- หน้าแรก
- เทพชะตาแห่งโอลิมปัส
- บทที่ 6 สิบสองไททัน
บทที่ 6 สิบสองไททัน
บทที่ 6 สิบสองไททัน
บทที่ 6 สิบสองไททัน
เนื่องจากพลังอำนาจแห่งเทพอันมหาศาลของตนเอง ยูเรนัสจึงไม่ปักใจเชื่อในคำทำนายของทาเรน และไม่คิดว่าบุตรธิดาเหล่านี้จะมีความสามารถพอที่จะโค่นล้มบัลลังก์ของเขาได้ ทว่านั่นก็ไม่ได้หยุดยั้งเขาจากการใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการระบายความขุ่นเคือง
ในสายตาของเขา คำทำนายของทาเรนถือเป็นการล่วงเกิน ในฐานะราชาแห่งทวยเทพผู้หยิ่งทะนง เขาไม่มีทางพอใจได้ แต่เขาเองเป็นผู้ร้องขอคำทำนาย และทาเรนก็อ่อนแอเกินกว่าจะถือสาหาความ ซึ่งรังแต่จะทำให้น่าขายหน้าหากไปผูกใจเจ็บ ดังนั้นยูเรนัสจึงทำได้เพียงแสร้งวางท่าใจกว้าง
ทว่าสำหรับเหล่าสิบสองไททันนั้นแตกต่างออกไป พวกเขาเป็นทั้งลูกและบริวาร ไม่ว่าจะในฐานะบิดาหรือราชาแห่งทวยเทพ เขาก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะ "สั่งสอน" พวกเขา
ตรงกันข้ามกับพระแม่ธรณีไกอาผู้เมตตาอย่างสิ้นเชิง ยูเรนัสไม่คิดว่าการระบายโทสะใส่ผู้บริสุทธิ์เป็นเรื่องผิด เขาคือราชาแห่งทวยเทพ ผู้ปกครองโลกใบนี้ และสรรพชีวิตสมควรปฏิบัติตามเจตจำนงของเขา
และในเมื่อตอนนี้เขาไม่สบอารมณ์ เทพเหล่านี้ก็ควรเสนอตัวมารองรับอารมณ์เพื่อให้เขาสบายใจ นี่คือหน้าที่และเกียรติยศของพวกเขา
พลังแห่งการสร้างโลกจากราชาแห่งทวยเทพปะทุออกมาโดยไร้การยั้งมือ เหล่าสิบสองไททันรู้สึกราวกับวิญญาณกำลังถูกฉีกกระชาก แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวทำให้พวกเขาไม่อาจแม้แต่จะหายใจ
ทั้งจิตใจและร่างกายถูกทรมานไปพร้อมกัน ทำให้เหล่าเทพที่เพิ่งกำเนิดใหม่หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาทั้งหมดคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นเทาและหมอบกราบ วิงวอนให้ราชาแห่งทวยเทพระงับโทสะและประทานอภัย แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้เลยว่าตนเองทำผิดเรื่องใด
ยูเรนัสมองดูสภาพอันน่าเวทนาของพวกเขา แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน แม้แต่น้ำเสียงก็ยังแฝงแววเย้ยหยัน "นี่หรือคือวิถีทางที่พวกเจ้าปฏิบัติตนในฐานะเทพ? หมอบกราบอยู่กับพื้น ช่างไร้ยางอายสิ้นดี"
"ข้าให้กำเนิดลูกเช่นพวกเจ้าออกมาได้อย่างไร พวกเจ้าช่างนำความอับอายมาสู่ข้าจริงๆ"
ในใจเขายิ่งรู้สึกว่าคำทำนายนั้นเหลวไหลสิ้นดี เจ้าพวกไร้น้ำยาตรงหน้านี้น่ะหรือที่จะชักดาบขึ้นสู้และโค่นล้มเขาตามคำทำนาย?
นี่มันเป็นการดูหมิ่นเขาชัดๆ
ยูเรนัสรู้สึกขัดใจ เขาจึงยิ่งปลดปล่อยพลังอำนาจแห่งราชาเทพออกมาอย่างตามอำเภอใจ พร้อมกับค่อยๆ อธิบายอย่างช้าๆ ว่าเทพควรปฏิบัติตนเช่นไร
เขาพร่ำสอนถึงวิธีปฏิบัติหน้าที่แห่งเทพ วิธีการพัฒนาโลก และที่สำคัญที่สุด คือการต้องเชื่อฟังคำสั่งของเขาผู้เป็นราชาแห่งทวยเทพอย่างเคร่งครัด
ขณะที่เขาพูด เทพองค์ใหม่ทั้งสิบสองยังคงหมอบราบอยู่กับพื้น แบกรับความทรมานทั้งกายและใจ ตัวสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด
พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง ด้วยเกรงว่าจะได้รับโทษทัณฑ์ที่หนักหนาสาหัสกว่าเดิมจากราชาแห่งทวยเทพ จึงได้แต่กัดฟันอดทนอย่างขมขื่น
ยูเรนัสเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้า น้ำเสียงของเขาเจือแววกลั่นแกล้งยิ่งขึ้น
เขาจงใจใช้วิธีนี้เพื่อสั่งสอนบุตรธิดา เพื่อป้องกันไม่ให้ความคิดกระด้างกระเดื่องใดๆ ก่อตัวขึ้นในใจพวกเขา
เวลาล่วงเลยไปทีละน้อย หลังจากผ่านไปนานเท่าใดไม่ทราบ เมื่อเห็นลูกๆ ร่ำไห้และร้องขอความเมตตาเพราะทนไม่ไหวอีกต่อไป ในที่สุดไกอาก็ทนดูไม่ได้อีก และพยายามหยุดยั้งยูเรนัส
"ราชาแห่งทวยเทพ ยอดรักผู้จริงใจที่สุดของข้า พวกเขาคือลูกของท่าน ไม่ใช่ศัตรู เหตุใดท่านต้องปฏิบัติกับพวกเขาด้วยความโหดร้ายเช่นนี้?"
พระแม่ธรณีผู้มักจะอ่อนโยนและเป็นมิตรเอ่ยถามเขาในเวลานี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางและยูเรนัสมีความเห็นไม่ตรงกันนับตั้งแต่ครองคู่กันมา และเป็นครั้งแรกที่นางไม่เห็นด้วยกับการกระทำของยูเรนัส
เมื่อสังเกตเห็นอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของไกอา ยูเรนัสจึงยอมถอนพลังเทพกลับคืนในที่สุด แม้จะยังรู้สึกไม่จุใจอยู่บ้าง และยุติการ "สั่งสอน" อันยาวนานลง
เขายิ้มและปลอบโยนไกอา ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ
"ราชินีแห่งทวยเทพยอดรักของข้า ได้เวลาแล้ว พวกเราไปเยี่ยมเยียนสามเทพีแห่งโชคชะตากันเถอะ"
ไกอายังคงรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อมองยูเรนัสตรงหน้า ผู้เป็นยอดดวงใจ ความขุ่นเคืองเหล่านั้นก็ถูกกดทับลงไปในที่สุด นางพยักหน้าโดยไม่กล่าวสิ่งใดอีก
เทพองค์ใหม่ทั้งสิบสองที่หมดเรี่ยวแรงต่างแสดงสีหน้าดีใจราวกับรอดพ้นจากหายนะ เมื่ออารมณ์นี้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าพวกเขาอย่างไม่อาจควบคุม ยูเรนัสกลับเห็นว่าเป็นเรื่องน่าขัน
ก่อนจะจากไป เขามองดูเหล่าลูกๆ และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเสียดสีและถากถาง "เด็กดีผู้ว่าง่ายของข้า พวกเจ้าทำให้ข้าสบายใจได้จริงๆ"
"เพื่อเป็นรางวัลแก่ความเชื่อฟังของพวกเจ้า ข้าตัดสินใจมอบสมญานาม ไททัน ให้แก่พวกเจ้า นับจากนี้ไป พวกเจ้าคือ สิบสองไททัน"
ไททัน หมายถึง ผู้ขี้ขลาดหรือผู้ตื่นตระหนก ยูเรนัสกำลังเยาะเย้ยลูกทั้งสิบสองคนของเขาสำหรับพฤติกรรมอันน่าสมเพชต่อหน้าเขา โดยนัยว่าพวกเขาคือคนขี้ขลาดสิบสองคน
ยูเรนัสคือราชาแห่งทวยเทพที่โลกยอมรับ และวินาทีที่เขามอบสมญานาม มันก็ถูกกำหนดขึ้นและไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีก
นี่เป็นเรื่องที่น่าอับอายอย่างที่สุด เทพผู้สง่างามกลับได้รับสมญานามว่าเป็นคนขี้ขลาด เหล่าสิบสองไททันแทบไม่อาจทนรับความอัปยศเช่นนี้ได้
แต่เมื่อมองดูรูปลักษณ์อันน่าเกรงขามของยูเรนัสและสัมผัสถึงพลังเทพอันทรงอำนาจ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทน ไม่อาจรวมรวบความคิดที่จะต่อต้านได้เลย
แม้ไกอาจะไม่พอใจเรื่องนี้ แต่นางก็จนปัญญา นางทำได้เพียงฝากความหวังไว้ที่สามเทพีแห่งโชคชะตา หวังว่าพวกนางจะให้คำทำนายที่แตกต่างออกไป และช่วยให้อารมณ์ของยูเรนัสที่มีต่อลูกๆ ดีขึ้น
พวกเขามาถึงสุดขอบโลก ฝ่าพายุสีเทาดำ และมองเห็นภูเขาเทพอันเป็นที่พำนักของสามเทพีแห่งโชคชะตา ได้พบกับเทพีทั้งสามบนยอดเขา
ในวิหารอันกว้างใหญ่ หญิงสาวผู้งดงามสามนางกำลังจัดการกับเส้นด้ายที่เป็นตัวแทนของโชคชะตา ความเป็นเทพที่แผ่ออกมาจากพวกนางนั้นทรงพลังและเป็นเอกลักษณ์ เผยให้เห็นบรรยากาศแห่งความลึกลับที่ไม่อาจบรรยายได้ปกคลุมไปทั่ว
แม้พลังเทพของพวกนางจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าราชาแห่งทวยเทพยูเรนัสและพระแม่ธรณีไกอา แต่มันก็เหนือกว่าเหล่าสิบสองไททันไปแล้ว ต้องไม่ลืมว่าทั้งสองฝ่ายต่างเป็นเทพที่เพิ่งกำเนิดใหม่ แต่ความแตกต่างกลับปรากฏชัดเจน
การมีพลังอำนาจเช่นนี้ตั้งแต่ถือกำเนิด สมแล้วที่เป็นทวยเทพซึ่งจุติมาจากเทพีแห่งราตีกาล ผู้ดูแลส่วนหนึ่งของเส้นด้ายแห่งโชคชะตา
นี่สิถึงจะเป็นสิ่งที่ผู้พยากรณ์ควรเป็น ทรงพลังและลึกลับ ไม่เหมือนเจ้าพวกอ่อนแอที่ไม่สามารถแม้แต่จะประคองตำแหน่งเทพของตนให้มั่นคง
"ท่านสามเทพีแห่งโชคชะตาที่เคารพ ต้องขออภัยที่พวกเราบุกรุก"
ไกอาเอ่ยขึ้นก่อน นางยังคงอ่อนโยนและสุภาพ "และจุดประสงค์ในการมาเยือนของพวกเราในครั้งนี้คือเพื่อสอบถามเกี่ยวกับชะตากรรม พวกเราปรารถนาที่จะทราบคำทำนายเกี่ยวกับอนาคต"
นางชำเลืองมองยูเรนัสที่อยู่ข้างกาย กัดฟันแน่น และในที่สุดก็ถามออกไปว่า "พวกเรายังอยากทราบด้วยว่า ยูเรนัสยอดรักของข้าจะเป็นราชาแห่งทวยเทพตลอดไปหรือไม่"
"ราชาแห่งทวยเทพ ราชินีแห่งทวยเทพ เราเสียใจที่ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้"
เทพีทั้งสามเอ่ยขึ้นพร้อมกัน เสียงของพวกนางประสานกันและดังก้องไปทั่ววิหาร ราวกับเสียงกระดิ่งลมที่สะท้อนกังวาน
"ทำไมล่ะท่านเทพีผู้สูงส่ง? พวกท่านเห็นว่าการมาเยือนของพวกเราถือวิสาสะเกินไปหรือ?" ไกอาซักไซ้
"ไม่ใช่ เป็นเพราะพวกเราเพิ่งจะถือกำเนิดขึ้น และยังอ่อนแอเกินกว่าจะมองเห็นเค้าโครงของโชคชะตา" โคลโธ พี่สาวคนโตในสามพี่น้องกล่าว
"บางทีเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อพวกเราเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น เราจะสามารถมองเห็นร่องรอยเค้าโครงของโชคชะตาได้" ลาเคซิส พี่สาวคนรองเสริม
"และเมื่อถึงเวลานั้น หากท่านยังปรารถนาที่จะรู้ ท่านสามารถมาถามพวกเราได้อีกครั้ง" อะโทรพอส เทพีน้องเล็กสุดสรุป
ยูเรนัสและไกอารู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่พวกเขาก็คาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว โชคชะตาจะถูกมองเห็นได้ง่ายดายปานนั้นเชียวหรือ โดยเฉพาะโชคชะตาของราชาแห่งทวยเทพ?
อย่างไรก็ตาม... หากแม้แต่สามเทพีแห่งโชคชะตาผู้ทรงพลังยังไม่อาจมองเห็น แล้วเทพพยากรณ์ที่อ่อนแออย่างทาเรนจะมองเห็นได้อย่างไร?
ดูเหมือนว่าคำทำนายนี้จะไม่แม่นยำจริงๆ
ยูเรนัสคิดเช่นนั้น และในที่สุดเขาก็วางใจได้อย่างสมบูรณ์