เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 ตกลง ข้ารู้แล้ว

บทที่ 23 ตกลง ข้ารู้แล้ว

บทที่ 23 ตกลง ข้ารู้แล้ว


เมื่อออกจากบ้านของฉินปู้อี้ ซิ่วเหวินก็เชิดคอถามหลานเทียนเหออย่างไม่พอใจ "ท่านอาหลาน ทำไมไม่ให้ข้าพูดต่อเล่า?"

'เจ้าโง่!' หลานเทียนเหอด่าในใจ แต่ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม "ซิ่วเหวิน คนผู้นั้นไม่ง่าย หากปะทะกันจริงๆ ผลแพ้ชนะยากจะคาดเดา"

ซิ่วเหวินเบ้ปาก พูดอย่างไม่ยี่หระ "ท่านอาหลาน ท่านเป็นถึงหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ที่กำลังจะก้าวสู่ระดับฮว่าเสินเชียวนะ คนผู้นั้นจะเก่งกว่าท่านได้ยังไง?"

"เฮ้อ!" หลานเทียนเหอถอนหายใจ "ซิ่วเหวิน คนประเภทนี้อันตรายมาก เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง"

ปากว่าอย่างนั้น แต่ในใจคิดว่า 'ไม่ใช่แค่เก่งกว่า แต่น่ากลัวกว่ามาก แค่สายตาที่มองมาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ'

'ถ้าสู้กันจริง คนที่ตายต้องเป็นข้าแน่นอน'

ซิ่วเหวินฟังหลานเทียนเหอแล้วก็แอบดูถูกในใจ 'อันตราย? หึ ก็แค่ตาแก่นี่มันขี้ขลาดตาขาวมากกว่า'

พอนึกถึงไข่บนกองหินวิญญาณในห้องฉินปู้อี้ ความโลภก็กัดกินหัวใจซิ่วเหวินยิบๆ เขาพูดกับหลานเทียนเหอว่า

"ท่านอาหลาน เห็นไข่ในห้องนั่นไหม? สัตว์เลี้ยงที่ต้องใช้หินวิญญาณเป็นล้านก้อนฟักออกมา ต้องเป็นของวิเศษระดับสุดยอดแน่ๆ"

หลานเทียนเหอที่เพิ่งระงับความโลภได้ พอได้ยินซิ่วเหวินพูดถึงอีกครั้ง ก็อดอิจฉาไม่ได้ "ถ้าข้าได้ไข่แบบนั้นมาฟักเป็นสัตว์เลี้ยง คงนอนยิ้มไปสามวันเจ็ดวัน"

นึกถึงตอนที่ฉินปู้อี้บีบคอเขา ซิ่วเหวินก็กัดฟันพูดอย่างอาฆาต "เดี๋ยวข้าจะโทรหาท่านพ่อ ให้ส่งคนมาฆ่าไอ้บ้านั่น ทรมานมันให้ตาย แล้วเอาเถ้ากระดูกไปโปรยทิ้ง"

"หึ! ทั้งชาติตระกูลและอนาคต มันเทียบข้าไม่ติดสักอย่าง ทำไมมันถึงมีวาสนาได้ครอบครองสัตว์เลี้ยงระดับเทพแบบนั้น!"

"อย่าพูดจาเหลวไหล!" หลานเทียนเหอได้ยินคำพูดหาที่ตายของซิ่วเหวินแล้วเหงื่อแตกพลั่ก รีบห้ามปราม

"ข้าจะบอกให้ว่าทำไม" น้ำเสียงเย็นยะเยือกของฉินปู้อี้ดังมาจากเบื้องหน้า

"เคร้ง!"

ดาบซาเซิงถูกชักออกจากฝัก ฉินปู้อี้เดินเหยียบอากาศก้าวเข้ามาหาทั้งสองทีละก้าว

หลังจากปล่อยทั้งสองไป ฉินปู้อี้ก็จับตาดูพวกเขามาตลอด ถ้าแค่จากไปเงียบๆ เขาก็คงไม่ยุ่ง แต่ดันปากดีพูดว่าจะฆ่าเขาซะงั้น

สำหรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้น ฉินปู้อี้ชอบที่จะตัดไฟแต่ต้นลมมากกว่า

หลานเทียนเหอไม่แปลกใจเลยที่เห็นฉินปู้อี้ปรากฏตัว ถ้าฉินปู้อี้ไม่โผล่มาสิถึงจะน่าแปลกใจ

'ไอ้ควายเอ๊ย! คนระดับนี้ยอมปล่อยเอ็งไปก็บุญหัวแล้ว ยังเสือกปากดีจะฆ่าเขาอีก'

'ระยะแค่นี้ พูดเสียงดังขนาดนั้น ด้วยระดับพลังของเขา ก็เหมือนไปตะโกนใส่หูเขานั่นแหละ คิดว่าหูเขามีไว้ประดับรึไง?' หลานเทียนเหอด่าในใจ

เขารู้สึกหมดคำจะพูดกับความโง่เขลาของซิ่วเหวินจริงๆ คำว่า "เพื่อนร่วมทีมหมู" ยังน้อยไปสำหรับไอ้เด็กนี่

เห็นฉินปู้อี้เดินเข้ามาพร้อมจิตสังหาร ซิ่วเหวินก็เริ่มลนลาน รีบหันไปมองหลานเทียนเหอ

หลานเทียนเหอเอาตัวบังซิ่วเหวินไว้ ยิ้มเจื่อนๆ พลางแก้ต่าง "เด็กมันยังอายุน้อย เลือดร้อน ปากพล่อยไปบ้าง คุณชายอย่าถือสาหาความเลย"

พอเห็นหลานเทียนเหอออกหน้า ซิ่วเหวินก็ใจชื้นขึ้นมา แอบอยู่หลังหลานเทียนเหอแล้วตะโกนขู่เสียงแข็ง

"รู้ไหมว่าพ่อข้าเป็นใคร? ถ้าข้าเป็นอะไรไปแม้แต่ปลายก้อย แกไม่มีชีวิตรอดถึงพรุ่งนี้เช้าแน่ รู้ตัวแล้วก็ไสหัวไปซะ"

เว้นจังหวะนิดหนึ่ง ซิ่วเหวินก็เสริมขึ้นอีก "ถ้าแกยกไข่ใบนั้นให้ข้า แล้วทำลายวรยุทธ์ตัวเองซะ ข้าอาจจะไว้ชีวิตแก ถือว่าไถ่โทษที่ทำให้ข้าตกใจ"

ฉินปู้อี้เลิกคิ้ว ถามอย่างสนใจ "ยกไข่ให้ ทำลายวรยุทธ์ตัวเอง อาจจะยังไม่พอนะ ข้าว่า... ให้เจ้าฆ่าข้าเลยดีไหม?"

ยังไม่ทันที่ซิ่วเหวินจะตอบ ฉินปู้อี้ก็พุ่งเข้าโจมตีทันที

"ซาเซิง: จูเจวี๋ย (ประหารสิ้นสูญ)!"

จันทร์เสี้ยวครอบคลุมร่างทั้งสอง

หลานเทียนเหอเรียกหอกยาวอาวุธคู่กายออกมาต้านรับการโจมตีส่วนใหญ่

"เคร้ง!" "เคร้ง!"

"เคร้ง!"...

เมื่อจันทร์เสี้ยวจางหาย ซิ่วเหวินไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เพราะหลานเทียนเหอป้องกันไว้ให้หมด

"อั้ก!"

แต่หลานเทียนเหอหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด กระอักเลือดคำโตออกมา

หลังกลับจากเทือกเขาลั่วซิง แม้ฉินปู้อี้จะยังไม่ได้ทะลวงระดับพลัง แต่ด้วยกายาเทียนฮวง ค่าสถานะทุกด้านของเขาเทียบเท่าระดับฮว่าเสินไปแล้ว

แม้แต่หลานเทียนเหอที่เป็นหยวนอิงขั้นสมบูรณ์ เมื่อรับการโจมตีของฉินปู้อี้เข้าไปตรงๆ ก็ยังบาดเจ็บภายในสาหัส

เมื่อครู่ฉินปู้อี้ไม่ได้ใส่สุดแรง เขาแค่อยากทดสอบระดับฝีมือของผู้ฝึกตนบนดาวสีน้ำเงิน ซึ่งดูเหมือนว่าจะอ่อนด้อยกว่าผู้ฝึกตนในโลกเทียนฮวงอยู่พอสมควร

เห็นฉินปู้อี้ทำท่าจะโจมตีต่อ หลานเทียนเหอมองฉินปู้อี้ด้วยสายตาลึกซึ้ง แล้วถามว่า "คุณชายต้องการชีวิตเขาจริงๆ หรือ?"

ฉินปู้อี้ไม่คาดคิดว่าหลานเทียนเหอจะถามแบบนี้ เขาไม่ตอบ แต่ค่อยๆ ยกดาบซาเซิงขึ้น เป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด

หลานเทียนเหอถอนหายใจ หันไปมองซิ่วเหวิน แววตาว่างเปล่าไร้คำพูด

จากนั้นเขาก็เคลื่อนกายวูบเดียว ไปยืนอยู่นอกระยะโจมตีของฉินปู้อี้ แล้วกล่าวว่า "ทั้งหมดเป็นเพราะเขาทำตัวเอง คุณชายเชิญตามสบาย"

เจอช็อตนี้เข้าไป ซิ่วเหวินที่หลบอยู่หลังหลานเทียนเหอถึงกับเหวอแดก มองดูฉินปู้อี้ที่เดินเข้ามาดั่งยมทูต

ซิ่วเหวินตะโกนร้องขอความช่วยเหลือด้วยความหวาดกลัว "ท่านอาหลานช่วยข้าด้วย! ท่านจะทิ้งข้าไม่ได้นะ ท่านเป็นเพื่อนรักกับพ่อข้านะ ท่านจะยืนดูข้าตายไม่ได้!"

หลานเทียนเหอยืนนิ่งสงบเสงี่ยม ทำหูทวนลมกับเสียงร้องของซิ่วเหวิน ในใจคิดว่า

'เพื่อนรัก? เพื่อนรักบ้าบออะไรกัน ไอ้โง่! ตอนนี้เพิ่งมารู้จักกลัว มันสายไปแล้ว ข้าไม่เอาชีวิตมาทิ้งเพื่อคนโง่อย่างเจ้าหรอก'

พลังที่เหนือกว่าระดับหยวนอิงจากการปะทะเมื่อครู่ ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างชัดเจน

เห็นหลานเทียนเหอไม่ขยับ ซิ่วเหวินก็สิ้นหวัง ร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนฉินปู้อี้

"อย่า.. อย่าฆ่าข้า พ่อข้าเป็นประธานสมาคมผู้ฝึกตน ข้าให้เงินเจ้าได้เยอะแยะเลยนะ ผู้หญิง อำนาจ เจ้าอยากได้อะไรข้าให้ได้หมด"

"ตกลง ข้ารู้แล้ว" ฉินปู้อี้ตอบเสียงเบา

"ซาเซิง: ถูลู่ (สังหารหมู่)!"

หลานเทียนเหอหลับตาลง เตรียมใจไว้ล่วงหน้า เลือกฮวงซุ้ยให้ซิ่วเหวินเสร็จสรรพในหัว

"ถ้าแกกล้าฆ่าข้า พ่อข้าไม่ปล่อย..." ซิ่วเหวินยังพูดไม่ทันจบ

"ฉับ!"

ศีรษะหลุดจากบ่า ร่างไร้วิญญาณของซิ่วเหวินร่วงลงจากอากาศ หลานเทียนเหอมือไวพุ่งไปรับศพและหัวไว้ทัน แล้วพูดอย่างเกรงใจว่า

"คุณชาย ข้าขอศพเขากลับไปนะ ไม่อย่างนั้นข้าคงตอบคำถามพ่อเขาลำบาก"

ฉินปู้อี้โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ หันหลังบินกลับบ้าน

เห็นฉินปู้อี้ไม่ขัดข้อง หลานเทียนเหอก็ตะโกนบอกไล่หลังฉินปู้อี้

"คุณชาย ท่านก่อเรื่องใหญ่แล้ว รีบหนีออกจากเมือง S เถอะ การแก้แค้นของสมาคมผู้ฝึกตนที่จะตามมา อาจทำให้ท่านถึงตายได้"

"ขอบคุณที่เตือน" เสียงฉินปู้อี้ลอยมาจากเบื้องล่าง

หลานเทียนเหอยืนนิ่งอยู่พักใหญ่ เห็นฉินปู้อี้ไม่มีท่าทีจะหนี ก็ยิ้มขื่น "ลูกวัวเกิดใหม่ไม่กลัวเสือจริงๆ"

มองดูศพซิ่วเหวิน รอยยิ้มยิ่งขมขื่นกว่าเดิม บ่นพึมพำอย่างจนใจ

"งานเข้าแล้วไง ตาเฒ่าอู่ถ้ารู้ว่าลูกชายคนเล็กตายที่เมือง S คงมาอาละวาดจนเมืองแตกแน่ ปวดหัวชะมัด"

พอกลับถึงสาขาสมาคมผู้ฝึกตนเมือง S หลานเทียนเหอก็รีบรายงานเรื่องนี้ทันที

ณ สำนักงานใหญ่สมาคมผู้ฝึกตน กรุงปักกิ่ง

"ปัง!" เสียงดังสนั่น

โต๊ะไม้แดงราคาแพงระยับแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ปลิวว่อนไปทั่วห้องประชุม ผู้คนในห้องเงียบกริบราวกับเป่าสาก

"ไปสืบมา! ข้าต้องการข้อมูลทั้งหมดของมัน!"

"ภายในสามวัน เอาหัวไอ้คนฆ่าลูกข้ามาวางตรงหน้าข้าให้ได้!"

ชายชราสวมชุดนักพรต ท่าทางเหมือนเซียนผู้ทรงศีล บัดนี้แผดเสียงคำรามราวกับสิงโตคลั่ง

เขาคือ 'อู่โหว' พ่อของอู่ซิ่วเหวิน ผู้ฝึกตนระดับเลี่ยนซวี (หลอมรวมความว่างเปล่า)

"ครับ!" ลูกน้องรับคำ

ไม่ถึงหนึ่งก้านธูป แฟ้มเอกสารประทับตรา "ลับที่สุด" ก็มาวางอยู่ตรงหน้าอู่โหว

"ลับที่สุด?" อู่โหวแปลกใจเล็กน้อย

เปิดแฟ้มดู:

ชื่อ: ฉินปู้อี้ ระดับความลับ: ลับที่สุด ......

ในแฟ้มระบุประวัติครอบครัวและวีรกรรมต่างๆ ของฉินปู้อี้อย่างละเอียด

"อายุสิบแปดเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีน ลาออกตอนปีสาม เพื่อศึกษาเรื่องกายวิภาคศาสตร์ ยาพิษ และอาวุธปืน"

"เพียงสองปี กลายเป็นนักฆ่าที่อันตรายที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฉายา: ยมราชราตรี"...

อู่โหวอ่านแฟ้มจบ พึมพำว่า "นึกไม่ถึงว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคดีเมื่อตอนนั้น..."

"แถมเมื่อสามเดือนก่อนยังเป็นคนธรรมดาไม่มีวรยุทธ์ ผ่านไปแค่สามเดือนกลับทะลวงถึงระดับหยวนอิง"

อู่โหวตาเป็นประกาย ความโลภเข้าครอบงำจิตใจจนไม่อาจลบเลือน

"วาสนา... ต้องเป็นวาสนาระดับสะท้านฟ้าแน่ๆ ที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นหยวนอิงได้ในสามเดือน ถ้าข้าได้มันมาครอบครองล่ะก็..."

คิดได้ดังนั้น ลมหายใจของอู่โหวก็เริ่มถี่กระชั้น ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาออกคำสั่ง "สั่งการลงไป ให้ 'อู่ไจ่' ไปเมือง S จับเป็นไอ้เด็กที่ฆ่าซิ่วเหวิน แล้วพาตัวกลับมาหาข้า"

"ครับ!" 'อู่ขุย' คนสนิทที่คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้อู่โหวรับคำสั่ง

"ลูกข้าตายที่เมือง S หลานเทียนเหอจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ บอกอู่ไจ่ด้วย ถ้าทำได้ให้เอาหัวหลานเทียนเหอกลับมาด้วย" อู่โหวกล่าวด้วยความเคียดแค้น

"ท่านประธาน ไม่ได้นะครับ!" อู่ขุยทักท้วง

"หือ?" อู่โหวหรี่ตามองอู่ขุย

อู่ขุยเหงื่อตก แต่ก็แข็งใจพูดต่อ "ถ้าหลานเทียนเหอตาย ตระกูลหลานต้องเปิดศึกกับตระกูลอู่ของเราแน่นอน ได้ไม่คุ้มเสียนะครับ"

อู่โหวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า "งั้นทำตามที่เจ้าว่า ไว้ชีวิตหมาๆ ของหลานเทียนเหอไปก่อน"

"สามวันนานไป ให้อู่ไจ่ออกเดินทางไปเมือง S เดี๋ยวนี้ ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นพรุ่งนี้ ข้าต้องเห็นหน้าไอ้เด็กนั่น!"

จบบทที่ บทที่ 23 ตกลง ข้ารู้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว