- หน้าแรก
- เกิดใหม่กลางสงคราม พร้อมสกิลเกมเมอร์
- บทที่ 25 - ถ้ำเสือสโมสรเบรตัน
บทที่ 25 - ถ้ำเสือสโมสรเบรตัน
บทที่ 25 - ถ้ำเสือสโมสรเบรตัน
บทที่ 25 - ถ้ำเสือสโมสรเบรตัน
มิราโบพักอยู่ในตึกแถวสามชั้นริมถนน
ว่ากันว่าตึกแถวละแวกนี้ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของท่านดยุคแห่งออร์เลอ็อง ซึ่งเปิดให้ชาวปารีสเช่าทำร้านค้าและที่อยู่อาศัย
ปาแล-รัวยาลก็เป็นเสียแบบนี้ กลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของชาวปารีส ผู้คนจากหลายบล็อกถนนรอบๆ ต่างมารวมตัวกันที่นี่เพื่อจับจ่ายใช้สอยและหาความสำราญ
ฟานี่เพิ่งจะเคาะประตู หญิงชราคนหนึ่งก็มาเปิดรับ "คุณฟรอสต์ใช่ไหมคะ คุณมิราโบรออยู่ที่ชั้นสองแล้วค่ะ"
ฟานี่ถอยหลังครึ่งก้าวเพื่อเปิดทาง อันหนิงจึงเดินยืดอกเข้าไปในบ้านพักของมิราโบ
หญิงชราเดินนำขึ้นไปที่ชั้นสอง แล้วเคาะประตูห้องข้างทางเดินเบาๆ "คุณมิราโบคะ คุณฟรอสต์มาถึงแล้วค่ะ"
"เข้ามาได้เลย" เสียงมิราโบดังลอดออกมา หญิงชราจึงเปิดประตูแล้วถอยฉากออกไป
อันหนิงชะโงกหน้าเข้าไปดู เห็นมิราโบสวมวิกผมเบี้ยวๆ กำลังปั่นต้นฉบับยิกๆ อยู่ที่โต๊ะทำงาน
อันหนิง "รบกวนเวลาหรือเปล่าครับ?"
"ไม่เลยๆ" มิราโบเงยหน้าขึ้นมอง แล้วขยับวิกผมให้เข้าที่ "เชิญเข้ามานั่งก่อน คุณนายอีวานส์ ช่วยยกน้ำชามาหน่อย"
ฟานี่ "เดี๋ยวฉันไปช่วยยกมาให้ค่ะ"
มิราโบยิ้ม "ดูท่าคุณฟรอสต์จะชินกับการพกสาวใช้ไปไหนมาไหนแล้วสินะ มีคนคอยปรนนิบัตินี่มันดีใช่ไหมล่ะ?"
อันหนิงส่ายหน้า "ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่หลงทาง เลยต้องให้ฟานี่ช่วยนำทางต่างหาก"
อันหนิงลากเก้าอี้มานั่ง แล้วเข้าเรื่องทันที "คุณมิราโบครับ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า เมื่อวานผมไปงานเต้นรำที่พระราชวังแวร์ซายมา..."
"เหรอ งั้นคุณคงกลายเป็นจุดสนใจของงานเลยสิ" มิราโบยิ้มกริ่ม "คงมีสาวๆ ขี้สงสัยอยากเห็นหน้าทายาทขุนนางตกยากที่ล้มเรจินัลด์ได้กันเพียบ"
อันหนิง "เอ่อ ก็ประมาณนั้นแหละครับ ข่าวลือเรื่องผมเป็นขุนนางตกยากนี่แพร่ไปไวกว่าที่คิด แต่พอผมเริ่มเต้นรำกับคริสติน่าปุ๊บ ข่าวลือนั่นก็ถูกปัดตกไปทันที"
ระบบของอันหนิงไม่ได้ครอบคลุมเรื่องการเต้นรำ ดังนั้นเมื่อคืนพอคริสติน่าลากเขาลงฟลอร์เต้นรำ ความแตกก็เกิดขึ้นทันที
เขาเหยียบเท้าคริสติน่าไปเต็มๆ ถึงสามครั้ง ทำเอาพวกขุนนางที่พักอยู่ข้างฟลอร์หัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง
ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครเชื่ออีกเลยว่า แอนดี้ ฟรอสต์ เป็นทายาทขุนนางผู้ดีเก่า
พอมิราโบฟังจบ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะ "แหงล่ะ ไม่มีขุนนางที่ไหนจะเหยียบเท้าสาวงามอย่างคริสติน่าได้ถึงสามรอบหรอก นี่คุณเต้นรำไม่เป็นเลยเหรอ?"
"ครับ" อันหนิงพยักหน้า "เมื่อคืนเป็นครั้งแรกในชีวิตเลย"
"จะชมว่ากล้าหาญดีไหมเนี่ย" มิราโบกลั้นขำ "เต้นไม่เป็นแต่กล้าจูงมือสาวลงฟลอร์ นี่มันความผิดคุณชัดๆ"
อันหนิงเบ้ปาก
จริงๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะหน้าแตกหรอก เขาแค่ไว้ใจระบบโกงของตัวเองมากไปหน่อย ใครจะไปรู้ว่ามันไม่รองรับฟังก์ชันเต้นรำ
มิราโบ "สรุปว่าคุณถ่อมาหาผมเพื่อเล่าเรื่องหน้าแตกนี่เหรอ?"
"เปล่าครับ ไม่ใช่" อันหนิงเล่าเรื่องที่เจ้าหญิงแห่งลอมบาลขู่ไว้เมื่อวานให้มิราโบฟังอย่างละเอียด
มิราโบขมวดคิ้ว "ผมไม่รู้จักมาร์ควิสลีชาร์ด เลยเดาทางไม่ถูกว่าเขาจะมาไม้ไหน แต่ได้ยินว่าชื่อเสียงในเขตปกครองของเขาแย่มาก ชาวบ้านเชื่อว่าเขาถูกปีศาจสิงเลยทีเดียว"
อันหนิงคิดในใจว่า ท่านมาร์ควิสคนนี้ช่างเหมาะจะเป็นเครื่องประดับเสาไฟจริงๆ พอปฏิวัติปุ๊บ ขุนนางในเมืองอาจจะรอด แต่พวกขุนนางบ้านนอกที่กดขี่ชาวนาหนักๆ นี่โดนชาวบ้านจับแขวนคอเป็นรายแรกๆ แน่
มิราโบพูดต่อ "แต่ว่า การดวลครั้งนี้มีพยานรู้เห็น ทั้งพยานของสองฝ่ายและพยานคนกลางอย่างบาทหลวงซิเยส ต่อให้มาร์ควิสบุกมา ก็คงทำอะไรไม่ได้มากหรอก"
อันหนิง "กันไว้ดีกว่าแก้ครับ หาคนมาช่วยดูข้อกฎหมายไว้ก่อน เกิดเรื่องขึ้นมาจะได้ไม่ลนลาน"
"งั้นไปขอให้ทนายของท่านดยุคช่วยไม่ได้เหรอ?"
อันหนิง "ผมอยากได้ทนายที่เต็มใจจะช่วยสามัญชนงัดข้อกับขุนนางครับ แบบนั้นเขาถึงจะทุ่มเทให้เราเต็มที่"
มิราโบ "ทนายที่เข้าข้างสามัญชนผมก็พอรู้จักบ้าง แต่ตอนนี้ไม่อยู่ในปารีสกันเลย"
อันหนิง "ผมได้ยินว่าที่มหาวิทยาลัยปารีส มีนักเรียนกฎหมายคนหนึ่งมาจากเมืองอารัส พ่อของเขาว่าความให้ชาวบ้านมาตลอด คิดว่าเขาคงยินดีช่วยลูกช่างทำเครื่องหนังอย่างผมแน่"
มิราโบ "อารัส... หรือคุณจะหมายถึง 'ชาวโรมัน' คนนั้น?"
อันหนิงเลิกคิ้ว "ชาวโรมัน?"
มิราโบ "คุณไม่รู้เหรอ ที่มหาวิทยาลัยปารีสมีนักเรียนจากอารัสคนหนึ่ง พูดภาษาละตินและกรีกได้คล่องปร๋อจนได้ฉายาว่าชาวโรมัน แถมตอนที่กษัตริย์และราชินีองค์ปัจจุบันเสด็จเยือนมหาวิทยาลัย เขายังได้รับเลือกให้อ่านบทกวีสรรเสริญเป็นภาษาละตินด้วยนะ"
อันหนิงนึกออกแล้ว โรแบสปีแยร์สมัยเรียนเคยอ่านบทกวีถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จริงๆ เขาเคยเห็นผ่านตาในบทความประวัติศาสตร์สักแห่ง บทความนั้นยังแซวเลยว่าโรแบสปีแยร์ในตอนนั้นคงนึกไม่ถึงว่าวันหนึ่งตัวเองจะเป็นคนส่งกษัตริย์ที่ตนสรรเสริญไปขึ้นเครื่องกิโยติน
อันหนิง "น่าจะเป็นพ่อหนุ่มโรมันคนนี้แหละครับ คุณรู้จักเขาไหม?"
ตอนนั้นเองแม่บ้านชราอีวานส์กับฟานี่ก็ยกน้ำชากับขนมเข้ามาพอดี
มิราโบผายมือเชิญ "ทานขนมหน่อยสิ นี่มาดามโรลองด์เพิ่งส่งมาให้เมื่อวาน ของดีเชียวนะ"
ดูท่ามิราโบจะเป็นคนกว้างขวางสมคำร่ำลือจริงๆ มีคุณหญิงคุณนายส่งขนมนมเนยมาให้ไม่ขาดสาย
อันหนิงลองชิมขนมไปคำหนึ่ง หวานเจี๊ยบจนแทบสำลัก
ยุคนี้ฝรั่งเศสมีอาณานิคมในแถบแคริบเบียนแล้ว น้ำตาลอ้อยน่าจะไม่ใช่ของหายากเหมือนแต่ก่อน แต่ดูเหมือนเชฟขนมหวานจะยังยึดติดกับค่านิยมที่ว่าความหวานคือความหรูหรา เลยประเคนน้ำตาลใส่แบบไม่ยั้ง
มิราโบหัวเราะ "หวานแสบคอเลยใช่ไหมล่ะ ช่วงนี้สงครามบ้าบอนั่นทำให้เรืออังกฤษปิดล้อมท่าเรือเรา ราคาน้ำตาลในตลาดพุ่งขึ้นหลายเท่าตัว พวกขนมบ้านขุนนางเลยต้องใส่น้ำตาลเยอะๆ เพื่ออวดรวยไงล่ะ"
อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง
อันหนิงเกือบลืมไปแล้วว่าตอนนี้ฝรั่งเศสกำลังรบในสงครามเจ็ดปีที่มาช้าไปสามสิบปี
มิราโบพูดต่อ "ผมไม่รู้จักพ่อหนุ่มโรมันคนนี้เป็นการส่วนตัวหรอก แต่ผมรู้ว่าเขาชอบไปโผล่ที่สโมสรไหน พวกชาวเบรตันเขาตั้งกลุ่มสังสรรค์กัน แล้วพ่อหนุ่มจากอารัสคนนี้ก็ดันไปขลุกอยู่ที่นั่นด้วย"
อันหนิงเดาะลิ้น สโมสรจาโคบินอันโด่งดัง จุดเริ่มต้นก็มาจากสโมสรเบรตันนี่แหละ สมาชิกแรกเริ่มส่วนใหญ่เป็นชาวแคว้นเบรตานี
แต่โรแบสปีแยร์ไปขลุกอยู่กับพวกเบรตันก็นับว่าแปลก เพราะบ้านเกิดเขาที่เมืองอารัสมันอยู่แถวช่องแคบอังกฤษ คนละทิศกับแคว้นเบรตานีเลย
อันหนิง "คุณพอจะพาผมเข้าไปในวงสังสรรค์นั้นได้ไหมครับ? หวังว่าคงไม่ใช่สโมสรหรูหราเฉพาะขุนนางนะ"
"ไม่ใช่แน่นอน ยุคนี้สโมสรแบบนั้นส่วนใหญ่มีแต่สามัญชน พวกขุนนางเขาเน้นงานเต้นรำ งานเต้นรำแบบไม่มีที่สิ้นสุด ตามรอยราชินีหนี้ท่วมหัวคนนั้น พวกนั้นยอมเป็นหนี้หัวโตเพื่อจัดงานหรูหรา" มิราโบแสดงความเหยียดหยามออกมาตรงๆ "ถ้าขุนนางส่วนใหญ่รู้จักทำมาหากินแบบท่านดยุคแห่งออร์เลอ็อง การคลังของฝรั่งเศสคงไม่เน่าเฟะขนาดนี้"
มิราโบหยุดพูด พอดีกับที่เสียงปืนใหญ่บอกเวลาเที่ยงวันดังแว่วมาจากข้างนอก
เขาล้วงนาฬิกาพกออกมาปรับเวลา บ่นพึมพำ "ช้าไปห้านาทีแน่ะ สงสัยต้องเอาไปซ่อมซะแล้ว"
จากนั้นมิราโบก็ลุกขึ้น "เอาอย่างนี้ ถ้าคุณอยากเจอโรแบสปีแยร์ บ่ายนี้ผมจะพาคุณไปที่สโมสรเบรตัน เผื่อจะเจอเขา แต่ส่วนตัวผมว่าคุณกังวลเกินเหตุ แค่มาร์ควิสคนเดียวทำอะไรแขกของท่านดยุคไม่ได้หรอก"
[จบตอน]