- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 33 ลูกค้าวอล์กอิน
บทที่ 33 ลูกค้าวอล์กอิน
บทที่ 33 ลูกค้าวอล์กอิน
หมู่บ้านจิงซิน ร้านจงเหว่ยเรียลเอสเตท
สำหรับเหตุการณ์กระทบกระทั่งเล็กน้อยเมื่อครู่ โจวเฉียงไม่ได้เก็บมาใส่ใจให้รกสมอง คนที่ไม่ถูกใครอิจฉาคือคนไร้ความสามารถ วงการนายหน้าการแข่งขันสูง ถ้าอยากเปิดบิล อยากได้เงิน ก็ต้องแย่งชิงทรัพยากรกันอย่างดุเดือด
ทรัพยากรคืออะไร? ก็คือลูกค้าและทรัพย์นั่นเอง
ไม่ใช่แค่การแข่งขันระหว่างบริษัท แม้แต่ภายในบริษัทเดียวกันก็ต้องแข่งกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าโจวเฉียงและหลินเยว่ต่างมีลูกค้าคนละคน แล้วลูกค้าทั้งสองคนดันมาชอบห้องเดียวกัน ใครที่ปิดการขายให้ลูกค้าตัวเองได้ก่อน คนนั้นก็ได้เงิน แล้วจะทำยังไงล่ะ? ก็ต้องแข่งกันไง
ดังนั้น ในวงการนี้การแข่งขันมีอยู่ทุกที่ เพื่อนร่วมอาชีพทุกคนคือคู่แข่ง โจวเฉียงทำงานมาสักพักแล้ว จึงชินชาและไม่คิดมากกับเรื่องพวกนี้
อีกอย่าง โจวเฉียงก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองด้อยไปกว่าอู๋เยว่ ครั้งนี้เขาแย่งทรัพย์อู๋เยว่มาได้ ครั้งหน้าเขาก็จะแย่งลูกค้าอู๋เยว่มาให้ได้เหมือนกัน ไม่พอใจก็เข้ามา ใครกลัวใคร
"ตึง ตึง ตึง..."
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้น โจวเฉียงเงยหน้ามองไปที่ประตูร้าน เห็นหญิงวัยประมาณสี่สิบเดินเข้ามา เธอตัวไม่สูงนักแต่อ้วนท้วนสมบูรณ์ เดินทีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เห็นลูกค้าเดินเข้ามา โจวเฉียงรีบลุกขึ้นยืน ยิ้มต้อนรับ "สวัสดีครับ มาหาเช่าห้องเหรอครับ?"
"เอ๊ะ รู้ได้ยังไงเนี่ย?" หญิงร่างท้วมแปลกใจ เธอไปร้านอื่นมา นายหน้าถามแต่ว่า จะเช่าหรือจะซื้อ โจวเฉียงเป็นคนแรกที่ทักเธอว่าจะมาเช่าห้องโดยเฉพาะ
"พี่สาว เชิญนั่งก่อนครับ พี่ชื่ออะไรครับ?" โจวเฉียงผายมือไปที่โซฟา ไม่ได้ตอบคำถามเธอ
ความจริงแล้ว ตามปกติเวลามีลูกค้ามา โจวเฉียงก็จะถามว่าจะเช่าหรือซื้อเหมือนกัน แต่ทำอาชีพนี้มานาน ประสบการณ์มันสอน บ้านในปักกิ่งราคาหลายล้าน ถ้าจะมาซื้อบ้าน ส่วนใหญ่จะไม่มาดูคนเดียว อย่างน้อยต้องมีครอบครัวมาช่วยดู แต่นี่พี่สาวเดินดุ่มๆ มาคนเดียว โจวเฉียงเลยเดาว่าน่าจะมาหาเช่าห้องมากกว่า
"ฉันแซ่หลี่" หญิงคนนั้นตอบ
"สวัสดีครับพี่หลี่ ผมชื่อโจวเฉียง เรียกเสี่ยวโจวก็ได้ครับ" โจวเฉียงแนะนำตัว
"อืม" ลูกค้าแซ่หลี่รับคำสั้นๆ
"พี่หลี่ อยากเช่าห้องแบบไหนครับ? กี่ห้องนอน? งบประมาณเท่าไหร่?" โจวเฉียงซักถามความต้องการ
"ฉันอยากเช่าแบบสี่ห้องนอน ราคาปานกลางก็พอ" พี่หลี่บอก
"พี่นี่ตาถึงจริงๆ หมู่บ้านจิงซินของเรามีสี่ห้องนอนอยู่แบบเดียว เรียกว่าเป็น ราชาแห่งตึก ห้องระดับท็อปของที่นี่เลยครับ" โจวเฉียงยิ้มหวาน
ราชาแห่งตึก หมายถึงห้องที่แปลนดีที่สุด ทิศทางดีที่สุด วิวสวยที่สุด ตำแหน่งดีที่สุด และราคาแพงที่สุดในโครงการ
"โอย ตาถงตาถึงอะไรกัน ก็แค่คนในบ้านเยอะ เช่าห้องเล็กมันอยู่ไม่พอ" พี่หลี่โบกมือปฏิเสธ
"พี่หลี่ ดื่มน้ำชานั่งพักสักครู่นะคะ ให้เสี่ยวโจวช่วยหาห้องสี่ห้องนอนให้" หลินเยว่ยกน้ำชามาวางตรงหน้าพี่หลี่
"ไปเถอะ รีบๆ หาห้องเข้า ไม่ต้องมาสนใจฉัน" อากาศข้างนอกร้อนอบอ้าว พี่หลี่ที่ตัวท้วมเดินแป๊บเดียวเหงื่อก็ท่วมตัว ตอนนี้กำลังกระหายน้ำพอดี
"รอสักครู่นะครับ" โจวเฉียงรับคำ พยักหน้าขอบคุณหลินเยว่ แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะเพื่อหาข้อมูลทรัพย์
หลังจากเสิร์ฟน้ำ หลินเยว่ไม่ได้รีบเดินหนี แต่ลงไปนั่งคุยข้างๆ พี่หลี่ ถามไถ่ความต้องการเพิ่มเติม และถามว่าไปดูที่ไหนมาบ้างแล้ว
สิ่งที่หลินเยว่ทำคือการทำงานเป็นทีม
เมื่อลูกค้าเข้าร้าน จะปล่อยให้ลูกค้านั่งเหงาไม่ได้ ถ้าไม่มีคนประกบ ลูกค้าอาจจะเบื่อแล้วเดินออกไปดูร้านอื่นได้ง่ายๆ
แน่นอนว่าการนั่งคุยเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ที่สำคัญกว่าคือต้องรีบหาห้องให้เจอ ถ้าชักช้าลูกค้าหงุดหงิด ก็อาจจะลุกหนีไปร้านอื่นได้เช่นกัน
ดังนั้น ต่อให้นายหน้าเก่งแค่ไหน ก็ดูแลลูกค้าคนเดียวไม่ไหว ทีมเวิร์คจึงสำคัญมาก
โจวเฉียงกลับมานั่งที่โต๊ะ แล้วตะโกนถามเพื่อนร่วมงาน "เฮ้ย พวกนายช่วยดูหน่อย มีสี่ห้องนอนปล่อยเช่าบ้างไหม"
"โอเค"
"ไม่มีปัญหา" เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ต่างรับปากช่วยหา แม้แต่หลิวเฉวียนที่ไม่ค่อยถูกกับโจวเฉียงก็ยังช่วย
เหตุผลนั้นง่ายมาก การดูแลลูกค้าหน้าร้านเป็นเรื่องที่ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน จะเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงานไม่ได้ ถ้าครั้งนี้เขาไม่ช่วยโจวเฉียง ครั้งหน้าพอเขาได้ลูกค้า โจวเฉียงก็จะไม่ช่วยเขาเหมือนกัน
แน่นอนว่าเพื่อนช่วยก็ส่วนเพื่อนช่วย หลักๆ ต้องพึ่งตัวเอง โจวเฉียงรีบค้นหาข้อมูลห้องเช่าแบบสี่ห้องนอนในระบบทันที ตอนนี้เวลาเป็นเงินเป็นทอง
ในเมืองใหญ่ที่ที่ดินแพงยิ่งกว่าทองอย่างปักกิ่ง ห้องขนาดเล็กจะมีเยอะกว่า ห้องใหญ่แบบสี่ห้องนอนนั้นหายาก ทรัพย์ที่ปล่อยเช่าหรือขายจึงมีน้อยตามไปด้วย
โจวเฉียงค้นหาอย่างละเอียด แต่ไม่เจอห้องเช่าแบบสี่ห้องนอนเลยแม้แต่ห้องเดียว เจอแต่แบบขายสองห้อง ห้องหนึ่งต้องรอเจ้าของมาเปิดกุญแจซึ่งไม่สะดวกดูทันที อีกห้องหนึ่งเจ้าของฝากกุญแจไว้ที่บริษัท
สาเหตุที่เป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะห้องขายเยอะกว่าห้องเช่า จริงๆ แล้วห้องเช่าแบบสี่ห้องนอนมีเยอะกว่าห้องขายด้วยซ้ำ
เพียงแต่ว่าในภาวะที่ราคาบ้านนิ่งๆ ห้องชุดขนาดใหญ่ราคากว่าห้าล้านหยวนนั้นขายออกยาก บางทีแขวนป้ายขายไว้หลายเดือนยังไม่ออก แต่ถ้าปล่อยเช่า ขอแค่ตกแต่งดี ราคาเหมาะสม แป๊บเดียวไม่เกินอาทิตย์ก็มีคนเช่าแล้ว
พอปล่อยเช่าไปแล้ว ในระบบก็เลยไม่มีให้เห็น
"เสี่ยวโจว หาเจอหรือยัง?" พี่หลี่ดื่มชาหมดแก้วแล้ว เริ่มเร่งยิกด้วยความรำคาญ
"พี่หลี่ครับ ใกล้ได้แล้วครับ รออีกนิดนึงนะครับ" โจวเฉียงขานรับ แต่ในใจร้อนรน เพราะยังหาห้องเช่าไม่ได้เลยสักห้อง
"เมื่อกี้ฉันไปร้านอื่นมา หาตั้งนานก็ไม่มีห้องเช่าแบบสี่ห้องนอน บริษัทเธอก็คงไม่มีเหมือนกันใช่ไหม?" พี่หลี่ขมวดคิ้ว ใบหน้าอวบอูมเริ่มฉายแววไม่พอใจและสงสัย
ลูกค้าคนนี้ชื่อ หลี่อวี้เฟิน อยากเช่าสี่ห้องนอนแถวนี้ ก่อนมาที่จงเหว่ย เธอไปร้านอื่นมาแล้วแต่ไม่มีของ โมโหเลยเดินมาที่นี่ นั่งรอตั้งนานยังไม่ได้ดูห้อง ความอดทนเริ่มจะหมดลง
"พี่หลี่วางใจได้เลยครับ จงเหว่ยเราทรัพย์เยอะที่สุดในย่านนี้ ต้องหาได้แน่ครับ" โจวเฉียงลุกขึ้นยืน หันไปมองหน้าเพื่อนร่วมงาน ส่งสายตาถามว่ามีใครเจอห้องบ้างไหม
ผลปรากฏว่าทุกคนส่ายหน้าหรือไม่ก็ก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครตอบรับ แสดงว่าไม่มีใครหาห้องเช่าสี่ห้องนอนเจอเลย
"เสี่ยวโจว เอาอย่างนี้ เธอหาไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันออกไปซื้อของแป๊บ แล้วจะกลับมาใหม่" หลี่อวี้เฟินลุกขึ้นยืน ขยับเสื้อผ้า กระทืบเท้าแก้เมื่อย ทำท่าจะเดินออกจากร้าน
เห็นแบบนั้น โจวเฉียงก็ร้อนใจทันที ถ้าลูกค้าเดินออกจากร้านไป โอกาสที่จะกลับมามีไม่ถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ขืนทำลูกค้าวอล์กอินหลุดมือไปแบบนี้ ผู้จัดการรู้เข้าคงด่ายับแน่