- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 53 ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่าย
บทที่ 53 ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่าย
บทที่ 53 ปฏิกิริยาของแต่ละฝ่าย
หลานหลิงหลงเดินกลับมาเพียงลำพัง ส่วนหล่างเย่นั้นนางปล่อยตัวไปตั้งแต่ตอนที่ฉินปู้อี้เอ่ยปากแล้ว
ฉินปู้อี้เห็นสีหน้าสับสนวุ่นวายของหลานหลิงหลง จึงเอ่ยถาม "เป็นอะไรไป?"
หลานหลิงหลงส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร สองวันที่ผ่านมามีเรื่องให้ตกใจมากเกินไป
มากเสียจนนางเริ่มจะชาชิน ภูผาใหญ่สามลูกที่เป็นดั่งเสาหลักในใจผู้ฝึกตนบนดาวบลูสตาร์
ได้พังทลายลงต่อหน้าต่อตาของนางทีละลูกๆ
และคนที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด กำลังยืนหยอกล้อกับสัตว์เลี้ยงมังกรของเขาอยู่ข้างๆ
ราวกับว่าการสังหารยอดฝีมือระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ถึงสามคน เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่ไม่น่าเก็บมาใส่ใจ
หลานหลิงหลงหันไปมองเสี่ยวชิงหลงที่ตอนนี้ดูไร้พิษสง กำลังกอดแก่นแท้แดนลับเล่นอย่างมีความสุข นางก็ยิ่งพูดไม่ออก
ใครจะไปคิดว่าเจ้ามังกรตัวจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือนี้ เวลาสำแดงเดชจะน่ากลัวรากับสัตว์ประหลาดจากยุคดึกดำบรรพ์
โดยเฉพาะตอนที่สังหารหงซิ่วแห่งแดนลับสุ่ยเยว่ สภาพก่อนตายที่แก่ชราลงอย่างรวดเร็วนั้น
หลานหลิงหลงแค่นึกถึงก็ยังขนลุกซู่ ในใจอดคิดไม่ได้ว่า 'เจ้านี่น่ากลัวพอๆ กับเจ้านายมันเลย'
หากมีใครมาบันทึกภาพฉินปู้อี้กับเสี่ยวชิงหลงหยอกล้อกันในตอนนี้ คงไม่มีใครเชื่อแน่ว่าหนึ่งคนหนึ่งมังกรคู่นี้คือตัวอันตรายสุดขีด
ฉินปู้อี้อุ้มเสี่ยวชิงหลงไว้ มือลูบเกล็ดบนหลังมังกรเล่น พลางหันไปบอกหลานหลิงหลงว่า
"ไปกันเถอะ ไปสถานีต่อไป"
"ไปไหน?" หลานหลิงหลงได้สติกลับมาจึงเอ่ยถาม
ฉินปู้อี้มองไปทางเทือกเขาคุนหลุน แววตาฉายจิตสังหาร "แดนลับคุนหลุน"
การที่เขาถูกล้อมปราบในครั้งนี้ จางเฟิงแห่งแดนลับคุนหลุนต้องมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเขา
มีเพียงจางเฟิงที่เคยต่อสู้และหนีรอดไปได้เท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
ตอนนี้คุนซวีเจ้าแห่งแดนลับคุนหลุนตายแล้ว อู่เฉียนคุนก็ถูกสังหารไปก่อนหน้า
แดนลับคุนหลุนเหลือเพียงจางเฟิงที่ห้วงจิตได้รับบาดเจ็บ ถือเป็นช่วงที่การป้องกันอ่อนแอที่สุด
ฉินปู้อี้ตัดสินใจบุกแดนลับคุนหลุนทันที เพื่อสังหารจางเฟิง และถือโอกาสทำภารกิจสงครามทำลายแดนลับคุนหลุนให้สำเร็จ
หลังจากแลกเปลี่ยนแก่นแท้แดนลับมาแล้ว ฉินปู้อี้ก็คาดหวังอยากรู้ว่าของมูลค่าสองพันคะแนนร้านค้านี้จะมีฤทธิ์เดชขนาดไหน
ที่สำคัญที่สุด ของรางวัลจากการทำภารกิจสงครามสำเร็จ มี วิชาปาจิ่วเสวียนกง (วิชาแปดเก้าเร้นลับ) ฉบับต้นรวมอยู่ด้วย
เรื่องนี้ทำให้ฉินปู้อี้อดใจรอแทบไม่ไหว อยากจะรีบทำภารกิจให้จบๆ เพื่อรับวิชานี้มาครอบครอง
จากการต่อสู้หลายครั้งที่ผ่านมา ฉินปู้อี้ตระหนักดีถึงจุดอ่อนเรื่องรูปแบบการต่อสู้ที่ซ้ำซากจำเจ เขาจำเป็นต้องเพิ่มความหลากหลายในการต่อสู้โดยด่วน
หลานหลิงหลงได้ยินฉินปู้อี้พูดจบ ก็มองบาดแผลลึกจนเห็นกระดูกตามร่างกายของเขา เอ่ยด้วยความเป็นห่วงว่า
"บาดแผลท่านสาหัสขนาดนี้ ยังจะไปสู้ต่ออีกเหรอ"
"ไม่เป็นไร" ฉินปู้อี้โบกมือปฏิเสธ
หลานหลิงหลงหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาจากแหวนมิติ นำยาเม็ดมาบดด้วยพลังปราณแล้วทาลงบนผ้าพันแผล
"อยู่นิ่งๆ ข้าจะช่วยทำแผลให้เบื้องต้น"
เมื่อเห็นหลานหลิงหลงถือผ้าพันแผลพอกยาเดินเข้ามา ฉินปู้อี้ไม่ได้ถอยหนี
หลานหลิงหลงมีความงามที่โดดเด่น จัดว่าเป็นยอดพรูในหมู่หญิงงาม
ในฐานะผู้ชายปกติ ฉินปู้อี้ย่อมไม่ปฏิเสธความหวังดีของสาวงาม
นิ้วมือที่เย็นเฉียบเล็กน้อยของหลานหลิงหลงสัมผัสโดนตัวฉินปู้อี้ นางพันแผลให้เขาอย่างคล่องแคล่วและชำนาญ
เมื่อพันแผลเสร็จ แก้มของหลานหลิงหลงก็แดงระเรื่อเล็กน้อย นางถามอย่างขัดเขินว่า "เวลาข้าบาดเจ็บก็ทำแบบนี้ ท่านรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?"
ฉินปู้อี้พยักหน้าชมเชย "ดี ดีมาก!"
ได้ยินคำชมของฉินปู้อี้ หัวใจของหลานหลิงหลงก็หวานล้ำเหมือนได้กินน้ำผึ้ง
ฉินปู้อี้กอดเสี่ยวชิงหลงไว้แล้วเอ่ยเสียงเรียบ "อย่ามัวยืนเหม่อ ไปสถานีต่อไปได้แล้ว"
ในขณะที่ฉินปู้อี้มุ่งหน้าไปยังทางเข้าแดนลับคุนหลุน ข่าวเรื่องเขาสังหารสามยอดฝีมือระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ก็แพร่สะพัดออกไปราวกับพายุทอร์นาโด
ณ เมือง S ตระกูลหลาน
หลานเหวินฮ่าวและหลานเทียนเหอมองดูข่าวกรองที่ส่งมา ทั้งคู่เห็นความตกตะลึงในแววตาของกันและกัน
ผ่านไปครู่ใหญ่ เสียงหัวเราะดังกึกก้องก็ระเบิดออกมาจากปากของทั้งสอง เสียงหัวเราะดังสนั่นไปไกล
คนในตระกูลหลานมองไปที่ห้องของหลานเหวินฮ่าวด้วยความงุนงง
พวกเขาเพิ่งย้ายหนีตายมาจากแดนลับฮั่วอวิ๋น ตอนนี้ควรจะเป็นเวลาเศร้าโศกไม่ใช่หรือ ทำไมผู้รักษาการผู้นำตระกูลอย่างหลานเหวินฮ่าวถึงหัวเราะร่าเริงขนาดนั้น
หลานเทียนเหอมองพี่ชายแล้วกล่าวว่า "พี่สาม เราแทงหวยถูกแล้ว"
ใบหน้าของหลานเหวินฮ่าวเปื้อนยิ้ม "น้องเจ็ด ผ่านพ้นคราวนี้ไป ก็ถึงเวลาผงาดของตระกูลหลานเราแล้ว"
หลานเทียนเหอมองหลานเหวินฮ่าวแล้วเย้าแหย่ "งั้นพี่สาม ท่านวางแผนจะจัดพิธีรับตำแหน่งผู้นำตระกูลเมื่อไหร่ดีล่ะ?"
นับตั้งแต่บรรพบุรุษหลานเหยียนสิ้นชีพ หลานเหวินฮ่าวก็ทำหน้าที่ดูแลตระกูลมาตลอด
แม้คนในตระกูลจะไม่ได้เรียกเขาว่าผู้นำตระกูลอย่างเป็นทางการ แต่ในใจทุกคนต่างรู้ดีและยอมรับ
เมื่อถูกน้องชายพูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง หลานเหวินฮ่าวก็แกล้งตีหน้าขรึม "อย่ามาล้อเล่น ข้าไม่อยากเป็นผู้นำตระกูลหรอก เหนื่อยจะตาย"
หลานเทียนเหอหัวเราะแหะๆ "พี่สาม ถ้าท่านไม่เป็น ก็คงไม่มีใครในตระกูลเป็นได้แล้ว นอกจากท่าน ใครจะเอาคนในตระกูลอยู่?"
หลานเหวินฮ่าวเห็นน้องชายยิ้มแป้น ก็เลิกวางมาด ทั้งสองพี่น้องมองหน้ากันแล้วหัวเราะร่า
ณ แดนลับฮั่วอวิ๋น
ฮั่วเฉียนอวิ๋นจ้องมองรายงานข่าวกรองบนโต๊ะ คิ้วขมวดมุ่นจนแทบจะเป็นปม
ในใจเขามีแต่คำว่า 'กลุ้ม'
จะไม่ให้กลุ้มได้ยังไง ส่งระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ไปสามคนเพื่อรุมฆ่าฉินปู้อี้คนเดียว แต่ผลกลับกลายเป็นว่าตายเรียบ
"ไม่นึกเลยว่าแม้แต่ตาเฒ่าคุนซวีก็ยังไม่รอด แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้"
ฮั่วเฉียนอวิ๋นเดินวนไปวนมาในห้อง พยายามคิดหาทางออก
เขาไม่เชื่อหรอกว่าฉินปู้อี้จะยอมปล่อยเขาไปง่ายๆ หลังจากที่เขาส่งคนไปล้อมปราบ
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฮั่วเฉียนอวิ๋นคงไม่กลุ้มขนาดนี้ ตลอดชีวิตเขาเคยล่วงเกินคนมาเยอะแยะ แต่ก็ไม่มีใครมีปัญญามาแก้แค้นเขาได้
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกัน อีกฝ่ายคือยอดคนอำมหิตที่ฆ่าระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ได้ถึงสามคน
แถมยังฆ่าคุนซวีที่ก้าวขาข้างหนึ่งเข้าสู่ขั้นเหอถี่ไปแล้ว ซึ่งฝีมือเหนือกว่าเขาอยู่ขั้นหนึ่งด้วยซ้ำ
ต่อให้เป็นตัวเขาเอง ถ้าโดนรุมแบบนั้น ก็คงหนีไม่พ้นความตายเก้าส่วนรอดหนึ่งส่วน อย่าว่าแต่จะฆ่าสวนกลับเลย
ในขณะที่ฮั่วเฉียนอวิ๋นกำลังกลุ้มใจ ที่แดนลับสุ่ยเยว่ก็มีคนกลุ้มใจไม่ต่างกัน
หงหว่านโหรว เจ้าแห่งแดนลับสุ่ยเยว่ ฟังรายงานจากลูกน้องจบ น้ำตาสองสายก็ไหลพรากอาบแก้ม
"น้องหญิงหงซิ่ว ข้าเป็นคนทำร้ายเจ้าแท้ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะความโลภของข้า เจ้าคงไม่ตาย"
เช็ดน้ำตาเสร็จ หงหว่านโหรวก็เริ่มคิดถึงการแก้แค้นที่อาจจะตามมา
แดนลับสุ่ยเยว่เป็นแดนลับที่อ่อนแอที่สุดในสามแดนลับมาตลอดหลายปี
ตอนนี้ระดับเลี่ยนซูสมบูรณ์ที่มีอยู่เพียงสองคนตายไปหนึ่ง หงหว่านโหรวยิ่งกังวลหนัก
แต่พอคิดได้ว่าอีกสองแดนลับก็คงสภาพไม่ต่างกัน ในใจก็รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
แดนลับคุนหลุนที่เคยแข็งแกร่งที่สุด ตอนนี้ตายสองเจ็บหนึ่ง สภาพแย่กว่าแดนลับสุ่ยเยว่เสียอีก
แดนลับฮั่วอวิ๋นที่เป็นที่สองตลอดกาล ช่วงนี้ตระกูลหลานก็แยกตัวออกไป ฮั่วดาก็ตายในการต่อสู้
แดนลับฮั่วอวิ๋นเหลือแค่ตาเฒ่าฮั่วเฉียนอวิ๋นหัวเดียวกระเทียมลีบ
แม้จะรู้สึกสมดุลขึ้นบ้าง แต่ความกังวลในใจหงหว่านโหรวก็ไม่ได้ลดน้อยลง กลับเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ
ถ้าศัตรูเป็นฮั่วเฉียนอวิ๋นหรือจางเฟิงที่บาดเจ็บจากแดนลับคุนหลุน ก็ยังพอว่า
สู้ไม่ได้อย่างน้อยก็ยังรักษาชีวิตรอดได้ แต่ศัตรูตอนนี้คือฉินปู้อี้ที่เพิ่งฆ่าสามยอดฝีมือมาหมาดๆ
พอนึกภาพฉินปู้อี้บุกมาถึงหน้าประตู หงหว่านโหรวก็ใจแป้ว ไม่มีความมั่นใจเลยสักนิด
"โทษตัวเองแท้ๆ อยู่ดีไม่ว่าดี ดันไปหาเรื่องใส่ตัว ตอนนี้เรื่องใหญ่แล้ว"
ทันใดนั้น หงหว่านโหรวก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาได้ แววตาเป็นประกาย รีบสั่งการ
"รีบไปตามอวิ๋นเยว่มาพบข้าเร็วเข้า"