เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 84 โอดิน(4)

บทที่ 84 โอดิน(4)

บทที่ 84 โอดิน(4)


‘ในบรรดาอัครสาวกมีผู้ที่สามารถซ่อนพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาได้ นั่นคืออัครสาวกของเดมิก็อดผู้ยิ่งใหญ่ที่เซอร์เคิลเรียกว่าอะโพคาลิปส์และลอร์ด

นั่นเป็นข้อมูลที่เขาได้รับจากริกิ

…ริกิอ้างว่าตัวเองทรยศต่อพวกเดมิก็อดแต่เฟรย์ไม่สามารถเชื่อใจได้ทั้งหมด

โดยธรรมชาติแล้วเขาเลือกที่จะเชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นเท่านั้น

เขาเชื่อเรื่องราวเกี่ยวกับการจำศีลของเดมิก็อดเพราะเขาได้เห็นศีรษะของอินดราที่ถูกตัดขาดด้วยตาของเขาเอง

อย่างไรก็วลีที่ริกิบอกว่า "อัครสาวกของอะโพคาลิปส์สามารถซ่อนพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาได้ " นั้นต่างออกไป

เขามีเหตุผลเพียงพอที่จะสงสัย

‘อาชูร่าเรียกโอดินว่าหุ่นเชิด’

เขาไม่รู้แน่ชัดว่าเขาหมายถึงอะไร อย่างไรก็ตามมันทำให้คำถามของเฟรย์ชัดเจนโดยปริยาย

พลังที่โอดินแสดงนั้นกลับไม่มีพลังในการคุมคามเลย

ในความเป็นจริงเฟรย์ไม่เคยรู้สึกถึงภัยคุกคามใดๆต่อชีวิตของเขาตั้งแต่พบชายคนนี้

พูดอย่างตรงไปตรงมาความพยายามในการเอาตัวรอดนั่นน้อยมากเมื่อเทียบกับลุคล์

นอกจากนี้ความสามารถของเขาก็ตื้นเกินไป มันน้อยเกินไปที่เขาจะเชื่อว่ามันคือพลังแห่งความตาย

มิฉะนั้นทำไมเขาถึงเต็มใจที่จะเรียกปีศาจออกมาในขณะที่สามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ได้?

ทั้งหมดนี้ทำให้เขามีคำถามในใจหนึ่งข้อ

‘โอดินเป็นอัครสาวกจริงๆหรือ?’

เฟรย์เดินไปหาโอดินซึ่งแขนของเขานั่นเย็นชุ่มเหงื่อและกำลังสั่น

“อัครสาวก? แกถามว่าฉันเป็นอัครสาวก? แน่นอนสิ…! ฉันเป็นอัครสาวกของลอร์ดนอซด็อกเชียวนะ!”

“ฉันเคยได้ยินเกี่ยวกับนอซด็อกมาก่อน”

นอซด็อกเดมิก็อดที่มีพลังแห่งความตาย

มีข้อมูลเกี่ยวกับเขามีมากมายอยู่ในเซอร์เคิล

นี่เป็นเรื่องธรรมดาเพราะเซอร์เคิลเคยเผชิญหน้าเขาและผลลงโทษที่ตามมาก็คือ...ความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่

โทรว์แมนริงผู้มีพลังเทียบเท่ากับบิ๊กทรีมุ่งหน้าไปสู่ก้นทะเลหลังจากการตายของมาสเตอร์เซอร์เคิลและการเสียผู้บริหารในเซอร์เคิลสำคัญๆหลายคนและแม้ว่ามันจะเทียบไม่ได้กับโทรว์แมนริง เซอร์เคิลอื่นๆก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน

“มันไม่ใช่แค่การทำให้คนตายกลับมามีชีวิต ว่ากันว่าเขามักจะมีหมอกสีม่วงล้อมรอบร่างกายของเขา หากใครก็ตามที่ไม่แข็งแกร่งพอได้สูดดมหมอกนี้พวกเขาจะตายทันที”

“คุคุ”

“มันไม่ใช่แค่นั้นเพียงแค่สัมผัสผิวหนังและเนื้อจะถูกหลอมละลายออกจากกระดูกอย่างง่ายดายและเขายังสามารถสร้างปีศาจที่ไม่สามารถเอาชนะได้ด้วยวิธีผิดปกติ หากนายเป็นอัครสาวกแม้ว่านายจะไม่ได้มีอำนาจทั้งหมดของเขาแต่จากการวิเคราะห์ถึงพลังที่นายแสดงให้เห็นนายถือว่าอ่อนแอเกินไป”

เฟรย์มองไปที่อันเดดที่อยู่รอบตัวเขา

"ดูนี่สิ...นายลองมองไปที่อันเดดที่นายเรียกออกมาสิ นี่คือพลังทั้งหมดที่นายมีงั้นหรอ? นี่หรือคือพลังของอัครสาวกของอะโพคาลิปส์แห่งความตาย?”

“เอ่อ…”

โอดินตัวสั่น

ชายที่อยู่ต่อหน้าเขากำลังบอกว่าเขาอ่อนแอ แต่เดิมเขาคงไม่ได้คาดหวังเพียงเพราะคำพูด

แต่…เขาเริ่มที่จะรู้ว่าผู้ชายคนนี้แข็งแกร่งกว่าเขามาก

[ฉันขอโทษแต่นี่เป็นทางเลือกที่นายจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต]

คำพูดของราชาวิญญาณแห่งสายลมก่อนที่จะจากเขาไปปรากฏขึ้นในใจของเขาในทันทีนั้น

ในตอนนั้นเขาเอาแต่เยาะเย้ยคำพูดของเธอ แต่ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจราวกับว่าคำทำนายของเธอที่กำลังจะได้รับการพิสูจน์

นอซด็อกหลอกเขาจริงๆหรือ?

“นอซด็อก…ลอร์ดนอซด็อก…!”

โอดินขานเรียกชื่อของเขา

ในขณะนั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ก็ปะทุออกมาจากตาซ้ายของเขาและควันสีม่วงก็เริ่มถูกพ่นออกมา

ชิ้ง

‘ตาเทียม? นั่นคือสื่อที่ใช่ติดต่อ?

ควันพวยพุ่งขึ้นไปในอากาศก่อนจะเกิดเป็นรูปเป็นร่าง

เฟรย์ตกตะลึง

เขาไม่คาดคิดว่าเขาจะติดต่อกับเดมิก็อดของเขาในสถานการณ์เช่นนี้ อย่างไรก็ตามโอดินไม่สามารถคิดได้อย่างตรงไปตรงมา

เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยสีหน้าสิ้นหวัง เขามองไปยังคนๆเดียวที่สามารถไขข้อสงสัยของเขาได้

สิ่งนั้นยืนอยู่บนฟ้าสูงราวกับยมทูตในขณะนั้น

เป็นโครงกระดูกที่มีกระดูกสีขาวบริสุทธิ์สวมเสื้อคลุมสีดำตัดกัน

แม้แต่เฟรย์ยังรู้สึกใจสั่นเมื่อมองเข้าไปในกองไฟสีเขียวที่เผาไหม้ภายในเบ้าตาของโครงกระดูก

เหงื่อเย็นๆเริ่มก่อตัวบนหน้าผากของเขา

‘นั่นคือนอซด็อก’

เขารู้ตัวทันที

พลังของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขานึกถึงริกิ

เขาพบว่ามันยากที่จะหายใจเพียงแค่มองไปที่ภาพตรงหน้าซึ่งไม่ใช่แม้แต่ร่างกายหลัก

[มีอะไร?]

"ได้โปรดบอกผมด้วยลอร์ดนอซด็อก…! ผมไม่ใช่อัครสาวกของท่านจริงๆหรือ? ”

[…]

“ก็ผู้ชายคนนี้บอกว่าผมอ่อนแอเกินไป! เขาพูดความจริงหรือเปล่า? เขาต้องพูดเรื่องไร้สาระใช่มั้ย? ผม…ผมเป็นถึงอัครสาวกของลอร์ดนอซด็อกไม่ใช่เหรอ? ฮ่าฮ่าฮ่า!”

นอซด็อกมองไปที่โอดินที่กำลังหัวเราะอย่างเชื่องช้า

การจ้องมองของเขาสามารถคาดเดาได้จากการเคลื่อนไหวของไฟในเบ้าตาของเขา

ดังนั้นเมื่อนอซด็อกจ้องมองมาที่เขาเฟรย์จึงก้าวถอยหลังและเตรียมรับมือ

[ฉันไม่คาดคิดว่าตัวตนของโอดินจะถูกเปิดเผยเร็วขนาดนี้ น่าสนใจจริงๆนายรู้ได้อย่างไร?]

มันเป็นน้ำเสียงที่น่าสงสัย

เฟรย์ตระหนักดีว่านอซด็อกสงสัยว่าเขารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร

“เพราะร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้รอบๆป่าใหญ่ไงละ”

[นายสัมผัสมันได้? นายมีเซ้นส์ที่ดีสำหรับมนุษย์ คนแบบนั้นมีเพียงไม่กี่คนแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่น่าเร็วขนาดนี้]

"นายพยายามจะพูดเรื่องอะไร?"

[ต้องมีคนทรยศ]

เฟรย์รู้สึกว่าโชคดีแล้วที่อีวานไม่ได้อยู่กับเขาในขณะนี้ มิฉะนั้นหากอีวานที่สามารถเดาทางได้ง่ายได้ยินคำพูดของนอซด็อกเขาจะมีปฏิกิริยาเหมือนกับว่าพวกเขาถูกจับได้แล้ว

แต่เฟรย์ไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องผิดพลาดแบบอีวาน

เขาเงยหน้าขึ้นมองนอซด็อกด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกราวกับจะบอกว่าเขากำลังพูดเรื่องไร้สาระ

นอซด็อกจ้องหน้าเขา

จากนั้นส่วนหัวสีขาวบริสุทธิ์ของโครงกระดูกก็เอียงไปด้านข้าง

[ถูกต้อง…ฉันคาดหวังเอาไว้แล้วว่าอีกไม่นานก็จะมีคนที่ตระหนักว่าโอดินไม่ใช่อัครสาวกของฉันจริงๆ ตามที่คาดไว้อุบายเล็กๆน้อยๆนี้จะดึงดูดความสนใจได้มากพอตัว]

‘…ไอ้นี้’

พวกอันเดดซึ่งถูกปล่อยออกมาในป่าใหญ่เรย์นอยด์เป็นเพียงเหยื่อล่อคนทรยศของเดมิก็อดเท่านั่น

ไม่ มันไม่ใช่แค่นั้น

เฟรย์มองไปที่โอดินที่จ้องมองไปที่นอซด็อกด้วยสีหน้าหวาดกลัวอีกครั้ง

"ฉันเข้าใจแล้ว"

ตั้งแต่เริ่มต้นจุดประสงค์ของการมีอยู่ของโอดินเป็นเพียงเหยื่อล่อเท่านั้น

เขาไม่แน่ใจว่ามันเป็นไปได้อย่างไรแต่เขาจะเพิกเฉยต่อโอกาสนี้ไม่ได้

ถ้าเขาสะกิดสักอีกสักหน่อยเขาอาจจะได้รับข้อมูลบางอย่างเพิ่ม

“ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดถึงอะไร นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้คุยกับเดมิก็อดแต่นายพูดมากกว่าที่ฉันคาดเอาไว้”

[…]

นอซด็อกสังเกตเห็นมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าเขา

เขามีชีวิตอยู่มาหลายหมื่นปีแล้วและไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะเข้าใจความคิดของมนุษย์

หลังจากถามคำถามที่เขาตั้งใจจะเจาะลึกถึงสิ่งที่เขาอยากรู้ เขาก็จะสามารถรับรู้ความจริงได้ในทันทีจากปฏิกิริยาเพียงเล็กน้อย

นั่นคือเหตุผลที่เขาตอบสนองต่อการติดต่อของโอดินเร็วมาก

เขาแน่ใจว่าถ้ามีคนที่สามารถบังคับให้โอดินต้องจนมุมได้ถึงขนาดที่โอดินยอมเรียกตัวเขา คนพวกนั่นจะต้องเชื่อมโยงกับผู้ทรยศอย่างแน่นอน

แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถอ่านใจเฟรย์ได้เลย

"ช่างน่าสงสัย"

นี่เป็นสิ่งที่นอซด็อกไม่เคยรู้สึกมานานกว่าหมื่นปี

เขาไม่สามารถบอกได้เลยว่าชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้กำลังคิดอะไร

หากเดมิก็อดคนอื่นได้ยินเขาพูดแบบนั้นพวกเขาอาจจะหัวเราะ แต่มันคือความจริง

เขาที่มีชีวิตอยู่มาหลายหมื่นปีแต่กลับไม่สามารถอ่านความตั้งใจของชายที่มีอายุไม่ถึง 100 ปีได้?

‘นั่นยิ่งทำให้น่าสงสัยเข้าไปใหญ่’

โอดินค่อยๆก้าวไปข้างหน้า

“ท่านนอซด็อก…โปรดตอบผมด้วย ผมยอมโยนทุกอย่างทิ้ง ท่านจะทำแบบนี่ไม่ได้ ได้โปรด…ผมเป็นแค่หุ่นเชิด…ไม่นะ ผมคือผม…”

[แกไม่ใช่หุ่นเชิด]

นอซด็อกส่ายหัว

เมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ดวงตาของโอดินก็สว่างขึ้น

“ท่าน…หมายความอย่างนั้นจริงๆเหรอ? แสดงว่าผมเป็น...ของท่านจริงๆ…”

[แกไม่ใช่อัครสาวกของฉัน แกเป็นเพียงแค่เหยื่อล่อเท่านั้นและ....]

นอซด็อกชี้นิ้วไปที่โอดิน

[ไม่มีเหตุผลที่จะทำให้เหยื่อมีชีวิตอยู่เมื่อมันจับปลาไม่สำเร็จ]

“เอ่อ…อ้าก…”

ร่างกายของโอดินเริ่มละลาย

อย่างแรกผมของเขาร่วงหล่น จากนั้นผิวหนังของเขาก็ไหลลงเหมือนน้ำและดวงตาของเขาก็หลุดออก

รูปร่างหน้าตาของโอดินซึ่งงดงามยิ่งกว่าเพเรียนหายไปในพริบตาเดียว

“อัก อ้าก…ฮึ…!”

เขาพยายามจับผิวหนังที่หลอมละลายของเขามาร่วมตัวกันแต่มันเป็นไปไม่ได้

มือของเขาละลายเผยให้เห็นกระดูกสีขาวของเขา

“อ๊ะ…ไม่นะ…แกกกก”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายของโอดิน

ปุก

ร่างของเขาทรุดลงเป็นกองเลือด

เขาตายอย่างไร้ประโยชน์

เฟรย์รู้สึกว่างเปล่าเล็กน้อยภายในเพราะก่อนหน้านี่เขาเตรียมพร้อมที่จะสู้แบบเสี่ยงชีวิตกับโอดิน

เขาหันไปหานอซด็อกอีกครั้ง

อาจเป็นเพราะการตายของโอดินแต่ร่างของเขาเริ่มเบลอ

[เจ้าพวกเซอร์เคิลมันเริ่มกลายเป็นมดปลวกที่น่ารำคาญขึ้นเรือยๆ และหากผู้ทรยศตั้งใจที่จะร่วมมือกับพวกนั่น... มันก็น่ารำคาญมากยิ่งขึ้น]

เขาพึมพำเบาๆขณะที่เขาหายตัวไป

[แม้ว่ามันมีราคาที่ต้องจ่ายหากต้องการกำจัดเซอร์เคิล แต่มันก็คุ้มที่จะลบการมีอยู่ของพวกนั่นออกไป]

“…”

ด้วยคำพูดของล้างร้าย ภาพของนอซด็อกก็จางหายไปอย่างสิ้นเชิง

เฟรย์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันยังคงเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด

เขาอยากเห็นพระจันทร์เสี้ยวที่ซ่อนอยู่หลังก้อนเมฆจริงๆแต่มีบางอย่างที่เขาต้องทำก่อน

“ฉันคิดว่าคุณออกมาได้แล้วละ”

“…”

หลังจากที่เขาพูดอย่างนั้นในที่สุดก็มีคนปรากฏตัวขึ้น

เฟรย์หันกลับไป

ผมสีขาวที่ดูเหมือนจะเปล่งประกายในความมืดและผิวที่ขาวยิ่งกว่านั้น

เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนด้วยใบหน้าที่สวยงามของเธอ

สโนว์ดีพรีดิกวูดส์

ราชินีแห่งเอลฟ์และน้องสาวของโอดิน

"นายรู้ได้อย่างไร?"

“คุณกำลังหมายถึงหลังจากที่คุณเปิดเผยตัวตนของคุณโดยตั้งใจนี้นะ?”

เฟรย์ไม่ได้พูดอย่างสุภาพและสโนว์ก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจเพราะเหตุนั้น

แต่เธอมองเฟรย์ด้วยสีหน้าสงสัย

“อืม”

ออร่าของเธอแตกต่างจากครั้งล่าสุดที่พวกเขาพบกันมาก

ก่อนหน้านี่ร่างกายของเธอดูเหมือนจะแสดงออกถึงความสง่างามและที่ใครๆต่างก็คาดหวังจากราชินี แต่ตอนนี้มันเหมือนกับว่าเธอเป็นคนที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ในความเป็นจริงเธอกลับดูร่าเริงมากขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ

สายตาของเธอหันไปที่ศพของโอดินซึ่งจมอยู่ในกองเลือดต่อหน้าเฟรย์

“มันจบลงแบบนี่สินะ”

“…”

"ขอบคุณ สำหรับที่ให้พี่ชายที่โง่เขลาของฉันได้พักผ่อน แต่เดิมมันเป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจจะทำด้วยมือของฉันเอง”

…นี่คือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของเธอ?

วิธีการพูดของเธอไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก แต่การแสดงออกของเธอนั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

“คุณรู้ว่าเขาเป็นลูกน้องของเดมิก็อด?”

"ถูกตัอง"

สโนว์พยักหน้าและแตะเอวเรียวๆของเธอทำให้เฟรย์สังเกตเห็นดาบที่ซ่อนอยู่ตรงนั้น

“ยังไง? ฮรูฮิราลบอกคุณใช่ไหม?”

“ไม่ฮรูฮิราลไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับพวกเขา”

“…ถ้าอย่างนั้น”

“เขาเป็นคนเดียวกันที่บอกคุณเกี่ยวกับตัวตนของโอดิน”

ริกิ?

ริกิเป็นคนบอกเธอเองเหรอ?

'ทำไม?'

เฟรย์ยังคงไม่แสดงออกแต่ซ่อนความปั่นป่วนที่เขารู้สึกไว้ข้างใน อาจเป็นไปได้ว่าเธอกำลังโกหกเพื่อหาข้อมูลจากเขา

อย่างไรก็ตามหลังจากได้ยินสิ่งที่สโนว์จะพูดต่อไปเขาก็รู้ว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างนั้น

“เดมิก็อดริกิมีที่พลังของดาบ มั่นใจได้เลยพ่อมดเฟรย์นายกับฉันยืนอยู่ข้างเดียวกัน”

"คุณเป็นใครกันแน่?"

“สโนว์พรีดิกวูดส์ราชินีแห่งเอลฟ์ทั้งหมด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายอยากรู้ใช่ไหม?”

สโนว์หัวเราะเผยให้เห็นฟันขาวของเธอ

“สำหรับตัวตนของฉัน ฉันจะบอกนายเมื่อผู้สืบทอดของราชานักรบเวทย์มาถึง สำหรับตอนนี้เราต้องลงไปข้างล่าง มีบางอย่างที่เราต้องจัดการ”

“เราต้องจัดการกับอะไร?”

“การต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่พี่ชายของฉันทิ้งเอาไว้”

ช่วงเวลาที่เธอยิ้มและพูดอย่างขมขื่นพลังศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มหลั่งไหลออกมาจากศพของโอดิน

‘เขาตายไปแล้วเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?’

ขณะที่เขาคิดเช่นนี้เฟรย์ก็เตรียมตัวที่จะใช้มานาของเขา

สโนว์พึมพำขณะดึงดาบออกมาช้าๆ

“ฉันพยายามฆ่าจะโอดินตอนอยู่ข้างนอกป่าใหญ่เพราะฉันกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่ตอนนี้มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะแผนการชั่วร้ายของเขาได้ถูกเปิดโปงแล้ว”

สโนว์ชี้ไปที่ตัวของโอดิน

“นอซด็อกได้ปลูกเมล็ดพืชลงในร่างกายของโอดินในขณะที่เขาฆ่าโอดิน เขาตั้งใจที่จะใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงอยู่ในนั้นเพื่อปลุกสิ่งที่ชั่วร่ายออกมา”

ชิ

เลือดของโอดินเริ่มจับตัวกันเป็นก้อน จากนั้นมันก็บินเข้าหาเฟรย์ด้วยความเร็วมหาศาล

เฟรย์ใช้บลิ้งเพื่อหลบเลือดพวกนั่น

อย่างไรก็ตามเลือดพวกนั่นยังคงบินต่อไปและตกลงมาจากต้นไม้ราวกับว่าเฟรย์ไม่ได้เป็นเป้าหมายของมันตั้งแต่แรก

“แค่นี่นะ?”

“มองลงไปแล้วนายจะเข้าใจเอง”

เฟรย์ยืนอยู่บนขอบกิ่งไม้และมองลงไปยังหมู่บ้าน

จบบทที่ บทที่ 84 โอดิน(4)

คัดลอกลิงก์แล้ว