เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 83 โอดิน (3)

บทที่ 83 โอดิน (3)

บทที่ 83 โอดิน (3)


“คุณแน่ใจหรือว่าไอริสจับมือกับพวกเดมิกอดส์?”

[นั่นคือสิ่งที่ฉันเห็น มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไอริสอัญเชิญตัวฉันแต่ในที่สุดเมื่อฉันมาถึงฉันก็พบกับความประหลาดใจลอร์ดแห่งเดมิก็อดกำลังยืนอยู่ข้างๆเธอ]

“…”

ที่เขาเห็นเธอยืนอยู่มิใช่ใครอื่นนอกจากลอร์ด

เฟรย์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับความจริง

[ไม่ใช่แค่ฉัน บาร์บารอสและเซเปอร์ก็อยู่ที่นั่นด้วย คุคุ! เป็นเรื่องหายากที่อาร์คดยุกสามคนจะมารวมกันในที่เดียว มีเพียงไอริสผู้มีพรสวรรค์ชนิดหนึ่งในพันปีเท่านั้นที่สามารถทำได้… แต่]

“เธอไม่เคยเรียกคุณมาเพื่อสู้”

[ใช่ เนื่องจากพลังของเรามีจำกัดในทวีป ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังสงครามแต่ฉันคิดว่าไอริสทำข้อตกลงอะไรบางอย่างกับลอร์ด]

“ข้อตกลง? ตกลงอะไร?”

[ฉันก็ไม่แน่ใจแต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ต้องการต่อสู้ในศึกที่รู้ว่าตัวเองต้องพ่ายแพ้ดังนั้นเธอจึงเจรจาเงื่อนไขที่ดีกว่านี้กับลอร์ด]

“มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่?”

[ไม่นานหลังจากที่นายหายตัวไปประมาณ 4,000 ปีก่อน]

“…”

ไอริสไม่สิ

ชไวเซอร์และเพื่อนคนอื่นๆของเขาก็ดูเหมือนจะเดาได้ว่าลอร์ดเป็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของเขา

ลอร์ดไม่ได้ทิ้งร่องรอยการกระทำของเขาแต่ในความจริงแล้วความจริงที่ว่าการไม่มีร่องรอยใดๆกลับเป็นหลักฐานที่ดีที่สุด

สิ่งที่อาชูร่าพูดถึงเกิดขึ้นทันทีหลังจากที่เฟรย์ถูกขังอยู่ในขุมนรก

ชไวเซอร์คิดว่าตอนนั้นไอริสซ่อนตัวอยู่เพราะเธอไม่สามารถรับเรื่องการตายของลูคัสได้

แต่นั่นไม่เป็นเช่นนั้น

ดูเหมือนว่าไอริสกำลังเคลื่อนไหวเพียงลำพังเพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง

[ไอริสเปลี่ยนไปมากตั้งแต่นายหายไป สมัยก่อนมันก็ยากที่จะคาดเดาสิ่งที่เธอคิดแต่ในครั้งนี่มันเป็นไปไม่ได้เลย อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้บ้าแน่นอน ฉันเคยเห็นมนุษย์บ้ามามากพอที่จะบอกความแตกต่างได้]

“…”

[อย่างไรก็ตามหลังจากที่เธอทำข้อตกลงกับลอร์ดเธอก็เริ่มทำงานกับเดมิก็อด]

“เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะควบคุมจิตใจของเธอ? หรือข่มขู่เธอ”

[ฉันไม่รู้เกี่ยวกับเรืองที่เธอถูกขู่ แต่เธอไม่ได้ถูกควบคุมแน่ ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรที่สามารถสยบจิตของเธอได้ตั้งแต่แรก]

เฟรย์เห็นด้วย

ไม่ว่าเดมิก็อดจะทรงพลังแค่ไหนแต่พลังทางจิตวิญญาณของไอริสก็ไม่ใช่เรื่องขี้ปะติ๋ว

ฮีโร่ทั้งห้ารวมถึงเฟรย์เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาของตนซึ่งหมายความว่าสภาพจิตใจของพวกเขาอยู่ไกลเกินความสามารถของมนุษย์ทั่วไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอริสที่เป็นแม่มดที่เชี่ยวชาญในการทำสัญญาปีศาจดังนั้นความต้านทานต่อการโจมตีทางจิตของเธอจึงแข็งแกร่งกว่าคนอื่นๆมาก

[เมื่อเวลาผ่านไปความถี่ที่เธอเรียกฉันออกมาก็เริ่มน้อยลงและทันใดนั้นเธอก็ยุติสัญญาลงเมื่อไม่กี่ร้อยปีก่อนโดยไม่มีคำอธิบายแม้แต่น้อย ฉันได้ยินสิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นกับบาร์บาโตสและเซเปอร์]

ริมฝีปากของอาชูร่าโค้งขึ้น

[เซเปอร์รู้สึกขุ่นเคืองอย่างมากกับเรื่องนี้และเขาไม่ยอมเซ็นสัญญาใดๆกับมนุษย์ตั้งแต่นั้นมา เขาค่อนข้างใจแคบ]

“…นั่นคือทั้งหมดที่คุณรู้หรือ”

[ถูกตัอง...ไม่สิมีอีกนิดหนึ่ง]

อาชูร่าดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอ้าปาก

[ไอริส…ดูเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง]

"กำลังมองหาบางสิ่ง? เช่นอะไร?"

[มนุษย์คนนั้นคนที่มีผมสีขาวและดวงตาสีทองชื่อของเขาคือ…]

“ชไวเซอร์สโตร์ว”

อาชูร่าพยักหน้าขณะที่เฟรย์เอ่ยชื่อให้เขา

[ใช่ นั่นคือชื่อของคนที่ถูกเรียกว่ามหานักปราชญ์ดูเหมือนว่าไอริสกำลังมองหามรดกของเขา]

“มรดกของชไวเซอร์?”

[ใช่ ฉันได้ยินเธอพึมพำเกี่ยวกับการหา "แกนพลังงาน" หรืออะไรบางอย่าง]

“…!”

แกนพลังงาน

สิ่งเดียวที่เฟรย์คิดได้ในขณะนั้นคืออนาสตาเซียผลงานชิ้นโบแดงของชไวเซอร์

แกนโกเลมที่มีพลังงาน 1 ล้าน ME

‘ไอริสรู้เกี่ยวกับอนาสตาเซียด้วยหรือเปล่า?’

เขาไม่รู้ว่าทำไมไอริสถึงมองหาแกนพลังงาน อย่างไรก็ตามหากเขาสามารถสร้างอนาสตาเซียได้สำเร็จเขารู้สึกว่าเขาจะเข้าใจว่าเพราะอะไร

อนาสตาเซียน่าจะมีคำตอบสำหรับคำถามส่วนใหญ่ของเขา

"เวลาของฉันใกล้จะหมดแล้ว"

เฟรย์ตระหนักอีกครั้งว่าเขาไม่มีเวลาให้ชิลและสนุกกับการก้าวเดินอย่างช้าๆ

[นั่นคือทั้งหมดที่นายอยากรู้ใช่มั้ย?]

"ใช่"

[ดี นายยังมีคำขออีกสองข้อ จงบอกสิ่งที่นายต้องการมา]

เฟรย์ครุ่นคิดสักครู่ก่อนจะถาม

“คุณฆ่าโอดินได้ไหม?”

[เป็นไปไม่ได้]

อาชูร่าส่ายหัว

[ฉันไม่เคยทำอะไรที่ต่ำทรามแบบนั้น ฉันไม่ได้โม้หรืออะไรหรอกแต่ฉันไม่เคยทำร้ายคนที่เซ็นสัญญากับฉัน ไม่ว่าฉันจะเป็นหนี้บุญคุณมากมายแค่ไหนเรื่องนี่เป็นสิ่งที่ฉันจะไม่ยอมทำ]

มันน่าเสียดายแต่เขารู้ว่าเขาขอมากเกินไป

“แล้วถ้าจะกลับไปที่โลกปีศาจโดยไม่ฟังคำสั่งของโอดินล่ะ?”

[ถ้าแบบนั่นก็ง่ายมาก]

การทำสิ่งนั้นค่อนข้างง่าย

แม้ว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาในโลกภายนอกจะยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากการอัญเชิญที่ผิดพลาด แต่เขาก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เฟรย์และอีวานสามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง

[เหลืออีกข้อหนึ่ง]

“…คุณเซ็นสัญญากับฉันได้ไหม?”

"กับนาย?"

อาชูร่าพูดด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

[ก่อนหน้านี้นายเคยบอกว่านายไม่สนใจที่จะเซ็นสัญญากับปีศาจนิ?]

“ฉันไม่ได้อยู่ในสถานะที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบอีกต่อไป ฉันต้องใช้ทุกตัวเลือกที่มี”

เป็นที่ชัดเจนสำหรับเขาว่าการเซ็นสัญญากับอาชูร่าจะช่วยเขาได้มาก แม้ว่าพลังของเขาจะถูกจำกัดในทวีปนี้แต่พลังของอาร์คดยุกก็ไม่ใช่สิ่งที่จะละเลยได้

อาชูร่ามองเขาด้วยสีหน้าแปลกๆเล็กน้อย

[นายยังตั้งใจที่จะฆ่าเดมิก็อดให้หมดทวีปนี้จริงๆหรือ?]

“นั่นคือจุดมุ่งหมายเดียวในชีวิตของฉัน”

[คุคุคุ!]

มันเป็นเสียงที่ชัดเจนที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นแต่อาชูร่าก็ไม่สามารถหยุดเสียงหัวเราะที่หลุดรอดจากริมฝีปากของเขาได้

เดมิก็อด

พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหนือธรรมชาติซึ่งเป็นผู้ปกครองมิดเดิ้ลเอิร์ธ

หากเดมิก็อดปรากฏตัวในโลกปีศาจอาชูร่าก็ไม่จำเป็นต้องกลัวพวกเขา

อาร์คดยุกทั้งหกแต่ละคนซึ่งแต่ละคนปกครองเหนือขุมนรกล้วนมีพลังไม่น้อยไปกว่าพวกเดมิก็อด

ในความเป็นจริงสามารถบอกว่าพวกเขาแข็งแกร่งกว่าเดมิก็อดทั่วๆไปยกเว้นลอร์ดและอะโพคาลิปส์

นั่นเป็นเหตุผลที่การดำรงอยู่ของเฟรย์จึงน่าสนใจ

เมื่อเทียบกับเดมิก็อดแล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีนัยสำคัญ

แต่หนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ไม่สำคัญเหล่านี้กลับประกาศว่าพวกเขาจะทำลายล้างเดมิก็อด

และไม่ใช่ว่าชายคนนี้ไม่รู้เกี่ยวกับพลังของเดมิก็อดแต่เขาอาจเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเดมิก็อดมากกว่าคนอื่นๆในโลก

อย่างไรก็ตามเขาไม่ลังเลที่จะต่อสู้กลับแม้ว่าเขาจะกลัว แต่เขาก็พยายามดิ้นรนเพื่อเอาชนะมัน

อาชูร่าตระหนักว่าเฟรย์เป็นสิ่งใด

[นายเป็นนักรบที่แท้จริง]

“ฉันเป็นพ่อมด”

[ฉันหมายถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของนายต่างหากละเจ้าโง่!]

“…”

เป็นเวลานานแล้วที่เขาไม่ได้ถูกเรียกว่าโง่

อาชูร่าหัวเราะอย่างสนุกสนาน

[ดีละ ฉันจะเซ็นสัญญากับนาย แม้ว่านายจะไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี่มากนัก แต่ฉันจะทำเพราะข้อตกลงของเรา คุคุ นายจะเป็นผู้อัญเชิญที่น่าสนใจที่สุดของฉันถนัดจากไอริส]

อูววว

ลวดลายสีเลือดเริ่มก่อตัวขึ้นด้านหน้าของอาชูร่าและเมื่อเฟรย์มองเข้าไปใกล้ๆเขาก็รู้ว่ามันคือตราอัญเชิญที่ใช้ในการอัญเชิญเขา

[นี่คือตราอัญเชิญของฉัน นายจำมันไว้ให้ดี นายจะสามารถเรียกฉันได้และเมื่อนายมีเวลาเราจะจัดทำสัญญาดังกล่าวกัน]

“เข้าใจแล้ว”

ร่างของอาชูร่าเริ่มเบลออย่างช้าๆ

เฟรย์ไม่แปลกใจเลยเพราะนี่เป็นปรากฏการณ์ที่เขาได้เห็นมาแล้วครั้งหนึ่งในวันนั้น

วิญญาณของเขาเริ่มหลุดออกจากมิติโลกแห่งวิญญาณของอาชูร่า

และก่อนที่เขาจะจากไปอย่างสมบูรณ์เฟรย์ก็ได้ยินเสียงอาชูร่าพึมพำอยู่ใต้ลมหายใจของเขา

[ช่างเป็นมนุษย์ที่น่าสนใจจริงๆ…]

* * *

เฟรย์กระพริบตา

เขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

พวกเขาได้ใช้เวลาสักพักในโลกแห่งวิญญาณแต่มันผ่านไปเพียงไม่กี่วินาทีในความเป็นจริง

อาชูร่ามองไปที่โอดินและพูด

[ฉันจะกลับแล้ว]

“คุณพูดว่าอะไร? คุณกำลังพูดถึงอะไร?! ฉันเรียกคุณ…”

[หนวกหู!]

อาชูร่าเหวี่ยงแขนของเขา ดาบในมือของเขาบิดและเกือบโดนเข้าไปที่โอดิน

แตก! แตก!

พัง!

“…เออ!”

ต้นไม้หลายร้อยหลังโอดินถูกกวาดออกไปในพริบตา

ด้วยเพียงแรงดันลมที่ปล่อยออกมาจากใบมีดที่เหวี่ยงอย่างเกียจคร้านของเขาแม้แต่ต้นไม้ใหญ่ในป่าที่หยั่งรากลึกลงไปในพื้นดินก็ยังถูกทำให้บินได้

[แกควรกังวลมากกว่าว่าคืนนี้แกจะรอดไหม เจ้าหุ่นเชิด!]

“…?”

หุ่นเชิด?

กริบ…

ในขณะที่เฟรย์พยายามถอดรหัสความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำๆนั้นร่างกายของอาชูร่าก็เปลี่ยนเป็นเลือดและตกลงไปที่พื้นอีกครั้ง

อีวานที่ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาทำได้เพียงถามด้วยสีหน้าสับสน

“อะไรกันเนี่ย? ทำไมเขาถึงยอมกลับไป? เฟรย์นายทำอะไรลงไป?”

สิ่งที่เขารู้ก็คือเฟรย์ได้พูดคุยกับอาชูร่า

เขาถามเพราะผู้ชายคนนี้ดูบริสุทธิ์ใจแต่เขารู้ว่าเฟรย์ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น

"แหม มันก็เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเราไม่ว่าในกรณีใดๆใช่มั้ย? ”

“นั่น… แต่มีบางอย่างไม่ถูกต้อง”

“เรามาโฟกัสที่โอดินก่อนดีกว่า เพียงเพราะอาชูร่าหายไปไม่ได้หมายความว่าเราจะเอาชนะเขาได้”

การแสดงออกของเฟรย์ค่อนข้างแปลก

เขามองไปที่โอดินในขณะที่ครุ่นคิดถึงคำพูดที่อาชูร่าพูดในขณะที่จากไป

โอดินยืนตัวสั่น

“ฉัน..ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย! พล่าม! เธอ…บอกอย่างชัดเจนว่าฉันสามารถใช้อาชูร่าในยามวิกฤตต่างๆได้!”

“…”

มาคิดดูอีกทีมีบางอย่างที่เฟรย์ไม่เข้าใจ

ใครเป็นคนสอนโอดินถึงวิธีอัญเชิญอาชูร่า?

‘อาจจะเป็นไอริสก็ได้’

เขาไม่อาจปล่อยให้เบาะแสเกี่ยวกับเธอหลุดลอยไป

โอดินดูเหนื่อยล้าแต่เขาก็ไม่ยอมแพ้เพราะเขายังคงมีพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่

“อื้อ!”

แตก

พื้นดินแยกออกจากกันและปีศาจก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้มีพวกมันมีมากกว่าเดิม มีเดธไนท์สี่ตัวอยู่ด้านหน้าที่ยืนห่างจากกลุ่ม

พวกมันทั้งหมดสวมชุดเกราะสีแดงเลือด

“อีวานระวังพวกที่มีชุดเกราะสีแดงอยู่ข้างหน้าด้วย”

“พวกมันคือตัวอะไร?”

“บลัดดี้ไนท์”

"ฮะ?"

“…พวกมันเป็นอันเดดที่มีเก่งกว่าเดธไนท์ พวกมันมีความสามารถในการต่อสู้ที่พัฒนามากกว่าเมื่อเทียบกับเดธไนท์”

“เอ่อ…โดยพื้นฐานแล้วพวกมันเป็นแค่กระสอบทรายที่แข็งแรงกว่าเดิมสินะ”

เฟรย์อ้าปากค้างก่อนจะตัดสินใจไม่พูดออกมา

อีวานไม่น่าจะตายด้วยอันเดธระดับนี่

จากนั้นเขาก็หันกลับไปหาโอดิน

เขากำลังบินอยู่บนท้องฟ้าบนหลังของโบนเดรกที่เขาอัญเชิญมา

เขาตั้งใจจะหนีไปหรือเปล่า?

แต่เขากำลังทำตัวแปลกๆ

“อีวานช่วยอะไรหน่อยสิ”

“ว่ามาเลย”

หลังจากที่ได้เห็นอีวานพ่นลมออกทางจมูกเฟรย์ก็ใช้คาถาเสริมความแข็งแกร่ง มันไม่ได้ช่วยเขามากนักแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย

อีวานยิ้มเมื่อเห็นร่างที่เปล่งประกายจางๆของเขา

“สวยพี่สวย”

"ระวังหน่อย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประคองเวทย์มนต์นี่ ”

“เข้าใจแล้ว”

เฟรย์บินขึ้นพร้อมกับคาถาบินและตามโอดินไปติดๆ

เดรกกระพือปีกอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่มันมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางโดยไม่หันกลับมามอง

ใช้เวลาไม่นานเฟรย์สามารถรู้ได้ในทันที่ว่าโอดินกำลังมุ่งหน้าไปที่ใด

ด้านบนสุดของฮรูฮิราล

โอดินลงจอดที่นั่นก่อนจะหันกลับมาจ้องเฟรย์

ความโกรธและความเกลียดชังชัดเจนขึ้นในดวงตาของเขา

“แกเป็นใคร? แล้วแกทำอะไรกับอาชูร่า?”

“มันไม่มีประโยชน์ที่จะบอกคนอย่างนายเพราะนายจะตายอยู่ที่นี่”

"ถ้าแกทำได้ก็ลองดู…!"

โอดินจับมือของเขา

โบนเดรกบินไปข้างหน้าพร้อมกับเสียงคำรามดัง

พึมพำ!

จากนั้นร่างของเดรกที่บินเข้าหาเฟรย์ก็แข็งตัวในก้อนน้ำแข็งและตกลงไปยังพื้น

“เอิ๊ก…!”

โอดินเขย่ามือของเขาอีกครั้งและพลังงานสีม่วงก็เริ่มไหลออกมา

อันเดดเริ่มลุกขึ้นจากกิ่งก้านของต้นไม้โลกและเมื่อเห็นสิ่งนี้เฟรย์ก็อดไม่ได้ที่จะพูด

“ฉันมีคำถาม”

"หุบปาก!"

ปีศาจเริ่มวิ่งเข้าหาเขา

อย่างไรก็ตามเฟรย์เข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าโอดินไม่ใช่ภัยคุกคามต่อเขา

อะไรทำให้โอดินอ่อนแอลง

ทำไมเขาถึงอ่อนแอเช่นนี้? เป็นเพราะเขาใช้พลังงานจำนวนมากเพื่อเรียกอาชูร่า? หรือเป็นเพราะโบนเดรกและบลัดดี้ไนท์ที่เขาเพิ่งเรียกมา?

ก็เป็นไปได้เนื้องจากการอัญเชิญอาชูร่าจำเป็นต้องใช้พลังงานจำนวนมาก

ท้ายที่สุดแล้วการอัญเชิญอาร์คดยุกก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

ถ้าเกิดเป็นอาร์คดยุกคนอื่นที่ไม่ใช่อาชูร่าถูกเรียกมา ทุกคนในหมู่บ้านรวมทั้งเฟรย์และอีวานจะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อบังคับให้มันกลับขุมนรกของมัน

มีเพียงสิ่งเดียวที่เฟรย์อยากรู้

เหตุใดโอดินจึงลงทุนพลังงานไปกับกลอุบายเช่นการอัญเชิญปีศาจทั้งๆที่เป็นอัครสาวก

แตก! แตก!

อันเดดทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็งและแตกเป็นเสี่ยง ๆ

ท่าทางของโอดินเริ่มคลั่งมากขึ้นอย่างไรก็ตามมันตรงกันข้ามกับการแสดงออกทางสีหน้าของเฟรย์

หมอกควันของอากาศที่เย็นจัดดูเหมือนจะมาจากร่างกายของเขา

“นอซด็อกสามารถควบคุมพลังแห่งความตายได้ ดูเหมือนว่านายจะมีเพียงความสามารถในการอัญเชิญอันเดดเท่านั้น”

“นี่คือพลังแห่งความตาย…! ฉันฉันควบคุมความตาย…!”

“นี่เป็นเพียงเวทมนตร์ของเนโครแมนเซอร์ ฉันไม่เข้าใจ นายเป็นตัวอะไรกันแน่โอดิน?”

“อะไร…แกกำลังพูดถึงอะไร”

“…”

แตก

เสียงของเฟรย์ที่เหยียบน้ำแข็งดังขึ้นเป็นพิเศษ

โอดินที่ได้รับการจ้องมองที่คมชัดของเฟรย์สั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว

“นายแน่ใจนะว่านายเป็นอัครสาวกจริงๆ?”

จบบทที่ บทที่ 83 โอดิน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว