- หน้าแรก
- จักรวรรดิเสมือนจริงเริ่มจากเกม
- บทที่ 51 สาดสี
บทที่ 51 สาดสี
บทที่ 51 สาดสี
เซี่ยอี๋และผู้ชมเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของการเดินทาง แต่เกมยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นกลุ่มแสง ถูกดูดเข้าไปในพลังเวทของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง ลอยเคลื่อนผ่านท้องฟ้าอย่างช้าๆ
ภายใต้เสียงสวดที่ศักดิ์สิทธิ์และอบอุ่น เธอล่องลอยอยู่กลางอากาศ มีแสงรูนส่องสว่างเป็นทางยาวตามหลัง มองเห็นภูเขาหิมะที่เคยต่อสู้ฝ่าฟัน เห็นซากปรักหักพังที่ตนเคยปีนป่าย เห็นวิหารอันเงียบสงบและหุบเหวลึก เห็นระเบียงที่กลับมาเงียบสงัด เห็นทะเลทรายสีพาสเทลเหมือนมาการอง และสะพานที่ขาดสะบั้น…
เธอลอยย้อนกลับไปบนเส้นทางเดิมที่เคยผ่านมา ทีละช่วง ทีละฉาก จนถึงจุดเริ่มต้นของการเดินทางทั้งหมด
ในที่สุด ลำแสงหนึ่งตกลงบนเนินทรายที่เกมเริ่มต้น เรื่องราวมาถึงตอนจบ
หรือบางที…นี่อาจเป็นการเริ่มต้นอีกครั้ง
เซี่ยอี๋ยืนนิ่งอยู่กลางทะเลทราย เงียบงันอยู่นาน ความรู้สึกมากมายเอ่อล้นในใจ ราวกับมีถ้อยคำเป็นร้อยเป็นพันแต่ไม่รู้จะพูดออกมายังไง สุดท้ายถ้อยคำทั้งหมดก็กลั่นออกมาเป็นเพียงสองคำ
“โคตรเจ๋ง!!!”
แต่เหมือนยังไม่พอ เธอยังพูดต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดขีด—
“หลินโหยว โคตรเจ๋ง!”
ผู้ชมในไลฟ์ที่ยังตกอยู่ในความประทับใจก็พากันตื่นเต้น เสียงแสดงความคิดเห็นดังขึ้นรัวๆ
“หลินโหยวแม่งเจ๋งจริง! เจ๋งสุดๆ!”
“ใครพูดว่าไอ้หลินโหยวเหมาะแต่ทำวิจัยไม่เหมาะทำเกม ไหนล่ะ ออกมาดิ! วันนี้จะไปยืนรอหน้าบ้านมันให้ดูเลย!”
“‘อัจฉริยะนักวิจัย กับผู้สร้างเกมธรรมดา’ — จากนิตยสาร ‘โยวซี่ซิงคง (Game Galaxy)’ ใช่ไหม?”
“ถูกต้อง! ไอ้บ.ก. ของ ‘โยวซี่ซิงคง’ นั่นแหละตัวดี! ถ้าหลินโหยวโดนคำวิจารณ์พวกนั้นจนเลิกทำเกม วงการเกมบ้านเรานี่ขาดคนเก่งไปคนหนึ่งเลยนะ!”
“คิดว่าต่อไปอาจไม่มีเกมแบบนี้ให้เล่นอีกแล้ว ใจมันหวิวจนอยากร้องไห้เลย…”
“ร้องทำไมวะ! ลืมแล้วเหรอว่าหลินโหยวเคยสวนหวังหลงยังไง เขาไม่ใช่พวกจะมานั่งซึมแน่ ถ้าโกรธจริง ฉันว่าน่ากลัวกว่าคือเขาอาจบุกไปวางระเบิดกองบ.ก. ‘โยวซี่ซิงคง’ มากกว่า!”
“วางระเบิดมันเว่อร์ไป อย่างมากก็สาดน้ำมันจุดไฟ!”
“นั่นผิดกฎหมาย อย่างมากก็สาดสีก็พอ!”
“อย่าเลย ให้เขาทำเกมต่อดีกว่า เวลานั้นเอาไปไล่โรงงานให้เร่งผลิตเครื่อง ‘มิราจ’ ยังจะคุ้มกว่า ออกไปสาดสีเสียเวลาเปล่า!”
“หมายความว่าเขาจะยอมงั้นเหรอ?”
“ไม่ ฉันหมายความว่า…มีใครจากเซี่ยจิงอาสาแทนได้บ้างไหม?”
……
“อะไรนะ???” หลินโหยวที่เมื่อครู่ยังยิ้มรับคำชมอยู่ดีๆ อยู่ๆ ก็เห็นบทสนทนาในไลฟ์เริ่มแปลกไป
ตอนนี้เขากลายเป็นคนใจแคบ แค้นฝังหุ่นไปเสียแล้ว
ถึงจะพูดตามตรง เขาก็พอจะรู้ตัวว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องผิดนัก เอาเถอะ เขาเรียกว่าตอบแทนตามเหตุผลต่างหาก!
แต่เรื่องที่เกินคาดคือ เหล่าผู้ชมในไลฟ์ของเซี่ยอี๋ที่มีคนดูหลายล้าน กลับเริ่มเปิดรับสมัคร “นักรบแห่งความยุติธรรม” กันตรงนั้นเลย! เป้าหมายคือไปสาดสีใส่ออฟฟิศของ ‘โยวซี่ซิงคง’
“คงพูดเล่นกันนั่นแหละ...ไม่มีใครทำจริงหรอกใช่ไหม?”
แต่ทันใดนั้น ก็มีข้อความโดเนตขึ้นมาชัดๆ “ลุยเลยพี่! ใครไปถึงเปิดไลฟ์ด้วย เดี๋ยวผมส่งจรวดให้!”
ไอดีนั้นเป็นตัวเลขสุ่ม เห็นได้ชัดว่าเพิ่งสมัครใหม่ๆ
และสิ่งที่หลินโหยวไม่คิดว่าจะเกิดก็เกิดขึ้นจริง—มี “ผู้กล้า” โผล่มา!
“ลุยเลยพี่น้อง! นี่ลิงก์ไลฟ์สด!”
เสี่ยวเมิ่งไม่รอให้หลินโหยวขยับเอง เธอเปิดไลฟ์นั้นขึ้นทันที หลินโหยวก็ละจากไลฟ์ของเซี่ยอี๋ไปดูอย่างรวดเร็ว เขาอาจจะซึ้งใจอยู่มาก แต่ก็ยอมรับตามตรงว่าเขาชอบดูเรื่องอลหม่านมากกว่า
ชื่อไลฟ์ก็ตั้งอย่างท้าทายสุดๆ — “จะเป็นขี้ขลาดไปทั้งชีวิต หรือจะเป็นฮีโร่สักครั้ง แม้แค่ไม่กี่นาที!”
“เจ๋งว่ะ…” หลินโหยวเผลอพึมพำออกมา
เสี่ยวเมิ่งที่ชอบดูเรื่องชาวบ้านสุดชีวิตก็เปิดบัญชีสำรอง ส่งโดเนตทันที “นี่ค่าซื้อสี ห้าร้อย! อย่าลืมซื้อของห่วยๆ หน่อยนะ!”
“หา?” หลินโหยวหันมามองทันที “เธอนี่ไปยุยงอีกแล้วเหรอ?”
เสี่ยวเมิ่งเบิกตากลมโตใสแจ๋ว ทำหน้าใสซื่อเต็มขั้น
พอเห็นว่าเขายังเฉยๆ เธอก็เปลี่ยนกลยุทธ์ กอดแขนเขาแล้วออดอ้อน “นายท่าน~ เสี่ยวเมิ่งเห็นนายท่านโดนว่าก็โมโหนี่นา เสี่ยวเมิ่งแค่อยากช่วยระบายแทน~”
หลินโหยวถอนหายใจ ลูบหัวเธอเบาๆ “เธอนี่มันจริงๆ เลย” แล้วก็หันกลับไปดูไลฟ์ต่อ
ในจอนั้น มีชายสองคนกำลังขับรถ คนหนึ่งถือกล้องพูดตลอดทางว่าตอนนี้อยู่ห่างออฟฟิศของ ‘โยวซี่ซิงคง’ อีกเท่าไร อีกคนก็ขอบคุณคนที่ส่งของขวัญเข้ามา
พอมีคนพิมพ์ถามว่าแค่หลอกเอาเงินหรือเปล่า ชายคนนั้นก็ทุบอกตัวเองเสียงดัง “ไม่ต้องห่วงพี่น้อง! พวกเราพูดแล้วทำ! จะไปจริง!”
พูดจบก็หมุนกล้องไปถ่ายท้ายรถ “เห็นไหม! สีเตรียมไว้แล้ว!”
หลินโหยวดูไปก็รู้สึกว่า หน้าตาท่าทางของทั้งคู่นี่ไม่น่าจะใช่พวกที่เล่นเกมอย่าง Journey หรอก คนแบบนี้ดูยังไงก็เหมาะกับเกมยิงรัวๆ แบบถือปืนกลกราดยิงมากกว่า
เขาเลยเริ่มสงสัยว่าทั้งคู่นี่เป็นพวกหัวใจอ่อนโยนในร่างนักเลง ที่ดูไลฟ์ของเซี่ยอี๋แล้วซึ้งจนน้ำตาคลอจนอยากช่วยออกหน้า
หรือว่าแค่พวกอยากดัง เห็นช่องก็รีบคว้าโอกาสในทันที
เหมือนที่ศิลปิน แอนดี วอร์ฮอล เคยพูดไว้—“ทุกคนสามารถเป็นดาวเด่นได้ภายในสิบห้านาที”
หลินโหยวเริ่มแน่ใจว่าทั้งคู่คือแบบหลัง
แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยตอนนี้ พวกเขาก็อยู่ฝั่งเดียวกัน!
เขาเตรียมใจไว้แล้วว่าจะเป็นคนออกค่าเสียหายให้เองถ้ามีปัญหา ถึงอย่างไรนี่ก็ถือว่าช่วยเขา
ว่าแต่แค่ของขวัญในไลฟ์ที่ไหลมาไม่หยุด ก็ดูเหมือนจะพอจ่ายค่าทำความสะอาดได้แล้ว แถมอาจเหลืออีกเยอะด้วยซ้ำ
สองคนนั้นอยู่ใกล้จริงๆ ไม่ถึงสิบนาทีก็มาถึงออฟฟิศของ ‘โยวซี่ซิงคง’ ซึ่งเป็นตึกเล็กๆ ชั้นเดียวติดถนน
แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าคนยุคนี้ว่างมาก เพราะตอนที่ทั้งคู่ลงจากรถหิ้วถังสี คนมุงก็ล้อมเต็มไปหมด มือถือถ่ายวิดีโอกันพรึ่บ
ทั้งคู่ไม่สนใจใคร เดินฝ่าฝูงชนที่แหวกให้ทางอย่างสง่าผ่าเผย ราวกับ “โมเสสแหวกทะเลแดง” เท่สุดขีด
พนักงานในออฟฟิศที่นั่งใกล้หน้าต่างเห็นภาพนั้นก็รู้สึกผิดปกติ แต่ยังไม่ทันลุกเตือน ทั้งคู่ก็เปิดฝาถังสี สาดใส่หน้าต่าง ประตู และป้ายออฟฟิศทันที
จากนั้นยังใช้แปรงเขียนตัวโตๆ ว่า “รับเงินพูดตามใจ ไม่มีจิตสำนึก!”
“พี่ชายสุดยอด!!”
ไลฟ์ระเบิดเสียงเฮทันที!
ฝูงชนรอบนอกก็แตกตื่นไปทั้งถนน!