เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 กลับมาเยือนสำนักคุนหลุนอีกครั้ง

บทที่ 38 กลับมาเยือนสำนักคุนหลุนอีกครั้ง

บทที่ 38 กลับมาเยือนสำนักคุนหลุนอีกครั้ง


เมื่อเห็นอู่โหวหลบหนี ฉินปู้อี้รีบไล่ตามหลังไปทันที

หลานเหวินฮ่าวและจางหยวนเห็นสถานการณ์ดังกล่าว ก็หยุดมือพร้อมกัน

ทั้งสามสบตากัน แล้วต่างพากันไล่ตามไปในทิศทางที่อู่โหวหนีไปอย่างพร้อมเพรียง

"สังหาร · ไล่ล่า!"

ฉินปู้อี้กำดาบสังหารแน่น ฟันใส่อู่โหวที่อยู่เบื้องหน้า

"เคร้ง!"

ด้วยความรีบร้อน อู่โหวเรียกระบี่จูเซียนออกมาป้องกันด้านหลัง

เมื่อเห็นฉินปู้อี้ไล่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ แววตาของอู่โหวฉายความเจ็บปวดเสียดาย

เขาหยิบผลไม้สีแดงสดผลหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ แล้วกลืนลงไปทั้งผล

เมื่อผลไม้ลงสู่ท้อง พลังโลหิตอันเข้มข้นก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างของอู่โหว แม้แต่จิตสัมผัสที่บาดเจ็บสาหัสในสมองก็ยังทุเลาลงบ้าง

อู่โหวขบปลายลิ้น พ่นโลหิตบริสุทธิ์ออกมาคำหนึ่ง ความเร็วในการบินของเขาเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน

หลานเหวินฮ่าวที่อยู่ไกลออกไปเห็นอู่โหวหยิบผลไม้สีแดงสดกลืนลงไป ก็เอ่ยกับจางหยวนด้วยน้ำเสียงอิจฉา

"สมแล้วที่เป็นแดนลับคุนหลุน ช่างร่ำรวยจริงๆ ผลกิเลนที่พันปีจะออกผลสักลูกหนึ่ง แม้แต่ระดับเลี่ยนซูระยะต้นยังมีกินกันคนละลูก"

จางหยวนที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วจากการถูกหลานเหวินฮ่าวขัดขวาง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว "ที่รวยน่ะมันตระกูลอู่ ของพรรค์นั้นข้าไม่มีหรอก"

ฉินปู้อี้มองอู่โหวที่จู่ๆ ก็เร่งความเร็วหนีห่างออกไป จนเหลือเพียงจุดสีขาวเล็กๆ และหายไปจากสายตาในที่สุด

เขาไล่ตามไปในทิศทางที่อู่โหวหายไปสักพัก แต่เมื่อสัมผัสกลิ่นอายของอู่โหวไม่ได้อีกเลย

ฉินปู้อี้จำต้องหยุดลงอย่างช่วยไม่ได้ หันกลับไปมองทั้งสามคนที่ไล่ตามมาติดๆ ด้วยสายตาเย็นชา

กลุ่มของอวิ๋นเยว่ทั้งสามก็หยุดลงและมองมาที่ฉินปู้อี้เช่นกัน จางหยวนก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว กล่าวว่า "ทำร้ายคนของแดนลับคุนหลุน เจ้าสำนึกผิดหรือไม่?"

หลังจากจางหยวนพูดประโยคนี้ออกไป เขาพบว่าฉินปู้อี้มองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนโง่ ไม่เพียงแค่นั้น แม้แต่สายตาของหลานเหวินฮ่าวก็มีความหมายทำนองเดียวกัน

และที่เขารับไม่ได้ที่สุดคือ เทพธิดาอวิ๋นเยว่ในดวงใจของเขาก็ดูเหมือนจะมีแววตาเช่นนั้นแฝงอยู่ด้วย

หลานเหวินฮ่าวหัวเราะเยาะเบาๆ "เจ้าดูเหมือนคนบ้าเลยว่ะ เขาทำให้อู่โหวระดับเลี่ยนซูระยะต้นหนีหัวซุกหัวซุนได้ เจ้าเอาต้นหอมมาเสียบจมูกทำเป็นช้างไปทำไม"

ด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของจางหยวน ต่อให้เป็นเสียงยุงกระพือปีกเขาก็ได้ยินชัดเจน นับประสาอะไรกับเสียงหัวเราะเยาะที่ไม่ปิดบังของหลานเหวินฮ่าว

แม้ในใจจะโกรธแค้น แต่เขาก็ไม่ได้สนใจหลานเหวินฮ่าว ตอนนี้ฉินปู้อี้ที่เพิ่งผ่านศึกหนักกับอู่โหวและบาดเจ็บสาหัสย่อมสำคัญกว่า

ฉินปู้อี้มองจางหยวนแล้วเอ่ยออกมาสองคำช้าๆ "ปัญญาอ่อน"

เขาตั้งดาบสังหารขวางหน้า เตรียมพร้อมต่อสู้

"เจ้ารนหาที่ตาย!" จางหยวนตวาดด้วยความโกรธ

กระบี่ขนาดเล็กสี่เล่มพุ่งออกมาจากปาก ขยายใหญ่ขึ้นเป็นขนาดหนึ่งจั้งอย่างรวดเร็ว จางหยวนตะโกนก้อง

"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่จูเซียน!"

"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่ลู่เซียน!"

"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่เจวี๋ยเซียน!"

"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · กระบี่เสียนเซียน!"

"เคล็ดวิชาลับคุนหลุน · ค่ายกลกระบี่จูเซียน!!"

กระบี่บินทั้งสี่พุ่งเข้าโจมตีฉินปู้อี้อย่างรวดเร็ว

"เคร้ง!" "เคร้ง!"

"เคร้ง!" "เคร้ง!"

เมื่อกระบี่บินพุ่งมาได้ครึ่งทาง จู่ๆ พัดจีบเล่มหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง

พัดจีบกระแทกกระบี่บินทั้งสี่เล่มอย่างรวดเร็ว จนกระบี่ทั้งสี่กระเด็นกลับไปหาจางหยวน

"หลานเหวินฮ่าว เจ้า!"

จางหยวนมองหลานเหวินฮ่าวที่ถือพัดจีบด้วยท่าทางเหมือนบัณฑิตเสเพลอย่างเดือดดาล

หลานเหวินฮ่าวยิ้มร่าพลางกล่าวกับจางหยวน "อย่าโกรธสิ โกรธแล้วอายุสั้นนะ แบบว่า แกร๊ก เดียวตายเลยงี้"

อวิ๋นเยว่มองดูหน้าจางหยวนที่แดงเป็นตับหมู พลางบ่นในใจ "ไอ้ประโยคนั้นของเจ้า ถ้าไม่ได้จบ ป.6 มาคงฟังไม่รู้เรื่องหรอก"

ฉินปู้อี้มองดูทั้งสองคนที่ปะทะคารมกันอีกครั้ง เสียงของหลานเหวินฮ่าวก็ดังขึ้นในหูผ่านการส่งกระแสจิต

"ข้าจะถ่วงเวลาเขาไว้ พี่ฉินท่านรีบหนีไปเถอะ หาที่รักษาอาการบาดเจ็บ หลานเทียนเหอคือน้องเจ็ดของข้า ข้าคือหลานเหวินฮ่าวแห่งตระกูลหลาน"

"คนของตระกูลหลานงั้นรึ?" ฉินปู้อี้คิดในใจ

ก่อนหน้านี้ตอนคุยกับหลานเทียนเหอ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรมากนักกับคำพูดที่ว่าตระกูลหลานจะช่วยเหลือ

นอกจากข้อมูลที่ละเอียดมากๆ แล้ว ของที่หลานเทียนเหอให้มาอย่างแบล็คการ์ดหรือหยกสื่อสารก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่

หลังจากนั้นหลานเทียนเหอก็ไม่ได้ติดต่อมาอีก เขาคิดว่าเรื่องคงจบไปแค่นั้น

แต่วันนี้เมื่อเห็นหลานเหวินฮ่าวแห่งตระกูลหลานออกหน้าขัดขวางคนจากแดนลับคุนหลุนเพื่อช่วยเขา ฉินปู้อี้จึงตระหนักว่าหลานเทียนเหอไม่ได้พูดเล่นๆ

หรืออาจกล่าวได้ว่า จากการกระทำของหลานเหวินฮ่าว ทำให้เห็นถึงทัศนคติของตระกูลหลานที่มีต่อเขา ฉินปู้อี้จดจำบุญคุณนี้ไว้ในใจ แล้วส่งกระแสจิตตอบกลับหลานเหวินฮ่าวว่า "ขอบคุณมาก"

ฉินปู้อี้รีบบินหนีไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหาที่รักษาตัว เขาต้องไปทำธุระอย่างหนึ่งก่อน

เมื่อเห็นฉินปู้อี้หนีไป จางหยวนก็โกรธจัด ชี้หน้าหลานเหวินฮ่าวแล้วตะโกน "ตระกูลหลานของเจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับแดนลับคุนหลุนของข้าหรือไง?"

หลานเหวินฮ่าวตอบกลับหน้าตาย "อย่าเที่ยวใส่ร้ายคนอื่นไปทั่ว ตระกูลหลานของข้าไม่มีเจตนาจะเป็นศัตรูกับแดนลับคุนหลุน และต่อให้เป็นศัตรู นั่นก็เป็นเรื่องระหว่างแดนลับฮั่วอวิ๋นกับแดนลับคุนหลุน"

......

ยามค่ำคืน

หลังจากฉินปู้อี้แยกตัวออกมา เขาก็บินตรงมายังเทือกเขาคุนหลุนอย่างรวดเร็ว

อาศัยความทรงจำ ฉินปู้อี้หาตำแหน่งของสำนักคุนหลุนในเทือกเขาคุนหลุนได้ไม่ยาก

เมื่อมาถึงเหนือสำนักคุนหลุน แววตาของฉินปู้อี้ก็ฉายจิตสังหาร

ความแค้นระหว่างเขากับอู่โหวไม่อาจประนีประนอมได้ และเขากับแดนลับคุนหลุนจะต้องมีศึกใหญ่รออยู่อย่างแน่นอน

ภารกิจที่ระบบมอบหมายคือทำลายแดนลับคุนหลุนภายในหนึ่งปี หากล้มเหลวจะถูกลบทิ้ง ตอนนี้ผ่านไปเจ็ดเดือนกว่าแล้ว

เวลาเหลืออีกไม่ถึงครึ่ง หากเขาสามารถลดทอนกำลังรบโดยรวมของแดนลับคุนหลุนลงได้บ้าง ความกดดันในอนาคตก็จะน้อยลง

ฉินปู้อี้ร่อนลงไป จับตัวศิษย์คนหนึ่งที่ดูน่าจะมีตำแหน่งในสำนักคุนหลุนมา

เขาคว้าคอศิษย์ผู้นั้นไว้ เอาดาบสังหารพาดคอ

ฉินปู้อี้ถาม "บอกข้ามา ตอนนี้ใครเป็นคนดูแลสำนักคุนหลุน?"

ศิษย์ผู้นั้นกลืนน้ำลายเอือก พอเห็นหน้าฉินปู้อี้ชัดๆ ก็ทำหน้าเหมือนเห็นผี

เขาเคยเห็นหน้าคนนี้เมื่อเจ็ดเดือนก่อน ตอนนั้นก็คนคนนี้แหละที่จับเขา บังคับให้พาไปหอสมบัติ

พอพาไปถึงหอสมบัติ เขาก็ถูกทุบจนสลบ พอตื่นมาอีกที สำนักคุนหลุนก็ถูกปล้นจนเกลี้ยง

แม้แต่รองเจ้าสำนักยังตาย...

เจ็ดเดือนมานี้ คนทั้งสำนักคุนหลุนต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ เขาที่ใช้หินวิญญาณติดสินบนจนได้เป็นศิษย์สายตรง เกือบจะโดนปลดออกจากตำแหน่ง

ถ้าไม่ใช่เพราะยอมจ่ายหินวิญญาณก้อนโตอีกรอบ ตำแหน่งศิษย์สายตรงคงปลิวไปแล้วแน่ๆ

เสบียงที่เพิ่งส่งมาถึงสำนักคุนหลุนเมื่อไม่นานมานี้ ชีวิตกำลังจะดีขึ้นแท้ๆ ไอ้ตัวหายนะนี่ดันโผล่มาอีกแล้ว

พอนึกขึ้นได้ว่ารองเจ้าสำนักยังตายด้วยน้ำมือคนคนนี้ ศิษย์สายตรงหล่างเย่จึงรีบตอบอย่างหมดเปลือก เล่าสถานการณ์ปัจจุบันของสำนักคุนหลุนให้ฉินปู้อี้ฟังจนหมดไส้หมดพุง

"ตุบ!"

ฉินปู้อี้ใช้สันมือสับเข้าที่ต้นคอ ทำให้หล่างเย่สลบเหมือด

ก่อนสติจะดับวูบ ความคิดสุดท้ายของหล่างเย่คือ: เอาอีกแล้ว... หวังว่าตื่นมาสำนักคุนหลุนจะยังเหมือนเดิมนะ

ฉินปู้อี้ได้ความจากหล่างเย่ว่า ผู้ดูแลสำนักคุนหลุนคนปัจจุบันคือ อู่ผิง จากตระกูลอู่ ซึ่งเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งหลังจากอู่ป้าตาย มีระดับการบำเพ็ญเพียรขั้นฮว่าเสินสมบูรณ์

นอกจากนี้ยังมีสมาชิกระดับสูงของสำนักอีกหกคน ล้วนเป็นสายเลือดตรงของตระกูลอู่

"รวมทั้งหมดเจ็ดคนสินะ?"

ฉินปู้อี้คำนวณในใจ สำหรับเจ็ดคนนี้ เขาไม่คิดจะปล่อยไว้

ส่วนศิษย์คนอื่นๆ หรือบุคลากรภายนอก ถ้าไม่รนหาที่ตายเอง ฉินปู้อี้ก็มีแผนจัดการในใจแล้ว

รองเจ้าสำนักคนใหม่ อู่ผิง ตอนนี้กำลังอยู่ในที่พัก มองดูเสบียงในแหวนมิติด้วยรอยยิ้ม

เสบียงที่อู่โหวส่งมาล็อตนี้ เพียงพอให้สำนักคุนหลุนดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่นถึงหนึ่งปี

แต่ตอนแจกจ่ายเสบียง อู่ผิงแอบยักยอกไว้ถึงหนึ่งในสาม

ส่งผลให้ตอนนี้แม้สำนักคุนหลุนจะพออยู่ได้ถึงหนึ่งปี แต่ก็ต้องอยู่อย่างขาดแคลน

"ปัง!"

ประตูที่พักถูกถีบพังยับ ฉินปู้อี้ถือดาบสังหารเดินเข้ามา

อู่ผิงหรี่ตามองผู้บุกรุก น้ำเสียงเย็นชาถาม "เจ้าเป็นใคร?"

"คนที่จะมาฆ่าเจ้า"

พูดจบ ฉินปู้อี้ก็เงื้อดาบสังหารฟันใส่อู่ผิงทันที

"บังอาจ! แค่ขั้นฮว่าเสินระยะกลาง ไม่เจียมกะลาหัว" อู่ผิงตะคอกด้วยความโกรธ

"สังหาร · ไล่ล่า!"

"เคร้ง!"

"เคร้ง!"

อู่ผิงเรียกระบี่บินออกมาปะทะกับดาบสังหาร

"ตึง ตึง ตึง"

ดาบและกระบี่ปะทะกัน แรงกระแทกมหาศาลส่งผ่านกระบี่มา ทำให้อู่ผิงต้องถอยหลังไปสามก้าวถึงจะสลายแรงนั้นได้

"สังหาร · สลายวิญญาณ!"

ดาบสังหารในมือจางหายไป และหายวับไปในพริบตา

ดาบสังหารไปปรากฏในสมองของฉินปู้อี้ จิตสัมผัสไหลบ่าเข้าไปในตัวดาบอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อได้รับจิตสัมผัส ดาบสังหารก็กลายเป็นสีทองอร่าม แผ่จิตสังหารที่บริสุทธิ์และดุดันออกมา

ดาบสังหารขนาดเท่าฝ่ามือสีทองอร่ามปรากฏขึ้นตรงหน้าฉินปู้อี้อีกครั้ง

"ฆ่า!" ฉินปู้อี้ตะโกนต่ำ

"ฟุ่บ!"

ดาบสังหารพุ่งเข้าหาอู่ผิงในพริบตา แทงทะลุเข้าไปในห้วงจิตของอู่ผิง

ดาบสังหารที่เข้าไปในห้วงจิตของอู่ผิงกระหน่ำฟันอย่างต่อเนื่อง

"ตูม!" "ตูม!"

"ตูม!"...

ทุกครั้งที่ดาบสังหารฟันลงไป จะเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นในสมองของอู่ผิง

"อ๊าก!"

ห้วงจิตถูกทำลาย ความเจ็บปวดแสนสาหัสถาโถมเข้ามา

อู่ผิงส่งเสียงร้องโหยหวน คุกเข่าลงกับพื้น ใช้กำปั้นทุบหัวตัวเองไม่หยุด

"ตูม!"

"ตูม!"

...

เมื่อดาบสังหารฟันลงเป็นครั้งที่เก้า ห้วงจิตของอู่ผิงก็เริ่มมีเสียงแตกร้าว

"แกรก!"

หลังจากเสียงแตกครั้งแรก เสียงที่สองและสามก็ตามมาติดๆ

"แกรก!"

"แกรก!"

"ตูม!"

ห้วงจิตของอู่ผิงที่ไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป ระเบิดออกในที่สุด

"ตุบ!"

ดวงตาของอู่ผิงไร้แวว ลมหายใจแห่งชีวิตค่อยๆ ดับสูญไป

ฉินปู้อี้ไม่แปลกใจกับผลลัพธ์นี้ สาเหตุที่อู่โหวรอดชีวิตจากการโจมตีด้วยสลายวิญญาณได้

เป็นเพราะเขาอยู่ระดับเลี่ยนซู แต่ถึงจะเป็นระดับเลี่ยนซู หลังจากโดนสลายวิญญาณเข้าไป ห้วงจิตก็เสียหายหนัก ตอนนี้คงกำลังหลบรักษาตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง

ส่วนอู่ผิงที่มีเพียงขั้นฮว่าเสินสมบูรณ์ เมื่อเจอกับการโจมตีด้วยจิตสัมผัสระดับนี้ ถ้าไม่ตายสิถึงจะแปลก

ฉินปู้อี้เดินเข้าไปปลดแหวนมิติของอู่ผิง และเก็บกระบี่บินของอู่ผิงเข้าในช่องเก็บของระบบ

ออกจากที่พักของอู่ผิง ฉินปู้อี้มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายถัดไป

"ฉึก!"

ที่หลังเขาสำนักคุนหลุน ชายชราคนหนึ่งมองดูชายหนุ่มถือดาบตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว ก่อนร่างจะค่อยๆ ล้มลงกลายเป็นศพ

"ฉึก!"

ที่หอสมบัติสำนักคุนหลุน ผู้อาวุโสคนใหม่กำลังนั่งสมาธิ จู่ๆ ก็ลืมตาขึ้นมองดาบคมกริบที่แทงทะลุหัวใจ

เขาพยายามหันไปมองหน้าคนฆ่า แต่หันได้เพียงครึ่งเดียว คอก็พับลงสิ้นลมหายใจ

"ฉึก!"

ที่หอหลอมศาสตรา เจ้าหอหลอมศาสตราเฝ้าระวังภัยอยู่ตลอดทั้งวันทั้งคืนนับตั้งแต่เหตุการณ์ขโมยครั้งก่อน

แสงเย็นวาบผ่านในความมืด เลือดพุ่งกระฉูดออกจากลำคอของเจ้าหอหลอมศาสตรา

เจ้าหอหลอมศาสตราใช้มือปิดคอแน่น ราวกับจะช่วยยื้อชีวิตไว้ได้

ไม่กี่วินาทีต่อมา มือของเจ้าหอหลอมศาสตราก็ตกลงข้างตัว สิ้นใจตายคาที่

ฉินปู้อี้ปลดแหวนมิติจากศพเจ้าหอหลอมศาสตรา แล้วหันหลังเดินจากไป

......

จบบทที่ บทที่ 38 กลับมาเยือนสำนักคุนหลุนอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว