- หน้าแรก
- สัญญารักท่านประธาน เริ่มต้นชีวิตใหม่กับเจ้าสาวสุดแกร่ง
- บทที่ 17 ผมก็รับงานพ่อบ้านเหมือนกัน
บทที่ 17 ผมก็รับงานพ่อบ้านเหมือนกัน
บทที่ 17 ผมก็รับงานพ่อบ้านเหมือนกัน
บทที่ 17 ผมก็รับงานพ่อบ้านเหมือนกัน
การปั่นกระแสติดเทรนด์ค้นหานั้นเสิ่นอวี่ฮ่าวมอบหมายให้ลูกน้องไปจัดการ เขาจึงไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของลู่เฉินมาก่อน
ลู่เฉินไม่ได้อ้วนหรืออัปลักษณ์ ตรงกันข้าม เขาจัดว่าเป็นคนหน้าตาดีทีเดียว
แม้แต่เสิ่นอวี่ฮ่าวเองยังต้องยอมรับในใจว่า หากตัดเรื่องฐานะออกไปแล้วให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเลือก ส่วนใหญ่คงเทใจให้ผู้ชายสไตล์ลู่เฉินมากกว่า
แต่ทำไมซูเนี่ยนอันต้องโกหกเขาด้วย?
หรือว่าเมื่อก่อนสองคนนี้จะมีอะไรลึกซึ้งต่อกันจริงๆ แล้วกลัวเขาจับได้ เลยจงใจเขี่ยหมอนั่นออกจากกองถ่าย?
หึ ซูเนี่ยนอันช่างสำคัญตัวผิดเสียจริง ทุกคนก็แค่เล่นสนุกกันขำๆ ทำไมต้องจริงจังขนาดนั้น
เสิ่นอวี่ฮ่าวเปิดวีแชต เลื่อนดูข้อความที่ซูเนี่ยนอันส่งมาเมื่อครู่ ริมฝีปากยกยิ้มอย่างนึกสนุกก่อนพิมพ์ตอบกลับไป
“ยังยุ่งอยู่เลยครับที่รัก พี่ก็คิดถึงหนูเหมือนกัน”
หลังจากรออยู่นาน ในที่สุดเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของซูเนี่ยนอันก็ดังขึ้น เธอกุลีกุจอเปิดอ่านทันที เพียงแค่เห็นข้อความ ใบหน้าก็ฉายแววดีใจออกมา
เธอรู้ว่าพี่อวี่ฮ่าวต้องงานยุ่งแน่ๆ พอเห็นข้อความก็รีบตอบกลับทันที
แต่จะขอเงินยังไงดีนะ?
ซูเนี่ยนอันเริ่มลังเล แต่ก็ไม่กล้าคิดนานกลัวว่าเสิ่นอวี่ฮ่าวจะวางมือถือไปเสียก่อน
ตัดสินใจถามตรงๆ เลยละกัน!
“พี่อวี่ฮ่าวคะ พอจะให้หนูยืมเงินหน่อยได้ไหม? เดี๋ยวพอได้เงินค่าตัวจากกองถ่ายแล้วหนูจะรีบคืนให้ทันทีเลยค่ะ”
พอเห็นข้อความ สีหน้าของเสิ่นอวี่ฮ่าวก็ฉายแวว ‘ว่าแล้วเชียว’ ออกมา
ผู้หญิงที่เข้าหาเขาใครบ้างไม่ได้หวังเงิน? แต่ก็ช่างเถอะ แค่เล่นสนุกกันไม่ใช่เหรอ? และความสนุกมันก็ต้องมีราคาค่างวดเป็นธรรมดา
การเล่นกับดาราสาวก็ไม่ต่างอะไรกัน
เขาแค่คิดว่าซูเนี่ยนอันจะรออีกสักพักค่อยเอ่ยปาก ไม่คิดว่าเธอจะไม่ต่างอะไรกับพวกเน็ตไอดอลที่ผ่านๆ มา
เธออยากได้เงินก็ได้ แต่เขาคงไม่ให้เปล่าๆ แน่
“เป็นอะไรไปครับที่รัก?”
ซูเนี่ยนอันรีบพิมพ์ตอบ “วันนี้แม่ไปเรียนเต้นแล้วขาพลิกกระดูกหัก ตอนนี้อยู่โรงพยาบาลค่ะ เงินเก็บของหนูเอาไปลงทุนหมดแล้ว ถอนออกมาทันทีไม่ได้ หนูหมดหนทางแล้วจริงๆ เลยต้องบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากพี่”
เสิ่นอวี่ฮ่าวผ่านสมรภูมิข้ออ้างตื้นๆ แบบนี้มานักต่อนัก มองปราดเดียวก็รู้ว่าโกหก
อย่างไรก็ตาม เขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และตอบกลับไป “ไม่ต้องห่วงนะที่รัก หนูต้องใช้เท่าไหร่? เดี๋ยวพี่โอนให้เดี๋ยวนี้แหละ”
ซูเนี่ยนอันแทบน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้ง
ดูสิ พี่อวี่ฮ่าวช่างใจกว้างจริงๆ ไม่เหมือนลู่เฉินที่นอกจากจะไม่ให้ยืมแล้วยังกล้าบล็อกเธออีก
แต่จะขอเท่าไหร่ดีนะ?
ขาหักหนึ่งข้างขอสักหมื่นหนึ่งจะมากไปไหม?
งั้นขอสักแปดหมื่นก่อนละกัน! ยังไงแม่เธอก็เป็นนักเต้น ร่างกายมีค่าดั่งทองคำ ย่อมต้องรักษาในโรงพยาบาลชั้นนำอยู่แล้ว
ถือโอกาสลองใจพี่อวี่ฮ่าวด้วย ถ้าเขาใจป้ำกับเธอจริงๆ วันหลังค่อยขอเพิ่มก็ยังได้
“พี่อวี่ฮ่าวคะ ไม่ต้องเยอะหรอกค่ะ แค่แปดหมื่นก็พอ”
เงินแปดหมื่นสำหรับเสิ่นอวี่ฮ่าวนั้นถือว่าน้อยนิด เขาเคยจ่ายเป็นแสนเพื่อหิ้วสาวสวยสองคนจากคฤหาสน์ยอดเมฆมาสนุกด้วยกันคืนเดียวด้วยซ้ำ
ทว่า เสิ่นอวี่ฮ่าวไม่ได้โอนเงินให้ซูเนี่ยนอันทันที แต่กลับส่งโลเคชั่นสถานที่แห่งหนึ่งไปให้แทน
โรงแรมซีเล่อเติงแกรนด์
“ซูซู มาหาพี่ที่โรงแรมนะ เดี๋ยวพี่เอาบัตรให้หนูเลย จะได้เอาไปใช้สะดวกๆ”
ส่งข้อความเสร็จ เสิ่นอวี่ฮ่าวก็เงยหน้าสั่งลูกน้องคนสนิท “จองห้องคิงไซส์ที่ซีเล่อเติงให้ฉันห้องหนึ่ง”
“ครับ”
“แล้วก็ไปจับตาดูไอ้ลู่เฉินนั่นไว้ด้วย ฉันอยากรู้ว่าใครหนุนหลังมันอยู่”
“รับทราบครับคุณชาย”
สำหรับเสิ่นอวี่ฮ่าว เรื่องความสัมพันธ์ของลู่เฉินกับซูเนี่ยนอันไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญคือใครหน้าไหนกล้ามาลบเทรนด์ค้นหาของเขา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สืบเสาะให้ดีว่าซิงฮุยเอ็นเตอร์เทนเมนต์มีอิทธิพลแค่ไหนในเมืองหลวง
เมื่อซูเนี่ยนอันเห็นโลเคชั่น เธอก็รู้ทันทีว่าเสิ่นอวี่ฮ่าวหมายความว่าอย่างไร
แต่ก็ไม่สำคัญหรอก ยังไงเธอก็ต้องตกเป็นของเขาไม่ช้าก็เร็วอยู่แล้ว
เธอคว้ากระเป๋าชาแนลที่ลู่เฉินเคยซื้อให้ขึ้นสะพายไหล่แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไป
ถังอิงตะโกนไล่หลังมา “ดึกป่านนี้แล้วจะไปไหน?”
“ฉันจะไปเอาเงินมาให้พวกแม่ไง”
........
วันรุ่งขึ้น ลู่เฉินเริ่มเก็บข้าวของเตรียมย้ายบ้าน
สมบัติของเขามีไม่มาก หลังจากเอาเสื้อผ้าออกจากตู้ เขาก็พับทีละตัวแล้วยัดลงในถุงกระสอบสานใบใหญ่
ส่วนชุดชั้นในและของมีค่าบางอย่างถูกจัดใส่กระเป๋าเดินทางแบบลาก
หลักๆ ก็มีเพียงเท่านี้
กว่าจะเก็บของเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงวัน เขาจึงสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากินรองท้องก่อนออกเดินทาง
ลู่เฉินไม่ได้คิดจะรบกวนให้ฮั่นเหมียวมารับ
คนอื่นให้เกียรติเขาเพราะเห็นแก่หน้าหลินซีเหยียน แต่เขาต้องรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงสัญญาจ้างเท่านั้น
หากมองในอีกมุมหนึ่ง ทั้งเขาและฮั่นเหมียวต่างก็เป็นลูกจ้างของหลินซีเหยียนเหมือนกัน
หลังจากทานข้าวเสร็จ เขาหิ้วถุงกระสอบด้วยมือข้างหนึ่งและลากกระเป๋าเดินทางด้วยมืออีกข้าง เดินออกจากห้องเช่าที่อาศัยมานานหลายปี
เมื่อลงมาถึงข้างล่าง เขาก็โบกเรียกแท็กซี่
คนขับเห็นเขามีสัมภาระเยอะจึงลงมาช่วยเปิดกระโปรงหลังรถให้อย่างกระตือรือร้น
หลังจากลู่เฉินขนของขึ้นรถเสร็จ เขาก็เปิดประตูเข้าไปนั่งด้านใน
“พ่อหนุ่มรูปหล่อ จะไปไหนครับ?”
คนขับถามขึ้น
ลู่เฉินลืมที่อยู่ที่ฮั่นเหมียวส่งมาให้ชั่วขณะ จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กดูอีกรอบ แล้วบอกคนขับ “เขตเซียงซาน ถนนโหย่วเฉียน หมู่บ้านลวี่เซียงหยวนครับ”
เมื่อได้ยินที่หมาย คนขับก็มองเขาผ่านกระจกมองหลัง “พ่อหนุ่ม หอบหิ้วสัมภาระพะรุงพะรังแบบนี้ จะไปทำงานที่นั่นเหรอ?”
“ครับ! ไปทำงาน”
ริมฝีปากของลู่เฉินยกยิ้มบางๆ
“คนอยู่เขตเซียงซานนี่รวยๆ ทั้งนั้น งานแถวนั้นไม่ใช่ใครจะหาทำได้ง่ายๆ นะ”
คนขับเดาะลิ้นทำเสียงจิ๊จ๊ะด้วยความอิจฉา “ญาติผมคนหนึ่ง ลูกเขาจบโทเมืองนอกยังกลับมาหางานเป็นพ่อบ้านที่เขตเซียงซานเลย แค่สอนหนังสือเด็กก็ได้เดือนละตั้งห้าหมื่นแน่ะ”
“โอ้ ดีจังเลยนะครับ งานสบายรายได้ดี”
คนขับเป็นคนช่างคุย ลู่เฉินจึงเออออห่อหมกไปตามเรื่อง
“แล้วพ่อหนุ่มหน้าตาดีขนาดนี้ ไปทำอะไรล่ะ? รปภ.เหรอ?”
คนขับถามอีกครั้ง
ลู่เฉินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ “ผมก็ไปเป็นพ่อบ้านเหมือนกันครับ”
“เป็นพ่อบ้านแบบไหนล่ะ? สอนหนังสือเด็กเหมือนกันหรือเปล่า?”
“แล้วแต่เจ้านายจะสั่งครับ ผมทำได้หมด”
“แล้วจบวุฒิอะไรมาล่ะ?”
“ปริญญาตรีครับ”
คนขับส่ายหน้าเบาๆ เมื่อได้ยินดังนั้น “งั้นคงได้ไม่ถึงห้าหมื่นหรอก แต่น่าจะได้สักสองหมื่นแน่ๆ ไม่มีปัญหา”
ลู่เฉินยิ้มรับโดยไม่ตอบอะไร
คุยสัพเพเหระกันตลอดทาง ไม่นานแท็กซี่ก็ขับมาถึงหมู่บ้านลวี่เซียงหยวนตามจีพีเอส
ลู่เฉินลงจากรถและขนสัมภาระลง ตรงหน้าคือประตูรั้วเหล็กบานมหึมา ข้างๆ มีป้ายหินสลักชื่อ: ลวี่เซียงหยวน
ตอนแรกเขาคิดว่าลวี่เซียงหยวนเป็นชื่อคอนโดมิเนียม แต่ที่ไหนได้ มันกลับเป็นเขตคฤหาสน์หรูส่วนตัว
ทว่าประตูรั้วปิดสนิท เขาเข้าไปไม่ได้ ตอนนี้ทำได้แค่ติดต่อฮั่นเหมียวเท่านั้น
เขาโทรหาฮั่นเหมียว “ผู้ช่วยฮั่น ผมมาถึงแล้วครับ รบกวนช่วยออกมารับหน่อยได้ไหมครับ?”
“คุณมาถึงแล้วเหรอ!” ฮั่นเหมียวตกใจเล็กน้อย “ไหนตกลงกันว่าฉันจะไปรับไงคะ? งั้นรอสักครู่ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
ฮั่นเหมียววางสายแล้วรีบวิ่งลงจากตึกออฟฟิศเพื่อขับรถไปยังลวี่เซียงหยวน
ลวี่เซียงหยวนเป็นหนึ่งในที่พักส่วนตัวของหลินซีเหยียน ฮั่นเหมียวไม่ได้พักที่นั่น กลางวันเธอต้องทำงานที่บริษัท
ถ้าท่านประธานรู้ว่าเธอไม่ได้ไปรับลู่เฉิน โบนัสปลิวแน่
ก่อนหน้านี้เธอได้รับคำกำชับเป็นพิเศษว่าต้องดูแลลู่เฉินให้ดีในช่วงไม่กี่วันนี้
คุณลู่เฉินคนนี้นี่นะ ทำไมต้องเกรงใจเธอขนาดนี้ด้วย?
ปกติการขับรถจากออฟฟิศไปลวี่เซียงหยวนต้องใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที แต่ครั้งนี้ฮั่นเหมียวซิ่งมายบัคราวกับบินมา ใช้เวลาเพียงห้านาทีก็ถึงที่หมาย
เธอไม่สนว่ารถจะพังเสียหายหรือไม่ ขอแค่ทำผลงานเข้าตา สิ้นปีเจ้านายอาจตกรางวัลเป็นรถคันใหม่ให้ก็ได้