากเทพภูเขา ได้รับยันต์วิเศษ ร่างกายยกระดับ เขื่อนกั้นพลังที่อุดตันมาสิบกว่าปีในที่สุดก็พังทลาย
น้ำหลากไหลเชี่ยว ทุกอย่างประสานกันอย่างลงตัว ส่งให้เขาก้าวข้ามธรณีประตูนั้น เข้าสู่ประตูแห่งมรรควิถี กลายเป็น ‘ผู้บ่มเพาะ’ อย่างแท้จริง!
ผลลัพธ์ที่เกินคาดนี้แม้แต่หลี่เยว่ก็ยังคิดไม่ถึง
ยันต์เทพนั้นวิเศษก็จริง แต่ไม่น่าจะทำให้คนธรรมดากลายเป็นผู้บ่มเพาะได้ปุบปับขนาดนี้
“ดูท่าอูเจ๋อคนนี้คงเคยฝึกมาก่อน แถมยังขยันมากด้วย เป็นคนมีปูมหลังสินะ”
หลี่เยว่คิดในใจ พลางจับตามองอูเจ๋อ
ผู้บ่มเพาะที่เพิ่งเข้าสู่ระดับเริ่มต้นดูแล้วไม่ธรรมดา แข็งแกร่งกว่าปีศาจหนูระดับหนึ่งเมื่อวันก่อนเสียอีก
ส่วนเจ้าเสือร้ายข้างล่างนั่นยังอยู่ในช่วงกลายสภาพ ยังไม่เข้าสู่ระดับปีศาจเต็มตัว สำหรับอูเจ๋อที่เป็นผู้บ่มเพาะแล้ว จัดการได้ไม่ยาก
กลุ่มคนที่ยังหนีไปไม่ไกล เห็นอูเจ๋อไม่หนีแถมยังเดินเข้าหาเสือ ก็ตาโตด้วยความตกใจ
“ไอ้หมอนั่นบ้าไปแล้ว! รนหาที่ตายชัดๆ”
“ไอ้ชาติชั่ว ตายๆ ไปซะก็ดี! หลอกพวกเรามาในป่า จนโดนเสือเพ่งเล็ง เกือบทำพวกเราตายกันหมด!”
บางคนกัดฟันกรอด คือพวกที่เยาะเย้ยอูเจ๋อตอนแรกนั่นเอง
เห็นอูเจ๋อเดินไปส่งตาย ในใจพวกเขารู้สึกสะใจอย่างประหลาด
“พี่อูเจ๋อ ท่านบ้าไปแล้วจริงๆ!”
ไป๋เลี่ยงหน้าซีด พึมพำกับตัวเอง
“บอกแล้วให้ไปถ้ำหลิงคูด้วยกันก็ไม่เชื่อ ตอนนี้เป็นไง ต้องมาตายเป็นอาหารเสือ” เขาหัวเราะขืนๆ ในใจคิดว่าอูเจ๋อไม่รอดแน่
แต่ภาพเหตุการณ์ถัดมา ทำเอาพวกเขาอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด
อูเจ๋อที่กลายเป็นผู้บ่มเพาะแล้ว ตอนนี้บุคลิกเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
จากเดิมที่ดูเป็นชายฉกรรจ์บ้าพลัง
ตอนนี้แววตาเป็นประกาย ท่วงท่าหลุดพ้นจากปุถุชน ย่างก้าวแผ่วเบา สบายๆ ราวกับจอมยุทธ์พเนจร
พวกเอ้อชิงด้านหลังหัวใจจะวาย
แม้พี่ใหญ่อูจะบอกว่าได้พรจากเทพภูเขา แต่การเห็นพี่ใหญ่เดินดุ่มๆ เข้าไปหาปีศาจเสือ มันก็น่าเป็นห่วงอยู่ดี
ตอนนี้เสือร้ายอยู่ห่างไปแค่สิบก้าว ทันใดนั้นมันก็เร่งความเร็ว กระโจนขึ้นจากพื้น ดวงตาบ้าคลั่งจ้องเขม็งที่อูเจ๋อ อ้าปากกว้างคำรามลั่น
ระยะห่างไม่กี่เมตร อูเจ๋อได้กลิ่นคาวเลือดจากปากมันชัดเจน
“เข้ามา! ข้าจะใช้เลือดเดรัจฉานอย่างเจ้ามาลองดาบ!”
ดาบทหารออกจากฝัก อูเจ๋อย่อตัวลง ก้าวเท้าเพียงก้าวเดียว ร่างก็ไปปรากฏทางด้านขวาในพริบตา ความเร็วระดับปีศาจทำให้เสือร้ายตะปบลม!
“นี่คืออานุภาพของยันต์ก้าวย่างเทพ? เร็วอะไรขนาดนี้!”
ความเร็วนี้ทำเอาอูเจ๋อเองยังตกใจ
เสือร้ายตะปบพลาดก็โกรธจัด กลับตัวพุ่งเข้าใส่อูเจ๋ออีกครั้ง
แต่อูเจ๋อก็เหมือนเดินเล่นในสวน แค่กระโดดเบาๆ ก็หลบการโจมตีได้สบาย
เหมือนกำลังหยอกล้อสุนัขเล่น
เสือร้ายกระโจนใส่อีกหลายครั้ง แต่แม้แต่ชายเสื้อของอูเจ๋อก็ยังสัมผัสไม่ได้
ฉากนี้ทำเอาคนดูอยู่ไกลๆ ตาค้าง
เสือร้ายที่ดุร้ายปานนั้น พอมาอยู่ต่อหน้าอูเจ๋อ กลับเหมือนหมาตัวหนึ่งที่โดนปั่นหัวเล่น
“เฮ้ย! ทำไมเขาเร็วขนาดนั้น? นั่นใช่คนแน่เหรอ!?”
“ผู้บ่มเพาะ! หรือว่าเขาจะเป็นผู้บ่มเพาะ?”
พอคิดได้ว่าอูเจ๋ออาจเป็นผู้บ่มเพาะ สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป
โดยเฉพาะพวกที่เคยดูถูกเขาไว้ หน้าถอดสีจนดูไม่ได้
ไป๋เลี่ยงยิ่งไม่อยากจะเชื่อ เขาเป็นเพื่อนอูเจ๋อ ย่อมรู้ไส้รู้พุงกันดี
พี่อูเจ๋อไปเก่งมาจากไหน?
ไหนบอกพรสวรรค์ห่วยแตก? แล้วไหงจู่ๆ กลายเป็นผู้บ่มเพาะไปได้?
พวกเอ้อชิงเห็นพี่ใหญ่อูหลอกล่อเสือร้ายเล่น ก็ยกภูเขาออกจากอก หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
ในสนามต่อสู้ หลังจากอูเจ๋อลองทดสอบความเร็วจากยันต์จนพอใจ
เจ้าเสือร้ายที่โดนปั่นหัวจนหัวหมุนก็บ้าคลั่งถึงขีดสุด การโจมตียิ่งรุนแรงขึ้น
เห็นดังนั้น อูเจ๋อก็ขวางดาบ กล่าวเสียงเย็น “ได้เวลาส่งเจ้าไปลงนรกแล้ว ไอ้เดรัจฉาน!”
ประกายดาบวาบวับ ปาดผ่านลำคอเสือร้าย เลือดสาดกระเซ็นเป็นเส้นโค้งสวยงามกลางอากาศ
‘ตุ้บ’
หัวเสือขนาดมหึมากรลิ้งหลุนๆ ลงกับพื้น