- หน้าแรก
- สามก๊ก ข้าหนีไปซบเล่าปี่ แล้วไยโจโฉต้องหลั่งน้ำตา
- บทที่ 33 - ผู้ยอดเยี่ยมเบื้องหลัง และความสงสัยของตระกูลตัน
บทที่ 33 - ผู้ยอดเยี่ยมเบื้องหลัง และความสงสัยของตระกูลตัน
บทที่ 33 - ผู้ยอดเยี่ยมเบื้องหลัง และความสงสัยของตระกูลตัน
บทที่ 33 - ผู้ยอดเยี่ยมเบื้องหลัง และความสงสัยของตระกูลตัน
เมื่อได้รับจดหมายด่วนจากเล่าปี่ ลิโป้ก็เกิดความฉงนสนเท่ห์ หันไปถามตันก๋งและตันกุ๋ยว่า
"ตั้งแต่ข้าตีเล่าปี่แตกพ่ายเมื่อปีก่อน มันก็ไปมุดหัวอยู่ที่เมืองเสียวพ่าย นิ่งเงียบมาตลอด"
"ไฉนวันนี้จู่ๆ ถึงส่งคนถือจดหมายมาหาข้า"
ตันก๋งผู้มีความระแวงเล่าปี่เป็นทุนเดิม รีบตอบสวนทันควัน
"คนอย่างเล่าปี่ไม่มีวันยอมอยู่ใต้เท้าใครแน่ ก่อนหน้านี้ไปเข้ากับโจโฉ ตอนนี้มาอยู่เสียวพ่าย จู่ๆ ส่งจดหมายมาต้องมีแผนร้ายแน่นอน!"
"ข้าเห็นว่าควรฆ่าทูตทิ้งเสีย เพื่อให้มันเลิกคิดฟุ้งซ่าน!"
ลิโป้ได้ฟังก็ชั่งใจ แม้เขาจะเป็นคนไร้คุณธรรม แต่ก็ไม่ใช่คนบ้าเลือดที่ชอบฆ่าคนพร่ำเพรื่อ อีกอย่างเล่าปี่แค่ส่งจดหมายมา ไม่ได้ยกทัพมา จะกลัวอะไรนักหนา
คิดดังนั้นเขาจึงหันไปถามตันกุ๋ย
"ท่านตันกุ๋ยมีความเห็นว่าอย่างไร"
ตันกุ๋ยลูบเครายิ้มอย่างใจเย็น
"โบราณว่า สองทัพรบกัน ไม่ฆ่าทูตสื่อสาร"
"เล่าปี่มีชื่อเสียงด้านคุณธรรมขจรไกล อีกทั้งยังไม่ได้เปิดศึกกับท่านนายพล หากฆ่าทูตของเขา เกรงว่าจะดูไม่งาม"
"อีกอย่าง เล่าปี่จะมีแผนการอะไร แค่อ่านจดหมายก็รู้แล้ว"
"ทูตมารออยู่แล้ว จะไม่ยอมพบหน้าหน่อยหรือ"
"คำพูดท่านตันกุ๋ยถูกใจข้าจริงๆ!"
ลิโป้ปรายตามองตันก๋งอย่างเหยียดๆ
"คิดว่าเล่าปี่มันวิเศษมาจากไหน แค่จดหมายฉบับเดียว จะมาทำอะไรข้าได้"
เหน็บแนมเสร็จ เขาก็สั่งให้ทหารนำตัวทูตเข้ามา
พอทูตเดินเข้ามา ลิโป้ก็ถามเสียงห้วน
"เล่าเหี้ยนเต๊กมีธุระอะไรถึงส่งจดหมายมา"
ทูตซึ่งเป็นเพียงเจ้าหน้าที่เล็กๆ รีบตอบด้วยความนอบน้อม
"เนื่องจากอ้วนสุดคิดการกบฏ นายท่านของข้าจึงอยากเชิญท่านนายพลร่วมกันปราบกบฏกู้ชาติ!"
"นี่คือจดหมายของนายท่าน ขอท่านนายพลโปรดเปิดอ่าน!"
พอได้ยินว่าจะชวนไปตบอ้วนสุด ลิโป้ก็หันไปยิ้มเยาะใส่ตันก๋ง
ไหนล่ะแผนร้าย? นี่มันมาชวนเป็นพันธมิตรชัดๆ
เขารับจดหมายมาเปิดอ่านแบบผ่านๆ
ฝ่ายตันก๋งถูกลิโป้ฉีกหน้าหลายรอบก็เริ่มหงุดหงิด แต่ด้วยหน้าที่จึงต้องอดทน รอจนลิโป้อ่านจบแล้วถามว่า
"นายท่าน ในจดหมายเล่าปี่ว่าอย่างไรบ้าง"
"ก็ไม่มีอะไรมาก เล่าปี่อยากยึดเมืองไพก๊ก เลยมาชวนข้าส่งทหารไปช่วยก็แค่นั้น!"
พูดจบ ลิโป้ก็ยื่นจดหมายส่งๆ ไปข้างหน้า
ตันก๋งรีบคว้ามาอ่านอย่างละเอียด ยิ่งอ่านคิ้วก็ยิ่งขมวดมุ่น
ตันกุ๋ยเห็นจังหวะเหมาะ ไม่ต้องอ่านจดหมายก็รีบเสริมบทบาท
"ท่านนายพล ดูท่าอ้วนสุดจะหมดบารมีจริงๆ ขนาดเล่าปี่ยังส่งจดหมายมาชวนท่านปราบกบฏ นี่เป็นเครื่องยืนยันชั้นดี!"
ลิโป้พยักหน้าเห็นด้วยรัวๆ
"ถูกต้องที่สุด โชคดีที่ได้คำเตือนจากท่านตันกุ๋ย ไม่งั้นข้าคงเสียท่าไปแล้ว!"
ระหว่างที่สองคนกำลังอวยกัน ตันก๋งอ่านจดหมายจบก็โพล่งขึ้นมา
"นายท่าน เล่าเหี้ยนเต๊กต้องมีแผนซ่อนเร้นแน่ ห้ามตอบรับเด็ดขาด!"
โดนขัดจังหวะตอนกำลังอารมณ์ดี ลิโป้ก็หน้าตึง
"ตันก๋ง ท่านเอาแต่บอกว่าเล่าปี่มีแผน แล้วแผนมันคืออะไร ไหนลองว่ามาสิ"
ตันก๋งนิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนวิเคราะห์
"เล่าปี่มีทหารแค่หมื่นกว่าคน การส่งจดหมายมาแบบนี้ เป้าหมายหลักคือต้องการยืมมือกองทัพเราไปยึดเมืองไพก๊ก!"
สิ้งเสียงตันก๋ง ลิโป้ก็แค่นหัวเราะ
"ท่านตันก๋งเห็นข้าลิโป้เป็นคนโง่เง่าหรือไร"
"แผนตื้นๆ แค่นี้ข้าจะไม่รู้เชียวหรือ"
"ข้าขอถาม ถ้าข้าไม่ส่งทหารไปช่วย แล้วมันจะทำอะไรข้าได้"
"เอ่อ..."
เจอคำถามนี้เข้าไป ตันก๋งถึงกับไปไม่เป็น
เขาจะไปรู้ได้ไงว่าเล่าปี่จะทำอะไรต่อ!
สัญชาตญาณเขามันร้องเตือนว่าเล่าปี่ไม่ได้มาดี แต่จะให้อธิบายเป็นฉากๆ เขาก็คิดไม่ออกเหมือนกัน
เห็นตันก๋งเงียบกริบ ลิโป้ก็หันมาหาตันกุ๋ย
"ท่านตันกุ๋ยคิดเห็นอย่างไร"
"เล่าปี่มีแผนร้ายจริงหรือไม่"
ตันกุ๋ยยิ้มบางๆ
"ข้ายังไม่ได้อ่านเนื้อความ ไม่กล้าวิจารณ์ ขอลองอ่านดูสักหน่อย"
ลิโป้ดึงจดหมายจากมือตันก๋งมายัดใส่มือตันกุ๋ย
"เชิญท่านอ่านดู!"
ตันกุ๋ยกวาดสายตาอ่านอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้น
"ขออภัยที่ข้าแก่เลอะเลือน มองไม่เห็นแผนร้ายอะไรในจดหมายนี้เลย!"
"บางทีอาจจะเป็นอย่างที่ท่านตันก๋งว่าก็ได้"
"แต่ในมุมมองของข้า การที่เล่าปี่ส่งทูตมาถือเป็นเรื่องดี!"
"ตอนนี้อ้วนสุดมีอำนาจมาก กองทัพเราโดดเดี่ยว เมืองเสียวพ่ายเป็นหน้าด่านของชีจิ๋ว หากผูกมิตรกับเล่าปี่ไว้ ก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่นา"
ลิโป้ขมวดคิ้ว
"อ้อ? ท่านพูดแบบนี้ แสดงว่าอยากให้ข้าตอบตกลงเล่าปี่หรือ"
ตันกุ๋ยรู้ทันว่าลิโป้เริ่มระแวง จึงรีบแก้ต่าง
"หามิได้ ข้าไม่มีเจตนาเช่นนั้น!"
"ข้าเพียงแค่เห็นว่าท่านนายพลไร้พันธมิตร การคบหากับเล่าปี่ไว้บ้างก็น่าจะดี"
"ส่วนจะตอบรับหรือไม่นั้น ข้าไม่บังอาจก้าวก่าย ท่านนายพลตัดสินใจเองเถิด!"
"วันนี้ข้ามาเพียงเพื่อเตือนสติไม่ให้ท่านไปยุ่งเกี่ยวกับกบฏอ้วนสุด ในเมื่อท่านสั่งให้ไปตามตัวคุณหนูกลับมาแล้ว ข้าก็ขอตัวกลับก่อน!"
คำพูดนี้ช่างลื่นหูยิ่งนัก ได้ใจลิโป้ไปเต็มๆ แถมยังแสดงจุดยืนว่าไม่ก้าวก่ายอำนาจ
ลิโป้ยิ้มกว้างอย่างพอใจ
"ท่านตันกุ๋ยนี่ช่างรอบคอบจริงๆ มีท่านอยู่ข้าก็เบาใจ!"
"จริงสิ ข้ามีของจะส่งไปบรรณาการให้โจโฉเพื่อขอตำแหน่งเจ้าแคว้นชีจิ๋ว ว่าจะให้ลูกชายท่าน ตันเต๋ง ไปเป็นทูต ท่านจะว่าอย่างไร"
ตันกุ๋ยพยักหน้ารับ
"นายท่านมีคำสั่ง ลูกชายข้าหรือจะกล้าขัดขืน"
"ดี! ต้องให้พ่อลูกตระกูลตันช่วยแบ่งเบาภาระ ข้าถึงจะวางใจ!"
"หมดธุระแล้ว ท่านเชิญตามสบายเถิด"
ตันกุ๋ยจึงลาลิโป้เดินออกจากจวน
ส่วนเรื่องหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขาคร้านจะสนใจ รีบเดินมุ่งหน้ากลับบ้านทันที
พอเข้าสู่เรือนชั้นใน ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเร็วๆ ออกมาต้อนรับ
"ท่านพ่อ ลิโป้ปฏิเสธทูตของอ้วนสุดแล้วหรือยังขอรับ"
ชายผู้นี้คือ ตันเต๋ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตันกุ๋ย เป็นยอดปัญญาชนที่มีความรู้รอบตัวและบุคลิกห้าวหาญ ปีนี้อายุสามสิบสี่ปี กำลังอยู่ในวัยฉกรรจ์
ตันกุ๋ยลูบเครายิ้ม
"เรียบร้อยแล้ว ลิโป้ตกลงจะไปตามตัวลูกสาวกลับมา และประกาศตัดขาดกับอ้วนสุดอย่างเป็นทางการ!"
ตันเต๋งถอนหายใจโล่งอก
"ค่อยยังชั่ว ขืนลิโป้จับมือกับอ้วนสุด ชีจิ๋วกับห้วยหนำจะกลายเป็นแผ่นเดียวกัน สองโจรนี้จะกำจัดยากขึ้นไปอีก!"
ตันกุ๋ยรีบปราม
"เบาเสียงหน่อย! แผนการของพ่อลูกเราจะให้คนนอกรู้ไม่ได้!"
ตันเต๋งยิ้ม เข้ามาประคองบิดา
"ท่านพ่อวางใจ ลูกไล่คนออกไปหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครอื่น เชิญท่านพ่อพูดได้เต็มที่!"
เห็นลูกชายรอบคอบ ตันกุ๋ยก็พยักหน้าอย่างพอใจ
"สมกับเป็นลูกพ่อ พ่อภูมิใจในตัวเจ้านัก!"
เขาปล่อยให้ลูกชายประคองเดินเข้าห้องโถง พลางเล่าว่า
"จะว่าไป เมื่อครู่ตอนพ่อไปกล่อมลิโป้ เจอเรื่องแปลกๆ อยู่เรื่องหนึ่ง คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก เจ้าลองช่วยพ่อวิเคราะห์หน่อยซิ"
ตันเต๋งหูผึ่ง
"ท่านพ่อเจอเรื่องอะไรหรือขอรับ"
"ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก คือเล่าเหี้ยนเต๊กจู่ๆ ก็ส่งจดหมายมาหาลิโป้น่ะสิ!"
ตันกุ๋ยเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ในจวนให้ลูกชายฟังจนหมดเปลือก
ต้องบอกก่อนว่า ชื่อเสียงของเล่าปี่ในชีจิ๋วนั้นดีงามมาก
โดยเฉพาะในหมู่บัณฑิตและขุนนางท้องถิ่น หลายคนมองว่าเล่าปี่คือเจ้านายในอุดมคติ
ตันเต๋งและตันกุ๋ยก็คิดเช่นนั้น!
เดิมทีตันเต๋งตั้งใจจะช่วยเล่าปี่ให้ครองชีจิ๋ว ถึงขั้นร่วมมือกับบิตุ๊กเชิญเล่าปี่มาบริหารบ้านเมือง
เสียดายที่เตียวหุยทำเสียเรื่อง จนลิโป้ยึดอำนาจไปได้
ตันเต๋งไม่เหมือนบิตุ๊ก เขาเป็นตระกูลขุนนางท้องถิ่นที่มีรากฐานหยั่งลึก จะให้ทิ้งบ้านช่องสมบัติพัสถานตามเล่าปี่ไปตกระกำลำบากก็คงทำไม่ได้ ได้แต่มองดูเล่าปี่ล้มลุกคลุกคลานอยู่ห่างๆ
แต่เยื่อใยเก่าๆ ก็ยังตัดไม่ขาด พอได้ยินเรื่องเล่าปี่ เขาก็หูผึ่ง ฟังบิดาเล่าจนจบ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากัน
ตันกุ๋ยเห็นลูกชายเงียบไป จึงเอ่ยถาม
"มองดูผิวเผิน ก็เหมือนเป็นเรื่องปกติที่เล่าปี่จะทำ"
"แต่พ่อรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เจ้าลองตรองดูสิว่ามีอะไรผิดปกติไหม"
ตันเต๋งเดินวนไปมาครู่หนึ่ง แล้วกล่าวเสียงขรึม
"เรื่องนี้ผิดปกติอย่างยิ่งขอรับ!"
"ข้อแรก ตอนนี้ท่านเล่าปี่บาดหมางกับลิโป้ แต่สนิทสนมกับโจโฉ หากคิดจะปราบอ้วนสุด ก็ควรชวนโจโฉ ไม่ใช่ถ่อมาส่งจดหมายให้ลิโป้ถึงชีจิ๋ว!"
"ข้อสอง จดหมายนี้มีแต่คำพูดลอยๆ ไม่มีข้อเสนอผลประโยชน์ ลิโป้ยังรู้เลยว่าไม่ควรตบปากรับคำ ท่านเล่าปี่จะไม่รู้เชียวหรือ ถ้ารู้ว่าส่งมาแล้วไร้ประโยชน์ จะส่งมาทำไม"
"ข้อสาม ท่านเล่าปี่อยู่เมืองเสียวพ่าย ย่อมต้องรู้ข่าวว่าอ้วนสุดกำลังจะผูกมิตรกับลิโป้!"
"แต่ฟังจากที่ท่านพ่อเล่า ในจดหมายไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย แต่กลับชวนลิโป้ตีอ้วนสุดหน้าตาเฉย!"
"นี่แสดงว่า ตอนที่ท่านเล่าปี่ส่งจดหมายมา เขามั่นใจอยู่แล้วว่าลิโป้กับอ้วนสุดต้องแตกหักกันแน่!"
พูดถึงตรงนี้ เขาหยุดเดิน หันมามองหน้าบิดา
"ท่านพ่อลองคิดดูสิขอรับ อ้วนสุดกับลิโป้ตกลงเรื่องแต่งงานกันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทูตเพิ่งมาถึงเพื่อรับตัวเจ้าสาว"
"สถานการณ์ตอนนั้น สองตระกูลยังหวานชื่น ท่านเล่าปี่เอาความมั่นใจมาจากไหนว่าจะเกิดการแตกหัก"
ตันกุ๋ยฟังแล้วก็เริ่มเอะใจ ตาหรี่ลง
"หรือเพราะได้ยินว่าอ้วนสุดตั้งตนเป็นฮ่องเต้ เล่าปี่เลยคิดว่าลิโป้จะเห็นแก่ความถูกต้อง จนยอมตัดขาดอ้วนสุด?"
"ไม่ใช่อย่างแน่นอนขอรับ ท่านพ่อ!"
ตันเต๋งส่ายหน้ายืนยัน
"ลิโป้ไม่ใช่คนเห็นแก่ความถูกต้อง!"
"ถ้าคนอื่นไม่รู้นิสัยลิโป้ก็พอว่า แต่ท่านเล่าปี่โดนลิโป้เล่นงานมานักต่อนัก จะไม่รู้สันดานลิโป้เชียวหรือ"
"ขนาดรู้เช่นนี้ ยังมั่นใจว่าลิโป้จะแตกหักกับอ้วนสุด"
ถ้าเป็นเล่าปี่คนเก่า อาจจะมองโลกในแง่ดีจนซื่อบื้อแบบนั้นได้
แต่เล่าปี่ตอนนี้ผ่านร้อนผ่านหนาว โดนลิโป้หักหลังมาไม่รู้กี่รอบ จะยังมองไม่ออกอีกหรือ
ความจริงก็คือ ถ้าพวกเขาพ่อลูกไม่เข้าไปเป่าหู ลิโป้ก็คงจับมือกับอ้วนสุดไปแล้ว!
แต่พวกเขาเพิ่งจะเริ่มเป่าหูเอง เล่าปี่รู้ล่วงหน้าได้ยังไง?
ตันกุ๋ยเป็นคนฉลาด คิดตามแล้วก็สูดปากด้วยความตกใจ
"นั่นสิ... ทำไมกันนะ เล่าเหี้ยนเต๊กทำไมถึงส่งจดหมายมาในจังหวะนี้"
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกว่าตนเองอ่านเล่าปี่ไม่ออกเสียแล้ว
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เล่าปี่กลายเป็นคนลึกลับซับซ้อนคาดเดายากขนาดนี้!
สิ้นเสียงบิดา ตันเต๋งก็ทำหน้าจริงจัง กล่าวเน้นทีละคำ
"ท่านพ่อ ถ้าลูกคาดเดาไม่ผิด เบื้องหลังท่านเจ้าแคว้นเล่าปี่ ต้องมีผู้ยอดเยี่ยมคอยชี้แนะเป็นแน่!"
[จบแล้ว]