เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 72 อีวาน (3)

บทที่ 72 อีวาน (3)

บทที่ 72 อีวาน (3)


เขาพูดว่าอะไรนะ?

เฟรย์ไม่สามารถซ่อนความประหลาดใจของเขาได้

เขาจำครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึกประหลาดใจไม่ได้

ไม่สินี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาเข้ามาในร่างของเฟรย์ นั่นเป็นคำพูดที่น่าตกใจจากอีวาน

“ฉัน…ได้ผิดไปไหม?”

คนทรยศ?

คนทรยศในหมู่เดมิก็อดนี้นะ?

นั่นมันช่างไร้สาระ

สิ่งมีชีวิตที่เย่อหยิ่งเหล่านั้นภักดีต่อพวกตัวเองเท่านั้น

เฟรย์รู้เรื่องนี้ดีกว่าใครๆ

เดมิก็อดสู้กันเอง!

เขาจะไม่คิดเรื่องนี้มาก่อนได้อย่างไร

ไม่ว่ามนุษย์จะดิ้นรนมากแค่ไหนพวกเขาก็ต้องเสียสละคนจำนวนมากอย่างที่ไม่ต้องคิดเพื่อฆ่าเดมิก็อดเพียงหนึ่งคน

มันอาจจะต้องใช้คนที่เสียสละมากกว่าพันหรือหลายหมื่นชีวิต ...

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเขาต่อสู้กันเอง? หากพวกเขาหันดาบเข้าหากันและทำลายตัวเอง

…แค่คนเดียว

แม้ว่าจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ตัดสินใจทรยศต่อคนอื่น ...

มันเป็นเพราะความหลงผิดหรือเปล่า

เดมิก็อดให้ความสำคัญกับพวกของตัวเองมากพอๆกับที่พวกเขารักตัวเอง

เฟรย์ยังจำใบหน้าของลอร์ดได้ในขณะที่เขาระบายความโกรธด้วยสายตาที่ลุกโชน

‘ลูคัส’ คนที่ฆ่าคนของเขาไปมากมายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ที่ลอร์ดไม่เคยคิดลังเลที่จะฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆในพริบตา

อย่างไรก็ตามลอร์ดไม่ยอมแม้แต่จะให้เขาตาย

แต่ทำการกักขังวิญญาณของเขาไว้ในอเวจีเพื่อที่เขาจะได้ทนทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร์

นี่คือสาเหตุที่เฟรย์เกลียดเดมิก็อด

สิ่งเดียวที่เดมิก็อดมีก็คือพลัง

ความจริงอีกอย่างคือพวกเขามีบุคลิกที่เอาแต่ใจและยังมีพฤติกรรมที่ใช้แต่อารมณ์เช่นนั้นแม้จะมีชีวิตอยู่มาหลายพันหรือหมื่นปีก็ถูกพิสูจน์ให้เห็นความจริงนั้นแล้ว

นี่เป็นสาเหตุที่เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนทรยศท่ามกลางเหล่าเดมิก็อด

“เดมิก็อดบอกนายเองหรอว่าเขาเป็นคนทรยศ?”

"ใช่"

“นายคงไม่ได้เชื่อคำพูดของเขาจริงๆใช่ไหม?”

อีวานมองเฟรย์ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

“ฉันรู้ว่านายพยายามจะพูดอะไร นายกลัวว่าฉันถูกหลอกด้วยคำโกหกของเดมิก็อดใช่มั้ย?”

“…”

“ฉันไม่ได้โอ้อวดหรอก แต่ฉันมีสายตาที่เฉียบแหลมพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกที่ลิ้นไหลลื่นและปากหวาน ถ้าเขาเป็นคนแบบนั้นฉันจะไม่คบหากับเขาหรอก สมมติฐานทั้งหมดของนายคงไม่ถูกอย่างที่นายคิดไว้เลยสักอย่าง”

เขามองลงไปที่กำปั้นของเขา

“ถ้าผู้ชายคนนั้นพยายามหลอกฉัน ฉันคงตายไปแล้ว”

“…”

“ฉันคิดว่าการได้พบกับเขาจะเป็นประโยชน์มากสำหรับนาย”

เฟรย์พยักหน้า

สิ่งนี้ทำให้อีวานยิ้มและผ่อนคลายสีหน้าจริงจังของเขา

“ดีมากตามฉันมา”

ไม่นานอีวานก็เริ่มมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่า

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีความคิดที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเฟรย์อีกต่อไป

“ยังไงซะนายชื่ออะไร?”

เมื่อเฟรย์คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เขายังไม่ได้แนะนำตัวเอง

“เฟรย์”

“อืม ฉันชื่ออีวาน”

"ฉันรู้ก่อนหน้านั้นแล้ว"

"ฮะ? ตั้งแต่ตอนไหน? นายได้ยินชื่อของฉันจากเซอร์เคิลหรือ?”

“ไม่ ฉันอยู่ที่นั่นตอนที่นายกำลังคุกคามทหารรับจ้างพวกนั้น”

“อืม... นายอยู่ที่นั่นด้วยนี้เอง”

อีวานเกาหัวของเขาและเฟรย์ก็ถามบางอย่างที่เขาอยากรู้มาตั้งแต่ต้น

“ถ้าทหารรับจ้างไม่รับฟังนาย นายจะฆ่าพวกเขาทั้งหมดจริงๆหรือ?”

“ไม่มีทาง ฉันก็คงแค่หักแขนขาอย่างมากที่สุด ฉันไม่เคยฆ่าแมลงที่น่ารำคาญรวมถึงพวกที่มาจากเซอร์เคิลด้วย”

ดูเหมือนว่าเอียเซิกไม่ได้รอดเพราะโชคช่วย

อีวานคงปล่อยเขาไป

นี่เป็นเรื่องธรรมชาติ

อีวานมีพลังมากจนแม้แต่เฟรย์ก็ไม่สามารถรับประกันชัยชนะของตัวเองได้

นอกจากนี้เขายังเป็นศัตรูประเภทหนึ่งที่รับมือยากที่สุด

สิ่งที่น่าตลกก็คืออีวานซึ่งกำลังมองไปที่เฟรย์กำลังคิดในสิ่งเดียวกัน

อีวานนึกถึงการต่อสู้สั้นๆที่พวกเขามี

เช่นเดียวกับที่อีวานยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ เขาเองก็มั่นใจว่าผู้ชายคนนี้ก็ไม่ได้ใช้พลังเต็มที่เช่นกัน

ทั้งสองคนเดินต่อไปในขณะที่ซ่อนความคิดเกี่ยวกับอีกฝ่าย

จู่ๆเฟรย์ก็พูดขึ้น

“ทำไมเราไม่เร่งมือกันสักหน่อยละ?”

“ฉันกลัวว่ามันคงยากสำหรับพ่อมดที่มีร่างกายอ่อนแอจะตามความเร็วของฉันไม่ทันนะสิ”

"ไม่ต้องห่วงฉันจะใช้เวทมนตร์บินถ้าหากฉันเริ่มช้าลง”

“ถ้านายยืนยัน…”

วูบ

อีวานพยักหน้าและเริ่มเร่งความเร็วทันที นั้นทำให้เฟรย์ประหลาดใจอีกครั้งด้วยความเร็วที่ระเบิดออกมาของเขา

อีวานที่พุ่งไปข้างหน้าและหันหลังไปดูว่าเฟรย์ยังคงตามเขาอยู่หรือไม่

“เยี่ยม ฉันไม่คิดว่านายจะตามฉันทัน”

“…”

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักรบเวทย์แต่ความภาคภูมิใจของเฟรย์ก็ยังคงเจ็บปวดจากการถูกดูถูกในลักษณะนี้

เฟรย์กัดฟันแน่นและวิ่งไล่ตามอีวานต่อไป

ภูมิทัศน์โดยรอบเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและไม่นานเฟรย์ก็หอบหายใจ

แม้ว่าเขาจะฝึกฝนร่างกายอยู่ในหอคอยเวทย์มนตร์แต่เขาก็ไม่สามารถออกแรงได้อย่างต่อเนื้องมากขนาดนี้

อีวานมีสีหน้าสบายๆราวกับว่าเขากำลังเดินเล่นพักผ่อน

ในทางกลับกันเฟรย์หอบและร่างกายของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ

หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมงเฟรย์ก็เริ่มใช้เวทมนตร์บินเพราะเขารู้สึกเหมือนจะเป็นสลบไปถ้าหากเขาวิ่งต่อไป

อีวานเหลือบมองเฟรย์ก่อนจะพูด

“นายได้เรียนรู้บางส่วนของหมัดราชามาหรือ?”

เฟรย์ที่ยังไม่ฟื้นลมหายใจตอบกลับขณะหอบ

“ทำไมนายถึงคิดอย่างนั้น?”

“บูรัสที่ยอดเยี่ยมของนายเป็นคำใบ้และการเคลือนไหวของนายในขณะที่เรากำลังวิ่งอยู่นั้นทำให้ฉันมั่นใจได้ นายแสดงให้เห็นถึงความสง่างามที่แปลกประหลาดก็จริงแต่มันเป็นได้แค่เพียงสเต๊ปเด็กๆของหมัดของราชานักรบ”

“นายมีดวงตาที่แหลมคมจริงๆ”

อีวานมองเขาด้วยสายตาสงสัย

“ฉันอยากรู้เกี่ยวกับตัวนายมากขึ้นแต่ฉันจะรอจนกว่าเราจะพบกับ ‘ริกิ’”

* * *

อีวานยังคงมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและระหว่างทางเขาต่อสู้กับอันเดดและสัตว์ประหลาดอื่นๆอีกมากมาย

แม้แต่ทหารรับจ้างระดับ A ที่ยิ่งเก่งกาจก็ยังอาจจะกลายเป็นศพที่ถูกลืมหลังจากต่อสู้กับสัตว์ประหลาดที่ทรงพลังพวกนั้น อย่างไรก็ตามสำหรับอีวานมันไม่ใช่เรื่องท้าทาย

แตก

แตก

ต่อหน้าหมัดราชาของอีวานและเวทย์มนต์ของเฟรย์ แม้แต่อันเดธระดับสูงที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่สามารถอยู่รอดได้นานเกินเสี้ยววินาที

พวกมันถูกทำลายโดยไม่มีแม้โอกาสให้ต่อสู้กลับ

สิ่งนี้ทำให้เฟรย์รู้สึกแปลกๆเพราะมันทำให้เขานึกถึงการต่อสู้เคียงข้างกับคาซาจิน

‘ผู้ชายคนนี้เป็นอัจฉริยะอย่างแท้จริง’

เขาเหมือนกับคาซาจิน

ด้วยเหตุนี้เขาจึงสามารถต่อสู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

เฟรย์ใช้ประโยชน์จากพลังระเบิดของอีวานและซัพพอร์ตเขาจากด้านหลังได้อย่างง่ายดาย

ต้องขอบคุณประสบการณ์ของเฟรย์ การประสานงานระหว่างทั้งสองคนนั้นสมบูรณ์แบบราวกับสายน้ำเล็กๆที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำ

เมื่อตระหนักถึงความจริงนี้อีวานก็อดไม่ได้ที่จะมองเฟรย์ด้วยความชื่นชม

"สิ่งนี้มันช่างมหัศจรรย์จริงๆ มันไม่สามารถพูดเป็นคำพูดออกมาได้แต่อีวานรู้สึกสบายกว่าการต่อสู้เพียงลำพังมาก”

“เยี่ยมมาก”

“หืม…นายเป็นผู้ชายลึกลับจริงๆ”

เขามองเฟรย์ด้วยสายตาซับซ้อนครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหัว

อีวานสบายใจที่จะอยู่กับธรรมชาติเพียงลำพัง

มนุษย์ถูกกล่าวขานว่าเป็นสัตว์สังคมแต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมือนกัน

เขาเป็นคนประเภทที่ชอบความสันโดษ เขาไม่ได้เกลียดการใช้เวลาร่วมกับคนอื่นแต่เขาชอบอยู่คนเดียว

นี่เป็นเรื่องจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการต่อสู้

อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของอีวานที่เขารู้สึกว่าการต่อสู้ร่วมกับคนอื่นที่คอยสนับสนุนเขาไม่ใช่เรื่องเลวร้ายนัก

และจากนั้นทัศนคติของอีวานก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขายังคงพูดด้วยท่าทางสบายๆเหมือนเดิมแต่เฟรย์รู้สึกว่าเขาเริ่มเคารพในตัวของอีวานมากขึ้นอย่างลับๆ

ในขณะนั้นเองที่เฟรย์รู้สึกเหมือนได้เข้าใจมนุษย์ที่ซับซ้อนคนนี้ที่รู้จักกันในชื่ออีวาน

อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่คนประเภทที่จะทำในสิ่งที่รู้ว่าไม่ควรทำ

แน่นอนว่าเพราะเขาเป็นคนหยิ่งผยองแต่การที่ทำให้ชายคนนี้ยอมรับได้มันไม่ได้ง่ายเลย

หลังจากสี่วันพวกเขาก็มาถึงจุดหมาย

"นี่ไงละ"

“…”

เป็นกระท่อมที่สร้างอยู่ลึกเข้าไปในป่า

ชั่วครู่เฟรย์ก็ลืมไปเสียสนิทว่านี่คือป่าที่มีสัตว์ประหลาดและปีศาจที่น่ากลัวสัญจรไปมาอย่างอิสระ

อีวานหายใจเข้าลึกๆก่อนจะตะโกน

“ริกิกกกกกกกกกก !!! ฉันมาแล้ว!”

"หือ?!"

เฟรย์ปิดหูของเขา

เสียงคำรามดังมากจนทำให้นกที่อยู่ไกลๆบินจากไปอย่างตกใจ

แก้วหูของคนที่อ่อนแอคงจะแตกไปแล้ว

อีวานยิ้มเขินใส่เฟรย์ที่จ้องมองเขาด้วยความโกรธ

“ฉันต้องทำแบบนี้เพื่อที่จะปลุกเขานะ”

“เขานอนกลางวันเหรอไง?”

"มั้ง มันช่วยไม่ได้นิ”

เสียงดังเอี๊ยด

จากนั้นประตูก็เปิดออกและมีชายคนหนึ่งเดินออกมา

ชายคนนี้มีผมสีเงินยาวจนถึงเอวซึ่งตัดกับเสื้อคลุมสีดำเรียบๆของเขา

สิ่งที่โดดเด่นอย่างแท้จริงคือดาบยักษ์ที่พาดอยู่บนหลังของเขา

ชายคนนั้นพูดด้วยท่าทางง่วงนอนในดวงตาของเขา

“อีวานนายได้ทำสิ่งที่ฉันขอไปหรือเปล่า?”

“ฮึ่มแน่นอน”

“…”

ทั้งสองคนเริ่มพูดคุยกัน แต่เฟรย์ไม่ได้สนใจบทสนทนาของพวกเขา

หัวใจของเขาเต้นรัว

ในความเป็นจริงเฟรย์ไม่เชื่อคำพูดของอีวานโดยสิ้นเชิง

บางทีเขาอาจจะถูกใครบางคนหลอกว่าเป็นเดมิก็อด

หรือบางทีอีวานอาจจะเข้าใจผิด

แต่ตอนนี้เขาที่มองเห็นด้วยตาของตัวเอง

‘เขาเป็นเดมิก็อดจริงๆ…และเขาก็แข็งแกร่งพอๆกับชายชราที่ใช้ยาพิษ’

เฟรย์เหงื่อแตก

ทันใดนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้นเต็มไปด้วยความประมาท ทำไมเขาไม่พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจังก่อนที่จะตัดสินใจมาพบกับเดมิก็อด

ด้วยความสามารถในปัจจุบันของเฟรย์ หากผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาสะบัดมือ มันก็สามารถทำให้หัวของเฟรย์นั้นกลิ้งลงบนพื้นได้แล้ว

จากนั้นชายคนนั้นก็หันมาสบตากับเฟรย์

“นายพาแขกมาด้วยหรอ?”

"ใช่ เขามาจากเซอร์เคิลนะ”

“เซอร์เคิล...อืม”

เขาเกาหัวและดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่าง

“เข้ามาข้างในก่อนสิอีวานฉันบังเอิญมีบางอย่างที่ฉันต้องการจะถามนาย ฉันคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าหากนายได้เพื่อนของนายคนนี้ช่วย”

จากนั้นเขาก็กลับเข้าไปข้างในราวกับเขาคาดหวังให้เฟรย์ตามเข้าไป

เฟรย์ที่เตรียมพร้อมที่จะเสี่ยงชีวิตรู้สึกเหนื่อยล้า

“นายไม่จำเป็นต้องกังวลมากนักหรอก เขาคาดเดาไม่ได้แต่เขาเป็นคนดี”

เฟรย์มองหน้าอีวานครู่หนึ่งก่อนจะพูด

“มันดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไหร่ โดยเฉพาะนายที่กำลังพูดด้วยสีหน้าแข็งกระด้างแบบนี้”

“หึหึ…ยิ่งนายอยู่ระดับสูงเท่าไหร่นายก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังที่น่ากลัวของริกิ ผู้ชายคนนั้นเป็นสัตว์ประหลาด”

อย่างที่เฟรย์พูดใบหน้าของอีวานก็แข็งกระด้างพอๆกับเขา

เฟรย์พยักหน้าขณะเช็ดเหงื่อ

“นายไม่ได้เข้าใจผิดแน่ เขาคือเดมิก็อด”

“อย่าเป็นศัตรูกับเขาอย่างเปิดเผย แม้ว่าฉันจะไม่คิดว่าเขาจะฆ่านายแต่จากตรงที่เราอยู่นี้คือดินแดนของเขาและฉันมาสามารถทำอะไรได้”

“…เข้าใจแล้ว”

เฟรย์พยักหน้าแล้วทั้งสองก็เข้าไปในกระท่อม

ทันทีที่เปิดประตูเฟรย์ก็ต้องประหลาดใจ

นี่เป็นเพราะภายในกว้างขวางอย่างไม่น่าเชื่อ

เขาบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพื้นที่นี้ใหญ่แค่ไหน

โถงทางเดินยาวและผนังตกแต่งด้วยดาบทุกรูปทรงและขนาด ชุดเกราะที่ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเฝ้าโถงทางเดินก็ปรากฏขึ้นเช่นกัน

เมื่อรวมกับแสงเทียนที่ส่องสว่างในอวกาศอันมืดมิดทำให้สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศที่หาไม่ได้จากที่อื่นในโลก

“การบิดเบือนเชิงพื้นที่…”

"นั่นอะไร?"

“ ด้วยการบิดเวลาและทำให้พื้นที่ที่จำกัดสามารถขยายตัวออกได้หลายสิบเท่า

“อืม ฉันคิดเสมอว่ามันเป็นแค่ประตูวาร์ปหรืออะไรสักอย่าง”

เฟรย์ส่ายหัว

เมื่อเขาเปิดประตูเขาไม่ได้รู้สึกถึงความผิดเพี้ยนใดๆที่เป็นลักษณะของวาร์ป

สีหน้าของเขาเคร่งขรึม

มิติเวลาเป็นสนามพลังที่ยากในการรับมือแม้กระทั่งกับพ่อมดระดับ 9 ดาว อย่างไรก็ตามการบิดเบือนเชิงพื้นที่ที่อยู่ภายในห้องนั้นมีความเสถียรมากจนไม่มีรอยแตกแม้แต่นิดเดียว

‘นี่ต้องเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพราะเดมิก็อดไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้’

นี่คือพลังของเดมิก็อดคนนี่หรือเปล่า?

เฟรย์และอีวานเดินผ่านห้องโถงมืดและในตอนท้ายพวกเขาก็พบริกิที่กำลังนั่งอยู่ในห้อง

เขานั่งอยู่บนพื้นพร้อมกับลดสายตาลง ด้านข้างของเขาคือดาบที่เขาสวมไว้ที่หลังของเขา

"นั่งก่อนสิ ฉันขอโทษที่ฉันไม่ได้ชงชาให้ดื่มนะ”

เฟรย์มองเขาครู่หนึ่งก่อนจะพูด

“คุณพูดเหมือนเป็นมนุษย์เลย”

ริกิเงยหน้าขึ้นมองเฟรย์

“คุณเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาด ดูเหมือนว่าคุณจะไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป หมายถึงพวกที่มีชีวิตอยู่ได้ถึง 100 ปี อีวานนายพบกับผู้ชายที่น่าสนใจมากนะในครั้งนี้”

เฟรย์รวบรวมตัวเองและก้าวไปข้างหน้า

“ฉันได้ยินมาว่าคุณทรยศต่อเหล่าเดมิก็อด เป็นเรื่องจริงมั้ย?”

“ถูกต้อง… แต่คุณจะเชื่อเพียงเพราะฉันพูดออกไปอย่างนั้นไหมละ?”

“…”

การแสดงออกของเฟรย์ดูแปลกไปเล็กน้อย

ชายที่เขาอยู่ต่อหน้าเขาดูมีอายุไม่ห่างจากเขามากนัก

ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือเขาถูกขังอยู่ในอเวจีเป็นเวลา 4,000 ปี

โดยปกติแล้วเขาสามารถดูการแสดงออกการพูดหรือท่าทางที่ไม่สำคัญของบุคคลนั้นและสรุปได้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป

คนที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตกึ่งอมตะที่ไม่มีใครรู้ว่าเคยมีชีวิตอยู่มานานเท่าไหร่ ต่างจากเฟรย์ที่ติดอยู่ในห้วงอเวจี

‘ฉันบอกไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่’

เฟรย์พยักหน้าตัดสินใจพูดตรงไปตรงมา

“ไม่ฉันไม่อยากที่จะเชื่อสักเท่าไหร่”

“คุณไม่ผิดที่จะสงสัยในตัวฉัน เนื่องจากคุณเป็นส่วนหนึ่งของเซอร์เคิลคุณจึงรู้สึกว่าการทรยศของเดมิก็อดนั้นยากที่จะเชื่อ ความจริงฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะพิสูจน์ตัวเองให้กับคุณแต่อย่างน้อยฉันก็สามารถคลายความสงสัยของคุณได้บ้าง หากคุณบอกฉันว่าคุณยังไม่มีข้อมูลเรื่องไหนเกี่ยวกับเดมิก็อด ฉันก็จะแบ่งปันข้อมูลให้กับคุณ”

“อืม มีอะไรที่เราทั้งสองยังไม่รู้นะหรือ?”

"ใช่"

ในคำถามของอีวานริกิกำลังพูดในสิ่งที่เฟรย์ไม่คาดคิด

จบบทที่ บทที่ 72 อีวาน (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว