- หน้าแรก
- เรียลลิตี้ลักพาตัวอลเวง เมื่อผมเล่นนอกบทกับซุปตาร์
- บทที่ 5 เริ่มต้นปฏิบัติการไล่ล่า
บทที่ 5 เริ่มต้นปฏิบัติการไล่ล่า
บทที่ 5 เริ่มต้นปฏิบัติการไล่ล่า
บทที่ 5 เริ่มต้นปฏิบัติการไล่ล่า
รายการปฏิบัติการเทียนเหยียน ช่องที่ 2
“ถึงอาจารย์ทุกท่านในทีมไล่ล่า ทุกท่านสามารถเริ่มปฏิบัติการได้เลยค่ะ”
“และนี่คือข้อมูลส่วนตัวของผู้ท้าชิงในครั้งนี้ค่ะ”
ภายในห้องที่เต็มไปด้วยกล้องวิดีโอ เหล่าสมาชิกทีมไล่ล่าต่างนั่งรวมตัวกันอยู่พร้อมกับผู้ช่วยและทีมงานสนาม
ในตอนนั้นเอง ทีมงานของรายการได้ทำการส่งข้อมูลส่วนตัวของสวี่โม่ขึ้นบนจอโปรเจกเตอร์ภายในห้องทันที
ชื่อ: สวี่โม่
อายุ: 24 ปี
เชื้อชาติ: ฮั่น
อาชีพ: นักวิเคราะห์การเงิน
...
ข้อมูลทั้งหมดเรียงรายเป็นตับและมีรายละเอียดที่ลึกมาก ตั้งแต่ประวัติการศึกษาในระดับประถม มัธยมต้น มัธยมปลาย ไปจนถึงประวัติการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทีมงานได้ทำการขุดคุ้ยประวัติของสวี่โม่มาอย่างละเอียดละออตั้งแต่ช่วงเตรียมงาน
เมื่อมองในภาพรวมแล้ว ประวัติของสวี่โม่ดูธรรมดามาก หรืออาจจะเรียกได้ว่าจืดชืดเลยทีเดียว
ทันทีที่เห็นข้อมูลของสวี่โม่ เหล่านักสืบในที่นั้นต่างก็มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกันออกไป
“สวี่โม่คนนี้ดูจะธรรมดาเกินไปหน่อยนะ”
หลี่เฉิน เจ้าของฉายา ‘กล้องมนุษย์’ เป็นคนเอ่ยขึ้น “ทีมงานเลือกแต่ผู้ท้าชิงที่ไม่มีความท้าทายแบบนี้มาตลอดเลยเหรอ?”
สำหรับเขาแล้ว การเข้าร่วมรายการนี้นอกจากจะเพื่อชื่อเสียงแล้ว เขายังต้องการความสนุกจากการเล่นเกมไล่จับ ซึ่งเงื่อนไขสำคัญคือ ‘หนู’ จะต้องเก่งพอที่จะทำให้เขารู้สึกสนุก
หลี่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหัวเราะออกมา “ดูจากข้อมูลพวกนี้แล้ว ผมว่ารายการคงจบลงภายในไม่กี่ชั่วโมง ไม่ถึงวันด้วยซ้ำไป”
พูดจบ หลี่เฉินก็หันไปมองคนอื่นๆ “เราควรจะออมมือให้เขาหน่อยดีไหม?”
น้ำเสียงของเขาฟังดูอวดดีอย่างเห็นได้ชัด แต่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนพูด เพราะสำหรับหลี่เฉินแล้ว ไม่มีใครรู้สึกว่าเขากำลังโอ้อวด แต่มันคือความจริงที่เขาสัมผัสได้
“ออมมือเหรอ?”
เมื่อได้ยินแบบนั้น เฉินมันนี่ นักจิตวิทยาอาชญากรที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็มองหลี่เฉินด้วยสายตามีเลศนัยพลางยิ้มตอบ “ฉันว่าไม่จำเป็นต้องออมมือหรอกค่ะ”
“ทำไมล่ะ?” หลี่เฉินถาม
เฉินมันนี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก “นี่คือซีซันที่สามแล้วนะคะ ทีมไล่ล่าในซีซันแรกใช้เวลา 1 ชั่วโมง ส่วนซีซันที่สองใช้เวลา 2 ชั่วโมง ฉันว่าการท้าทายขีดจำกัดของพวกเราเองดูจะน่าสนใจกว่าการมานั่งออมมือนเยอะเลยค่ะ”
“ท้าทายขีดจำกัดเหรอ?”
หานเฟยที่อยู่อีกด้านลูบคางตัวเองพลางเปรยขึ้น “น่าสนใจดีนี่”
“สรุปคือ เราจะสร้างสถิติการจับกุมที่เร็วที่สุดใช่ไหม?”
“และต้องเป็นสถิติที่ทีมไล่ล่าชุดต่อๆ ไปไม่มีทางทำลายได้ด้วย”
หานเฟยพูดพลางจ้องมองไปที่เฉินมันนี่ ซึ่งเธอก็พยักหน้าเห็นด้วย “ถูกต้องค่ะ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าท้าทาย แล้วคนอื่นว่ายังไงคะ?”
“ผมเห็นด้วยครับ” เฉินเค่อที่นั่งเงียบมาตลอดเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
หลี่เฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเห็นพ้องว่าทำแบบนี้ก็น่าสนุกดี ส่วนหานเฟยก็ยืนยันว่าไม่มีปัญหา พร้อมกับตั้งคำถามขึ้นมาว่า “แล้วพวกคุณคิดว่าเราจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการจับตัวสวี่โม่?”
“ไม่น่าจะถึงชั่วโมงค่ะ... ครึ่งชั่วโมงก็น่าจะเพียงพอแล้ว” เฉินมันนี่ตอบด้วยความมั่นใจ
คำประกาศกร้าวของทีมไล่ล่าทำให้ผู้ชมในไลฟ์สตรีมตื่นเต้นกันยกใหญ่
[แค่ครึ่งชั่วโมงเองเหรอ?]
[เป็นไปไม่ได้หรอก!]
[ถ้าจับสวี่โม่ได้ในครึ่งชั่วโมงจริงๆ สวี่โม่จะกากขนาดไหนเนี่ย!]
[ฉันว่ามีสิทธิ์นะ ข้อมูลส่วนตัวบอกว่าเขาเป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีจุดเด่นอะไรเลย เมื่อเทียบกับไลน์อัพทีมไล่ล่าระดับพระกาฬแบบนี้ ยังไงก็หนีไม่พ้นหรอก]
[น่าสนุกแฮะ ในเมื่อกล้าพูดขนาดนี้ แสดงว่าทีมไล่ล่ากำลังจะงัดไม้ตายออกมาโชว์แล้วแน่ๆ]
[รอดูเลยว่าจะมีเทคนิคพิเศษอะไรบ้าง สองซีซันแรกก็ทำเอาผมเปิดหูเปิดตาไปเยอะแล้ว]
[น่าสงสารสวี่โม่นะเนี่ย ยังไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกปั่นหัวเหมือนหนูติดจั่น]
[ฮ่าๆๆ!]
[ตอนถูกจับคงจะงงน่าดู อยากเห็นสีหน้าเหวอๆ ของสวี่โม่ตอนนั้นจัง]
ในขณะที่ผู้ชมกำลังกระหน่ำส่งข้อความ ทีมงานในห้องที่ได้ยินบทสนทนาของเฉินมันนี่และคนอื่นๆ ก็ยิ้มออกมาพร้อมเอ่ยกับทีมไล่ล่า
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับการทำลายสถิตินะครับ”
“และแน่นอน ผมต้องขอชี้แจงกฎให้อาจารย์ทุกท่านทราบอีกครั้ง เพื่อความยุติธรรม นอกจากการห้ามดูไลฟ์สตรีมฝั่งสวี่โม่แล้ว ทุกท่านสามารถใช้ทุกวิถีทางได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในทุกพื้นที่ การสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือแม้แต่การขอยืมรถตำรวจเพื่อใช้ในการติดตามตัวสวี่โม่ครับ”
สมาชิกทีมไล่ล่าพยักหน้ารับ พวกเขาทราบกฎเหล่านี้ดีอยู่แล้ว การที่ทีมงานพูดย้ำอีกครั้งก็เพื่อแจ้งให้ผู้ชมทางบ้านได้รับทราบทั่วกัน
เมื่อกล่าวจบ ทีมงานกำลังจะเดินออกจากห้องไป แต่ทว่าในตอนนั้นเอง เขาก็ได้รับข้อความด่วนเข้ามา
“กล้องแอบถ่ายของทีมงานที่ซ่อนอยู่ในรถโฟล์คสวาเกน ถูกสวี่โม่ตรวจพบแล้วครับ!”
ข่าวนี้ทำให้ทีมงานคนดังกล่าวถึงกับหลุดอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“อะไรนะ? คุณบอกว่าสวี่โม่เจอโกล้องที่เราซ่อนไว้ในรถงั้นเหรอ!”