- หน้าแรก
- เรียลลิตี้ลักพาตัวอลเวง เมื่อผมเล่นนอกบทกับซุปตาร์
- บทที่ 533 อะไรนะ? นายรู้ได้ไงว่าเราปิดไปสามคดีในวันเดียว?(ฟรี)
บทที่ 533 อะไรนะ? นายรู้ได้ไงว่าเราปิดไปสามคดีในวันเดียว?(ฟรี)
บทที่ 533 อะไรนะ? นายรู้ได้ไงว่าเราปิดไปสามคดีในวันเดียว?(ฟรี)
บทที่ 533 อะไรนะ? นายรู้ได้ไงว่าเราปิดไปสามคดีในวันเดียว?
ฮานเฟยฟังคำพูดของสวีโม่แล้วยังไม่เข้าใจความหมายในทันที เขาจึงไม่เสียเวลาไปขบคิดเรื่องนั้น ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องยืนยันว่าสิ่งที่ผู้แจ้งความพูดมาเป็นความจริงหรือไม่ เขาหันไปจ้องตาผู้แจ้งความ
"คุณแน่ใจนะว่าคุณถูกผู้หญิง... ข่มขืน?"
"แน่ใจที่สุดครับ!" ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกๆ "ผมสาบานเลยว่าที่พูดมาเป็นความจริงทุกคำ! กว่าผมจะหนีออกมาจากรังปีศาจนั่นได้แทบแย่"
อาจเป็นเพราะเดาว่าฮานเฟยน่าจะเป็นหัวหน้าตำรวจ เขาจึงรีบเล่าเรื่องราวที่เพิ่งบอกกับเจ้าหน้าที่ไปเมื่อครู่ซ้ำให้ฮานเฟยฟังอีกรอบ
"ผมเจอกับเธอทางเน็ตครับ เราคบกันออนไลน์ คุยกันมาปีกว่าแล้ว ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วเลยชวนมาเจอกันเมื่อไม่กี่วันก่อน เธอก็ตกลง ผมเลยเดินทางมาที่นี่เมื่อวานนี้"
"พอเจอกันเมื่อคืน ผมถึงรู้ว่าเธอเป็นพวก 'ไม่ตรงปก' อย่างแรง แต่ด้วยมารยาทผมก็เลยไม่ได้ชิ่งหนีทันที คิดซะว่าไหนๆ ก็มาแล้ว ถือโอกาสเที่ยวหยางเฉิงสักสองสามวันก็ดี"
"หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จเมื่อวาน เธอก็พาผมไปดื่มต่อ มอมเหล้าผมจนเมาแอ๋ แล้วลากผมเข้าโรงแรม... จัดหนักจัดเต็มตั้งแต่เมื่อคืนยันตอนนี้เลยครับ! ผมเพิ่งสบโอกาสตอนเธอเข้าห้องน้ำวิ่งหนีออกมาแจ้งความนี่แหละ ตอนออกมาขาผมยังสั่นพั่บๆ อยู่เลย!"
หลังจากฟังคำให้การของผู้แจ้งความ ฮานเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเชื่อคำพูดของชายหนุ่มไปก่อน เขาไม่ได้พาชายหนุ่มไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในทันที แต่เตรียมจะไปตามตัวแฟนสาวออนไลน์ของชายหนุ่มมาสอบถามสถานการณ์ก่อน
ภายใต้การนำทางของชายหนุ่ม ตำรวจก็มาถึงโรงแรม และทราบว่าแฟนสาวออนไลน์ของเขาเช็คเอาต์ออกไปทันทีหลังจากที่ชายหนุ่มวิ่งหนีไป
อย่างไรก็ตาม การตามหาคนไม่ใช่เรื่องยาก หลังจากแสดงตราตำรวจให้พนักงานต้อนรับดู พนักงานก็ให้ความร่วมมือดึงข้อมูลการเข้าพักและเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดเมื่อคืนให้ตำรวจดู
เป็นอย่างที่ชายหนุ่มพูดจริงๆ เมื่อคืนเขาเมาจนเดินไม่เป็นทาง ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เป็นคนลากเขาเข้าไปในโรงแรม ภาพจากกล้องวงจรปิดยืนยันได้ชัดเจน
"คุณตำรวจ เห็นไหมครับ ผมบอกแล้ว! คุณต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะ! เมื่อคืนยัยนั่นยังยัดยาอะไรไม่รู้ให้ผมกินตั้งเยอะ!" ชายหนุ่มชี้ไปที่ภาพวงจรปิดบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ฟ้องตำรวจฉอดๆ
สิ่งที่น่าสนใจคือ หลังจากกฎหมายมีการแก้ไข การบังคับขืนใจผู้ชายก็ถือเป็นความผิดทางอาญาเช่นกัน
แต่ถึงจะเป็นคดีอาญา คดีนี้ก็จัดการได้ไม่ยาก หลักๆ เป็นเพราะเหยื่อรีบมาแจ้งความทันท่วงที และทางโรงแรมก็มีข้อมูลระบุตัวตนฝ่ายหญิงได้
ดังนั้น ใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ผู้ต้องสงสัยแซ่จินก็ถูกจับกุมตัว
เมื่อนำภาพจากกล้องวงจรปิด คำให้การของเหยื่อแซ่หลี่ และหลักฐานการซื้อยาชนิดต่างๆ ของผู้ต้องสงสัยเมื่อวานนี้มารวมกัน ก็เพียงพอที่จะเอาผิดผู้ต้องสงสัยแซ่จินได้แล้ว
ในห้องสอบสวน จินยอมรับสารภาพแต่โดยดีว่าเธอมอมเหล้าเหยื่อแซ่หลี่ พาเข้าโรงแรม และให้กินยาปลุกเซ็กซ์จริง
"คุณจับกุมผู้ร้ายหลบหนีได้สำเร็จ ได้รับรางวัล — เงินสด 500,000 หยวน!"
คดีนี้ง่ายเกินไป รางวัลที่สวีโม่ได้รับจากระบบจึงไม่ได้มากมายอะไรนัก
แต่สวีโม่ก็ไม่ได้ใส่ใจ
เพราะคดีนี้แทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลย แค่ไปที่โรงแรมแล้วจับคนร้าย ความยากในการไขคดีเท่ากับศูนย์
จะเอาอะไรอีก? มีรางวัลให้ก็ดีถมเถแล้ว
สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ ในสถานี วันนี้ถือเป็นวันแห่งความรุ่งโรจน์ของสถานีตำรวจเลยทีเดียว
วันเดียวปิดคดีอาญาไปได้ถึงสามคดี แถมสองในนั้นยังเป็นคดีค้างเก่าที่ปิดไม่ลงอีกต่างหาก!
ผลงานชิ้นโบแดงนี้พอให้พวกเขาเอาไปคุยโวได้อีกหลายปี
มองไปทั่วประเทศ จะมีสถานีตำรวจไหนบ้างที่ปิดคดีอาญาได้สามคดีในวันเดียว?
ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่ทุกคนจึงหน้าบานด้วยความภาคภูมิใจ ตอนเลิกงานเดินกลับบ้านนี่อกผายไหล่ผึ่งกันทุกคน
ระหว่างทางกลับบ้าน หวังต้าชวนบังเอิญเจอเพื่อนตำรวจจากต่างเขตที่เพิ่งเลิกงานเหมือนกัน
เพื่อนตำรวจ: "อ้าว บังเอิญจัง นายก็เลิกงานเร็วเหมือนกันเหรอ?"
หวังต้าชวน: "อะไรนะ? นายรู้ได้ไงว่าวันนี้สถานีเราปิดคดีอาญาไปสามคดีรวด?!"
เพื่อนตำรวจ: "..."
ถ้าเอ็งไม่บอก ข้าก็ไม่รู้หรอกโว้ย!
หวังต้าชวน: "โธ่เอ๊ย ก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรหรอก ก็งั้นๆ แหละ! แค่หัวหน้าทีมสวีของเราไปขุดคดีเก่าที่ดองมาสามปีห้าปีขึ้นมาดูเล่นๆ แล้วก็ดันไขคดีได้เฉยเลย ไม่มีอะไรน่าคุยหรอก ถ้าไม่ใช่นายคะยั้นคะยอถาม ฉันก็ไม่อยากจะเล่าหรอกนะเนี่ย!"
เพื่อนตำรวจ: "???"
หวังต้าชวน: "ห๊ะ? อยากฟังรายละเอียดเหรอ? ได้สิ! ข้างหน้ามีร้านกาแฟ ไปนั่งคุยกันหน่อยไหม เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังอย่างละเอียดเลย"
ว่าแล้ว หวังต้าชวนก็ลากเพื่อนร่วมอาชีพที่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่เข้าร้านกาแฟ แล้วเริ่มโม้เรื่องวีรกรรมการไขคดีของสวีโม่ให้ฟังเป็นฉากๆ
ตอนแรกเพื่อนคนนี้ก็ไม่อยากจะยุ่งกับหวังต้าชวนเท่าไหร่ แค่กะจะเออออห่อหมกไปตามมารยาท แล้วรีบกลับบ้าน
นานๆ ทีจะได้เลิกงานตรงเวลา ต้องรีบกอบโกยเวลาพักผ่อนสิ
แต่พอได้ฟังหวังต้าชวนเล่าถึงคดีหนึ่ง เขาก็เริ่มหูผึ่ง
ในฐานะตำรวจอาชญากรรม เขาชอบฟังเรื่องการไขคดีปริศนามาก เพราะจะได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ
"คนเก้าคนฆ่าตัวตายต่อเนื่องในวันเดียว? แถมไม่มีเบาะแสในที่เกิดเหตุ? นี่ไม่น่าจะใช่ฆ่าตัวตายแล้วมั้ง ฉันว่ามีเงื่อนงำ เป็นฆาตกรรมใช่ไหม? เล่าต่อสิ แล้วไงต่อ? หัวหน้าทีมสวีของนายไขคดียังไง?"
"หัวหน้าทีมสวีของเราแค่พลิกดูแฟ้มคดีเก่าผ่านๆ แล้วก็โปรไฟล์ผู้ต้องสงสัยออกมาได้ทันที! นายลองทายสิว่าหัวหน้าทีมสวีโปรไฟล์คนร้ายออกมาว่ายังไง?" หวังต้าชวนทำหน้าตาตื่นเต้นเกินเบอร์
"ไม่รู้สิ รีบเล่ามาเร็วๆ"
"ไม่รู้น่ะถูกแล้ว มีแค่หัวหน้าทีมสวีเท่านั้นแหละที่แค่อ่านแฟ้มก็ระบุลักษณะคนร้ายได้แม่นยำขนาดนี้ เป็นคนอื่นให้หัวแตกตายก็ทำไม่ได้... โปรไฟล์ที่หัวหน้าทีมสวีระบุคือ: คนวัยกลางคนที่มีอาการป่วยระยะสุดท้าย!"
"..."