- หน้าแรก
- ฝ่ามิติทะลุยุคสมัย ไปเป็นตำรวจผู้ช่วยที่ร่ำรวย
- ตอนที่ 23 เหล่าลูกหลาน
ตอนที่ 23 เหล่าลูกหลาน
ตอนที่ 23 เหล่าลูกหลาน
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมนายถึงไปรู้จักพวกถังถังได้?” ซ่งเต๋อหงกับเหมาหย่งรีบกรูเข้ามาล้อมจางเจี้ยนชวนอย่างอดใจไม่ไหว “บัดซบเอ๊ย ไอ้เจี้ยนชวน นายแกล้งทำเป็นใสซื่อได้เนียนจริง ๆ ยังมีหน้ามาว่าฉันอีก ผลสุดท้ายกลับมาเล่นท่าพยัคฆ์ดำล้วงใจซะเอง...”
ซ่งเต๋อหงพูดจาไม่เลือกคำ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “สาวที่มากับถังถังคนนั้นคือใครน่ะ หน้าตาน่ารักชะมัดเลย ทำไมฉันไม่เคยเห็นมาก่อน? ดูไม่เหมือนคนในโรงงานเลยนี่นา”
“ไม่ใช่คนในโรงงานแน่นอน!” เหมาหย่งก็พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ “ฉันเห็นถังถังแนะนำให้เยี่ยนซิวเต๋อรู้จัก ถ้าเป็นคนในโรงงาน เยี่ยนซิวเต๋อจะไม่รู้จักได้ยังไง?”
จางเจี้ยนชวนขี้เกียจจะอธิบาย กับไอ้พวกที่พอเห็นเด็กสาวสวย ๆ แล้วเลือดก็ขึ้นหน้าจนตาแดงก่ำไปหมด อธิบายไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก มีแต่จะยิ่งโดนซักไซ้ไล่เลียงมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเห็นจางเจี้ยนชวนไม่ยอมพูดอะไรมาก ซ่งเต๋อหงกับเหมาหย่งต่างก็มีท่าทีคันยิบ ๆ ในใจจนแทบทนไม่ไหว อยากจะลากตัวจางเจี้ยนชวนมาเค้นถามให้รู้เรื่อง
ถังถังถือเป็นคนดังของโรงงาน ไม่เพียงแต่จะหน้าตาสวยเท่านั้น แต่ยังเป็นนักศึกษาที่เรียนจบมหาวิทยาลัยอีกด้วย ตอนนี้ยังย้ายไปอยู่ที่แผนกประชาสัมพันธ์ของโรงงานอีก ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็สามารถดึงดูดสายตาผู้คนได้เสมอ ไม่นึกเลยว่าจางเจี้ยนชวนนี่จะสามารถเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักได้
แต่จางเจี้ยนชวนกลับไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น ตอนนี้เขาก็ไม่มีอารมณ์ไปคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้เหมือนกัน
เมื่อมองไปทางพี่ชายที่ยืนทำท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้าง ๆ โจวอวี้หลี ได้แต่ปั้นหน้ายิ้มแหย ๆ แกล้งทำเป็นไม่สนใจ ยืนมองฉู่เหวินตงกับนักศึกษาคนนั้นกำลังถกเถียงอะไรกันอยู่ ไม่สามารถแทรกปากเข้าไปได้แม้แต่ครึ่งคำ จางเจี้ยนชวนก็รู้สึกอึดอัดและร้อนใจแทนเขา
จางเจี้ยนชวนเห็นเยี่ยนซิวเต๋อพาคนเดินเข้ามาอยู่ข้าง ๆ โจวอวี้หลี
คราวนี้ยิ่งคึกคักเข้าไปใหญ่
นักศึกษาคนนั้นดูเหมือนจะมีท่าทีอึดอัดอยู่บ้างเหมือนกัน คงจะเป็นเพราะรู้สึกไม่คุ้นเคยที่ต้องมาเผชิญหน้ากับลูกชายของรองผู้อำนวยการโรงงาน
ส่วนฉู่เหวินตงนั้น ถึงแม้ในใจไม่อยากจะยอมแพ้ แต่ก็ไม่กล้าแสดงสีหน้าอะไรออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ลูกหลานคนงานในโรงงาน แต่ลุงเขยของเขาก็อยู่ในโรงงานนี้ ย่อมรู้ดีถึงอิทธิพลของลูกชายรองผู้อำนวยการโรงงานดี
ส่วนพี่ชายของเขานั้นยิ่งถูกเบียดกระเด็นออกไปอยู่วงนอกสุด ได้แต่ยืนถูมือไปมาอย่างกระอักกระอ่วนอยู่ข้าง ๆ
ข้างกายของเด็กสาวสวย ๆ ไม่เคยขาดความคึกคักอยู่แล้ว ย่อมมีผู้คนนับไม่ถ้วนวิ่งกรูเข้าไปหา ก็เหมือนกับที่เยี่ยนซิวเต๋อเข้าไปเอาอกเอาใจอยู่ข้าง ๆ โจวอวี้หลี ส่วนข้าง ๆ ซานหลินกับถังถัง ตอนนี้ก็มีคนเข้าไปรุมล้อมอยู่เช่นกัน
เมื่อเห็นจางเจี้ยนชวนมองไปทางโจวอวี้หลีแล้วส่ายหน้าไม่หยุด เหมาหย่งก็กดเสียงต่ำพูดว่า “เจี้ยนชวน คนที่จีบโจวอวี้หลีน่ะมีไม่น้อยเลยนะ พี่ชายนายคิดยังไงของเขา? เขายังไม่ได้เข้าโรงงานเลยด้วยซ้ำ ไม่เห็นเหรอว่าขนาดฉู่หมื่นหยวนยังต้องหลีกทางให้เลย...”
เหมาหย่งพูดความจริง ในใจของจางเจี้ยนชวนเองก็รู้สึกว่าพี่ชายของเขาคงจะไม่มีหวังแล้ว แต่จะให้ไปพูดจาหักหน้าพี่ชายต่อหน้าคนนอกได้ยังไงกัน?
“พวกนายเล่นกันอยู่แถวนี้ก่อนนะ ฉันขอตัวไปทางโน้นแป๊บนึง” จางเจี้ยนชวนบอกกล่าวกับซ่งเต๋อหงและเหมาหย่งสองสามคำ จากนั้นก็เดินไปยังทางที่พี่ชายของเขายืนอยู่
เป็นเพราะท่าทางของพี่ชายในตอนนี้นมันช่างดูน่าอึดอัดใจเสียเหลือเกิน จางเจี้ยนชวนเห็นแล้วยังรู้สึกอายแทนไปด้วยเลย
พอเห็นจางเจี้ยนชวนเดินเข้ามา จางเจี้ยนกั๋วก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกในที่สุด
การที่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้มันช่างน่าอึดอัดทรมานเหลือเกิน รู้อย่างนี้ไม่มาซะดีกว่า
เขามองเยี่ยนซิวเต๋อที่ยืนส่งยิ้มพูดคุยอยู่ข้าง ๆ โจวอวี้หลีกับโหยวซวี่ ส่วนนักศึกษาแซ่หลัวคนนั้นก็นาน ๆ ทีถึงจะได้มีโอกาสแทรกบทสนทนาได้สักคำสองคำ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของตัวเอง ในขณะที่ฉู่เหวินตงทำได้เพียงแค่ยืนยิ้มแห้ง ๆ อยู่ข้าง ๆ คอยยื่นบุหรี่ให้คนรอบวงเป็นครั้งคราว
การปรากฏตัวของจางเจี้ยนชวนก็ดึงดูดความสนใจของเยี่ยนซิวเต๋อเช่นกัน
ถังถังกับเพื่อนของเธออยู่ที่นั่น จางเจี้ยนชวนกลับสามารถเดินเข้าไปพูดคุยได้ แถมยังคุยกันอยู่ตั้งนาน ยังเชิญเพื่อนของถังถังเต้นรำไปเพลงหนึ่งด้วย นี่ทำให้เยี่ยนซิวเต๋อรู้สึกประหลาดใจมาก
เด็กสาวคนนั้นได้ยินมาว่าเป็นคนของรัฐบาลเมืองตงป้า แถมยังไว้ตัวยิ่งกว่าถังถังเสียอีก ตลอดทั้งคืนนี้ แทบไม่มีผู้ชายคนอื่นเชิญเธอเต้นรำได้สำเร็จเลย ยกเว้นก็แต่เจ้าจางเจี้ยนชวนนี่
สองพี่น้องจางเจี้ยนกั๋วกับจางเจี้ยนชวน แน่นอนว่าเยี่ยนซิวเต๋อรู้จัก พ่อของพวกเขาเคยเป็นคนขับรถให้กับอดีตผู้อำนวยการโรงงานคนเก่าเกาเต๋อจ่าน ต่อมาได้เป็นหัวหน้าแผนกยานยนต์ แล้วก็ดันไปมีปัญหาเรื่องชู้สาวเข้า ผลสุดท้ายก็เลยถูกย้ายไปเป็นรองหัวหน้าที่แผนกรถบรรทุก
จางเจี้ยนชวนก็รู้จักเยี่ยนซิวเต๋อเช่นกัน อายุมากกว่าเขาสองสามปี เรียนรุ่นพี่เขาสองรุ่น แถมยังเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมัธยมอันเจียงเหมือนกันอีกด้วย แต่ตอนที่เขาเรียนอยู่ ม.4 เยี่ยนซิวเต๋อก็อยู่ ม.6 แล้ว ต่อมาก็สอบติดโรงเรียนเทคนิคอุตสาหการเครื่องกลฮั่นตู สองปีต่อมาก็ถูกส่งตัวกลับมาทำงานที่โรงงาน ตอนนั้นอีกฝ่ายก็ไปเป็นทหารแล้ว
“เจี้ยนชวน!”
“พี่รองเยี่ยน พี่ใหญ่ครับ” เมื่อเห็นเยี่ยนซิวเต๋อทักทายเขาก่อน จางเจี้ยนชวนก็รีบขานรับ
“นาน ๆ จะได้เห็นหน้านายสักทีนะ เป็นทหารกลับมาแล้วเหรอ?” เยี่ยนซิวเต๋อไม่ได้เจอกับจางเจี้ยนชวนมาหลายปีแล้ว เขาตัวสูงขึ้นเป็นกอง แต่หน้าตาก็ไม่ค่อยเปลี่ยนไปเท่าไหร่ ยังคงเหมือนกับตอนที่เรียนมัธยมปลายไม่ผิดเพี้ยน
การทักทายของเยี่ยนซิวเต๋อทำให้สายตาของคนอื่น ๆ อีกหลายคนหันมาจับจ้องอยู่ที่จางเจี้ยนชวน
สองพี่น้องจางเจี้ยนกั๋วกับจางเจี้ยนชวนหน้าตาไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่
จางเจี้ยนกั๋วหน้าเหมือนแม่ ดูสุภาพเรียบร้อยกว่าจางเจี้ยนชวนอยู่บ้าง ส่วนจางเจี้ยนชวนหน้าเหมือนพ่อ โครงหน้าค่อนข้างเหลี่ยมกว่า ดูมีแววโดดเด่นมากกว่า
ในด้านนิสัยก็เช่นกัน ตอนอยู่ที่โรงเรียน จางเจี้ยนกั๋วเป็นนักเรียนดีเด่น ตั้งใจเรียนอย่างหนัก แต่ผลการเรียนกลับไม่ค่อยดี
ส่วนจางเจี้ยนชวนนิสัยดื้อรั้นไม่ยอมคน ตอนเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนลูกหลานคนงานก็มีเรื่องชกต่อยเป็นประจำ ไม่ค่อยตั้งใจเรียนเท่าไหร่ แต่ผลการเรียนกลับดี ต่อมาพอไปเรียนต่อที่โรงเรียนมัธยมอันเจียงก็ยังเป็นเหมือนเดิม ตอนอยู่ ม.4 ก็เคยมีเรื่องชกต่อยกับนักเรียน ม.6 เพราะแย่งสนามบาสเกตบอลกัน เกือบจะโดนลงโทษทางวินัย
ที่เยี่ยนซิวเต๋อจำจางเจี้ยนชวนได้แม่น ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะว่าจางเจี้ยนชวนกับเขาต่างก็เป็นลูกหลานคนงานในโรงงานทอผ้าเหมือนกัน สองก็คือเป็นเพราะเรื่องชกต่อยครั้งนั้นของจางเจี้ยนชวน ที่เล่นงานเพื่อนร่วมชั้นของเขาในตอนนั้นจนบาดเจ็บ
ต้องรู้ด้วยว่าตอนนั้นเขาอยู่ ม.6 แล้ว แต่อีกฝ่ายเพิ่งจะเข้าโรงเรียนมาได้ไม่นาน กลับกล้าที่จะมีเรื่องชกต่อยกับนักเรียนรุ่นพี่ แถมอีกฝ่ายยังเป็นนักเรียนไปเช้าเย็นกลับในตัวอำเภออีกด้วย นี่ก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะต้องมองจางเจี้ยนชวนในแง่มุมใหม่
ถึงแม้ว่าหลังจากเกิดเรื่อง ทุกคนต่างก็รู้ความกันดีว่าไม่ควรทำให้เรื่องมันใหญ่โตไปถึงโรงเรียน แต่สุดท้ายโรงเรียนก็ยังจับได้อยู่ดี เพียงแต่ว่าทุกคนต่างก็ไม่ยอมรับ สุดท้ายโรงเรียนก็เลยไม่สามารถลงโทษอะไรได้
“กลับมาได้หลายเดือนแล้วครับ” จางเจี้ยนชวนไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเยี่ยนซิวเต๋อ ก็แค่ระดับคนรู้จักเท่านั้น
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเยี่ยนซิวเต๋อคิดยังไงกับโจวอวี้หลี แต่ก็สัมผัสได้ว่าการปรากฏตัวของเยี่ยนซิวเต๋อทำเอาแม้แต่นักศึกษาคนนั้นกับฉู่เหวินตงยังต้องถูกเบียดไปอยู่ข้าง ๆ ส่วนพี่ชายของเขาก็คือถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีไปเลย ในใจของจางเจี้ยนชวนก็รู้สึกไม่ค่อยพอใจอยู่บ้างเหมือนกัน
แน่นอนว่าเขาก็รู้ดีว่าเรื่องนี้จะไปโทษเยี่ยนซิวเต๋อก็ไม่ได้ เรื่องความรักการคบหากันมันก็เป็นเรื่องของความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย พูดจาแบบไม่เกรงใจเลยก็คือ ต่อให้ไม่มีเยี่ยนซิวเต๋อ โจวอวี้หลีก็ไม่แน่ว่าจะมองพี่ชายของเขาอยู่ดี จางเจี้ยนชวนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพี่ชายของเขาไปเอาความมั่นใจแบบงง ๆ มาจากไหนว่าตัวเองกับโจวอวี้หลีจะมีหวัง
แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ของพี่ชายในตอนนี้แล้ว คาดว่าเรื่องราวต่าง ๆ ในคืนนี้น่าจะทำให้เขาตาสว่างขึ้นมาได้ไม่น้อย
“กลับมาหลายเดือน แล้วทำไมถึงไม่เคยเห็นหน้านายเลยล่ะ เจี้ยนกั๋วฉันยังพอเห็นอยู่บ่อย ๆ” เยี่ยนซิวเต๋อหัวเราะ “คิดจะเข้าโรงงานแล้วเหรอ? ได้ยินมาว่าปีหน้าโรงงานจะรับสมัครคนงานรอบหนึ่งนะ...”
พอพูดถึงประเด็นนี้ขึ้นมา ทุกคนรวมถึงโจวอวี้หลีกับโหยวซวี่ต่างก็อดไม่ได้ที่จะเงี่ยหูฟัง พ่อของเยี่ยนซิวเต๋อเป็นถึงผู้บริหารของโรงงาน แน่นอนว่าข่าวย่อมต้องไวกว่าคนนอกอยู่แล้ว
คำถามนี้ตอบยาก แต่จางเจี้ยนชวนก็ไม่ตอบไม่ได้ “ก็ต้องดูกันไปครับ พี่ชายผมก็ยังไม่ได้งานเลย โรงงานจะรับลูกหลานคนงานได้เยอะขนาดนั้นในคราวเดียวเลยเหรอครับ?”