- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 92 ชิงเฉี่ยนร่ำไห้ หงเหลียนแค่นเสียง
บทที่ 92 ชิงเฉี่ยนร่ำไห้ หงเหลียนแค่นเสียง
บทที่ 92 ชิงเฉี่ยนร่ำไห้ หงเหลียนแค่นเสียง
ได้ยินเสียงของชิงเฉี่ยน ฉินปู้อี้ไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก คิดในใจ "ยังไม่ตายจริงๆ ด้วยสินะ"
ชิงเฉี่ยนถือกดาบเฟยหงพุ่งเข้าโจมตีฉินปู้อี้จากด้านหลัง
สีหน้าของนางเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างน่าดู ทั้งโกรธแค้น หวาดกลัว ขวัญผวา และตกตะลึง...
เมื่อครู่นี้ นางเห็นอะไร!
เทือกเขาเทวะร่วงหล่นทั้งลูกหายวับไปต่อหน้าต่อตา หายไปเลย ไม่ใช่แค่ถูกทำลาย
หายไปจนไม่เหลือแม้แต่เศษฝุ่น ราวกับถูกใครบางคนลบออกไปจากโลกนี้ดื้อๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะนางใช้วิชาลับของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางที่ต้องแลกด้วยราคามหาศาล ป่านนี้นางคงหายไปพร้อมกับเทือกเขาเทวะร่วงหล่นแล้ว
เมื่อเห็นว่าฉินปู้อี้ลงมืออย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานี ชิงเฉี่ยนก็เริ่มรู้สึกว่าการมาแก้แค้นฉินปู้อี้อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์
ฉินปู้อี้หันกลับมามองชิงเฉี่ยน แสร้งทำท่าจะใช้วิชาดาบเยียนเมี่ย ตะโกนก้อง
"สังหาร · ดับสูญ!"
"ฟุ่บ!"
ชิงเฉี่ยนที่ขวัญเสียอยู่แล้ว ไม่สนใจจะโจมตีอีกต่อไป รีบเหาะหนีไปทางไกลอย่างไม่คิดชีวิต
ผ่านไปหลายอึดใจ ชิงเฉี่ยนไม่สัมผัสถึงคลื่นพลังโจมตีใดๆ จึงหยุดชะงัก หันกลับมามอง
เห็นเพียงฉินปู้อี้ยืนมองนางด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย
ชิงเฉี่ยนทั้งอายทั้งโกรธ ตวาดลั่น "ฉินปู้อี้ คนหน้าด้าน!"
ฉินปู้อี้: "สังหาร · สลายวิญญาณ!"
ชิงเฉี่ยนยืนนิ่งไม่หลบเลี่ยง "ขอยืมคำพูดเจ้ามาใช้หน่อยเถอะ มุกเดิมๆ ใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก!"
ดาบสังหารขนาดยักษ์หดเล็กลงเหลือขนาดเท่าฝ่ามือในพริบตา
ฉินปู้อี้ถ่ายเทจิตสัมผัสและกลิ่นอายแห่งความตายจากแดนมรณะเข้าไปในดาบสังหาร
ดาบสังหารแบ่งเป็นสองสี ครึ่งหนึ่งสีทอง อีกครึ่งสีดำทมิฬ พุ่งเข้าใส่ชิงเฉี่ยน
พริบตาเดียวก็มาถึงตรงหน้าชิงเฉี่ยน นางตั้งตัวไม่ทัน
ดาบสังหารเจาะทะลุเข้าสู่ห้วงจิตของชิงเฉี่ยน นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสบถออกมา "บัดซบ! นี่เจ้าเอาจริงเหรอเนี่ย!"
ฉินปู้อี้ชี้ไปที่ร่องรอยความว่างเปล่าของอดีตเทือกเขาเทวะร่วงหล่น "ข้าไม่ได้ล้อเล่นตั้งแต่แรกแล้ว ข้าตั้งใจจะฆ่าเจ้าจริงๆ"
ชิงเฉี่ยนพูดไม่ออก จู่ๆ ก็รู้สึกว่าคำพูดของฉินปู้อี้มีเหตุผลขึ้นมาอย่างประหลาด
ไม่กล้าประมาทอีกต่อไป ชิงเฉี่ยนรีบควบคุมกระบี่เฟยหงขึ้นป้องกัน
"เคล็ดวิชากระบี่เทียนฮวง · เทพคุ้มครอง!"
แรงต้านมหาศาลก่อตัวขึ้นในห้วงจิตของชิงเฉี่ยน ตรึงดาบสังหารไว้กับที่
แต่ครั้งนี้ ดาบสังหารได้รับแรงหนุนจากกลิ่นอายแห่งความตายในแดนมรณะ
จึงค่อยๆ แทงทะลุการป้องกันเข้าไปอย่างช้าๆ
เห็นดาบสังหารกำลังจะเจาะทะลุการป้องกันเข้ามา ชิงเฉี่ยนเริ่มตื่นตระหนก
นางมีเพียงวิชาเทพคุ้มครองเท่านั้นที่พอจะต้านทานการโจมตีทางจิตสัมผัสได้
วิชาอื่นๆ แทบจะไร้ผลกับการโจมตีรูปแบบนี้
"วิ้ง!"
ดาบสังหารส่งเสียงร้อง เจาะทะลุแนวป้องกันในห้วงจิตของชิงเฉี่ยนเข้าไปได้อย่างยากลำบาก
"ฉึก!"
เมื่อหลุดจากพันธนาการ ดาบสังหารก็เหมือนม้าพยศที่หลุดจากบังเหียน
อาละวาดโจมตีภายในห้วงจิตของชิงเฉี่ยนไม่หยุดยั้ง...
"ตูม!" "ตูม!"
"ตูม!"...
เสียงระเบิดดังก้องในหูชิงเฉี่ยนราวกับเสียงประทัดที่จุดต่อเนื่อง
ห้วงจิตของชิงเฉี่ยนเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวเหมือนใยแมงมุม พรุนไปหมดในเวลาอันสั้น
ชิงเฉี่ยนกัดฟันกรอด ไม่สนอะไรอีกแล้ว ห้วงจิตคือสิ่งสำคัญที่สุดของผู้ฝึกตน
ถ้าแตกสลายไป ผลกระทบจะรุนแรงมหาศาล
"วิชาลับจิ้งจอกเก้าหาง · ตัดหาง!"
เงาจิ้งจอกขาวเก้าหางปรากฏขึ้นด้านหลังชิงเฉี่ยน
แต่ที่ต่างออกไปคือ จิ้งจอกตัวนี้เหลือหางเพียงแปดหาง
"แกรก!"
เสียงเบาๆ ดังขึ้น หางของจิ้งจอกขาวขาดไปอีกหนึ่งหาง
ร่างของชิงเฉี่ยนหายวับไปราวกับจั๊กจั่นลอกคราบ ไปปรากฏตัวอยู่ไกลลิบ
ทิ้งไว้เพียงหางจิ้งจอกสีขาวฟูนุ่มกับดาบสังหารขนาดจิ๋ว ณ จุดเดิม
ฉินปู้อี้เรียกดาบสังหารกลับคืนมา ขยายขนาดเป็นดาบยาวปกติ
มองดูหางจิ้งจอกสีขาวพลางกล่าว "นี่สินะ วิธีเอาตัวรอดของเจ้าเมื่อกี้"
ชิงเฉี่ยนไม่ตอบ จ้องมองฉินปู้อี้ด้วยความโกรธจัด
ฉินปู้อี้เห็นนางเงียบ ก็ไม่พูดอะไรต่อ กระชับดาบสังหารเตรียมจะโจมตีซ้ำ
ทันใดนั้น ชิงเฉี่ยนก็นั่งลงกอดเข่า ซุกหน้าลงกับหัวเข่า ส่งเสียงสะอื้น "ฉินปู้อี้ ไอ้โจรชั่ว เมื่อกี้เจ้าเกือบจะฆ่าข้าจริงๆ แล้วนะ รู้ตัวไหม!"
ฉินปู้อี้ชะงักการโจมตี มองชิงเฉี่ยนด้วยความงุนงง ถามลองเชิง "นี่เจ้ามาไม้ไหนอีกเนี่ย"
ชิงเฉี่ยน: "ฉินปู้อี้ นอกจากรังแกผู้หญิงแล้วเจ้าทำอะไรเป็นบ้าง! เจ้าช่วยมีความฉลาดทางอารมณ์หน่อยได้ไหม ฝึกวิชาจนสมองฝ่อไปหมดแล้วหรือไง"
ฉินปู้อี้ตอบหน้าตาย "ก็เจ้าบอกเองว่าจะฆ่าข้า ข้าก็ต้องฆ่าเจ้าสิ จะให้ข้ายืนเฉยๆ ให้เจ้าฆ่ารึไง"
"ข้าแค่พูดเล่นๆ กะจะขู่ให้เจ้ากลัว แล้วคืนของให้ข้า ใครจะไปนึกว่าเจ้าจะเก่งขนาดนี้! แถมยังน่ากลัวขนาดนี้ด้วย"
ชิงเฉี่ยนยิ่งพูดยิ่งน้อยใจ ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาไหลพราก
ชี้นิ้วไปที่หลุมยักษ์เบื้องล่าง "เทือกเขาเทวะร่วงหล่นใหญ่โตขนาดนั้น เจ้าฟันดาบเดียวหายเกลี้ยง"
"เผ่าจิ้งจอกเก้าหางของข้า กว่าหางจะงอกออกมาได้สักหางต้องใช้เวลาตั้งพันปี โดนเจ้าโจมตีไปสองที หายไปสองหางแล้ว"
"ถ้าไม่มีพรสวรรค์ของเผ่าจิ้งจอก ป่านนี้ข้าตายด้วยน้ำมือเจ้าไปสองรอบแล้วนะ เจ้ายังมีความเป็นคนอยู่ไหม!!!"
เห็นชิงเฉี่ยนร้องไห้ฟูมฟาย ฉินปู้อี้ก็ทำตัวไม่ถูก ยืนนิ่งเงียบ
ภาพของราชินีจิ้งจอกผู้ยิ่งใหญ่แห่งเทือกเขาเทวะร่วงหล่น ระดับพลังตู้เจี๋ย มานั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งต่อหน้าเขา
ฉินปู้อี้คิดว่าถ้าใครมาเห็นเข้า คงไม่มีทางเชื่อสายตาตัวเองแน่
ฉินปู้อี้พยายามคิดหาวิธีหยุดเสียงร้องไห้ของชิงเฉี่ยน แต่ก็คิดไม่ออก สุดท้ายเลยถามซื่อๆ "เฮ้ย! ชิงเฉี่ยน เจ้ายังจะสู้อีกไหม!"
พอได้ยินคำนี้ ชิงเฉี่ยนยิ่งร้องหนักกว่าเดิม "สู้! สู้กับผีน่ะสิ! ในสมองเจ้าวันๆ คิดแต่เรื่องฆ่าแกงกันรึไง"
เมื่อชิงเฉี่ยนบอกไม่สู้แล้ว ฉินปู้อี้ก็คลายวิชาฟ้าดินจำแลง ร่างกายกลับสู่ขนาดปกติ ดาบสังหารก็เช่นกัน
"แล้วเจ้าจะเอายังไง?" ฉินปู้อี้ถาม
ชิงเฉี่ยนไม่ตอบ เอาแต่นั่งร้องไห้กระซิกๆ อยู่ไกลๆ เหมือนสาวน้อยที่ถูกรังแก
ฉินปู้อี้ลองเสนอ "งั้นข้าคืนของให้เจ้า แล้วเจ้าหยุดร้องไห้ ดีไหม"
สิ้นเสียง ชิงเฉี่ยนลุกพรึ่บขึ้นมาทันที ใบหน้ายังเปื้อนคราบน้ำตา
ฉินปู้อี้นึกว่านางตกลง กำลังจะอ้าปากพูดต่อ ชิงเฉี่ยนก็พุ่งตัวหนีไปทางไกลด้วยความเร็วสูง
ทิ้งเสียงตะโกนไว้ข้างหูฉินปู้อี้ "ของข้า ข้าจะมาเอาคืนเอง ฝากไว้ที่เจ้าก่อน ครั้งหน้าเจอกันข้าจะฆ่าเจ้าจริงๆ เตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ"
"จำไว้ด้วยนะ ฉินปู้อี้ เจ้าฆ่าข้าไปสองครั้ง เจ้าติดหนี้ชีวิตข้าสองชีวิต!"
ฟังจบ ฉินปู้อี้ก็งงเป็นไก่ตาแตก ยืนมองชิงเฉี่ยนลับสายตาไป พึมพำอย่างไม่เข้าใจ
"ประสาทหรือเปล่าเนี่ย ตัวเองเป็นคนมาหาเรื่องข้าก่อน บอกจะฆ่าข้า แล้วก็บอกว่าไม่ได้จะฆ่าจริงๆ"
"แล้วก็หนีไปดื้อๆ บอกว่าจะมีคราวหน้าอีก"
ฉินปู้อี้ยกดาบสังหารขึ้นมาถาม "หงเหลียน เจ้าว่าผู้หญิงคนนี้ประสาทกลับหรือเปล่า"
ดาบสังหารสั่นเบาๆ เสียงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชาของหงเหลียนดังขึ้นข้างหู
ฟังจากน้ำเสียง ดูเหมือนหงเหลียนจะอารมณ์บ่จอยเท่าไหร่
ฉินปู้อี้ยิ่งงงหนักกว่าเดิม เกาหัวแกรกๆ พึมพำ "วันนี้มันวันอะไรกันเนี่ย เป็นบ้าอะไรกันไปหมด"