เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53 ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่าย

บทที่ 53 ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่าย

บทที่ 53 ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่าย


หลานหลิงหลงเดินกลับมาเพียงลำพัง ส่วนหล่างเย่นั้นนางปล่อยตัวไปตั้งแต่ตอนที่ฉินปู้อี้เอ่ยปากแล้ว

ฉินปู้อี้เห็นสีหน้าสับสนวุ่นวายของหลานหลิงหลง จึงเอ่ยถาม "เป็นอะไรไป?"

หลานหลิงหลงส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร สองวันที่ผ่านมามีเรื่องให้ตกใจมากเกินไป

มากเสียจนนางเริ่มจะชาชิน ภูผาใหญ่สามลูกที่เป็นดั่งเสาหลักในใจผู้ฝึกตนบนดาวบลูสตาร์

ได้พังทลายลงต่อหน้าต่อตาของนางทีละลูกๆ

และคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด กำลังยืนหยอกล้อกับสัตว์เลี้ยงมังกรของเขาอยู่ข้างๆ

ราวกับว่าการสังหารยอดฝีมือระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ถึงสามคน เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่น่าเก็บมาใส่ใจ

หลานหลิงหลงหันไปมองเสี่ยวชิงหลงที่ตอนนี้ดูไร้พิษสง กำลังกอดแก่นแท้แดนลับเล่นอย่างมีความสุข นางก็ยิ่งพูดไม่ออก

ใครจะไปคิดว่าเจ้ามังกรตัวจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือนี้ เวลาสำแดงเดชจะน่ากลัวรากับสัตว์ประหลาดจากยุคดึกดำบรรพ์

โดยเฉพาะตอนที่สังหารหงซิ่วแห่งแดนลับสุ่ยเยว่ สภาพก่อนตายที่แก่ชราลงอย่างรวดเร็วนั้น

หลานหลิงหลงแค่นึกถึงก็ยังขนลุกซู่ ในใจอดคิดไม่ได้ว่า 'เจ้านี่น่ากลัวพอๆ กับเจ้านายมันเลย'

หากมีใครมาบันทึกภาพฉินปู้อี้กับเสี่ยวชิงหลงหยอกล้อกันในตอนนี้ คงไม่มีใครเชื่อแน่ว่าหนึ่งคนหนึ่งมังกรคู่นี้คือตัวอันตรายสุดขีด

ฉินปู้อี้อุ้มเสี่ยวชิงหลงไว้ มือลูบเกล็ดบนหลังมังกรเล่น พลางหันไปบอกหลานหลิงหลงว่า

"ไปกันเถอะ ไปสถานีต่อไป"

"ไปไหน?" หลานหลิงหลงได้สติกลับมาจึงเอ่ยถาม

ฉินปู้อี้มองไปทางเทือกเขาคุนหลุน แววตาฉายจิตสังหาร "แดนลับคุนหลุน"

การที่เขาถูกล้อมปราบในครั้งนี้ จางเฟิงแห่งแดนลับคุนหลุนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน

โดยเฉพาะข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขา

มีเพียงจางเฟิงที่เคยต่อสู้และหนีรอดไปได้เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

ตอนนี้คุนซวีเจ้าแห่งแดนลับคุนหลุนตายแล้ว อู่เฉียนคุนก็ถูกสังหารไปก่อนหน้า

แดนลับคุนหลุนเหลือเพียงจางเฟิงที่ห้วงจิตได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นช่วงที่การป้องกันอ่อนแอที่สุด

ฉินปู้อี้ตัดสินใจบุกแดนลับคุนหลุนทันที เพื่อสังหารจางเฟิง และถือโอกาสทำภารกิจสงครามทำลายแดนลับคุนหลุนให้สำเร็จ

หลังจากแลกเปลี่ยนแก่นแท้แดนลับมาแล้ว ฉินปู้อี้ก็คาดหวังอยากรู้ว่าของมูลค่าสองพันคะแนนร้านค้านี้จะมีฤทธิ์เดชขนาดไหน

ที่สำคัญที่สุด ของรางวัลจากการทำภารกิจสงครามสำเร็จ มี วิชาปาจิ่วเสวียนกง (วิชาแปดเก้าเร้นลับ) ฉบับต้นรวมอยู่ด้วย

เรื่องนี้ทำให้ฉินปู้อี้อดใจรอแทบไม่ไหว อยากจะรีบทำภารกิจให้จบๆ เพื่อรับวิชานี้มาครอบครอง

จากการต่อสู้หลายครั้งที่ผ่านมา ฉินปู้อี้ตระหนักดีถึงจุดอ่อนเรื่องรูปแบบการต่อสู้ที่ซ้ำซากจำเจ เขาจำเป็นต้องเพิ่มความหลากหลายในการต่อสู้โดยด่วน

หลานหลิงหลงได้ยินฉินปู้อี้พูดจบ ก็มองบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกตามร่างกายของเขา เอ่ยด้วยความเป็นห่วงว่า

"บาดแผลท่านสาหัสขนาดนี้ ยังจะไปสู้ต่ออีกเหรอ"

"ไม่เป็นไร" ฉินปู้อี้โบกมือปฏิเสธ

หลานหลิงหลงหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาจากแหวนมิติ นำยาเม็ดมาบดด้วยพลังปราณแล้วทาลงบนผ้าพันแผล

"อยู่นิ่งๆ ข้าจะช่วยทำแผลให้เบื้องต้น"

เมื่อเห็นหลานหลิงหลงถือผ้าพันแผลพอกยาเดินเข้ามา ฉินปู้อี้ไม่ได้ถอยหนี

หลานหลิงหลงมีความงามที่โดดเด่น จัดว่าเป็นยอดพรูในหมู่หญิงงาม

ในฐานะผู้ชายปกติ ฉินปู้อี้ย่อมไม่ปฏิเสธความหวังดีของสาวงาม

นิ้วมือที่เย็นเฉียบเล็กน้อยของหลานหลิงหลงสัมผัสโดนตัวฉินปู้อี้ นางพันแผลให้เขาอย่างคล่องแคล่วและชำนาญ

เมื่อพันแผลเสร็จ แก้มของหลานหลิงหลงก็แดงระเรื่อเล็กน้อย นางถามอย่างขัดเขินว่า "เวลาข้าบาดเจ็บก็ทำแบบนี้ ท่านรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?"

ฉินปู้อี้พยักหน้าชมเชย "ดี ดีมาก!"

ได้ยินคำชมของฉินปู้อี้ หัวใจของหลานหลิงหลงก็หวานล้ำเหมือนได้กินน้ำผึ้ง

ฉินปู้อี้กอดเสี่ยวชิงหลงไว้แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "อย่ามัวยืนเหม่อ ไปสถานีต่อไปได้แล้ว"

ในขณะที่ฉินปู้อี้มุ่งหน้าไปยังทางเข้าแดนลับคุนหลุน ข่าวเรื่องเขาสังหารสามยอดฝีมือระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ก็แพร่สะพัดออกไปราวกับพายุทอร์นาโด

ณ เมือง S ตระกูลหลาน

หลานเหวินฮ่าวและหลานเทียนเหอมองดูข่าวกรองที่ส่งมา ทั้งคู่เห็นความตกตะลึงในแววตาของกันและกัน

ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงหัวเราะดังกึกก้องก็ระเบิดออกมาจากปากของทั้งสอง เสียงหัวเราะดังสนั่นไปไกล

คนในตระกูลหลานมองไปที่ห้องของหลานเหวินฮ่าวด้วยความงุนงง

พวกเขาเพิ่งย้ายหนีตายมาจากแดนลับฮั่วอวิ๋น ตอนนี้ควรจะเป็นเวลาเศร้าโศกไม่ใช่หรือ ทำไมผู้รักษาการผู้นำตระกูลอย่างหลานเหวินฮ่าวถึงหัวเราะร่าเริงขนาดนั้น

หลานเทียนเหอมองพี่ชายแล้วกล่าวว่า "พี่สาม เราแทงหวยถูกแล้ว"

ใบหน้าของหลานเหวินฮ่าวเปื้อนยิ้ม "น้องเจ็ด ผ่านพ้นคราวนี้ไป ก็ถึงเวลาผงาดของตระกูลหลานเราแล้ว"

หลานเทียนเหอมองหลานเหวินฮ่าวแล้วเย้าแหย่ "งั้นพี่สาม ท่านวางแผนจะจัดพิธีรับตำแหน่งผู้นำตระกูลเมื่อไหร่ดีล่ะ?"

นับตั้งแต่บรรพบุรุษหลานเหยียนสิ้นชีพ หลานเหวินฮ่าวก็ทำหน้าที่ดูแลตระกูลมาตลอด

แม้คนในตระกูลจะไม่ได้เรียกเขาว่าผู้นำตระกูลอย่างเป็นทางการ แต่ในใจทุกคนต่างรู้ดีและยอมรับ

เมื่อถูกน้องชายพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง หลานเหวินฮ่าวก็แกล้งตีหน้าขรึม "อย่ามาล้อเล่น ข้าไม่อยากเป็นผู้นำตระกูลหรอก เหนื่อยจะตาย"

หลานเทียนเหอหัวเราะแหะๆ "พี่สาม ถ้าท่านไม่เป็น ก็คงไม่มีใครในตระกูลเป็นได้แล้ว นอกจากท่าน ใครจะเอาคนในตระกูลอยู่?"

หลานเหวินฮ่าวเห็นน้องชายยิ้มแป้น ก็เลิกวางมาด ทั้งสองพี่น้องมองหน้ากันแล้วหัวเราะร่า

ณ แดนลับฮั่วอวิ๋น

ฮั่วเฉียนอวิ๋นจ้องมองรายงานข่าวกรองบนโต๊ะ คิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม

ในใจเขามีแต่คำว่า 'กลุ้ม'

จะไม่ให้กลุ้มได้ยังไง ส่งระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ไปสามคนเพื่อรุมฆ่าฉินปู้อี้คนเดียว แต่ผลกลับกลายเป็นว่าตายเรียบ

"ไม่นึกเลยว่าแม้แต่ตาเฒ่าคุนซวีก็ยังไม่รอด แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้"

ฮั่วเฉียนอวิ๋นเดินวนไปวนมาในห้อง พยายามคิดหาทางออก

เขาไม่เชื่อหรอกว่าฉินปู้อี้จะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ หลังจากที่เขาส่งคนไปล้อมปราบ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฮั่วเฉียนอวิ๋นคงไม่กลุ้มขนาดนี้ ตลอดชีวิตเขาเคยล่วงเกินคนมาเยอะแยะ แต่ก็ไม่มีใครมีปัญญามาแก้แค้นเขาได้

แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน อีกฝ่ายคือยอดคนอำมหิตที่ฆ่าระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ได้ถึงสามคน

แถมยังฆ่าคุนซวีที่ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ขั้นเหอถี่ไปแล้ว ซึ่งฝีมือเหนือกว่าเขาอยู่ขั้นหนึ่งด้วยซ้ำ

ต่อให้เป็นตัวเขาเอง ถ้าโดนรุมแบบนั้น ก็คงหนีไม่พ้นความตายเก้าส่วนรอดหนึ่งส่วน อย่าว่าแต่จะฆ่าสวนกลับเลย

ในขณะที่ฮั่วเฉียนอวิ๋นกำลังกลุ้มใจ ที่แดนลับสุ่ยเยว่ก็มีคนกลุ้มใจไม่ต่างกัน

หงหว่านโหรว เจ้าแห่งแดนลับสุ่ยเยว่ ฟังรายงานจากลูกน้องจบ น้ำตาสองสายก็ไหลพรากอาบแก้ม

"น้องหญิงหงซิ่ว ข้าเป็นคนทำร้ายเจ้าแท้ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะความโลภของข้า เจ้าคงไม่ตาย"

เช็ดน้ำตาเสร็จ หงหว่านโหรวก็เริ่มคิดถึงการแก้แค้นที่อาจจะตามมา

แดนลับสุ่ยเยว่เป็นแดนลับที่อ่อนแอที่สุดในสามแดนลับมาตลอดหลายปี

ตอนนี้ระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ที่มีอยู่เพียงสองคนตายไปหนึ่ง หงหว่านโหรวยิ่งกังวลหนัก

แต่พอคิดได้ว่าอีกสองแดนลับก็คงสภาพไม่ต่างกัน ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

แดนลับคุนหลุนที่เคยแข็งแกร่งที่สุด ตอนนี้ตายสองเจ็บหนึ่ง สภาพแย่กว่าแดนลับสุ่ยเยว่เสียอีก

แดนลับฮั่วอวิ๋นที่เป็นที่สองตลอดกาล ช่วงนี้ตระกูลหลานก็แยกตัวออกไป ฮั่วดาก็ตายในการต่อสู้

แดนลับฮั่วอวิ๋นเหลือแค่ตาเฒ่าฮั่วเฉียนอวิ๋นหัวเดียวกระเทียมลีบ

แม้จะรู้สึกสมดุลขึ้นบ้าง แต่ความกังวลในใจหงหว่านโหรวก็ไม่ได้ลดน้อยลง กลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ

ถ้าศัตรูเป็นฮั่วเฉียนอวิ๋นหรือจางเฟิงที่บาดเจ็บจากแดนลับคุนหลุน ก็ยังพอว่า

สู้ไม่ได้อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตรอดได้ แต่ศัตรูตอนนี้คือฉินปู้อี้ที่เพิ่งฆ่าสามยอดฝีมือมาหมาดๆ

พอนึกภาพฉินปู้อี้บุกมาถึงหน้าประตู หงหว่านโหรวก็ใจแป้ว ไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด

"โทษตัวเองแท้ๆ อยู่ดีไม่ว่าดี ดันไปหาเรื่องใส่ตัว ตอนนี้เรื่องใหญ่แล้ว"

ทันใดนั้น หงหว่านโหรวก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้ แววตาเป็นประกาย รีบสั่งการ

"รีบไปตามอวิ๋นเยว่มาพบข้าเร็วเข้า"

จบบทที่ บทที่ 53 ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว