- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลางสงคราม พร้อมสกิลเกมเมอร์
- บทที่ 30 - ใช้จุดแข็งลบจุดอ่อน
บทที่ 30 - ใช้จุดแข็งลบจุดอ่อน
บทที่ 30 - ใช้จุดแข็งลบจุดอ่อน
บทที่ 30 - ใช้จุดแข็งลบจุดอ่อน
อันหนิงคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะออกมาหน้านี้
เขาปักใจเชื่อมาตลอดว่าพอท่านมาร์ควิสมาถึงจะต้องฟ้องร้องเขาแน่ๆ เขาถึงได้ไปเตี๊ยมกับโรแบสปีแยร์ วางแผนรับมือสารพัดรูปแบบ
ก่อนหน้านี้อันหนิงกับโรแบสปีแยร์เก็งกันไว้ว่า ท่านมาร์ควิสน่าจะเอาเรื่องที่มีเสียงปืนดังในที่เกิดเหตุมาเล่นงาน
ที่ไหนได้ อีกฝ่ายเล่นมุกท้าดวลซ้ำสอง
ดิบเถื่อนจริงๆ
นี่ทำเอาอันหนิงไปไม่เป็นเลย
พูดตามตรง ตอนดวลกับเรจินัลด์ อันหนิงก็เกือบจะโดนเชือดคอหอยตายอยู่แล้ว เขาไม่อยากจะไปดวลดาบกับคนที่เป็นถึงอาจารย์ของเรจินัลด์หรอกนะ
ใครจะไปรู้ว่าระบบสวนกลับอัตโนมัติของเขาจะกันเพลงดาบระดับปรมาจารย์ได้หรือเปล่า
ขนาดตอนดวลกับเรจินัลด์ ดาบของหมอนั่นยังทะลุการป้องกันมาเฉือนคออันหนิงได้ แสดงว่าระบบนี้ไม่ได้กันได้ 100%
ยิ่งต้องมาดวลกับไอ้กล้ามปูตรงหน้านี้ อันตรายระดับสีแดงชัดๆ!
ใจจริงอันหนิงอยากจะยกธงขาว ยอมแพ้มันซะตรงนั้น เพราะการดวลไม่ใช่เรื่องบังคับ ถ้าปฏิเสธก็แค่โดนล้อว่าปอดแหก สิ่งที่เสียไปก็แค่ชื่อเสียงจอมปลอมที่เพิ่งได้มา
แต่จังหวะที่อันหนิงกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เขาก็สังเกตเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของมาร์ควิสลีชาร์ดที่จ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
อันหนิงตระหนักได้ทันทีว่า ขืนปฏิเสธการดวล ชีวิตเขาคงหาความสงบสุขไม่ได้แน่
ดีไม่ดีตาแก่นี่อาจจะส่งคนมาลอบเก็บเขา
ถึงการลอบสังหารจะผิดกฎหมาย แต่คนอย่างท่านมาร์ควิสจะสนกฎหมายหรือเปล่า... น่าสงสัย
อันหนิงนึกถึงข่าวลือที่มิราโบเคยเล่าให้ฟัง ว่าในเขตปกครองของตัวเอง มาร์ควิสลีชาร์ดถูกชาวบ้านเรียกว่าปีศาจ เคยจับทาสติดที่ดินแขวนคอซ้อมจนพิการ แล้วยังปฏิเสธที่จะจ่ายค่าเสียหายตามคำสั่งศาล โดยอ้างว่าชาวนาคือสมบัติส่วนตัว คือทาส ที่เขาจะมีอำนาจสั่งเป็นสั่งตายยังไงก็ได้
คนแบบนี้ คงไม่เห็นค่าชีวิตของสามัญชนหรอก
ถ้าดวล อย่างน้อยก็เห็นอันตรายอยู่ตรงหน้า แต่ถ้าปฏิเสธ อันตรายอาจจะโผล่มาจากมุมมืดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ชั่งน้ำหนักดูแล้ว ยอมดวลน่าจะดีกว่า
แต่ถ้าต้องดวลจริงๆ โอกาสชนะริบหรี่เหลือเกิน...
มาร์ควิสลีชาร์ด "ทำไม คนที่กล้าท้าทายลูกชายฉัน กลับไม่กล้ารับคำท้าของฉันงั้นรึ? เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ชัยชนะของแกมันมีลับลมคมใน! อย่าคิดนะว่าถ้าวันนี้แกปฏิเสธ แล้วเรื่องมันจะจบ! ฉันไม่มีวันยอมให้ลูกชายตายฟรีแน่!"
ดูท่าถ้าไม่รับคำท้า เรื่องคงบานปลายใหญ่โต
อันหนิงไม่อยากต้องมานั่งระแวงหลังตลอดเวลา
เลือกทางที่เสียหายน้อยที่สุดแล้วกัน ยังไงก็ต้องรับคำท้า
ส่วนเรื่องจะสู้ได้ไหม...
ตอนนั้นเองไอ้กล้ามปูที่ปาถุงมือใส่ก็พูดขึ้น "แกจะกลัวก็ไม่แปลก ฉันชนะการดวลมาแล้ว 14 ครั้ง ในจังหวัดที่ท่านมาร์ควิสปกครอง ไม่มีใครเอาชนะดาบของฉันได้!"
อันหนิงเดาะลิ้น ถึงอีกฝ่ายจะขี้โม้จนน่าหมั่นไส้ และอาจจะหวังฟลุ๊คว่ามันจะประมาทได้ แต่... ไอ้หมอนี่ดูท่าจะเคี้ยวยากจริงๆ
ขืนดวลดาบด้วยมีหวังตายหยังเขียด
แต่ถ้าดวลปืนล่ะก็ ด้วยสกิลเล็งเป้า FPS ของเรา โอกาสชนะน่าจะสูงกว่า
หลังจากไตร่ตรองชั่วครู่ อันหนิงก็ตัดสินใจ
อันหนิง "ขอทราบชื่อเสียงเรียงนามหน่อยได้ไหม?"
ไอ้กล้ามปูเชิดหน้า "เอ็ดเวิร์ด เอ็ดเวิร์ด อาริส ตระกูลฉันเป็นอัศวินรับใช้ท่านมาร์ควิสมาหลายชั่วคน เป็นองครักษ์ส่วนตัว ว่าไง ตัดสินใจรับคำท้าได้หรือยัง?"
อันหนิง "ได้ ผมรับคำท้า ตามกฎสากล ผู้ถูกท้าดวลมีสิทธิ์เลือกอาวุธ ผมขอเลือกดวลด้วยปืนพก"
สีหน้าของเอ็ดเวิร์ด อาริส แข็งค้างไปทันที "อะไรนะ..."
อันหนิงย้ำชัด "ผมเลือกใช้ปืนพกในการดวล"
เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่ง แล้วถามด้วยน้ำเสียงยียวน "อย่าบอกนะว่านายใช้ปืนไม่เป็น?"
เอ็ดเวิร์ด อาริส แสยะยิ้ม "ฉันใช้เป็นอยู่แล้ว แต่ใครเขาก็รู้ว่าปืนพกมันแม่นยำแค่ไหน จะเอาชีวิตไปฝากไว้กับดวงเนี่ยนะ บ้าหรือเปล่า!"
อันหนิง "นายเคยไปสนามรบไหม? ในสนามรบ การจะรอดหรือไม่รอดมันขึ้นอยู่กับดวงล้วนๆ ดวงดีกระสุนก็หลบ ดวงกุดกระสุนก็วิ่งใส่ ผมรอดกลับมาจากนรกแบบนั้นได้ ผมมั่นใจว่าดวงผมแข็งพอ"
เอ็ดเวิร์ด อาริส หันขวับไปมองมาร์ควิสลีชาร์ด
ท่านมาร์ควิส "แกเองก็เป็นขุนนาง ถึงจะเป็นแค่อัศวินก็เถอะ จะมากลัวสามัญชนคนเดียวไม่ได้ รับคำท้าไปซะ! ปืนพกก็ปืนพก!"
อันหนิง "ดีมาก งั้นเวลานัดดวลเป็นพรุ่งนี้ดีไหม? ผมจะไปหาพยานของผมเอง..."
ประจวบเหมาะกับที่ท่านดยุคเดินเข้ามาในโถงทางเดินพอดี อันหนิงเลยหันไปพูดกับท่านดยุค "ส่วนพยานคนกลาง ขอเชิญท่านดยุคแห่งออร์เลอ็องมาเป็นพยานจะได้ไหมครับ?"
ท่านมาร์ควิสปฏิเสธเสียงแข็ง "ไม่! แกเป็นคนของท่านดยุค ให้ท่านมาเป็นคนกลางมันไม่เหมาะสม ฉันจะเชิญท่านบิชอปที่ฉันเคารพนับถือมาเป็นคนกลาง เหมือนตอนที่แกดวลกับลูกชายฉัน!"
อันหนิง "ก็ได้ ตามใจท่าน"
มาร์ควิสลีชาร์ดจ้องหน้าอันหนิง พูดเน้นทีละคำ "งั้นพรุ่งนี้บ่าย ณ ที่ที่ลูกชายฉันสิ้นใจ อัศวินของฉันจะไปตัดสินเป็นตายกับแก!"
ดยุคแห่งออร์เลอ็องรีบแทรกเข้ามา "เดี๋ยวก่อน นี่มันเรื่องอะไรกัน? ทำไมจู่ๆ ถึงจะดวลกันอีกแล้ว เล่าให้ฟังหน่อยซิ?"
ท่านดยุคคงเพิ่งได้รับรายงานว่ามาร์ควิสมาขอพบ เลยรีบวิ่งออกมา ยังไม่ทันรู้เรื่องรู้ราว
อันหนิงก้มลงเก็บถุงมือที่เอ็ดเวิร์ด อาริส ปาใส่เมื่อกี้ขึ้นมาโชว์ให้ท่านดยุคดู "เรียนท่านดยุค เมื่อครู่นี้ เอ็ดเวิร์ด อาริส คนนี้ได้โยนถุงมือใส่ผม เพื่อจะล้างแค้นให้ลูกชายเจ้านายของเขาครับ"
ท่านดยุคขมวดคิ้ว "ท่านมาร์ควิส ลูกชายของท่านเสียชีวิตในการดวลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากท่านมีข้อกังขา ท่านควรไปร้องเรียนที่ศาล..."
มาร์ควิสลีชาร์ดสวนทันควัน "ท่านดยุค! ผมไม่ไว้ใจไอ้ระบบที่พวกสามัญชนมันสร้างขึ้นหรอก ไอ้ศาลเอย ทนายเอย มันเป็นแผนชั่วของพวกไพร่ทั้งนั้น! พวกเราขุนนางภูธร มีวิถีทางจัดการเรื่องแบบนี้ในแบบของเราเอง!"
ท่านดยุคเดาะลิ้น "ก็ได้... ในเมื่อแอนดี้รับคำท้าไปแล้ว ผมก็คงขัดอะไรไม่ได้ แต่ผลการดวลครั้งนี้ ท่านต้องยอมรับแต่โดยดี ถ้าแอนดี้ชนะ ท่านต้องพาศพลุกชายกลับไป แล้วไสหัวไปซะ ห้ามมาระรานเขาอีก!"
ท่านมาร์ควิสโค้งคำนับให้ท่านดยุค "แน่นอน ถ้ามันชนะ ผมจะจากไปแต่โดยดี ผมแค่รับไม่ได้ที่ลูกชายผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบของผมต้องมาตายด้วยน้ำมือลูกช่างทำรองเท้า แน่นอนว่าถ้าคุณฟรอสต์กล้าใช้ดาบยาวแทนที่จะเป็นปืนพก ผมคงจะนับถือเขามากกว่านี้"
อันหนิง "แต่ผมขอปฏิเสธ คราวที่แล้วผมวู่วามท้าดวลไป เกือบโดนเชือดคอหอยตาย รอดมาได้เพราะดวงล้วนๆ ในเมื่อเป็นแบบนั้น ผมก็แค่ต้องพิสูจน์ว่าดวงผมยังดีอยู่ก็พอแล้วไม่ใช่เหรอครับ?"
ท่านมาร์ควิสทำหน้านิ่ง "ที่แกพูดมาก็มีเหตุผล งั้นก็มาดูกันว่าดวงแกจะแข็งจริงอย่างที่ปากดีหรือเปล่า"
พูดจบท่านมาร์ควิสก็โค้งให้ท่านดยุคนิดหนึ่ง แล้วเดินเชิดหน้าออกไปอย่างหยิ่งยโส
ท่านดยุคเดาะลิ้น "ฉันเป็นถึงดยุคนะโว้ย ตาแก่นั่นน่าจะแสดงความเคารพฉันให้มากกว่านี้หน่อยไหม?"
[จบตอน]