เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73 อีวาน (4)

บทที่ 73 อีวาน (4)

บทที่ 73 อีวาน (4)


“ถ้าหากคุณฆ่าอัครสาวกมันจะบังคับให้เดมิก็อดที่ผูกพันกับพวกเขาเข้าสู่โหมดจำศีลและในเวลานั้นพวกเขาจะไร้การป้องกัน ตัวอย่างเช่น”

จุ๊

มีดปอกผลไม้ขนาดเล็กปรากฏขึ้นในมือของริกิ

มันมาจากไหนกัน?

ริกิพูดต่อราวกับว่ามันไม่มีอะไรพิเศษ

“คุณสามารถฆ่าพวกเขาได้ด้วยมีดปอกผลไม้โง่ๆอันนี่ เพียงแค่แทงเข้าที่ท้ายทอย”

“…”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ

นั่นเป็นเพราะเฟรย์และอีวานจ้องมองริกิด้วยสีหน้าตกใจ

เขาแค่บอกว่าพวกเขาสามารถฆ่าเดมิก็อดที่สามารถทำลายล้างเมืองได้ด้วยมีดปอกผลไม้นี้นะ?

นั่นหมายความว่าเดมิก็อดที่จำศีลนั้นอ่อนแอและไม่เป็นอันตรายเหมือนกับเด็กทารก

มันยากที่จะเชื่อแต่ถ้ามันเป็นความจริงมันก็เป็นข้อมูลที่พวกเขาอาจจะไม่มีทางได้รับรู้แม้จะต้องใช้ความพยายามทั้งหมดที่มีอยู่ก็ตาม

ปัญหาคือทัศนคติของริกิ

ในขณะที่เขาพูดอย่างไม่ไยดีมันก็ยากที่พวกเขาจะแน่ใจว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นความจริงหรือไม่

อีวานอดไม่ได้ที่จะถาม

“มันฟังดูไม่น่าเชื่อ ถ้าหากมันเป็นเช่นนี้ทำไมเดมิก็อดถึงได้สร้างอัครสาวกขึ้นมาตั้งแต่แรกละ?”

“มันมีปัญหาหรือเปล่า?”

"ก็…"

เฟรย์ตัดสินใจพูดต่อจากอีวานที่สะดุดหลังจากถามคำถามที่ไม่คาดคิด

“แน่นอนว่ามันต้องเป็นปัญหา พลังที่เหล่าอัครสาวกมีหากเทียบกับเดมิก็อดก็เป็นเหมือนหยดน้ำเมื่อเทียบกับมหาสมุทร มันดูไม่เสี่ยงเกินไปหรอที่จะสร้างผู้ใต้บังคับบัญชาที่สามารถใช้พลังได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”

คำถามของเฟรย์มีเหตุผล

แม้ว่าเขาจะไม่แน่ใจเกี่ยวกับพลังเฉลี่ยในแต่ละอัครสาวก แต่เขาก็ยังสามารถจัดการอดีตรองหัวหน้าหอคอยเวทมนตร์ที่ 3 ได้ไม่นานหลังจากที่เขาไปถึงระดับ 7 ดาว

ถ้าอัครสาวกทุกคนอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน ขอเพียงเขาไปถึงระดับ 8 ดาวเท่านั้นเขาก็สามารถกำจัดอัครสาวกทั้งหมดในโลกได้อย่างง่ายดาย

ดังนั้นมันจึงไม่คุ้มค่าที่เดมิก็อดจะเสี่ยงต่อการจำศีลสำหรับการมีลูกน้องที่อ่อนแอเช่นนี้

นั่นเหมือนกับการขุดหลุมฝังศพให้กับตัวเอง

เฟรย์รู้ดีว่าเดมิก็อดจะไม่มีวันตัดสินใจทำอะไรที่มีความเสี่ยงสูงและให้ผลตอบแทนต่ำเช่นนั้น

พวกเขาหยิ่งและเอาแต่ใจแน่นอนแต่พวกเขาไม่ได้โง่

ริกิตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆเหมือนเดิม

“พวกเราไม่มีทางเลือก หากพวกเราไม่ทำเช่นนั้นพวกเราอาจจะถูกลบตัวตนออกไปตลอดกาล”

“ลบตัวตนของเดมิก็อดเหรอ? มีใครบ้างในโลกนี้ที่สามารถทำสิ่งนั้นได้จริงๆ”

ริกิมองใบหน้าของอีวานและเฟรย์ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ

"พระเจ้ายังไงละ"

“…”

“…”

ความเงียบนั้นหนักกว่าเดิมหลายเท่า

เฟรย์มองไปที่ริกิด้วยสีหน้าเคร่งขรึมขณะที่อีวานถามคำถามอื่นจากคำตอบที่ว่างเปล่า

“…ฉันไม่คิดว่าคุณจะเสียเวลาเล่าเรื่องไร้สาระให้เราฟัง คุณจริงจังอยู่ใช่ไหม?”

"แน่นอน"

"โอ้พระเจ้า ฉันเป็นคนที่ไม่เชื่อในเรื่องของพระเจ้า ฉันหวังว่าอุณหภูมิของไฟนรกจะอบอุ่น…”

“มันไม่สำคัญหรอก มันเป็นหน้าของสิ่งอื่นในการตัดสินวิญญาณหลังความตาย สิ่งที่ฉันหมายถึงแทนที่จะเป็นพระเจ้า…มันอาจจะถูกต้องกว่าที่จะเรียกมันว่า ‘กฎอันยิ่งใหญ่’”

“คุณหมายถึงอะไร?”

“มันเป็นมวลพลังงานที่รักษาสมดุลของโลก เป็นพลังงานที่สร้างปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติทั้งในการสร้างและการทำลายล้างตราบใดที่เงื่อนไขบางประการยังคงอยู่ เดมิก็อดเป็นชิ้นส่วนที่หลุดออกมาจากพลังงานจำนวนมากนั้นและได้รับการตระหนักในตัวตนของตัวเอง”

เฟรย์ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะได้เรียนรู้ต้นกำเนิดของเดมิก็อดในกระท่อมซอมซ่อแห่งนี้

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาได้พิจารณาถึงการมีอยู่ของพระเจ้า นี่เป็นเรื่องธรรมดาเนื่องจากชื่อของศัตรูที่เขาต่อสู้มาทั้งชีวิตคือเดมิ ‘ก็อด’

อย่างไรก็ตามแม้แต่มังกรที่เป็นเผ่าที่เก่าแก่ที่สุดในโลกก็ยังไม่รู้คำตอบสำหรับคำถามนั้น

ริกิมองการแสดงออกที่ซับซ้อนของเฟรย์สักพักก่อนจะพูดต่อ

“พวกเราเดมิก็อดได้พรากชีวิตมานับไม่ถ้วนในช่วงหลายพันปีที่ผ่านมา ลอร์ดไม่เคยคิดอย่างนั้น แต่ฉันเชื่อว่าพวกเรากำลังถูกลงโทษสำหรับการกระทำของเรา”

“การลงโทษ? คุณหมายความว่าเดมิก็อดทั้งหมดได้ตายไปแล้วใช่ไหม?”

“ไม่”

เขาคร่ำครวญถึงข้อเท็จจริงนั้น คงจะดีมากถ้าหากจำนวนของเดมิก็อดนั้นลดลงแม้แต่คนเดียวก็ตาม

อย่างไรก็ตามคำพูดต่อไปของริกิทำให้อีวานตกใจมาก

“ครั้งสุดท้ายที่ฉันตรวจสอบจำนวนของเดมิก็อดทั้งหมดที่ถูกลบหายไปคือยี่สิบคน”

“…!”

“หลังจากนั้นลอร์ดไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องกลับมาสนใจสิ่งนี้ เพื่อหยุดไม่ให้พวกเราหายไปอีก สำหรับเราความตายหมายถึงการทำลายวิญญาณของเราและจุดจบของทุกสิ่งนั่นคือเหตุผลที่พวกเขาหมดหวัง”

อีวานตกตะลึง

ทุกสิ่งที่เขาเคยได้ยินมาจนถึงตอนนี้เป็นความลับที่เซอร์เคิลยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา

นอกเหนือจากนั้น

ทำไมจู่ๆริกิถึงได้บอกข้อมูลทั้งหมดนี้กับให้เฟรย์ที่เพิ่งเคยพบกันราวกับว่าริกิกำลังรอการมาถึงของเขาอยู่แล้ว?

ริกิเกาหัวของเขา

“อืม ฉันบอกพวกคุณมากกว่าที่ฉันตั้งใจเอาไว้ แต่ไม่เป็นไร”

“… ริกิ ฉันขอถามได้ไหมว่าทำไมคุณถึงทรยศต่อเหล่าเดมิก็อด?”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้ คุณควรพอใจกับข้อมูลที่คุณเพิ่งได้รู้”

“…”

มันเป็นการปฏิเสธอย่างหนักแน่น

เฟรย์มองไปที่ริกิและแน่ใจว่าไม่ว่าเขาจะกดดันมากแค่ไหนเขาก็จะไม่ได้รับคำตอบสำหรับคำถามนั้น

“ฉันขอจัดระเบียบความคิด…สักครู่”

“ได้สิ ส่วนอีวานรายงานเกี่ยวกับอันเดดให้ฉันหน่อย”

“เวลานายขอร้องใครก็พูดดีๆหน่อยสิ”

แม้ว่าอีวานจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างหยาบคายแต่เขาก็ยังเข้าไปหาริกิโดยไม่ลังเล บันไดทางสังคมระหว่างพวกเขาถูกสร้างขึ้นมานานแล้ว

เฟรย์ใช้เวลาในการรวบรวมความคิดของเขา

แต่ละสิ่งที่ริกิพูดอย่างเมินเฉยนั้นเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและมีค่าอย่างเหลือเชื่อ

แน่นอนเขาไม่เชื่ออย่างสนิทใจ อย่างไรก็ตามการมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไปทั้งหมดเหมือนก็เป็นเรื่องโง่เขลาอย่างไม่น่าเชื่อ

ดังนั้นเขาจึงค่อยๆสำรวจทุกๆอย่างเพื่อดูว่ามีอะไรแปลกไปเกี่ยวกับสิ่งที่เขาบอก

ก่อนอื่นถ้าอัครสาวกถูกสังหารเดมิก็อดของพวกเขาจะถูกบังคับให้อยู่ในสถานะจำศีลและไร้การป้องกัน

สิ่งนี้สอดคล้องกับสิ่งที่เขาได้เรียนรู้จากมิเคลในขณะที่พวกเขาต่อสู้กับลุคส์

เขาบอกว่าการฆ่าอัครสาวกส่งผลกระทบต่อเดมิก็อดไม่ทางใดก็ทางหนึ่งและตอนนี้ตามที่ริกิได้บอกคือการถูกบังคับให้จำศีล

‘มันมีความน่าเชื่อถืออยู่ในคำพูดนั้น…’

เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับว่าข้อเท็จจริงทั้งสองสอดคล้องกันโดยธรรมชาติ

ปัญหาเดียวคือเขาไม่รู้ว่าพวกเขาจำศีลนานแค่ไหน

ถ้าเขาถาม ริกิจะบอกเขาไหม

อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่าเวลานั้นยาวนานกว่าที่เขาคาดไว้ในตอนแรกมาก

มิฉะนั้นเซอร์เคิลจะสังเกตเห็นว่าเดมิก็อดจะสร้างอัครสาวกขึ้นมาใหม่หลังจากที่พวกเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

‘น่าจะเป็นเวลาอย่างน้อยหลายสิบปี หรืออาจจะมากกว่านั้น '

ต่อไปคือข้อมูลเกี่ยวกับพระเจ้า

เฟรย์ยังเป็นผู้ที่ไม่เชื่อในพระเจ้าและหลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับการดำรงอยู่ของเดมิก็อดเขาก็ได้พัฒนามุมมองที่เป็นปฏิปักษ์ต่อพระเจ้ามากขึ้น

อย่างไรก็ตามเนื่องจากเขาไม่เชื่อในพระเจ้าคำพูดของริกิจึงดูมีเหตุผล

พระเจ้าที่ดำรงอยู่นั้นไม่ได้มีจิตสำนึกของตัวเองแต่กลับเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียบง่ายซึ่งประกอบไปด้วยกฎเกณฑ์ของโลก

ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เข้าใจได้ว่าทำไมพระเจ้าถึงไม่ตอบสนองเมื่อเผ่าพันธุ์นับร้อยนับพันต้องทนทุกข์ทรมานจากเงื้อมมือของเดมิก็อด

พวกเขาต้องมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับกฎและความสมดุลของโลกและทำให้มันง่ายสำหรับพวกเขาที่จะใช้จุดบอดของกฏตามความต้องการของพวกเขา

บางทีนั่นอาจเป็นเหตุผลที่พวกเขาสร้างอัครสาวก

การสังหารเผ่าต่างๆที่พวกอัครสาวกทำจะไม่ส่งผลใดๆต่อเดมิก็อด สิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับพวกเขาคือการลงมือทำโดยตรงที่ทำลายระบบให้เสียสมดุล

‘ถ้ามีการลงโทษจากพระเจ้าจริงๆมันก็จะอธิบายได้เช่นกันว่าทำไมเหล่าเดมิก็อดถึงไม่สามารถควบคุมทวีปได้อย่างสมบูรณ์’

ในความเป็นจริงถ้าหากเหล่าเดมิก็อดต้องการควบคุมทวีปจริงๆ พวกเขาสามารถควบคุมทั้งทวีปได้อย่างง่ายดายและแม้ว่าทุกการเผ่าจะรวมกันก็ไม่สามารถหยุดได้

เฟรย์ไม่ได้เรียกพวกเดมิก็อดว่าเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติเฉยๆ

อย่างไรก็ตามเดมิก็อดแทบไม่เปิดเผยพลังของพวกเขา

เมื่อ 4,000 ปีก่อนและตอนนี้ก็เหมือนเดิม

และการลงโทษจากพระเจ้าดูเหมือนเป็นข้อแก้ตัวที่สมเหตุสมผล

หลังจากที่เขาคิดเช่นนี้แล้วเขาก็ได้ข้อสรุป

ริกิอาจเป็นคนที่โกหกได้อย่างยอดเยี่ยมหรือไม่เขาก็แค่พูดความจริง

…และในขณะนั้นเฟรย์ก็รู้สึกว่าเขาน่าจะพูดความจริงมากกว่า

“คุณได้ข้อสรุปแล้วใช่ไหม?”

เฟรย์พยักหน้าตามคำพูดของริกิ

“แต่ทำไมคุณถึงเลือกมาบอกฉันทั้งหมดนี้ละ?”

“เพราะฉันไม่สามารถกำจัดเดมิก็อดทั้งหมดได้ด้วยตัวเองยังไงละ”

เขาต้องการพลังของมนุษย์สองคนนี่จริงๆหรือ?

เฟรย์เอียงศีรษะเล็กน้อยขณะที่เขามองริกิด้วยความสับสน

“ฉันถามคำถามผิด คุณคาดหวังให้ฉันเชื่อคุณไหม ฉันอาจจะมองว่าสิ่งที่คุณพูดนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ”

“สายตาของฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้น และไม่สำคัญว่าคุณเลือกที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม”

“…”

ริกิไม่ได้ให้เหตุผลสำหรับเรื่องนี้และเฟรย์รู้สึกว่ามันอาจจะปลอดภัยกว่าที่จะไม่ถามว่าทำไม

อีวานเกาหัวด้วยความหงุดหงิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เอาละพอได้แล้ว ตอนนี้ฉันควรทำอะไรดี? ฉันตามล่าพวกอันเดดทั้งหมดในป่านี้แล้วนะ”

“ฉันว่ามันยังไม่ใช่นะอีวาน คำขอของฉันคือการนำศีรษะของอัครสาวกกลับมาให้ฉันไม่ใช่เล่นกับพวกอันเดดกระจอกๆ”

“…หืม”

อีวานทำท่าไม่พอใจ

อัครสาวก?

อีวานยังคงพูดต่อไป

“คำขอนั้นไม่สมเหตุสมผลตั้งแต่แรกแล้วละ”

“ทำไมมันถึงไม่สมเหตุสมผลละ?”

“ฉันไม่สามารถเข้าไปในป่าได้แม้ว่าฉันจะพยายามแค่ไหนก็ตาม ไม่มีมนต์สะกดหรือกำแพง แต่มันเหมือนกับว่าป่ากำลังขับไล่คนนอกอย่างฉันออกไป”

อีวานยิงสายตาสกปรกใส่ริกิ

“ฉันว่าจะหักทุบไม้สักสองสามต้นเพื่อที่จะเข้าไป แต่แล้วฉันก็จำได้ว่านายบอกว่าอย่าทำอย่างนั้น”

“ก็ถ้านายต้องการที่จะเป็นศัตรูกับเหล่าเอลฟ์และวิญญาณทั้งหมดในป่าใหญ่ฉันจะไม่ห้ามนาย”

“… ชิ”

ดูเหมือนว่าอัครสาวกจะหายตัวไปในป่าใหญ่

โดยส่วนตัวแล้วเฟรย์หวังกับผลลัพธ์นี้มากที่สุด เขารู้สึกว่ามันจะง่ายกว่านั้นมาก

เฟรย์รู้ดีในเรื่องการปฏิบัติต่อพันธมิตรอย่างมีอัธยาศัยดีและมีหลายเซอร์เคิลในหมู่ของพวกเอลฟ์

ดังนั้นหากเขาเปิดเผยตัวตนในฐานะสมาชิกของเซอร์เคิลและขอความร่วมมือ สิ่งต่างๆก็น่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตามปัญหาในครั้งนี้ไม่ง่ายนัก

ชิก

ริกิหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าและกางออกให้พวกเขาดู

มันเป็นภาพของใครบางคน

มันเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาอย่างไม่น่าเชื่อ

ในบรรดาผู้ชายที่เฟรย์เคยพบมาตั้งแต่เขากลับมานั้นเพเรียนถือได้ว่าหน้าตาดีที่สุดและผู้ชายในภาพคนนี้ก็ดูดีพอๆกัน

นอกจากนี้เขายังมีหูที่ยาว ชายคนนี้เป็นเอลฟ์

“ชายคนนี้คือโอดินพรีดิกวูด เขาเป็นไฮเอลฟ์และในขณะเดียวกันเป็น…อัครสาวก”

สิ่งนี้ทำให้สถานการณ์มีความซับซ้อนมาก

ไฮเอลฟ์ถือได้ว่าเป็นเชื่อสายราชวงศ์ในเผ่าพันธุ์ของเอลฟ์ หากพวกเขาโจมตีโดยไม่มีหลักฐานแน่ชัดพวกเขาจะกลายเป็นศัตรูของเผ่าพันธุ์เอลฟ์ทั้งหมด

เฟรย์ถอนหายใจ

“ไม่มีสมาชิกเซอร์เคิลท่ามกลางเอลฟ์เหรอ? พวกเขาจะสามารถสัมผัสถึงพลังอันศักดิ์สิทธิ์ได้ ชายคนนี้ซ่อนตัวได้อย่างไร?”

“ มีใครบางคนปกปิดพลังศักดิ์สิทธิ์ของอัครสาวก เขาเป็นหนึ่งในเดมิก็อดที่ทรงพลังที่สุดและได้รับการยกย่องว่าอยู่ภายใต้ลอร์ด สิ่งมีชีวิตที่เซอร์เคิลเรียกว่า ‘อะโพคาลิปส์’

“…แปลว่าผู้ชายคนนั้นที่ชื่อโอดิน”

ริกิพยักหน้า

“เขาเป็นอัครสาวกของนอซด็อก เดมิก็อดผู้ควบคุมพลังแห่งความตาย”

มันแย่กว่าที่เขาคาดไว้

จากนั้นริกิก็ถอนหายใจและเผยความรู้สึกออกมาเป็นครั้งแรก

“โอกาสสุดท้ายของเราคือเมื่อสองเดือนที่แล้ว มีช่วงเวลาหนึ่งที่เขาออกจากป่าใหญ่โดยไม่มีผู้คุ้มกันแต่เราพลาดเพราะอีวานนอนหลับ”

เมื่อเฟรย์เหลือบไปมองเขาก็เห็นอีวานพูดออกมาอย่างไร้ยางอาย

“…คืนนั้นฉันรู้สึกว่าแสงจันทร์สวยงามมากและเหมาะกับการดื่มเหล้า ฉันจะบอกนายไว้เลยตอนนี้ว่าฉันไม่เสียใจเลยสักนิด ไม่ว่าในกรณีใดอะไรที่ทำไปแล้วก็ย้อนกลับมาไม่ได้”

“คุณฆ่าอัครสาวกด้วยตัวคุณเองไม่ได้หรือ?”

“ถ้าหากเป็นไปได้ฉันคงฆ่าอัครสาวกทั้งหมดด้วยมือของฉันเองแล้วจัดการกับเดมิก็อดทันที ถ้าฉันลงมือมันก็จะทิ้งร่องรอยไว้เนื่องจากจิตของอัครสาวกเชื่อมต่อกับเดมิก็อด การทรยศของฉันจะถูกเปิดเผยในทันที”

มันเป็นเรื่องจริง

หากอัครสาวกสามารถมองเห็นร่างหรือออร่าของริกิได้เพียงเล็กน้อยก่อนที่พวกเขาจะเสียชีวิตข้อมูลนั้นก็จะถูกส่งไปยังเดมิก็อดของพวกเขาโดยตรง

“…คุณจะไม่ลังเลที่จะฆ่าเดมิก็อดเลยหรือ?”

"ถูกตัอง"

เฟรย์คิดสักครู่ก่อนที่จะพูด

“เมื่อไม่นานมานี้ฉันฆ่าอัครสาวกที่ใช้สายฟ้า ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูดเดมิก็อดที่ว่าก็ควรอยู่ในสภาพจำศีล”

ดวงตาของริกิส่องไปที่คำพูดเหล่านั้น

“…สายฟ้า อืม....เป็นอินดราหรือเปล่า? หากคำพูดของคุณเป็นความจริง…นั่นจะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มาก”

หลังจากครุ่นคิดสักพักริกิก็พูดอีกครั้ง

“คุณพิสูจน์ได้มั้ยว่าคุณฆ่าอัครสาวกของอินดรา?”

“ไม่ ฉันใช้หินคริส.…”

ในขณะนั้นเฟรย์ก็นึกถึงน้ำอมฤตสายฟ้าที่อเดเลียมอบให้เขาพร้อมกับน้ำยามานา

เขาหยิบมันออกจากกระเป๋าทันทีและแสดงให้ริกิดู

“สิ่งนี้เพียงพอหรือไม่? มันมีพลังงานสายฟ้าที่อยู่ในคริสตัล ...”

“…นั่นน่าจะเป็นสายฟ้าของอินดรา พลังงานนั้นจะได้รับก็ต่อเมื่อสังหารอัครสาวกของเขาเท่านั้น แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว”

รอยยิ้มเย็นยะเยือกเบ่งบานบนใบหน้าของริกิ

"ขอเวลาฉันสักครู่"

ชุก

ริกิคว้าดาบที่อยู่ข้างๆก่อนจะหายตัวไป

เฟรย์สงสัยอีกครั้งว่าริกิมีพลังในการเดินข้ามมิติอวกาศหรือไม่ในขณะที่อีวานบ่น

“ฉันเจอแบบนี่มาแล้วหลายครั้งแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่เขาปรากฏตัวหรือหายตัวไปมันก็ทำให้ฉันประหลาดใจทุกครั้งเช่นกัน และฉันไม่เคยแปลกใจเลยที่เขามักหายตัวมาตบฉันที่ด้านหลังศีรษะ”

“…”

ชิ้ง

ในขณะนั้นร่างของริกกี้ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง การปรากฏตัวของเขาทำให้อีวานและเฟรย์ถึงกับหรี่ตา

ริกิถูกปกคลุมไปด้วยเลือด แต่เขาไม่มีบาดแผลให้เห็น

เขาถือดาบเปื้อนเลือดไว้ในมือขวาและมีอย่างอื่นในมือซ้ายซึ่งทั้งสองอย่างนี้เขาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเขาด้วยความเมินเฉย

ตุ๊ก…ตุ๊ก…

เป็นหัวของใครบางคน

ศีรษะของผู้ชายผมบลอนด์และมีหนวดเครา

มีเพียงสิ่งเดียวที่อีวานและเฟรย์สงสัย

"คนๆนี่คือใคร?"

ริกิให้คำตอบแบบสบายๆ

“เดมิก็อดอินดรา”

ขากรรไกรของอีวานลดลง

"…อะไรนะ?"

"คุณเข้าใจไหม? เราจะทำงานแบบนี้ร่วมกันในอนาคต”

ริกิปลดดาบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ชุก

“พวกคุณคอยฆ่าเหล่าอัครสาวก ส่วนฉันจะคอยกำจัดเหล่าเดมิก็อดที่จำศีลเอง”

จบบทที่ บทที่ 73 อีวาน (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว