- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 59 ยึดครองแดนลับฮั่วอวิ๋น
บทที่ 59 ยึดครองแดนลับฮั่วอวิ๋น
บทที่ 59 ยึดครองแดนลับฮั่วอวิ๋น
เสี่ยวชิงหลงขยับปากทำท่ากัด ร่างของฮั่วเฉียนอวิ๋นก็หายวับไปจากสายตาทันที
วินาทีถัดมา ฮั่วเฉียนอวิ๋นก็มาโผล่ในพื้นที่มืดมิดไร้แสงสว่าง
"เคล็ดวิชามังกรฟ้า · ยูหมิง!"
แรงบีบอัดมหาศาลถาโถมเข้าใส่ร่างฮั่วเฉียนอวิ๋นจากทุกทิศทาง
ฮั่วเฉียนอวิ๋นรีบควักระฆังใบเล็กออกมา ถ่ายเทพลังปราณเข้าไป
ระฆังขยายใหญ่ขึ้น ครอบร่างของเขาไว้ภายใน
แต่แรงบีบอัดกลับไม่ได้หายไปแม้จะอยู่ใต้ระฆัง มิหนำซ้ำยังเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ฮั่วเฉียนอวิ๋นตื่นตระหนก "นี่มันวิชาบ้าบออะไรกัน ขนาดระฆังเมฆาอัคคียังกันไม่ได้แม้แต่นิดเดียว"
"เคล็ดวิชามังกรฟ้า · แยกสลาย!"
เสียงของเสี่ยวชิงหลงดังก้องในความมืด
พร้อมกับแรงบีบอัดที่เพิ่มขึ้น ฮั่วเฉียนอวิ๋นพบว่าร่างกายของเขาเริ่มขยับไม่ได้ แม้แต่จะกะพริบตาก็ยังทำไม่ได้
"เคล็ดวิชามังกรฟ้า · สิ้นอายุขัย!"
ในขณะที่ฮั่วเฉียนอวิ๋นพยายามดิ้นรนเพื่อแย่งชิงการควบคุมร่างกายกลับคืนมา
สิ่งที่ทำให้เขาหวาดกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น พลังชีวิตในร่างกายกำลังไหลออกไปอย่างรวดเร็ว...
ทุกวินาทีที่ผ่านไป อายุขัยลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย
ฮั่วเฉียนอวิ๋นทำได้แค่มองดูร่างกายของตัวเองแก่ชราลงโดยไม่สามารถทำอะไรได้
เพียงไม่กี่สิบวินาที แต่สำหรับฮั่วเฉียนอวิ๋น มันยาวนานเหมือนผ่านไปหลายพันปี
จากเดิมที่ยังมีอายุขัยอีกนับพันปี ตอนนี้เหลือเพียงไม่กี่วัน
สภาพของฮั่วเฉียนอวิ๋นในตอนนี้ไม่ต่างจากชายชราไม้ใกล้ฝั่ง
กลิ่นอายแห่งความตายแผ่ออกมาจากร่างของชายชราที่เหลือเวลาอีกไม่มาก
ทันใดนั้น ฮั่วเฉียนอวิ๋นก็กลับมาควบคุมร่างกายได้อีกครั้ง
ยังไม่ทันได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก พื้นที่มืดมิดก็สว่างวาบขึ้น
"เคล็ดวิชามังกรฟ้า · ลมหายใจมังกร!"
เสี่ยวชิงหลงอ้าปากพ่นไฟใส่ฮั่วเฉียนอวิ๋นที่เพิ่งถูกปล่อยออกมา ลมหายใจมังกรอันร้อนแรงปะทะร่างฮั่วเฉียนอวิ๋นเต็มๆ
ฮั่วเฉียนอวิ๋นไม่คิดจะหลบเลี่ยง ในความสิ้นหวัง เขาเร่งเร้าพลังปราณในร่างกายเตรียมจะระเบิดตัวเอง
พลังปราณอันบ้าคลั่งทะลักออกมาจากร่างฮั่วเฉียนอวิ๋น
"นายท่าน เขาจะระเบิดตัว" เสี่ยวชิงหลงร้องเตือน
"เคร้ง!"
ฉินปู้อี้ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ชักดาบสังหารออกมาทันที
"สังหาร · ไล่ล่า!"
ดาบสังหารที่สั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงเข้าใส่จุดตันเถียนของฮั่วเฉียนอวิ๋น
"ฉึก!"
ปลายดาบอันแหลมคมแทงทะลุจุดตันเถียนของฮั่วเฉียนอวิ๋น
การระเบิดตัวของฮั่วเฉียนอวิ๋นหยุดชะงักลงทันที
ฉินปู้อี้ดึงดาบสังหารออกจากจุดตันเถียน แล้วตวัดฟันไปที่ลำคอของฮั่วเฉียนอวิ๋น
"ฉึก!"
คมดาบปาดผ่านลำคอ แววตาของฮั่วเฉียนอวิ๋นค่อยๆ ดับวูบลง
ก่อนตาย เขาจ้องมองฉินปู้อี้เขม็ง เค้นแรงเฮือกสุดท้ายกล่าวว่า "ข้าไม่ยอม...!"
ฉินปู้อี้เก็บดาบสังหาร มองดูศพของฮั่วเฉียนอวิ๋น "มุกเดิมใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอก"
เมื่อฮั่วเฉียนอวิ๋นตาย ศิษย์แดนลับฮั่วอวิ๋นเบื้องล่างก็แตกตื่นกันยกใหญ่
"ท่านบรรพบุรุษ... ตายแล้วเหรอ"
"ท่านบรรพบุรุษไร้เทียมทาน เป็นไปไม่ได้"
"ข้าต้องตาฝาดแน่ๆ ใช่ ตาฝาดแน่ๆ" ...
ฉินปู้อี้เก็บระฆังใบเล็กของฮั่วเฉียนอวิ๋นมา หลังจากใช้จิตสัมผัสตรวจสอบ ก็ไม่พบของมีค่าอื่นใดบนตัวฮั่วเฉียนอวิ๋นอีก
เสี่ยวชิงหลงบินมาเกาะไหล่ฉินปู้อี้ "นายท่าน พวกระดับเลี่ยนซูนี่ชอบระเบิดตัวเองกันจังนะขอรับ"
ฉินปู้อี้ส่ายหน้า เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
หลานหลิงหลงเดินเข้ามา อธิบายเสริม "การระเบิดตัวเองคือการโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่ผู้ฝึกตนจะทำได้ในวาระสุดท้าย เป้าหมายส่วนใหญ่ก็เพื่อลากศัตรูไปตายด้วยกัน"
เสี่ยวชิงหลงพยักหน้าทำท่าเหมือนจะเข้าใจ ถามต่อ "นายท่าน แล้วจะเอายังไงกับคนข้างล่างดีขอรับ?"
ฉินปู้อี้ส่งกระแสจิตตอบ "เฝ้าไว้ก่อน รอข้ายึดครองแดนลับนี้ได้แล้วค่อยว่ากัน"
พูดจบ ฉินปู้อี้ก็บินไปที่ใจกลางแดนลับฮั่วอวิ๋น
เมื่อมาถึงใจกลางแดนลับ ฉินปู้อี้หยิบแก่นแท้แดนลับออกมา
แก่นแท้แดนลับลอยอยู่กลางอากาศ พลังปราณทั่วทั้งแดนลับฮั่วอวิ๋นไหลบ่าเข้ามาที่แก่นแท้อย่างต่อเนื่อง
พลังปราณในแดนลับลดลงเรื่อยๆ
หนึ่งชั่วยามผ่านไป พลังปราณในแดนลับฮั่วอวิ๋นก็เหือดแห้งจนหมด
พร้อมกับการหายไปของพลังปราณ แดนลับฮั่วอวิ๋นก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ
แรงสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถี่ขึ้นเรื่อยๆ
ศิษย์ที่มีระดับพลังต่ำหลายคนยืนไม่อยู่ ล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น
ศิษย์แดนลับฮั่วอวิ๋นใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ อยู่กับความกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้
หนึ่งวันผ่านไป การสั่นสะเทือนก็หยุดลง
แก่นแท้แดนลับที่ดูดซับพลังปราณไปจนหมด เริ่มคายพลังปราณสีรุ้งออกมาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน ฉินปู้อี้ก็เข้าควบคุมแดนลับฮั่วอวิ๋นได้อย่างสมบูรณ์ จิตสัมผัสของเขาครอบคลุมทั่วทั้งแดนลับ
จากการตรวจสอบ ศิษย์ที่มีระดับพลังสูงสุดคือขั้นฮว่าเสิน ไม่มีระดับเลี่ยนซูแม้แต่คนเดียว
ฉินปู้อี้ใช้จิตสั่งการ ส่งตัวศิษย์ทั้งหมดออกไปภายนอกทันที
ที่น่าสังเกตคือ ทรัพย์สินติดตัวของศิษย์เหล่านี้ ฉินปู้อี้ไม่ได้ริบมาแม้แต่นิดเดียว
เพราะพวกเขาต้องออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ฉินปู้อี้ไม่อยากบีบคั้นคนที่มีระดับพลังทั่วไปเหล่านี้ให้จนตรอก
ทั้งแดนลับตอนนี้เหลือเพียงสามคนหนึ่งมังกร
คนที่สามคือนอนสลบอยู่บนพื้น หล่างเย่นั่นเอง
ฉินปู้อี้เก็บหล่างเย่ไว้ ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่นใด แค่รู้สึกว่าถูกชะตากับหมอนี่ ไปที่ไหนก็เจอ
หล่างเย่ที่กำลังสลบเหมือด จู่ๆ ก็ตัวสั่นสะท้านขึ้นมา
[ติ๊ง! ต้องการหลอมรวมสองแดนลับในโลกเสี่ยวเชียนเข้าด้วยกันหรือไม่]
หน้าต่างระบบปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินปู้อี้ ด้านซ้ายคือแดนลับคุนหลุน ด้านขวาคือแดนลับฮั่วอวิ๋น
ถ้าไม่หลอมรวม แม้ฉินปู้อี้จะเข้าออกทั้งสองแดนลับผ่านโลกเสี่ยวเชียนได้ตลอดเวลา
แต่การแยกบริหารจัดการย่อมไม่สะดวก หลังจากไตร่ตรองครู่หนึ่ง
"หลอมรวม!"
[ติ๊ง! กำลังหลอมรวมแดนลับ...]
พื้นที่ขอบของแดนลับฮั่วอวิ๋นค่อยๆ หายไป ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นหยิบออกไป
ฉินปู้อี้ใช้จิตสัมผัสห่อหุ้มเสี่ยวชิงหลง หลานหลิงหลง และหล่างเย่ที่นอนอยู่บนพื้น วินาทีถัดมา ทั้งหมดก็มาโผล่ที่โลกภายนอก
"ไป แดนลับสุ่ยเยว่" ฉินปู้อี้สั่ง
"นายท่าน ข้าพาไปเอง"
เสี่ยวชิงหลงรีบเสนอหน้า ขยายร่างยาวหลายร้อยจั้งบินมารองรับใต้เท้าฉินปู้อี้
ฉินปู้อี้ยืนเหยียบหัวมังกรของเสี่ยวชิงหลง มองดูหล่างเย่ที่ยังสลบและหลานหลิงหลงที่ยืนอยู่กลางอากาศด้วยความลำบากใจ
เผ่าพันธุ์มังกรนั้นหยิ่งทะนง ยิ่งเป็นมังกรเขียวยิ่งแล้วใหญ่
หัวของเสี่ยวชิงหลง นอกจากฉินปู้อี้แล้ว ใครหน้าไหนกล้าคิดจะเหยียบ คงโดนฉีกเป็นชิ้นๆ ในพริบตา
เสี่ยวชิงหลงดูออกว่าฉินปู้อี้กังวลเรื่องอะไร จึงกล่าวว่า "นายท่าน เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย"
ว่าแล้วก็ยื่นกรงเล็บยักษ์สองข้างออกมา ข้างซ้ายคีบหล่างเย่ ข้างขวาคีบหลานหลิงหลง
หลานหลิงหลงกับเสี่ยวชิงหลงระดับพลังห่างกันมาก ยังไม่ทันได้ขยับตัวก็โดนจับไปแล้ว
อยู่ในกรงเล็บมังกร หลานหลิงหลงรู้สึกอึดอัดแต่ก็ตื่นเต้น
เกิดมาเพิ่งเคยอยู่ใกล้มังกรตัวเป็นๆ ขนาดนี้เป็นครั้งแรก
ด้วยความรู้สึกปนเป หลานหลิงหลงจึงไม่ได้ขัดขืน แต่กลับจ้องมองเกล็ดบนตัวเสี่ยวชิงหลงด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ออกเดินทางได้"
ฉินปู้อี้ตบเขาเสี่ยวชิงหลงเบาๆ
"นายท่าน ยืนให้มั่นนะ ไปละจ้า~" เสี่ยวชิงหลงร้องบอกอย่างร่าเริง
เสี่ยวชิงหลงพุ่งทะยานไปทางแดนลับสุ่ยเยว่ราวกับจรวด
ร่างมังกรขนาดมหึมาแหวกอากาศจนเกิดลมกรรโชกแรง
เสียงโซนิคบูมดังสนั่นหวั่นไหวรอบตัวมังกร
ฉินปู้อี้ที่มีระดับพลังสูงส่งและกายาแข็งแกร่งด้วยวิชาปาจิ่วเสวียนกง ยืนบนหัวมังกรอย่างสบายๆ ไม่รู้สึกระคายผิว
แต่สองคนที่ห้อยต่องแต่งอยู่ใต้กรงเล็บมังกรน่ะสิ ลำบากแน่
หลานหลิงหลงโดนลมตีหน้าจนแสบไปหมด ต้องเร่งเร้าพลังปราณมาคลุมกายไว้ถึงจะพอทนไหว
ลมกรรโชกปะทะเกราะพลังปราณดังแก๊งๆ
พลังปราณของหลานหลิงหลงถูกเผาผลาญไปอย่างรวดเร็ว
เร็วยิ่งกว่าตอนสู้กับยอดฝีมือระดับเดียวกันเสียอีก
ส่วนหล่างเย่ที่สลบอยู่ ถูกลมตีจนตื่น
พอลืมตาขึ้นมา หล่างเย่ยังสะลึมสะลือนึกว่าอยู่บนพื้นดิน จะยืดขาจะลุกขึ้นยืน
แต่เท้ากลับควานหาพื้นไม่เจอ
หล่างเย่ไม่เชื่อสายตา ถีบขาไปมาอีกสองสามที
"เอ๊ะ! ทำไมมันว่างเปล่าแบบนี้ล่ะ"
จังหวะที่หล่างเย่อ้าปากจะพูด ลมกรรโชกก็กรอกเข้าปากเต็มๆ
"แค่กๆ!"
หล่างเย่สำลักลมแทบตาย หลังจากไอโขลกเขลก ก็ตาสว่างทันที
พบว่าตัวเองถูกกรงเล็บมังกรยักษ์หิ้วอยู่กลางอากาศ บินด้วยความเร็วสูง
ลมเย็นยะเยือกตบหน้าซ้ายขวาจนสมองมึนงง
เดิมทีระดับพลังของหล่างเย่ก็ต่ำต้อยอยู่แล้ว ขนาดหลานหลิงหลงยังต้องใช้พลังปราณคุ้มกาย แล้วเขาจะไปเหลืออะไร
ลมแรงกระแทกร่างหล่างเย่จนแทบจะหลุดเป็นชิ้นๆ
เขารวบรวมพลังปราณเฮือกสุดท้ายไปที่ลำคอ เพื่อให้เปล่งเสียงออกมาได้ท่ามกลางลมพายุ
หล่างเย่ตะโกนสุดเสียงที่ความสูงหมื่นเมตร
"ช่วยด้วย~ คนจะตายแล้ว~ ปล่อยข้าลงไปที"
"ข้าจะกลับบ้าน~ ข้าจะหาแม่"
"ช่วยด้วย~ ช่วยด้วยยยย~"