- หน้าแรก
- ข้ามาเพื่อบัญญัติวิถีเซียนในโลกปิดฟ้า
- ตอนที่ 23 สี่สุดขั้วชิงอาวุธจักรพรรดิ
ตอนที่ 23 สี่สุดขั้วชิงอาวุธจักรพรรดิ
ตอนที่ 23 สี่สุดขั้วชิงอาวุธจักรพรรดิ
ตอนที่ 23 สี่สุดขั้วชิงอาวุธจักรพรรดิ
เย่ฝานถูกเจียงลี่พาตัวมา ส่วนผังปั๋วเพราะได้โชคจากเคราะห์ ตอนนี้จึงมีตบะระดับขอบเขตตำหนักเต๋า ไม่ต้องให้ใครพาไป และเดินตามเจียงลี่กับต้วนเต๋อมาติดๆ
ทั้งสี่แอบสะกดรอยตามพวกเหยียนหรูอวี้อยู่ห่างๆ รักษาระยะให้เจียงลี่สัมผัสถึงพวกนั้นได้ แต่พวกนั้นจับสัมผัสเจียงลี่และคณะไม่ได้
รุ้งศักดิ์สิทธิ์พาดผ่านท้องฟ้า เจียงลี่หยุดเท้าลง เอ่ยอย่างสะใจว่า "พวกมันมากันแล้ว"
"คนพวกนั้นคือใคร?" เย่ฝานถาม
ต้วนเต๋อเพ่งมองแล้วกล่าวอย่างมั่นใจ "คนของตระกูลจี"
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ราวกับว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้อย่างแท้จริง
"ทำไมนักพรตมั่นใจนัก?" ผังปั๋วขยับตัวขึ้นหน้าเตรียมหาเรื่องตามความเคยชิน
คำถามนี้เหมือนเป็นการดูถูกต้วนเต๋อ ราวกับปฏิเสธความเชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของเขา
"ข้าย่อมมั่นใจสิ! ข้าขุดค้นทางโบราณคดีกับสุสานตระกูลจีมาไม่น้อย ลวดลายบนเสื้อผ้าของพวกมันเหมือนกับของตาแก่คนนั้นเปี๊ยบ!" ต้วนเต๋อกล่าวอย่างขุ่นเคือง
เย่ฝานเลิกคิ้วถาม "ท่านนักพรตเป็นนักโบราณคดีหรือ?"
ดาวเป่ยโต่วมีนักโบราณคดีที่ไหนกัน? ผังปั๋วที่ตอนแรกไม่ทันคิด เกือบจะหลุดขำเพราะต้วนเต๋อ
"มันก็โจรขุดสุสานไม่ใช่เหรอ?" น้ำเสียงของผังปั๋วชวนโดนตีนสุดๆ เหมือนจะไม่กินเส้นกับต้วนเต๋อ
เย่ฝานมองผังปั๋วอย่างแปลกใจแล้วถาม "ผังปั๋ว ทำไมนายชอบหาเรื่องชาวบ้านจัง?"
หาเรื่องคนอื่นก็ไม่เท่าไหร่ แต่เขาเป็นห่วงว่าการถูกราชาปีศาจสิงร่างจะมีผลข้างเคียงอะไรหรือเปล่า
"ไม่รู้สิ ฉันแค่รู้สึกหงุดหงิด อยากจะระบายอารมณ์" ผังปั๋วตอบ น้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าเป็นเย่ฝานถาม
"ข้าว่าเขาแค่อยากหาเรื่องเจ็บตัวมากกว่า" ต้วนเต๋อกล่าว ท่าทางคันไม้คันมือ มั่นใจว่าจัดการผังปั๋วได้แน่
"เอาล่ะ เลิกเล่นกันได้แล้ว ละครฉากใหญ่กำลังจะเริ่มแล้ว" เจียงลี่ขัดจังหวะการโต้เถียง
เขาประสานอิน กฎแห่งเต๋าแผ่ซ่าน บทสนทนาจากเบื้องหน้าถูกถ่ายทอดผ่านตราประทับตรงหน้าเขา
"กายาเทพของข้าบรรลุขั้นต้นแล้ว ขาดเพียงอาวุธคู่กายที่เหมาะสม ได้ยินว่าศาสตราวุธจักรพรรดิปรากฏขึ้น ข้าจึงมาเพื่อเอาไป"
"มาแล้ว! ฉากในตำนาน สี่สุดขั้วชิงอาวุธจักรพรรดิ โชคดีที่ข้าไม่พลาด" เจียงลี่คิดในใจ
ทั้งสามคนที่อยู่ข้างๆ ต่างพูดไม่ออก น้ำเสียงโอหังนี้ทำให้พวกเขารู้สึกอยากกระทืบคนพูดขึ้นมาตะหงิดๆ
"หมอนั่นมีที่มายังไง?" เย่ฝานถามด้วยความอยากรู้
นั่นคือศาสตราวุธจักรพรรดิเชียวนะ ถ้าแย่งชิงกันง่ายขนาดนั้น ดินแดนรกร้างตะวันออกคงลุกเป็นไฟด้วยสงครามไปนานแล้ว
"ได้ยินมาว่ารุ่นนี้ตระกูลจีมีกายาเทพถือกำเนิดขึ้น น่าจะเป็นเขานั่นแหละ" ต้วนเต๋อกล่าว
"กายาเทพ ที่ร่ำลือกันว่าไร้เทียมทานในดินแดนตะวันออกน่ะเหรอ?" เย่ฝานถามอย่างสนใจเมื่อได้ยินชื่อกายาที่คุ้นหู
ผู้อาวุโสแห่งถ้ำสวรรค์วิญญาณว่างเปล่านอกเขตหวงห้ามบรรพกาลเคยพูดถึงกายานี้ บอกว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้าแห่งดินแดนตะวันออก
"กายาเทพไร้เทียมทานแล้ววิเศษตรงไหน?" เจียงลี่พูดจาดูแคลน
"เมื่อห้าพันปีก่อน ตระกูลเจียงก็มีราชันเทพผู้ไร้เทียมทานถือกำเนิดขึ้นไม่ใช่เหรอ?" ผังปั๋วแทรกขึ้นมา
"นั่นเป็นกรณีพิเศษ กายาเทพเมื่อถึงระดับราชันจะบรรลุขั้นสูง หากทำลายพันธนาการของกายาไม่ได้ ก็จะติดอยู่ที่ระดับราชันไปตลอดชีวิต" เจียงลี่อธิบายให้เย่ฝานและผังปั๋วฟัง
"ระดับราชันคือระดับไหน?" เย่ฝานสนใจการแบ่งระดับพลังยุทธ์มาตลอด เขารู้แค่ว่ากายาศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงนั้นไร้เทียมทาน แต่ไม่รู้รายละเอียดระดับขั้น
แม้แต่เรื่องมหาจักรพรรดิ เขาก็รู้แค่ว่าเป็นจุดสูงสุดของการบำเพ็ญเพียร นอกนั้นก็ไม่รู้อะไรเลย
"อะแฮ่ม ข้าจะให้ความรู้พวกเจ้าเอง" ต้วนเต๋อแทรกตัวเข้ามาอย่างกระตือรือร้น
"จุดเริ่มต้นของการบำเพ็ญเพียรคือทะเลทุกข์ ฝึกฝนจุดกำเนิดชีวิตสามนิ้วใต้สะดือ ซึ่งแบ่งย่อยอีกสี่ขั้น: ทะเลทุกข์ น้ำพุชีวิต สะพานเทพ และอีกฝั่ง"
"จากนั้นคือแดนลับตำหนักเต๋า ฝึกฝนอวัยวะภายในทั้งห้า แบ่งเป็น..."
"สุดท้ายคือมหาจักรพรรดิในตำนาน ขั้นนี้คือผู้ปกครองใต้หล้า ท่องจักรวาลได้เพียงแค่ใจนึก"
ต้วนเต๋อร่ายยาวถึงระดับขั้นการบำเพ็ญเพียร เย่ฝานและผังปั๋วฟังจนเคลิ้ม แม้แต่ราชาปีศาจในร่างผังปั๋วก็ยังฟังอย่างตั้งใจ
เย่ฝานครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วถามอย่างตื่นเต้น "งั้นก็หมายความว่า ถ้าฝึกจนถึงระดับนักบุญ ก็สามารถท่องจักรวาลได้แล้วใช่ไหม?"
"ถูกต้อง การท่องจักรวาลยังสามารถใช้แท่นบูชาห้าสีได้ด้วย แต่ต้องรู้พิกัดของดาวเคราะห์ที่จะไป" เจียงลี่รู้ว่านี่คือสิ่งที่เย่ฝานหมกมุ่น เป็นเป้าหมายการฝึกฝนในช่วงแรกของเขา
เขาจึงบอกไปตามตรง ถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เย่ฝานในการบำเพ็ญเพียรด้วย
"สู้กันแล้ว!" ผังปั๋วตะโกนอย่างตื่นเต้น
ทั้งสามหยุดคุยแล้วมองไปข้างหน้า เห็นเพียง 'จันทรากระจ่างลอยเหนือสมุทร' คลื่นมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ทำให้จันทราดูศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
"นิมิตบรรพกาล จันทรากระจ่างลอยเหนือสมุทร!" ต้วนเต๋ออุทานด้วยความประหลาดใจ
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ดอกบัวทองคำก็เบ่งบาน โปรยปรายแสงสีทองจางๆ ราวกับอีกฝั่งของทะเลทุกข์อันเวิ้งว้าง
"นิมิตบรรพกาล ดอกบัวทองคำเบ่งบานในทะเลทุกข์!" ต้วนเต๋อร้องออกมาอีกครั้ง เก็บอาการไม่อยู่
"เอาน่า แค่นิมิตเอง อย่าตื่นเต้นนักเลย ดูละครเถอะ" เจียงลี่พูดไม่ออกที่เห็นต้วนเต๋อตื่นเต้นเกินเหตุ
เบื้องหลังจีฮ่าวเยว่ จันทรากระจ่างหมุนวนช้าๆ จันทร์เสี้ยวดวงหนึ่งพุ่งเข้าใส่เหยียนหรูอวี้ ไอเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากจันทรา ย้อมอากาศโดยรอบให้กลายเป็นน้ำค้างแข็ง
ดอกบัวทองคำในทะเลทุกข์เบ่งบาน เข้าปะทะกับจันทร์เสี้ยว ไม่มีแรงสั่นสะเทือนสะท้านฟ้าดิน เมื่อทั้งสองปะทะกัน ก็สลายหายไปในความว่างเปล่า
ดูงดงาม แต่ทุกอณูแฝงไปด้วยอันตรายถึงชีวิต
เจียงลี่มองการต่อสู้และประเมินว่าทั้งคู่อยู่ที่ขอบเขตสี่สุดขั้วขั้นสมบูรณ์ จีฮ่าวเยว่อยู่ในสภาวะสี่หวงห้าม แต่ก้าวไปไกลมากแล้ว อาจจะเข้าสู่ห้าหวงห้ามได้ในไม่ช้า เหยียนหรูอวี้อ่อนกว่าเล็กน้อย แต่อยู่ในระดับเดียวกัน
"เหยียนหรูอวี้ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจีฮ่าวเยว่ในตอนนี้ ดูท่าคงต้องใช้อาวุธจักรพรรดิแล้ว" เจียงลี่วิเคราะห์
"งั้นนางชนะแน่!" ผังปั๋วที่ถูกราชาปีศาจสิงร่างมีความรู้มากกว่าเย่ฝาน ในความทรงจำของราชาปีศาจ เขารู้ว่าอาวุธจักรพรรดิหมายถึงอะไร
"เป็นไปไม่ได้ ในเมื่อกายาเทพกล้าท้าทาย เขาต้องเตรียมรับมือกับอาวุธจักรพรรดิมาแล้ว ตระกูลจีก็มีอาวุธจักรพรรดิเหมือนกัน" เย่ฝานแย้ง
"โอ้ เจ้าหนูนี่ตาถึงแฮะ!" เสียงใสไพเราะดังขึ้น
มุมปากเจียงลี่ยกยิ้ม เขารู้สึกถึงคนมาใหม่แล้ว และพอจะเดาได้ว่าเป็นใคร จึงไม่ได้ใส่ใจ
ทุกคนหันไปมอง เห็นเด็กสาวร่าเริงในชุดสีม่วง ดวงตาสุกสกาวเป็นประกาย มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ทำให้เธอดูมีชีวิตชีวาและน่ารัก
"เป็นนางจริงๆ ด้วย ขนาดนี้แล้วยังตามมาถูกอีก" เจียงลี่มองแหวนสำริดที่จีจื่อเยว่สวม แล้วอดสงสัยไม่ได้ว่านี่คือน้องสะใภ้ที่มหาจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมเลือกไว้ให้ตัวเองหรือเปล่า
"เจ้าเป็นใคร?" เย่ฝานถามหลังจากตะลึงไปชั่วครู่
"ข้ายังไม่ทันถามเจ้าเลยว่าเจ้าเป็นใคร! มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรตรงนี้?" จีจื่อเยว่เอ่ยปาก
"พวกเราดูอย่างเปิดเผย ไม่ได้ลับๆ ล่อๆ สักหน่อย!" เย่ฝานเถียง
จังหวะที่จีจื่อเยว่กำลังจะพูดต่อ แรงกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านเข้ามา กลิ่นอายของมหาจักรพรรดิโบราณอบอวลไปทั่ว
"ใช้อาวุธจักรพรรดิแล้วจริงๆ กายาเทพตระกูลจีแย่แน่!" ต้วนเต๋อตาลุกวาวมองอาวุธจักรพรรดิชิงด้วยความโลภ
เย่ฝานและผังปั๋วก็จ้องมองสนามรบอย่างตาไม่กระพริบ การต่อสู้ระดับนี้น่าตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง
จีจื่อเยว่เห็นทุกคนเลิกสนใจตน จึงส่งเสียงหวานอย่างขัดใจ "มีอะไรน่าดูนักหนา? พี่ชายข้าก็เอาคันฉ่องความว่างเปล่ามาด้วยเหมือนกัน!"
สิ้นเสียง อานุภาพเทพมหาจักรพรรดิอีกสายก็ปรากฏขึ้น คันฉ่องโบราณปรากฏเหนือศีรษะจีฮ่าวเยว่ แผ่ประกายแสงมัวๆ
"พี่ชายเจ้าคือกายาเทพคนนั้นเหรอ?"