- หน้าแรก
- เอเจนต์มือทองกับไดอารี่ของผม
- บทที่ 9 การต่อสู้ที่ชัดเจน
บทที่ 9 การต่อสู้ที่ชัดเจน
บทที่ 9 การต่อสู้ที่ชัดเจน
"โจวเฉียงพูดถูกนะ ทักษะการคุยโทรศัพท์ของเสี่ยวหลี่ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ ต่อไปต้องฝึกฝนให้มาก แล้วก็หมั่นขอคำแนะนำจากโจวเฉียงเขานะ" หลิวเฉิงเจ๋อที่คลุกคลีอยู่ในวงการมาเป็นสิบปี แค่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ก็ประเมินสถานการณ์ออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
จากการวิเคราะห์ของหลิวเฉิงเจ๋อ เจ้าของห้องที่ชื่อจ้าวเยี่ยนลี่คนนี้น่าจะงานยุ่งมาก และไม่อยากวุ่นวายกับบริษัทนายหน้าหลายๆ เจ้า ก็เลยฝากขายไว้แค่กับบริษัทเลี่ยนเจียเจ้าเดียว พอหลี่เหวินหมิงโทรไปถามด้วยแพตเทิร์นเดิมๆ ก็เลยโดนมองว่าเป็นพวกโทรมาก่อกวน แล้วโดนปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
ส่วนโจวเฉียงน่าจะได้เบาะแสเรื่องการขายห้องนี้มาจากช่องทางอื่น เลยกล้าบุกทะลวงถามเรื่องดูห้องไปตรงๆ จ้าวเยี่ยนลี่ก็เลยเข้าใจผิดคิดว่าโจวเฉียงเป็นคนของเลี่ยนเจีย เลยเผลอหลุดปากยอมรับเรื่องขายบ้านออกมา
หลิวเฉิงเจ๋อไม่ได้แปลกใจที่โจวเฉียงรู้ข่าววงใน เพราะวิธีสืบหาทรัพย์มีร้อยแปดพันเก้า เช่น โจวเฉียงอาจจะเคยเห็นประกาศขายเก่าที่เจ้าของเคยโพสต์ไว้ในเน็ต หรือไม่ก็อาจจะมีเพื่อนสนิททำงานอยู่ที่เลี่ยนเจียคอยส่งข่าวให้ เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติในวงการนายหน้า
ช่องทางหาข่าวของพวกนายหน้ามีเยอะแยะ อธิบายวันเดียวก็ไม่จบ แถมบางช่องทางก็สีเทาๆ หน่อยๆ หลิวเฉิงเจ๋อเลยขี้เกียจซักไซ้ให้มากความ
แต่เหตุการณ์วันนี้ก็เตือนสติหลิวเฉิงเจ๋อได้เหมือนกันว่า ไม่มีอะไรจีรังยั่งยืน วงการนายหน้าอสังหาฯ ก็ต้องปรับตัวให้ทันยุคทันสมัย อย่างเรื่องการโทรเช็คทรัพย์โคลคอลลิ่งเนี่ย ถ้าเป็นเมื่อห้าปีก่อน โทรไปร้อยคนก็เจอทรัพย์ร้อยคน ต่อให้เจ้าของบ้านยุ่งแค่ไหนก็ไม่มานั่งโกหกกันหรอก การหาทรัพย์มันง่ายเหมือนปอกกล้วย แต่เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว บริษัทนายหน้าโทรจิกกันทุกวันจนเจ้าของบ้านเริ่มเขี้ยวลากดิน
"ผู้จัดการหวัง เรื่องวันนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับพวกเรา ต่อไปนี้นายหน้าเวลาโทรหาเจ้าของบ้าน อย่าเอาแต่ท่องบทสวด สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าสนใจจะปล่อยเช่าหรือขายไหมครับ เหมือนหุ่นยนต์แบบนี้ อย่าว่าแต่เจ้าของบ้านเลย ขนาดผมฟังเองยังรำคาญเลย มันดูขอไปทีเกินไป" หลิวเฉิงเจ๋อพูดเสียงเครียด
"ท่านผู้จัดการพูดถูกครับ เรื่องนี้ต้องปรับปรุงจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้เจ้าของบ้านก็รู้ทันเราไปหมด รับมือยากจริงๆ ครับ" หวังตงหยวนรีบรับลูก
"นั่นสิ นึกถึงสมัยที่ผมเพิ่งเริ่มเป็นนายหน้าใหม่ๆ กฎระเบียบไม่เยอะยุ่งยากเหมือนเดี๋ยวนี้หรอก ขอแค่ลูกค้าชอบบ้าน ก็เก็บค่านายหน้าจากลูกค้ามาก่อนก้อนนึง พอโอนบ้านเสร็จ ก็ไปเก็บจากเจ้าของบ้านอีกก้อนนึง ดีลเดียวฟันค่านายหน้าสองต่อ มันช่างหอมหวานจริงๆ" หลิวเฉิงเจ๋อรำลึกความหลัง
"ผู้จัดการหลิวเก่งจริงๆ ค่ะ พวกเราต้องเรียนรู้จากท่านอีกเยอะเลย" หลินเยว่รีบประจบ
"สมัยนั้นวงการนายหน้าเพิ่งบูม ถือว่าโชคดีที่มาทันช่วงเวลานั้นพอดี" หลิวเฉิงเจ๋อโบกมือถ่อมตัว
จังหวะนั้น หวังตงหยวนก็ลุกขึ้นยืน หันไปพูดกับนายหน้าทั้งสี่คน "ได้ยินที่ผู้จัดการหลิวพูดแล้วใช่ไหม ต่อไปเวลาโทรหาเจ้าของบ้านต้องใส่ใจ ใช้สมอง แล้วก็เพิ่มประสิทธิภาพให้มากกว่านี้ อย่าโทรแบบขอไปที ทรัพย์ดีๆ มักจะหลุดมือไปเพราะความมักง่ายแบบนี้แหละ"
อบรมลูกน้องเสร็จ หวังตงหยวนก็หันกลับไปยิ้มให้หลิวเฉิงเจ๋อ "ผู้จัดการหลิวครับ เพื่อนของท่านสะดวกวันไหนครับ เดี๋ยวผมจะให้ลูกน้องนัดเจ้าของบ้านไว้ล่วงหน้า"
"เพื่อนผมงานยุ่งมาก เอาแน่เอานอนไม่ได้" หลิวเฉิงเจ๋อลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อ "เอาอย่างนี้ พวกคุณพาผมไปดูก่อน แล้วก็ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วย ถ้าผมดูแล้วโอเค เดี๋ยวผมค่อยพาเพื่อนมาดูเอง"
เห็นหลิวเฉิงเจ๋อระมัดระวังตัวแจขนาดนี้ ไม่ยอมให้เบอร์เพื่อน แถมยังจะมาดูบ้านด้วยตัวเอง หวังตงหยวนก็เริ่มสงสัย ถ้าไม่สนิทกันมาก เพื่อนคนนี้ก็ต้องมีสถานะที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ
"ก็ได้ครับ งั้นผมจะให้พวกเขานัดเวลาดูบ้านให้ตรงกัน แล้วจะแจ้งท่านอีกทีครับ" หวังตงหยวนรับคำ
"โอเค งั้นตามนี้ ผมมีธุระต่อ ขอตัวก่อนนะ" พูดจบ หลิวเฉิงเจ๋อก็ลุกขึ้นเดินอาดๆ ออกจากร้านจงเหว่ยไป
"เฮ้อ..."
หลี่เหวินหมิงถอนหายใจยาว ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย เรื่องเมื่อครู่ทำเอาเขาเสียหน้าอย่างแรง
หวังตงหยวนปรายตามองลูกน้องแต่ยังไม่พูดอะไร เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง การบุกมาแบบไม่ทันตั้งตัวของหลิวเฉิงเจ๋อวันนี้ทำเอาเขาตั้งรับแทบไม่ทัน แต่ในเมื่อเรื่องมันผ่านไปแล้ว จะมัวกลุ้มใจไปก็เปล่าประโยชน์ สู้เอาเรื่องนี้มาเป็นบทเรียนสอนใจลูกน้องดีกว่า
"เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ พวกคุณเห็น ได้ยิน และสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว หลิวเฉวียนไม่ผูกเนกไท ผิดกฎบริษัท เสี่ยวหลี่โทรหาลูกค้าไม่ละเอียด ทำหลุดทรัพย์เกรดเอไปหนึ่งห้อง โดนผู้จัดการหลิวตำหนิซึ่งหน้า ผมในฐานะผู้จัดการร้านก็พลอยโดนข้อหาดูแลลูกน้องไม่ดีไปด้วย วันนี้ถือเป็นครั้งแรก ผมจะไม่ว่าอะไร แต่ถ้ามีครั้งหน้า ไม่ต้องรอให้ถึงมือผู้จัดการหลิวหรอก ผมนี่แหละจะจัดการพวกคุณเอง" หวังตงหยวนคาดโทษเสียงเย็น
"ผู้จัดการครับ ผมรู้ตัวว่าผิดแล้ว ต่อไปผมจะตั้งใจทำงาน จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกครับ" หลี่เหวินหมิงรับปากเสียงสั่นด้วยความกลัว
"พี่หวัง ต่อไปผมจะผูกเนกไททุกวันเลยครับ" หลิวเฉวียนก็ยอมอ่อนข้อเหมือนกัน
"ผมขี้เกียจบ่นพวกคุณแล้ว เอาผลงานมาพิสูจน์ฝีมือกันดีกว่า ผู้จัดการหลิวอุตส่าห์ป้อนลูกค้ามาให้ถึงปาก ถ้าพวกคุณหาบ้านที่ถูกใจไม่ได้ ปล่อยให้ลูกค้าหลุดมือไป ถึงตอนนั้นผมจะคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยคอยดู" หวังตงหยวนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
"ผู้จัดการวางใจได้เลยค่ะ เมื่อกี้เวลาน้อย ฉันเลยหาได้แค่ห้องเดียว ขอเวลาอีกหน่อย รับรองว่าฉันจะขุดทรัพย์เด็ดๆ ออกมาให้ได้แน่นอนค่ะ" หลินเยว่ตบหน้าอกรับประกัน
"ผู้จัดการครับ ผมก็จะพยายามหาเหมือนกัน ผมจะโทรเช็คเจ้าของห้องสองห้องนอนในหมู่บ้านใหม่อีกรอบ ต้องหาห้องที่เหมาะสมให้ได้ครับ" หลี่เหวินหมิงเม้มปากแน่น แววตามุ่งมั่น
หลี่เหวินหมิงจบปริญญาโท วุฒิสูงที่สุดในจงเหว่ยเรียลเอสเตท เขามักจะมีความเย่อหยิ่งโดยธรรมชาติ ไม่ค่อยเห็นหัวพวกพนักงานเก่าแก่อย่างหลิวเฉวียนหรือโจวเฉียง คิดเสมอว่าตัวเองมีการศึกษาสูงกว่า วิสัยทัศน์กว้างไกลกว่า เหมือนนกกระเรียนในฝูงไก่
แต่เหตุการณ์โดนตบหน้าฉาดใหญ่ในวันนี้ ปลุกให้เขาตื่นจากฝัน เพราะความสะเพร่าในการโทรหาลูกค้า ทำให้พลาดข้อมูลสำคัญ แถมยังอวดดีไปเถียงโจวเฉียงจนหน้าแตกยับเยิน วิธีเดียวที่จะกู้ศักดิ์ศรีคืนมาได้ คือต้องหาห้องสองห้องนอนที่ดีกว่ามาให้ได้ ขอแค่ปิดดีลนี้สำเร็จ นอกจากจะกู้หน้าคืนมาได้แล้ว ยังได้เงินก้อนโตอีกต่างหาก
"ฮ่าๆๆ อย่ามัวแต่ดีแต่ปากกันเลย ถ้าพูดถึงเรื่องปิดดีลนี้ ยังไงก็ต้องเป็นฉันอยู่แล้ว" หลิวเฉวียนเชิดหน้า คุยโวด้วยความมั่นใจ
"หลิวเฉวียน ขนาดห้องที่เหมาะสมยังหาไม่ได้สักห้อง ยังกล้ามาคุยโม้อีกนะ ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน" หลินเยว่เบะปากหมั่นไส้
"เรื่องนั้นเธอไม่ต้องยุ่งหรอก เอาเป็นว่าอีกไม่นาน ฉันจะเอาทรัพย์เกรดพรีเมียมมาวางตรงหน้าพวกเธอให้ดู" หลิวเฉวียนยิ้มกริ่ม ทำตัวลึกลับ
คำพูดของหลิวเฉวียนดูมั่นหน้าเกินเบอร์จนหลินเยว่ไม่ค่อยเชื่อถือ แต่โจวเฉียงกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะตามบันทึกในไดอารี่ คนที่ปิดดีลนี้ได้คือหลิวเฉวียนจริงๆ แสดงว่าหมอนั่นมีของดีอยู่ในมือแน่
เพียงแต่หลิวเฉวียนยังไม่รู้ตัวว่า ทรัพย์เกรดพรีเมียมห้อง 6-2503 ที่ควรจะเป็นของเขา ได้ถูกโจวเฉียงชิงตัดหน้าไปเรียบร้อยแล้ว ต่อให้เขาไปหาข้อมูลมาจากเพื่อน ก็ช้ากว่าโจวเฉียงไปก้าวหนึ่งอยู่ดี
ถึงอย่างนั้น โจวเฉียงก็ไม่ประมาท เพราะเมื่อเขาแย่งทรัพย์ของหลิวเฉวียนมาแล้ว หลิวเฉวียนก็คงต้องดิ้นรนหาห้องอื่นมาแทน พูดง่ายๆ คืออนาคตในส่วนนี้ได้ถูกเขาเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ไดอารี่เล่มนั้นคงช่วยอะไรไม่ได้อีก ที่เหลือต้องวัดกันที่กึ๋นของเขาล้วนๆ
โจวเฉียงกำหมัดแน่น ในเมื่อหลิวเฉวียนเคยใช้ห้อง 6-2503 ปิดดีลนี้ได้ ถ้าเปลี่ยนมาเป็นเขา เขาก็ต้องทำได้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นก็เสียชาติเกิดแย่
ยิ่งไปกว่านั้น ค่านายหน้าจากการขายห้อง 6-2503 อย่างน้อยๆ ก็ปาเข้าไปห้าหกหมื่นหยวน โจวเฉียงไม่มีทางยอมให้เงินก้อนนี้หลุดลอยไปอยู่ในมือคนอื่นเด็ดขาด!