- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 36 บทบาทสมมติ
บทที่ 36 บทบาทสมมติ
บทที่ 36 บทบาทสมมติ
"พี่หวัง ผมก็อยากพาลูกค้าไปดูห้องเช่าสี่ห้องนอนเหมือนกันครับ แต่ประเด็นคือมันหาไม่เจอนี่สิ" โจวเฉียงยักไหล่ ตอบอย่างไม่ยี่หระ ไม่ได้เก็บคำพูดของหลี่เหวินหมิงมาใส่ใจ
"เฮ้ย โจวเฉียงต้องรับหน้าลูกค้า หาห้องที่เหมาะสมไม่เจอยังพอเข้าใจได้ แต่พวกคุณที่เหลือล่ะ? มัวนั่งกินนอนกินกันอยู่หรือไง" หวังตงหยวนหันขวับไปตวาดใส่นายหน้าคนอื่นๆ ในร้าน
"พี่หวัง ก็มันไม่มีห้องเช่าสี่ห้องนอนจริงๆ นี่คะ ถ้ามีพวกเราก็บอกโจวเฉียงไปนานแล้ว" หลินเยว่ผายมือออก ทำหน้ามุ่ยอย่างน้อยใจ
"พี่หวัง ผมหาในระบบจนพรุนแล้วครับ ไม่มีจริงๆ" เย่เทียนเสริม
"ในระบบไม่มีก็ไปหาในเน็ต ในเน็ตไม่เจอก็โทรเช็คเจ้าของห้องสิ ลูกค้ามาถึงที่แล้ว จะยอมปล่อยให้จนตรอกเพราะไม่มีห้องได้ยังไง" หวังตงหยวนแค่นเสียงดุ
"พี่หวัง วางใจได้ครับ วันนี้ผมจะพยายามหาให้เจอ จะปิดลูกค้าคนนี้ให้ได้" โจวเฉียงรับคำ
"อืม" ได้ยินคำตอบของโจวเฉียง หวังตงหยวนก็พยักหน้าเบาๆ เห็นได้ชัดว่าเขาค่อนข้างพอใจกับการแก้ปัญหาของโจวเฉียง
เห็นปฏิกิริยาของทุกคน หลี่เหวินหมิงกลับเป็นฝ่ายมึนงงเสียเอง เขาคิดว่าพอแฉความจริงแล้ว โจวเฉียงจะต้องหน้าถอดสี ตื่นตระหนก และพยายามหาข้อแก้ตัวต่างๆ นานา แต่โจวเฉียงกลับทำท่าทองไม่รู้ร้อน เหมือนรู้อยู่แล้วว่าห้อง 9-501 ขายอย่างเดียวไม่ปล่อยเช่า
แถมคนอื่นๆ ก็ดูจะไม่ยี่หระกับการหลอกลวงลูกค้าแบบนี้ แม้แต่ผู้จัดการหวังตงหยวนก็ไม่ตำหนิสักคำ
ดูเหมือนจะสังเกตเห็นความสงสัยของหลี่เหวินหมิง หวังตงหยวนจึงถามขึ้นว่า "เหวินหมิง มีอะไรอีก? หรือมีอะไรไม่เข้าใจตอนพาดูห้อง?"
"พี่หวัง ที่ผมไม่เข้าใจคือ พี่เฉียงรู้อยู่เต็มอกว่าห้องนั้นประกาศขาย ทำไมยังพาลูกค้าไปดูอีก นี่มันไม่ใช่การหลอกลวงลูกค้าเหรอครับ?" หลี่เหวินหมิงถามสิ่งที่ค้างคาใจออกมา
"เด็กน้อยจริงๆ นี่เขาไม่เรียกว่าหลอกลวง เขาเรียกว่า คำโกหกสีขาวเข้าใจไหม?" หลิวเฉวียนหัวเราะเยาะ เหมือนได้ยินเรื่องตลก
"ไม่เข้าใจครับ ผมว่านี่มันก็คือการหลอกลวง แถมการพาไปดูครั้งนี้ก็ไร้ความหมาย เพราะเจ้าของห้องไม่คิดจะปล่อยเช่า ต่อให้ลูกค้าชอบห้อง ก็เช่าไม่ได้อยู่ดี" หลี่เหวินหมิงแค่นเสียง มองหลิวเฉวียนด้วยสายตาท้าทาย คิดในใจว่า เกี่ยวอะไรกับนายด้วยวะ ทำมาเป็นอวดรู้ นึกว่าตัวเองแน่มาจากไหน
"ฉันเข้าใจแล้วว่านายติดใจเรื่องอะไร" หวังตงหยวนยิ้ม เริ่มตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างวุฒิการศึกษากับความสามารถในการทำงานจริง
"เหวินหมิง นายคิดว่าโจวเฉียงไม่ควรหลอกลูกค้า ไม่ควรพาลูกค้าไปดูห้องขาย งั้นถ้าลูกค้าคนนี้อยู่ในมือนาย นายจะทำยังไง?" หวังตงหยวนถาม
"ผมจะไม่หลอกลูกค้าครับ แต่จะสร้างความเชื่อใจ หาทางเป็นเพื่อนกับลูกค้า แล้วเธอก็จะเช่าห้องกับผมเอง" หลี่เหวินหมิงตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
หวังตงหยวนยิ้ม กวักมือเรียกหลินเยว่ "หลินเยว่ คุณมาเล่นเป็นลูกค้าหน่อย ร่วมมือกับเหวินหมิง จำลองสถานการณ์ตอนนั้นให้ดูที"
"ได้เลยค่ะ" หลินเยว่รับคำอย่างกระตือรือร้น
สิ่งที่หวังตงหยวนให้ทำเรียกว่า การจำลองสถานการณ์รับลูกค้าเป็นวิธีฝึกอบรมเด็กใหม่ที่นิยมใช้ในวงการนายหน้า ต้องผ่านการจำลองสถานการณ์หลายๆ ครั้งก่อน ถึงจะปล่อยให้เด็กฝึกงานรับลูกค้าเองได้
ไม่อย่างนั้น นายหน้ามือใหม่เวลาคุยกับลูกค้า หนึ่งคือไม่มีประสบการณ์ สองคือตื่นเต้น จนไม่รู้จะพูดอะไร และไม่มีทางได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า
ดังนั้นหลินเยว่จึงคุ้นเคยกับบทบาทสมมตินี้ดี ส่วนหลี่เหวินหมิงก็เคยลองมาแล้วสองครั้ง ไม่คิดว่าหวังตงหยวนจะให้ทำอีก ถือเป็นบททดสอบสำหรับเขา
"เริ่มได้เลย เอาตั้งแต่ตอนที่ลูกค้าเร่งจะดูห้อง แต่นายยังหาห้องเช่าไม่เจอ" หวังตงหยวนโบกมือ มองทั้งคู่ด้วยความสนใจ
จากนั้น หลี่เหวินหมิงและหลินเยว่ก็เดินไปที่พื้นที่ว่างหน้าโถงร้าน หลินเยว่กอดอก จ้องหน้าหลี่เหวินหมิงอย่างเคร่งขรึม "เสี่ยวหลี่ นั่งรอมาตั้งนานแล้วนะ ตกลงจะดูห้องได้หรือยัง?"
"พี่หลินครับ ตอนนี้ผมยังหาไม่เจอเลยครับ พี่รออีกสักครู่นะครับ เดี๋ยวก็หาเจอแล้ว" หลี่เหวินหมิงตอบตามความจริง
"เอาอย่างนี้แล้วกัน ฉันออกไปซื้อของก่อน เดี๋ยวกลับมาค่อยไปดูห้องกับเธอ" หลินเยว่พูด
"พี่หลินครับ รออีกเดี๋ยวเถอะครับ ผมคุ้นเคยกับแถวนี้ดี เดี๋ยวดูห้องเสร็จ พี่อยากซื้ออะไร ผมพาไปซื้อเองครับ" หลี่เหวินหมิงพยายามรั้งลูกค้าไว้ในร้าน
"ไม่เป็นไร ฉันเดินเล่นอยู่แถวหน้าประตูนี่แหละ เดี๋ยวก็กลับมา" พูดจบหลินเยว่ก็ทำท่าจะเดินออกไป
"พี่หลินครับ อย่าเพิ่งไปตอนนี้เลยครับ" หลี่เหวินหมิงเริ่มร้อนรน ถ้าปล่อยลูกค้าออกจากร้านไปตอนนี้ การจำลองสถานการณ์ครั้งนี้เขาถือว่าสอบตก
"เสี่ยวหลี่ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ ห้องเช่าเธอก็ยังไม่มีให้ดู แล้วยังจะมาห้ามไม่ให้ฉันออกจากร้านอีก นี่กะจะกักขังหน่วงเหนี่ยวกันหรือไง" หลินเยว่แค่นเสียง
"ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ" หลี่เหวินหมิงขมวดคิ้วคิดหาเหตุผลรั้งลูกค้าแต่ก็นึกไม่ออก สุดท้ายต้องยอมถอย "งั้นเอาอย่างนี้ พี่ทิ้งเบอร์มือถือไว้ให้ผมหน่อย พอผมหาห้องเช่าดีๆ ได้แล้ว ผมจะโทรหาพี่ จะได้นัดดูห้องสะดวกขึ้น"
"ฉันเพิ่งเปลี่ยนเบอร์ จำไม่ได้หรอก เธอนั่นแหละเอานามบัตรมาให้ฉันใบหนึ่ง" หลินเยว่บอก
"ได้ครับ นี่นามบัตรผม เก็บไว้นะครับ" หลี่เหวินหมิงยื่นนามบัตรให้
"งั้นฉันไปก่อนนะ" พูดจบ หลินเยว่ก็โบกมือ เดินไปที่ประตูร้านจงเหว่ย
"แปะ แปะ แปะ..."
หวังตงหยวนลุกขึ้นปรบมือ หัวเราะชอบใจ "ยอดเยี่ยม สมจริงมาก โดยเฉพาะหลินเยว่ต้องขอชมเชย เข้าใจความคิดและคำพูดของลูกค้าได้ทะลุปรุโปร่ง"
"เหวินหมิง คิดว่าตัวเองทำผลงานเป็นยังไง? คำพูดเมื่อกี้ รั้งลูกค้าอยู่ไหม?" หวังตงหยวนจ้องหลี่เหวินหมิงแล้วถาม
"รั้งไม่อยู่ครับ" หลี่เหวินหมิงตอบเสียงอ่อย ดูผิดหวังเล็กน้อย
"หึๆ ไม่ใช่แค่รั้งไม่อยู่หรอก ฉันเดาว่าพอลูกค้าก้าวออกจากร้าน ก็เลี้ยวเข้าบริษัทอื่นทันที" หลิวเฉวียนเยาะเย้ย
"ก็ไม่แน่เสมอไปหรอกครับ ลูกค้าอาจจะไปซื้อของจริงๆ ก็ได้" หลี่เหวินหมิงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ แม้แต่ตัวเองยังไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ไม่อยากโดนหลิวเฉวียนดูถูก
"เฮอะ ต่อให้ลูกค้าไปซื้อของจริงๆ แต่ในหมู่บ้านมีนายหน้าเดินเพ่นพ่านเต็มไปหมด พอลูกค้าออกจากร้านเรา ก็ต้องโดนบริษัทอื่นเล็งเป้า สุดท้ายก็โดนแย่งไปอยู่ดี" หลิวเฉวียนเหน็บแนม
"ผม..." หลี่เหวินหมิงอ้าปากค้าง อยากจะเถียงต่อ แต่ไม่รู้จะพูดอะไร
"ขนาดเบอร์โทรศัพท์ลูกค้ายังไม่ได้มา ถ้าลูกค้าหลุดไปถึงมือนาย ก็คงเสียของเปล่าๆ ยังจะรอให้ลูกค้าโทรหาอีกเหรอ ฝันไปเถอะ" หลิวเฉวียนแค่นเสียง ที่พูดนี่ไม่ได้เจาะจงเล่นงานหลี่เหวินหมิงหรอก แต่เป็นความเหนือกว่าของคนมีประสบการณ์
หน้าของหลี่เหวินหมิงแดงก่ำ ตอนแรกนึกว่าจับผิดโจวเฉียงได้ แค่แฉต่อหน้าธารกำนัล โจวเฉียงก็คงหน้าแตกยับเยิน แต่กลายเป็นว่าไม่ใช่อย่างที่คิด กลับกลายเป็นตัวเขาเองที่ดูโง่เขลาเบาปัญญา
"เสี่ยวหลี่ ตอนนี้ยังคิดว่าการที่ผมพาลูกค้าไปดูห้องเมื่อกี้ เป็นการกระทำที่ไร้ความหมายอยู่อีกไหม?" โจวเฉียงยิ้มเยาะ มองอีกฝ่ายด้วยสายตาขบขัน