- หน้าแรก
- ระบบที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า
- บทที่ 52 แก่นแท้แดนลับ
บทที่ 52 แก่นแท้แดนลับ
บทที่ 52 แก่นแท้แดนลับ
"เลิกพล่ามไร้สาระได้แล้ว คนปกติที่ไหนเขาชอบน้ำเสียงแบบนี้ของแกกัน"
ระบบตอบกลับด้วยน้ำเสียงน้อยใจเล็กน้อย [แล้วโฮสต์อยากให้เค้าทำยังไงล่ะตะเอง]
"เวรเอ๊ย! ยังจะใช้น้ำเสียงน่าขยะแขยงแบบนี้อีก" ฉินปู้อี้ตวาด
[เค้าก็ไม่ได้อยากทำหรอกนะ แต่มันแก้ไม่หายจริงๆ นี่นา]
ฉินปู้อี้บ่นอุบ "ผีสิถึงจะเชื่อว่าแก้ไม่หาย แกจงใจชัดๆ"
[เค้าเปล่านะ...]
เมื่อเห็นระบบยังไม่เลิกเล่นลิ้น ฉินปู้อี้จึงตัดบทเปลี่ยนเรื่องทันที "บอกมาซะดีๆ ว่าแก่นแท้แดนลับเอาไว้ทำอะไร"
[จะให้ตอบคำถามก็ต้องจ่ายตังค์นะจ๊ะ ไม่จ่ายไม่ตอบ]
"จ่ายกะผีน่ะสิ แกทำข้าคลื่นไส้ รอบนี้แกต้องตอบฟรี" ฉินปู้อี้ตอบกลับอย่างหน้าด้านๆ
ระบบคำนวณดูแล้วเห็นว่าเมื่อครู่ตัวเองทำตัวน่าคลื่นไส้จริงๆ จึงยอมตอบอย่างไม่เต็มใจนัก
[ประโยชน์ของแก่นแท้แดนลับมีเยอะแยะ แต่ที่เห็นชัดที่สุดคือช่วยให้โฮสต์กลายเป็นเจ้าของแดนลับได้อย่างรวดเร็ว]
[นอกจากนี้ ภารกิจเกี่ยวกับแดนลับทั้งสองอย่างของโฮสต์ ถ้าได้แก่นแท้แดนลับมาช่วย ความยากจะลดลงฮวบฮาบเลยล่ะ]
"หมายความว่ายังไง?" ฉินปู้อี้ถามต่อ
[อย่างแรก ภารกิจสงคราม: ทำลายแดนลับคุนหลุน ความหมายก็ตามตัวอักษร ไม่ใช่แค่ไล่คนในแดนลับออกไปแล้วจะจบนะ]
[ต้องทำลายแดนลับคุนหลุนให้สิ้นซากเท่านั้นถึงจะผ่าน] ระบบอธิบายอย่างใจเย็น
ฉินปู้อี้ทำหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ ถามย้ำ "ทำลายให้สิ้นซาก?"
เห็นฉินปู้อี้ยังงง ระบบจึงอดแขวะไม่ได้
[โฮสต์นี่ทึ่มจริงๆ พูดชัดขนาดนี้ยังไม่เข้าใจอีก ก็คือต้องฟันให้เละหรือระเบิดให้กระจุย นั่นแหละเรียกว่าทำลายให้สิ้นซาก]
คราวนี้ฉินปู้อี้เข้าใจแจ่มแจ้ง พยักหน้าให้ระบบอธิบายต่อ
[ภารกิจระดับตำนาน: ครอบครองแดนลับเผิงไหลก็เหมือนกัน โฮสต์ต้องได้เป็นเจ้าของแดนลับถึงจะนับว่าสำเร็จ]
[ซึ่งวิธีทั่วไปในการครอบครองแดนลับต้องใช้เวลานานและเห็นผลช้า เกรงว่าโฮสต์จะทำไม่ทันกำหนดเวลาภารกิจ]
[แนะนำให้โฮสต์แลกแก่นแท้แดนลับเถอะ รับรองว่าคุ้มค่าเกินราคาแน่นอน]
[เค้าไปดูซีรีส์ต่อละนะ ไม่มีอะไรอย่ามารบกวนล่ะ บายจ้ะ]
ยังไม่ทันที่ระบบจะพูดจบ ฉินปู้อี้ก็ตัดสินใจแลกแก่นแท้แดนลับเรียบร้อยแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงเหตุผลอื่น แค่คำว่า 'คุ้มค่าเกินราคา' จากปากระบบ ก็เพียงพอให้ฉินปู้อี้เทหมดหน้าตักแล้ว
ครั้งล่าสุดที่ระบบบอกว่าคุ้มค่าเกินราคาคือตอนฟักไข่เสี่ยวชิงหลง ตอนนั้นฉินปู้อี้นึกว่าโดนหลอก
แต่ตอนนี้เห็นชัดแล้วว่าระบบไม่ได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ศึกครั้งนี้ถ้าไม่มีเสี่ยวชิงหลงช่วย ผลแพ้ชนะคงบอกยาก
ยิ่งแก่นแท้แดนลับช่วยลดความยากของภารกิจได้ด้วย ฉินปู้อี้จึงกดแลกมาโดยไม่ลังเล
ฉินปู้อี้หมุนแก่นแท้แดนลับเล่นในมือ
แก่นแท้แดนลับมีขนาดเท่าเม็ดสมอไทย เปล่งแสงเจ็ดสีระยิบระยับ
เสี่ยวชิงหลงบินเข้ามาใกล้ เอาหัวมังกรแนบแก่นแท้แดนลับแล้วจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฉินปู้อี้เห็นเสี่ยวชิงหลงสนใจ จึงโยนแก่นแท้แดนลับให้ พร้อมกำชับว่า "เอ้า เอาไปเล่น แต่อย่าเผลอกินเข้าไปล่ะ"
เสี่ยวชิงหลงรับแก่นแท้แดนลับมา ร่างมังกรยาวหลายร้อยจั้งดูไม่สมส่วนกับแก่นแท้ขนาดจิ๋วเลยสักนิด
เสี่ยวชิงหลงส่งเสียงร้องเบาๆ ร่างมังกรหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จนเหลือขนาดเท่าฝ่ามือ
เสี่ยวชิงหลงตัวจิ๋วใช้สองอุ้งเท้าประคองแก่นแท้แดนลับไว้
เหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นชิ้นโปรด เดินต้วมเตี้ยมตามหลังฉินปู้อี้ต้อยๆ
บางทีก็เอาแก่นแท้แดนลับวางบนหัว บางทีก็แลบลิ้นเลีย เล่นสนุกอย่างมีความสุข
ฉินปู้อี้บินนำหน้าพลางมองคะแนนร้านค้าสองพันคะแนนที่เพิ่งได้มาหายวับไปกับตา รู้สึกเจ็บปวดใจอยู่ลึกๆ
พร้อมกันนั้นก็วางแผนขั้นต่อไปในใจ
"แดนลับสุ่ยเยว่ แดนลับฮั่วอวิ๋น พวกเจ้าทำแสบนักนะ" แววตาฉินปู้อี้ฉายจิตสังหาร
เขาไม่คิดจะปล่อยสองแดนลับนี้ไปแน่
ไม่มีความแค้นต่อกัน แต่กลับส่งคนมารุมฆ่าเขา
ความแค้นฝังลึกนี้ผูกกันตายไปข้างหนึ่ง ฉินปู้อี้ตั้งใจว่าจะจัดการแดนลับคุนหลุนให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับแดนลับฮั่วอวิ๋นและแดนลับสุ่ยเยว่
เมื่อบินกลับมาถึงเหนือสำนักคุนหลุน ฉินปู้อี้มองลงไปเบื้องล่าง ประกาศก้องเสียงดัง
"ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป สำนักคุนหลุนถูกยุบ ให้เวลาทุกคนออกจากที่นี่ภายในหนึ่งก้านธูป ใครไม่ไปก็เตรียมตัวถูกฝังไปพร้อมกับสำนักได้เลย"
ศิษย์สำนักคุนหลุนได้ยินดังนั้น ต่างพากันแตกฮือหนีตายราวกับได้รับอภัยโทษ
ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ อารมณ์ของเหล่าศิษย์สำนักคุนหลุนเหมือนนั่งรถไฟเหาะ ขึ้นลงวูบวาบ
เริ่มจากตอนที่ฉินปู้อี้ประกาศยุบสำนัก แล้วสองวันผ่านไปไม่มีใครมาช่วย
พอผ่านไปสองวัน พวกเขาเห็นบรรพบุรุษคุนซวีพากำลังเสริม มาช่วย
วินาทีนั้น ศิษย์สำนักคุนหลุนเหมือนคนตาบอดที่เดินในความมืดแล้วได้เห็นแสงสว่าง
หลายคนน้ำตาไหลพราก ตะโกนเชียร์กึกก้อง
แต่เหตุการณ์ต่อมากลับบดขยี้ความหวังของพวกเขาจนแหลกละเอียดทีละน้อย
เริ่มจากมังกรแท้ยาวหลายร้อยจั้งปรากฏตัว ศิษย์ที่มีระดับพลังต่ำถึงกับฉี่ราดด้วยความกลัว
ไม่นาน ยอดฝีมือที่บรรพบุรุษพามาช่วยก็ถูกฆ่าตายทีละคน
และเมื่อครู่นี้ พวกเขาเห็นกับตาว่าบรรพบุรุษคุนซวีที่สำนักกราบไหว้บูชา ถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารโหด
ศิษย์หลายคนขยี้ตา พึมพำอย่างไม่อยากเชื่อ
"เป็นไปไม่ได้ ท่านบรรพบุรุษจะตายได้ยังไง!"
"ข้าต้องฝันไปแน่ๆ ฝันแน่ๆ"
"ฝันร้ายนี้รีบๆ ตื่นสักทีเถอะ ท่านบรรพบุรุษไร้เทียมทาน จะถูกคนฆ่าตายได้ยังไง" ......
ยังมีศิษย์บางคนที่จงรักภักดีต่อสำนักไม่ยอมจากไป จ้องมองฉินปู้อี้บนท้องฟ้าด้วยความโกรธแค้น แต่ก็ถูกเพื่อนศิษย์ด้วยกันตีจนสลบแล้วลากตัวออกไป
แรงกระแทกจากการต่อสู้ของฉินปู้อี้และคุนซวีเมื่อครู่ ทำให้ศิษย์จำนวนมากบาดเจ็บภายใน ความแตกต่างของระดับพลังราวกับฟ้ากับเหว
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฉินปู้อี้ที่แข็งแกร่งดุจเทพสังหาร ศิษย์เหล่านี้ย่อมไม่อยากอยู่รอความตาย
และไม่อยากให้พวกโง่เขลาที่ภักดีจนตัวตายไปยั่วโมโหฉินปู้อี้ จนนำหายนะมาสู่ทุกคน
ฉินปู้อี้เฝ้ามองศิษย์สำนักคุนหลุนแยกย้ายกันหนีตายเหมือนฝูงนกแตกตื่น
ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป สำนักคุนหลุนที่เคยคึกคักก็ร้างผู้คน
ฉินปู้อี้ชูเมดาบสังหารขึ้นสูง ฟันลงไปที่สำนักคุนหลุนเบื้องล่างอย่างแรง
"สังหาร · จูเจวี๋ย!"
พระจันทร์เต็มดวงขนาดหลายพันเมตรปรากฏขึ้น ภายในมีเงาดาบสังหารนับหมื่นเล่มก่อตัว
"ฟัน!" ฉินปู้อี้ตวาด
เงาดาบสังหารนับหมื่นพุ่งลงถล่มสิ่งปลูกสร้างของสำนักคุนหลุน
"ตูม!" "ตูม!"
"ตูม!"...
เมื่อพระจันทร์สลายไป สำนักคุนหลุนทั้งหมดก็กลายเป็นซากปรักหักพัง
เสี่ยวชิงหลงประคองแก่นแท้แดนลับมองฉินปู้อี้ฟันดาบด้วยความตื่นเต้น ร้องบอกว่า
"นายท่านเก่งจัง ข้าขอเล่นด้วยสิ!"
"เคล็ดวิชามังกรฟ้า · ลมหายใจมังกร!"
เสี่ยวชิงหลงพ่นไฟใส่ซากปรักหักพังของสำนักคุนหลุน
หลังจากพ่นไฟเสร็จ ซากสำนักคุนหลุนก็กลายเป็นแผ่นดินไหม้เกรียมโดยสมบูรณ์
หลานหลิงหลงบินมาหยุดข้างกายฉินปู้อี้ มองดูผลงานของหนึ่งคนหนึ่งมังกรเบื้องล่าง พูดไม่ออกไปเป็นเวลานาน