- หน้าแรก
- ระบบจอมวายร้าย ขอโทษที พอดีผมร้ายกว่าระบบ
- บทที่ 21 - งานเลี้ยงและผู้สืบทอดลำดับที่ศูนย์
บทที่ 21 - งานเลี้ยงและผู้สืบทอดลำดับที่ศูนย์
บทที่ 21 - งานเลี้ยงและผู้สืบทอดลำดับที่ศูนย์
บทที่ 21 - งานเลี้ยงและผู้สืบทอดลำดับที่ศูนย์
"เอาล่ะ คืนนี้เจ้าพักผ่อนให้เต็มที่เถอะ พรุ่งนี้ยังมีงานใหญ่รออยู่" กู้ชิงเฟิงโบกมืออำลาเสวียนอี ก่อนจะเดินจากไป
เสวียนอีเดินกลับมาถึงเรือนพัก เห็นท่านย่าเฟิ่งจิ๋วยืนรออยู่หน้าประตู จึงโบกมือเรียก "คุณย่าขอรับ ทางนี้ขอรับ" เขาเร่งฝีเท้าเข้าไปหาเฟิ่งจิ่วอย่างรวดเร็ว
"หลานรัก วันนี้วิ่งวุ่นมาทั้งวัน คงจะเหนื่อยมากเลยสิ" เฟิ่งจิ่วลูบศีรษะเสวียนอีด้วยความเอ็นดู "คืนนี้พักผ่อนให้สบายนะ พรุ่งนี้ยังมีเรื่องที่ต้องเหน็ดเหนื่อยอีกมาก"
เสวียนอีพยักหน้าตอบ ก่อนจะถูกเฟิ่งจิ่วนำไปยังเรือนหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ซึ่งแลดูหรูหราโอ่อ่าตระการตายิ่ง
"ชอบเรือนนี้หรือไม่" เฟิ่งจิ่วชี้ไปยังเรือนที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงราวกับกำลังอวดผลงาน
"ชอบขอรับ ชอบมากขอรับ" เสวียนอีรีบตอบอย่างว่องไว เพราะหากช้าไปเพียงวินาทีเดียว ท่านย่าคงสั่งรื้อแล้วสร้างใหม่เป็นแน่
"ชอบก็ดีแล้ว หลานรักรีบเข้านอนเถอะ ย่าไปก่อนนะ" สิ้นเสียง เฟิ่งจิ่วก็หายวับไป
ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบ
ในรุ่งสางของวันใหม่ มีคนมารอรับเสวียนอีตั้งแต่เช้าตรู่
เสวียนอีมิได้อิดออด เขาทักทายคนในเรือนเล็กน้อยแล้วเดินตามผู้ที่มารับไป
เริ่มจากการอาบน้ำชำระกาย ภายใต้การปรนนิบัติของสาวใช้ตัวน้อย เสวียนอีถึงกับหน้าแดงระเรื่อ ขณะที่เขาก้าวลงไปในสระน้ำซึ่งมีไอเซียนลอยฟุ้งอยู่
จากนั้น เขาถูกนำไปยังศาลบรรพชนขนาดมหึมา
"ได้เวลาอันเป็นมงคล อัญเชิญดวงวิญญาณ——"
เหล่าผู้อาวุโสหลายท่านที่เสวียนอีไม่รู้จักชื่อกำลังสวดภาวนาอยู่ในศาลบรรพชน พลังสายเลือดอันมหาศาลพลันพวยพุ่งออกมาจากร่างของพวกเขา
บันทึกรายชื่อตระกูลที่อยู่บนแท่นบูชาตอบรับด้วยการเปล่งแสงสีขาวเสียดฟ้า
"บูชาบรรพชน——"
เสวียนอีพร้อมด้วยลูกหลานตระกูลกู้ทุกคนที่อยู่โดยรอบคุกเข่าลงพร้อมกัน
"อัญเชิญเซียน——" เสียงขานยาวดังขึ้นอีกครา
เงาร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นจากบันทึกรายชื่อตระกูล
จากการตรวจสอบพบว่า กู้เสวียนอีแห่งตระกูลกู้ สืบเชื้อสายมาจากกู้เจิ้นหลง ซึ่งเป็นบรรพชนลำดับที่สองแห่งสาขาที่หก รุ่นอักษรอี
"พลังสายเลือด จงตื่นเถิด!"
เงาร่างนั้นชี้ตรงมาที่เสวียนอี เขารู้สึกได้ว่าโลหิตในกายกำลังคำรามกึกก้อง ร่างกายของเขาแผ่กลิ่นอายแห่งความเกรียงไกรออกมา
รูปลักษณ์ของเสวียนอีก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
เสวียนอีคนเดิมนั้น แม้จะดูหล่อเหลา แต่ก็เป็นเพียงความหล่อของเด็กหนุ่มทั่วไป การชะล้างด้วยพลังสายเลือดตระกูลกู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาราวกับได้รับชีวิตใหม่
ประการแรก ส่วนสูงของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่ชุดซึ่งเฟิ่งจิ่วมอบให้นั้นสามารถปรับขนาดได้ตามตัวผู้สวมใส่ มิเช่นนั้นเสื้อผ้าคงขาดวิ่นไปแล้วเป็นแน่
ประการต่อมา คิ้วและดวงตาดูมีสง่าราศีมากยิ่งขึ้น โครงหน้าคมเข้มชัดเจน บริเวณระหว่างคิ้วแฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามที่ไม่อาจปฏิเสธได้
"ลงนามในบันทึกตระกูล—" เสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง
ผู้อาวุโสท่านหนึ่งเก็บโลหิตหยดหนึ่งของเสวียนอี จากนั้นใช้โลหิตหยดนั้นเขียนชื่อลงในบันทึกตระกูล
ทันใดนั้น ราชโองการฉบับหนึ่งก็ค่อยๆ ลอยลงมาจากความว่างเปล่าเหนือศาลบรรพชน
ผู้คนต่างส่งเสียงฮือฮา มองดูราชโองการนั้นร่อนลงมา
ในที่สุดมันก็ตกลงบนมือของผู้อาวุโสท่านแรกที่ยืนอยู่ทางซ้ายมือของศาลบรรพชน
"นี่คือ... ราชโองการเซียน?" ผู้อาวุโสผมขาวท่านนั้นมือสั่นเทาขณะเปิดราชโองการ
เสียงอันทรงพลังดังกังวานออกมาจากภายใน พร้อมกับที่ตัวอักษรบนราชโองการลอยออกมาปรากฏบนท้องฟ้า
"กู้เสวียนอี กู้เต้าอี แห่งตระกูลกู้ จงรับราชโองการ"
กู้เต้าอีที่ยืนอยู่ด้านข้างเดินออกมา คุกเข่าลงอย่างนอบน้อมเคียงคู่กับเสวียนอี
กู้เสวียนอีและกู้เต้าอีเปรียบเสมือนมังกรคู่แห่งตระกูลกู้ บัดนี้จึงขอแต่งตั้งกู้เต้าอีให้ดำรงตำแหน่งบุตรเทพแห่งตระกูลกู้ตลอดชีพ และแต่งตั้งกู้เสวียนอีให้ดำรงตำแหน่งผู้สืบทอดลำดับที่ศูนย์แห่งตระกูลกู้ตลอดชีพ
หวังว่าทั้งสองจะร่วมมือกัน นำพาตระกูลกู้ให้รุ่งโรจน์ท่ามกลางสถานการณ์อันลึกลับซับซ้อนนี้
"ลูกหลานกู้เต้าอี กู้เสวียนอี ขอน้อมรับราชโองการ"
ทั้งสองโขกศีรษะคำนับสามครั้งอย่างหนักแน่นและพร้อมเพรียง
เมื่อเงยหน้าขึ้น ราชโองการเซียนก็อันตรธานหายไป
กู้เต้าอีถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง ส่วนเสวียนอียังคงยืนอยู่ที่เดิมเพื่อประกอบพิธีสืบไป
พิธีกรรมดำเนินไปอย่างยาวนานและซับซ้อน กว่าจะเสร็จสิ้นก็ล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงวัน จากนั้นเสวียนอีก็ถูกกู้ชิงเฟิงนำตัวไปทำความรู้จักกับบรรดาญาติและผู้อาวุโส
"นี่คือลูกพี่ลูกน้องของพ่อหลาน... นี่คือคุณย่าทวดสี่..." กว่าจะทักทายครบถ้วนทุกคน ตะวันก็จวนจะลับขอบฟ้า
"เอาล่ะ กลับไปเตรียมตัวเถอะ พิธีเมื่อเช้าเป็นเพียงเรื่องภายในตระกูล แต่งานเลี้ยงคืนนี้คงมีผู้ไม่ประสงค์ดีมาร่วมงานไม่น้อย"
เสวียนอีไม่ได้กลับไปที่เรือน เพียงใช้วิชาชำระกายปัดเป่ามลทินออกจากตน
จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดงานเลี้ยง
ที่หน้าประตู เขาพบคนที่มารอดักพบเขากับกู้เต้าอีโดยเฉพาะ
เมื่อเห็นกู้เสวียนอี คนผู้นั้นก็พุ่งเข้าหาทันที
ครั้นเห็นท่านบรรพชนศักดิ์สิทธิ์สิบวิ่งตรงเข้ามา เสวียนอีก็เตรียมตัวใส่เกียร์หมาเพื่อโกยหนีให้แนบเนียน
"เจ้าหนูเสวียน อย่าเพิ่งหนีสิ ท่านสิบมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย"
แล้วเสวียนอีก็ถูกลากตัวไปอย่างมิอาจขัดขืน
ไม่มีใครรู้ว่าท่านสิบกระซิบกระซาบอะไรกับเสวียนอี
พอเสวียนอีฟังจบก็ตบต้นขาตนเองฉาดใหญ่
"ไม่มีปัญหา ไว้ใจผมได้เลย" เสวียนอีกล่าวพลางตบหน้าอกรับประกันอย่างหนักแน่น
"ถ้างั้นก็รออยู่นี่นะ เดี๋ยวดักรอเจ้าเต้าอีด้วย" ท่านสิบทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ ราวกับโจรขโมย
ไม่นานนัก กู้เต้าอีก็เดินทางมาถึง เสวียนอีรีบดึงตัวกู้เต้าอีไปที่มุมห้อง เพื่อถ่ายทอดคำพูดของท่านสิบให้ฟัง
กู้เต้าอีมองไปยังใบหน้าเจ้าเล่ห์ของคนเหล่านั้น จากนั้นจึงพยักหน้าเห็นด้วยในที่สุด
"ได้เวลาอันเป็นมงคลแล้ว ขอเชิญเข้าสู่ลานพิธี—"
เสวียนอีและกู้เต้าอีเดินเข้าสู่ลานพิธี
ทันทีที่ทั้งสองปรากฏกาย ก็กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนทั่วทั้งงาน
กู้เต้าอีสวมชุดขาว พลังปราณเทพแผ่ขยาย แสงศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมใบหน้าจนไม่อาจมองเห็นรูปโฉมที่แท้จริง
กลิ่นอายแห่งเซียนอบอวล รูปลักษณ์ราวกับเซียนลงมาจุติ
เสียงแห่งเต๋าดังกังวานก้อง ทำให้ผู้ที่ได้ยินรู้สึกราวกับอาบสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ
ส่วนเสวียนอีนั้นแตกต่างจากกู้เต้าอีโดยสิ้นเชิง
เสวียนอีสวมชุดยาวสีดำสนิท ปักลายหงส์ทองคำส่องประกายระยิบระยับ
รอบกายเสวียนอีมีมังกรตัวหนึ่งพัวพันอยู่ ดูองอาจและน่าเกรงขามยิ่ง
เสียงกระซิบของปีศาจ, เหล่าเซียนก้มกราบ, เสียงดนตรีแห่งเซียน และเสียงล่อลวงของมาร, ทุกสิ่งเหล่านี้ดังก้องประสานกัน
ราวกับต้องการจะดูดกลืนผู้คนให้ตกลงสู่หลุมดำอันมืดมิด
ใบหน้าของเสวียนอีก็ถูกปกคลุมด้วยไอเซียนเช่นกัน
รัศมีที่แผ่ออกมาคือความเผด็จการที่ไร้ผู้เปรียบเทียบ
"ตระกูลชือมอบของขวัญแด่ท่านผู้สืบทอด 《คัมภีร์เก้าสวรรค์》 สามม้วน"
"เผ่าหงส์มอบ 《ขนอ่อนบรรพชนหงส์》 ให้แก่เหลนชาย"
หากของขวัญจากตระกูลชือทำให้ผู้คนสูดปากด้วยความตะลึงพรึงเพริด ของขวัญจากเผ่าหงส์กลับเรียกเสียงตื่นตะลึงดังลั่นงาน
นั่นคือ 《ขนอ่อนบรรพชนหงส์》 เชียวนะ! ทั่วทั้งโลกมีเพียงเผ่าหงส์เท่านั้นที่ครอบครองสิ่งนี้
มันสามารถทำให้ผู้ใช้บังเกิดใหม่จากกองเพลิงได้ นับเป็นของล้ำค่าที่แม้มีเงินมากมายก็มิอาจหามาครอบครองได้
"แดนศักดิ์สิทธิ์จี๋เทียน มอบของขวัญ 《ผลหมื่นเคราะห์》"
"นั่นคือขั้วอำนาจที่ท่านบรรพชนจี๋เทียนเคยสังกัดอยู่มิใช่หรือ?"
"ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะมาด้วย! ไหนว่าปลีกวิเวกไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอกมิใช่หรือ?"
"ผู้สืบทอดลำดับที่ศูนย์แห่งตระกูลกู่นั้น มีผู้ใดบ้างเล่าที่ไม่เคยเป็นผู้บุกเบิกนำหน้ายุคสมัย?"
"บรรพชนแห่งตระกูลกู้คงจะคำนวณการบางอย่างไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นอน" ผู้คนด้านล่างต่างซุบซิบกระซาบกัน
หลังจากนั้น ขั้วอำนาจใหญ่อีกหลายสิบแห่งก็ทยอยกันมอบของกำนัล
ข้างกายฉือจ้านเทียนมีหญิงสาวร่างเล็กยืนอยู่ นางมองฉือจ้านเทียนที่กำลังยิ้มกว้าง สลับไปมองเสวียนอีซึ่งกำลังถูกจับจ้องอย่างเขม็ง
ข้างกายเหล่าผู้อาวุโสเผ่าหงส์ ก็มีหญิงสาวผู้มีรูปร่างเย้ายวนยืนอยู่เช่นกัน
เมื่อมองไปทั่วงานเลี้ยง แทบทุกขั้วอำนาจต่างพาลูกสาวหลานสาวที่อยู่ในวัยออกเรือนมาในงาน
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะกู้เสวียนอีระหกระเหินอยู่ภายนอก และยังไม่มีการหมั้นหมาย หากลูกสาวของตระกูลใดได้รับเลือก ก็เท่ากับหนูตกถังข้าวสาร กลายเป็นหงส์ฟ้าไปในทันที
ส่วนกู้เต้าอีนั้นได้มีการหมั้นหมายไปตั้งแต่จัดงานวันเกิดอายุสิบขวบแล้ว เหลือเพียงแค่รอเวลาเข้าพิธีวิวาห์เท่านั้น
(จบแล้ว)